- หน้าแรก
- การเอาชีวิตรอดบนทางหลวงเริ่มต้นด้วยการอัพเกรดทรัพยากร
- บทที่ 4 วิกฤตมาเยือน เก็บเฟิร์สบลัด!
บทที่ 4 วิกฤตมาเยือน เก็บเฟิร์สบลัด!
บทที่ 4 วิกฤตมาเยือน เก็บเฟิร์สบลัด!
บทที่ 4 วิกฤตมาเยือน เก็บเฟิร์สบลัด!
เซี่ยป๋อตระเตรียมความพร้อม เขาใช้ผ้าเนื้อดีที่อัปเกรดมาเมื่อครู่มัดรวมกันเป็นย่ามสะพาย ใส่ขนมปังสอดไส้ลงไปจำนวนหนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้าอีกผืนมาม้วน พรมน้ำให้ชุ่ม แล้วผูกไว้ที่ศีรษะ
วิธีนี้ช่วยป้องกันลมแดดได้เป็นอย่างดี
น้ำดื่มยังเหลืออีกเกินครึ่งถัง น่าเสียดายที่ขวดเล็กๆ ไม่มีแล้ว การแบกถังน้ำยักษ์ไปด้วยรังแต่จะเป็นภาระ เซี่ยป๋อจึงคิดว่าเขาคงพอทนกระหายไหว
ส่วนกล้วยหอม เขาไม่ได้พกไปด้วยมากนัก หลักๆ ก็เพราะอากาศที่ร้อนระอุ กล้วยเก็บรักษาได้ยาก ภายในรถก็ร้อนระอุราวกับตู้อบ อย่าว่าแต่กล้วยเลย คนยังแทบอยู่ไม่ได้
ถ้าปล่อยให้กล้วยเน่าเสียไปต่อหน้าต่อตา เซี่ยป๋อคงใจสลาย เสบียงในช่วงเริ่มต้นแบบนี้เก็บรักษาได้ยากที่สุด
เขาจึงตัดสินใจปอกกล้วยยัดเข้าปากไปหลายลูก กินจนเอียนถึงได้หยุด ขืนไม่กินตอนนี้ก็คงเน่าเสียของเปล่าๆ
เวลานี้ ผู้คนในช่องแชตโลกเริ่มมีบางคนลองกินหญ้ากันแล้ว เผื่อว่าหาเสบียงไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยหญ้าก็ยังประทังชีวิตไปได้อีกหลายวัน มีคนลองชิมแล้วบอกว่าหญ้าที่นี่จืดสนิท ไม่มีรสชาติอะไรเลย
เซี่ยป๋อกระชับกระบองเหล็กในมือมั่น ก่อนจะผลักประตูลงจากรถ
"ร้อนนรกแตกขนาดนี้ จะเอาชีวิตรอดในสภาพอากาศแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย"
โชคดีที่มีผ้าชุบน้ำโพกหัวไว้ ไม่อย่างนั้นคงเดินไปได้ไม่ไกลท่ามกลางแดดเปรี้ยงขนาดนี้
เขาหันกลับไปมองรถบุโรทั่งคู่ใจแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด หันหลังกลับแล้วก้าวเดินไปบนถนน ต้องหากล่องสมบัติให้ได้ เพราะกล่องสมบัติคือรากฐานสำคัญในการมีชีวิตรอดของเขา
เดินมาได้เพียงสิบนาที เซี่ยป๋อก็เริ่มทนไม่ไหว เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มใบหน้า เสื้อยืดเปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว สร้างความรำคาญใจเป็นที่สุด
เมื่อหันหลังกลับไปมอง รถคันเก่าของเขาดูเล็กลงไปถนัดตา คลื่นความร้อนทำให้ภาพรถดูบิดเบี้ยวเลือนราง ราวกับภาพลวงตา
เขายกมือแตะผ้าบนศีรษะ มันเริ่มแห้งเกือบสนิทแล้ว
"เจอสักกล่องแล้วจะรีบกลับเลย อากาศบ้าๆ นี่ ไม่ไหวจริงๆ ร้อนชิบหาย"
เซี่ยป๋อรู้สึกว่าแค่ขยับปากพูด น้ำลายก็ระเหยแห้งไปหมด ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วมาก
เขามองทางข้างหน้า ยังไม่เห็นวี่แววของกล่องสมบัติ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป
ไม่นานนัก เหงื่อก็ไหลย้อยลงจากปลายคางหยดลงบนพื้นถนน
ถ้าไม่มีผ้าโพกหัวป่านนี้คงเป็นลมแดดไปนานแล้ว
ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่แล้ว พอหันกลับไปมองรถอีกที ก็เห็นเป็นเพียงจุดสีดำเล็กๆ เท่ามด เมื่อยิ่งเดินห่างออกไป เซี่ยป๋อก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาฝ่าฝืนคำเตือนของระบบ ทิ้งการคุ้มครองจากรถ ออกมายืนโล่งแจ้งท่ามกลางทุ่งหญ้าแบบนี้ ใครจะรู้ว่ามีอันตรายอะไรรออยู่
ถ้าไม่มีกระบองเหล็กเป็นเพื่อนคู่ใจ เขาคงไม่กล้าเดินมาไกลขนาดนี้แน่
เดินต่อมาอีกราวสองร้อยเมตร ในที่สุดกล่องไม้ใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ริมถนน
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อของเซี่ยป๋อ "ไม่เสียแรงที่เดินมาไกลขนาดนี้ ในที่สุดก็เจอสักที"
เขารีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาโดยไม่รอช้า ง้างกระบองเหล็กฟาดเปรี้ยงลงไป
กล่องไม้แตกกระจายตามเสียงฟาด
สิ่งของชิ้นหนึ่งปรากฏแก่สายตาของเซี่ยป๋อ
[เมล็ดแตงโมหอม * 1 เมล็ด]
เมื่อเห็นสิ่งที่เด้งออกมา เซี่ยป๋อแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าตาฝาดไป
"มะ... เมล็ดแตงโมหนึ่งเม็ด??"
สีหน้าของเซี่ยป๋อเปลี่ยนไปทันที ดูย่ำแย่ราวกับคนเพิ่งกลืนก้อนอุจจาระลงไป เขาแทบไม่เชื่อสายตา รีบแหวกเศษไม้ดูให้แน่ใจ
ในกล่องใบเบ้อเริ่มเทิ่ม มีเพียงเมล็ดแตงโมเม็ดจ้อยนอนสงบนิ่งอยู่เพียงเม็ดเดียว
เมล็ดแตงโมเม็ดเดียวจริงๆ ด้วย ให้ตายเถอะ
เขาใช้นิ้วคีบเมล็ดแตงโมที่มีคำว่า "สามารถอัปเกรดได้" ขึ้นมาดู น้ำตาแทบจะไหลพราก อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลขนาดนี้ ได้แค่เมล็ดแตงโมเม็ดเดียว อย่างอื่นไม่มีเลย
"ยังดีที่ไม่ใช่กล่องเปล่า อย่างน้อยก็ได้อะไรติดมือกลับไป" เซี่ยป๋อพยายามปลอบใจตัวเอง อย่างน้อยในช่องแชตโลกก็มีคนดวงกุด เปิดสี่กล่องเจอแต่ความว่างเปล่า
อย่างน้อยเขาก็ยังมีเมล็ดแตงโมตั้งหนึ่งเม็ดแน่ะ
เขาเก็บเมล็ดแตงโมใส่ย่าม กะว่าจะค่อยกลับไปอัปเกรดทีหลัง ของที่พกติดตัวได้มีจำกัด ขืนอัปเกรดเมล็ดแตงโมตอนนี้ กลัวว่าจะกินที่จนขนกลับลำบาก
เขายืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจหันหลังกลับ
แค่กล่องเดียวก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ขืนเดินต่อมีหวังได้เดินกันเป็นชั่วโมงแน่
เพิ่งเดินกลับมาได้ร้อยเมตร จู่ๆ ก็มีเสียงร้องประหลาดดังแว่วมาจากทุ่งหญ้า!
ร่างกายของเซี่ยป๋อสะดุ้งเฮือก เมื่อหันไปมอง สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดทันที สิ่งมีชีวิตสีเขียวตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงดิ่งมาทางเขาด้วยความเร็วสูง
มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ผิวหนังสีเขียว สูงราวร้อยห้าสิบเซนติเมตร หน้าตาดุร้ายน่าเกลียดน่ากลัว ปากยื่นยาวเหมือนหมาป่า กรงเล็บที่มือทั้งสองแหลมคมราวกับฉีกกระชากได้ทุกสิ่ง มันวิ่งเร็วมากพอๆ กับนักวิ่งระยะสั้นระดับแชมป์เลยทีเดียว
"นี่... นี่สินะเหตุผลที่ระบบเตือนไม่ให้ลงจากรถ!"
หัวใจของเซี่ยป๋อบีบตัวแน่น เขาไม่ได้วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่กลับกระชับกระบองเหล็กในมือแน่น มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่มอบความอุ่นใจให้เขาได้
เจ้าตัวประหลาดนั่นวิ่งเร็วมาก เขาหนีมันไม่พ้นแน่ ขืนวิ่งไปก็รังแต่จะเสียแรงเปล่า เขามีกระบองเหล็กที่คนอื่นไม่มี ฟาดเปรี้ยงเดียวมันคงจุกจนลุกไม่ขึ้นแน่
ที่สำคัญคือ มันดูเหมือนจะไม่มีอาวุธ ส่วนเขามีกระบองเหล็ก ไม่เห็นจำเป็นต้องหนีเลย
พริบตาเดียว เจ้าตัวประหลาดก็เข้ามาใกล้ในระยะยี่สิบเมตร แต่มันกลับหยุดวิ่งกะทันหัน แล้วเปลี่ยนเป็นค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเขาแทน
หัวใจของเซี่ยป๋อเต้นรัวเร็ว แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ก็มีความหวาดระแวงอยู่เหมือนกัน
เขานึกถึงรายการสารคดีที่เคยดู เวลาเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย อย่าหันหลังให้มัน แต่ให้จ้องตามัน และแสดงให้มันเห็นว่าเราแข็งแกร่งกว่า
"เข้ามาสิ! เข้ามาเลย!"
เซี่ยป๋อย่อตัวลงเล็กน้อย ตะโกนก้อง พร้อมฟาดกระบองเหล็กลงพื้นจนเกิดเสียงดังแสบแก้วหู
แรงกระแทกทำเอามือชาหนึบ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาด ความเจ็บปวดแค่นี้เรื่องเล็ก
ดูเหมือนการข่มขวัญจะได้ผล เจ้าตัวเขียวชะงักไปเล็กน้อยด้วยความลังเล
แต่มันก็ยังคงขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างเพียงสิบเมตร
"บอกให้เข้ามา มึงก็เข้ามาจริงๆ เรอะ! ไอ้เวรตะไลเอ๊ย!"
หัวใจของเซี่ยป๋อแทบจะกระดอนออกมานอกอก เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับอาบน้ำ ตะโกนไปก็เริ่มคอแห้งผาก
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ประหลาดสีเขียวยืนจ้องหน้ากัน เจ้าตัวเขียวค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ทีละนิด เท้าข้างหนึ่งของมันเหยียบลงบนพื้นถนนยางมะตอยแล้ว
"มันไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่ รถก็อยู่ไกลลิบ ต้องรีบจัดการมันให้เด็ดขาด ใครจะรู้ว่าจะมีตัวอื่นโผล่มาจากทุ่งหญ้าอีกไหม"
สมองของเซี่ยป๋อประมวลผลอย่างรวดเร็ว ขืนปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปคงไม่ดีแน่
คิดได้ดังนั้น เซี่ยป๋อก็หยุดตะโกน แล้วเริ่มถอยหลังช้าๆ แสร้งทำเป็นว่าตัวเองกำลังหวาดกลัวและอ่อนแอ
และมันก็ได้ผล ท่าทางถอยหนีทำให้เจ้าสัตว์ประหลาดได้ใจและกล้าบุกเข้ามามากขึ้น
ยิ่งมันเข้ามาใกล้ เซี่ยป๋อยิ่งตื่นเต้นจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
"เข้ามาอีก! เข้ามาอีกนิด!"
สิบเมตร... เจ็ดเมตร... ห้าเมตร... สี่เมตร...
เซี่ยป๋อได้กลิ่นเหม็นสาบสางจากตัวมันลอยมาแตะจมูก
มันขยับเข้ามาอีก
สามเมตร!
ทันทีที่เห็นมันทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ เซี่ยป๋อที่ไวกว่าก็ชิงลงมือก่อน เหวี่ยงกระบองเหล็กสวนกลับไปเต็มแรง
ผัวะ!
กี๊ซซซ!
เจ้าตัวเขียวไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกสวนกลับ โดนกระบองเหล็กฟาดเข้าเต็มเปา จนล้มกลิ้งไปนอนร้องครวญครางกุมจุดที่โดนตีอยู่บนพื้น
หัวใจของเซี่ยป๋อเต้นแรงจนแทบระเบิด อะดรีนาลีนฉีดพล่านไปทั่วร่าง เมื่อล้มมันได้แล้ว เขาไม่ได้คิดจะหนี แต่กลับง้างกระบองเหล็กฟาดซ้ำลงไปอีกครั้ง
กร๊อบ!
เจ้าตัวเขียวยกแขนขึ้นรับตามสัญชาตญาณ ท่อนแขนของมันรับแรงกระแทกเต็มๆ จนหักสะบั้นดังกร๊อบ
มันกรีดร้องโหยหวนเสียงดังลั่น
"ตายซะ! ไอ้สัตว์ประหลาด!"
เซี่ยป๋อไม่ปรานี ฟาดกระบองใส่ไม่ยั้งอีกสามทีซ้อน ไม้ตายสุดท้ายฟาดเข้าที่กะโหลกจนแตกละเอียด
เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตัวเซี่ยป๋อ นั่นแหละถึงเรียกสติเขากลับคืนมาได้
หน้าต่างแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่เขามองไม่เห็น
[ขอแสดงความยินดีกับมนุษย์: เซี่ยป๋อ ผู้คว้าชัยชนะ 'เฟิร์สบลัด' สังหารมอนสเตอร์เป็นคนแรก! รับรางวัลปริศนา!]
[ขอแสดงความยินดีกับมนุษย์: เซี่ยป๋อ ผู้คว้าชัยชนะ 'เฟิร์สบลัด' สังหารมอนสเตอร์เป็นคนแรก! รับรางวัลปริศนา!]
[ขอแสดงความยินดีกับมนุษย์: เซี่ยป๋อ ผู้คว้าชัยชนะ 'เฟิร์สบลัด' สังหารมอนสเตอร์เป็นคนแรก! รับรางวัลปริศนา!]
ประกาศนี้ดังก้องไปทั่วช่องแชตโลกถึงสามรอบ ช่องแชตที่เคยคึกคักพลันเงียบกริบลงในบัดดล!