เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ไอ้คนหน้าไม่อาย

ตอนที่ 22 ไอ้คนหน้าไม่อาย

ตอนที่ 22 ไอ้คนหน้าไม่อาย


ตอนที่ 22 ไอ้คนหน้าไม่อาย

หลังจากที่หยางโปรู้เรื่องที่หยางหลางทำไว้เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธขึ้นมา แต่หลังจากที่เห็นพ่อของเขาที่ดูอ่อนแอลงอย่างมาก เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "พ่อ ใจเย็นๆ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง"

ทันใดนั้นชายร่างกำยำที่มีหนวดเคราที่บริเวณคางก็พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา "อ๋อ จะรับผิดชอบหนี้พนันให้สินะ ดีเลย อย่างน้อยๆแกก็ยังดีกว่าพี่สวะของแกนะเนี่ย"

หยางโปไม่ได้สนใจอีกฝ่ายก่อนที่จะชี้ไปที่ลัวย่าวหัวที่ยืนอยู่บนบันไดพร้อมกับพูดขึ้นว่า "นี่ลัวย่าวหัวเพื่อนผมเอง"

ลัวย่าวหัวที่ยืนพิงอยู่ข้างราวจับตรงบันไดยิ้มออกมาก่อนที่จะโบกมือทักทาย "คุณลุง คุณป้าสวัสดีครับ"

พูดจบลัวย่าวหัวก็หันไปหาชายฉกรรจ์พวกนั้น ก่อนที่จะถามด้วยรอยยิ้ม "จะให้ฉันลากคนนอกพวกนี้ออกไปเลยไหม?"

"ไม่ต้องหรอก เพราะถ้าครั้งนี้ไม่สามารถเคลียร์ปัญหาได้ ต่อไปก็คงจะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีกนั่นแหละ" หยางโปไม่ต้องการที่จะให้อีกฝ่ายช่วยเหลือ

ลัวย่าวหัวพยักหน้า "ถ้ามีอะไรก็ว่ามาเลย ถ้าช่วยได้ก็จะช่วย"

ลัวย่าวหัวเองก็เต็มใจที่จะสร้างมิตรกับหยางโปที่มีความสามารถในการประเมินวัตถุโบราณ

คนเหล่านั้นจ้องมองไปที่ลัวย่าวหัวด้วยท่าทางไม่พอใจกับคำพูดของเขา

ลัวย่าวหัวยักคิ้วขึ้นโดยไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น เป็นเพราะเขามีเอกลักษณ์พิเศษดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลัวภัยคุกคามจากคนเหล่านี้!

ระหว่างที่พูดอยู่นั้น ชายอายุราวๆ 25 -26 คนหนึ่งก็เดินเข้ามา เขากวาดตามองซ้ายขวาหลังจากที่เห็นหยางโปก็หัวเราะออกมา "อ้าวเสี่ยวโปกลับมาแล้วเหรอเนี่ย? ดีเลย กลับมาก็ดีแล้ว"

"เสี่ยวโป ฉันเคยบอกนายก่อนหน้านี้แล้วไงว่า ร้านขายวัตถุโบราณแถวนั้นไม่ได้ดีอะไรมากมายแถมเงินเดือนก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถ้าเป็นฉันฉันไม่มีทางทำงานพวกนั้นหรอก คนที่เสียเปรียบก็คือตัวนายที่ต้องปากกัดตีนถีบอยู่ที่นั่น"

"จริงสิ แม่บอกว่าก่อนหน้านี้ได้เก็บเงินได้ 200,000 หยวน เงินพวกนั้นฉันใช้แล้วนะ เดี๋ยวถ้าฉันได้คืนมาแล้วจะโอนคืนกลับไปให้ นายสบายใจได้ "

"พ่อ แม่ โฉนดที่ดินของพวกเราอยู่ไหน? " หยางหลางหันไปถามพ่อกับแม่

พ่อตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโมโหว่า "ไอ้ลูกเวร! แกจะเอาโฉนดที่ดินไปทำอะไร?"

"โถ่พ่อ อย่าเข้าใจผมผิดสิ ผมกำลังเตรียมหาเงินพาพ่อไปรักษาอยู่ไง พ่อลองคิดดูสิว่าโรคของพ่อถ้าจะรักษาต้องใช้เงินตั้งหลายแสนหยวน บ้านเราก็ไม่ได้ขายออกไปได้เงินมากมายอะไรขนาดนั้น มีคนอยากจะซื้อต่อก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่จะหาได้ง่ายๆเลยนะ ผมว่ารีบขายออกไปน่าจะดีกว่า พ่อจะได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแถมพ่อจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นผมด้วย ไม่ดีเหรอ?"

หยางหลางพูดขึ้นมาด้วยความไร้ยางอาย คำพูดของเขาที่พูดออกมาทำให้คนที่ได้ยินต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน

พ่อของหยางโปยกไม้ค้ำขึ้นพร้อกกับชี้ไปที่หยางหลาง "ฉันไม่มีลูกแบบแก ตั้งแต่นี้ไปบ้านเราไม่ขอนับแกว่าเป็นลูกอีก! "

หยางหลางรีบวิ่งเขามาเกาะขาพ่อของเขา "โถ่พ่อเชื่อผมสิ ผมหาเงินมาคืนได้แน่ๆ พ่อเองก็น่าจะรู้ว่าผมเองก็เดินตามเส้นทางที่พ่อปูไว้ให้มาโดยตลอด พ่อลองคิดให้ดีสิ ถ้าหลังจากนี้ธุรกิจที่ผมทำก้าวหน้าและราบรื่น เงินทองก็จะไหลมาเทมาเลยนะพ่อ"

"พ่อต้องให้โอกาสผมนะ พ่อเองก็รู้ว่าหยางโปเป็นคนเก็บตัวตั้งแต่เด็กๆ ยังไงเขาก็ไม่คิดจะเปิดกิจการอะไรอยู่แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรายิ่งไม่มีทางเก็บเงินรักษาได้เลยนะ ตอนนี้บ้านเราก็พึ่งพาผมแค่คนเดียว ผมถือเป็นเสาหลักของบ้านเลยนะพ่อ"

....

"หน้าไม่อาย! ยังมีหน้ามาพูดเรื่องพวกนี้อีกเหรอ! "

หยางโปยืนฟังคำพูดของอีกฝ่ายด้วยความเหลืออดก่อนที่จะชกไปที่หน้าของอีกฝ่าย

หลังจากที่หมัดของเขาพุ่งเข้าใส่หน้าอีกฝ่าย เลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด ทว่าหยางโปกลับไม่สนใจยังคงซัดหมัดต่อไปโดยไม่หยุด เขาหวังว่าหมัดของเขาจะทำให้คนไร้ยางอายอย่างหยางหลางคิดได้บ้าง

"นายชกฉันทำไมเนี่ย? นายสบายใจเถอะ ยังไงเงินนั่นฉันก็ต้องคืนให้นายอยู่แล้ว นายเชื่อฉันเถอะ ฉันจะต้อง...โอ้ย! "

หยางโปไม่ได้สนใจที่จะฟังอีกฝ่ายเขาใช้หมัดของตัวเองซัดไปที่หน้าของอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนที่จะหยุดชก หลังจากที่ยกมือออกมาเขาก็พบว่าตรงหน้าของหยางหลางเต็มไปด้วยเลือดกำเดาที่ไหลลงมา

"พ่อ บ้านหลังนี้?" หยางโปหันกลับไปหาพ่อก่อนที่จะถามขึ้น

"บ้านหลังนี้ขายไม่ได้เด็ดขาด นี่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพวกเราแล้ว" พ่อของหยางโปทุบประตูพร้อมกับพูดด้วยความโกรธ

หยางโปเริ่มคำนวณเงินที่เขามี หากเงินที่เขามีถูกใช้ไปกับหนี้สินของหยางหลาง เขาก็จะไม่มีเงินเพียงพอที่จะรักษาพ่อของเขา หึ่ย! เจ้าหยางหลางนี่สมควรตายจริงๆ!

"เสี่ยวหยาง โรคของพ่อไม่ต้องรีบร้อนรักษาหรอก หลังจากนี้ก็ยังมีโอกาสอยู่มันก็แค่มะเร็งเอง ตอนนี้ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ ถึงฉันจะต้องตายอยู่ในบ้านนี้ ฉันก็จะไม่ทำให้พวกแกต้องเดือดร้อนหรอก" พ่อของหยางโปหันมาปลอบใจ

"พ่อ ผมขอคิดก่อนว่าจะทำยังไง" หยางโปรู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา ยังไงเขาก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด แต่ตอนนี้เงินที่เขามีมันยังไม่เพียงพอ

หยางโปหันไปหาลัวย่าวหัวก่อนที่จะพบว่าอีกฝ่ายยังคงยืนด้วยท่าทางที่เบื่อหน่าย "ลัวซ่าว นายช่วยฉันหน่อยเลื่อนเวลาคืนหนี้ให้หน่อยสิ"

ลัวย่าวหัวยิ้ม "นายบอกฉันตั้งแต่แรกก็จบแล้ว"

พูดจบ ลัวย่าวหัวก็หันไปหาพวกชายฉกรรจ์ที่เหลือ "นี่ จะให้ฉันเรียกคนมาลากพวกแกออกไปหรือพวกแกจะยอมเดินออกไปเอง?"

ชายฉกรรจ์เหล่านั้นเกิดอาการไม่พอใจขึ้นมา นี่ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าที่นี่มีคนป่วยอยู่พวกเขาก็คงจะลงมือไปนานแล้ว "เจ้าหนู นี่ไม่ใช่เรื่องของแก"

พูดจบกลุ่มคนเหล่านั้นก็แบ่งออกไปสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเดินขึ้นบันไดไปในขณะที่อีกกลุ่มมุ่งหน้าไปหาลัวย่าวหัว

ลัวย่าวหัวที่ยืนอยู่คนเดียวก็รีบโบกมือขึ้นมา "อย่าขยับนะ ถ้าพวกแกขยับอีกแค่ก้าวเดียวพวกแกจะต้องเสียใจที่ทำแบบนั้นแน่ๆ"

ระหว่างที่พูด ลัวย่าวหัวก็หยิบโทรศัพท์ก่อนที่จะกดโทรไปยังเบอร์หนึ่ง ทว่ายังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะกดรับสาย ชายฉกรรจ์สามคนก็มาล้อมตัวเขาไว้

"อย่ามาถูกตัวฉันนะ" ลัวย่าวหัวตะโกนออกมา

หยางโปเองก็เกิดอาการตกใจขึ้นมา ลัวย่าวหัวตามเขามาที่นี่ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาต้องแย่แน่ๆ

"พรุ่งนี้ ถ้าแกเอาเงิน 300,000 หยวนมาคืนให้พวกฉันไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเจ้าหยางหลางจะลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่ได้" พูดจบคนพวกนั้นก็หมุนตัวออกไป

หยางโปเดินลงมาจากบันไดก่อนที่จะพบว่าลัวย่าวหัวถูกหนึ่งในนั้นผลักลงไปที่พื้น หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะออกมาก่อนที่กลุ่มคนเหล่านั้นจะเดินออกไป

หยางโปรีบเข้าไปประคองลัวย่าวหัวขึ้นมาแต่กลับถูกเขาปัดมือออก ลัวย่าวหัวหันไปมองที่กลุ่มคนเหล่านั้นก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ "เรื่องพวกนี้นายไม่ต้องสนใจ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง"

"ลัวซ่าว แค่นี้ก็รบกวนนายมากพอแล้ว"

หยางโปที่กำลังจะพูดอะไรต่อจากนั้นก็ถูกอีกฝ่ายพูดแทรกขึ้น "เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง"

หยางโปไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าลัวซ่าวคือใครกันแน่ เขากลัวว่าถ้าหากอีกฝ่ายเกิดหุนหันพลันแล่นขึ้นมาอาจจะทำให้ถูกดึงเข้ามารับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วย

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของลัวย่าวหัวก็ดังขึ้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะรีบกดรับโทรศัพท์

"พี่เย้ เป็นยังไงบ้างครับ?"

"อะไรนะ? อีกฝ่ายบังคับให้ขาย? พี่เย้รอแปบนึงนะ เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"

หลังจากวางสาย ลัวย่าวหัวก็หันมาหาหยางโป "เสี่ยวหยาง เร็วเข้าพวกเราต้องไปเดี๋ยวนี้เลย"

จบบทที่ ตอนที่ 22 ไอ้คนหน้าไม่อาย

คัดลอกลิงก์แล้ว