เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋

ตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋

ตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋


ตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋

ตอนที่ทั้งสองคนเดินทางมาถึงโรงแรม ก็พบกับเครื่องลายครามที่หล่นแตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้น พร้อมกับร่างของเย้เหวยหลินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย

ลัวซ่าวหัวเห็นเครื่องลายครามตรงหน้าที่ตกลงมาแตกก็เกิดอาการตกใจขึ้นมาพร้อมกับถามขึ้นมาว่า "พี่เย้ นี่พี่ถึงกับทุบแจกันเลยเหรอครับ? "

หยางโปรีบดึงแขนของอีกฝ่ายก่อนที่จะหันไปชี้โต๊ะกาแฟที่อยู่มุมห้อง

ทันใดนั้นลัวย่าวหัวก็พบกับแจกันใบเดิมที่วางอยู่ที่นั่น เขาจึงรีบพูดแก้ขึ้นมา "พี่เย้ ใครบังอาจถึงได้กล้าดีเอาเปรียบพี่ขนาดนี้ครับเนี่ย? พี่บอกผมมาเลย เดี๋ยวผมจะไปจัดการให้เอง"

เย้เหวยหลินหันมามองลัวย่าวหัวก่อนที่จะหัวเราะออกมาจากลำคอ "ไอ้คนเจ้าเลห์! เมื่อวานฉันไปเจอกับคนที่คอยลากลูกค้าและฉันก็เจอกับคนเจ้าเล่ห์นั่นแล้วมันก็ลากฉันไปเจอกับคนที่ชื่อว่าหยวนเอ้อเย๋ ที่นั่นมีเครื่องลายครามจำนวนมาก ตอนที่ฉันไปฉันก็ดันเกิดความสนใจแจกันพอร์ชเลนลายดอกไม้ 5 สีชิ้นนี้ "

ลัวย่าวหัวได้ยินคำอธิบายของเย้เหวยหลินก็เกิดอาการแปลกใจขึ้นมา "พี่เย้ พี่จ่ายเงินมัดจำไปแล้วเหรอครับ? "

"นายรู้ได้ยังไง?" เย้เหวยหลินเงยหน้าถามด้วยความสงสัย

"ก็เจ้าหยวนเอ้อเย๋นั่นขึ้นชื่ออยู่ไม่น้อยเลยน่ะสิครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยไปซื้อของจากเขามาก่อน แต่ผมก็รู้กฎในการจ่ายเงินมัดจำของหยวนเอ้อเย๋นั่น" ลัวย่าวหัวพูดขึ้น

เย้เหวยหลินจ้องมองลัวย่าวหัวพร้อมกับระเบิดอารมณ์โมโหออกมา "หึ ยังไงฉันจะต้องทำให้เจ้านั่นสะกดคำว่าเสียใจให้ได้ คอยดูก็แล้วกัน! "

สีหน้าของลัวย่าวหัวเกิดอาการเจื่อนออกมาเพราะเขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกไม่พอใจ เขาจึงรีบพูดขึ้นมาว่า "พี่เย้ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้เอง ผมขอโทรไปถามก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่สบายใจเถอะ ยังไงผมไม่ปล่อยให้พี่เสียเปรียบเจ้านั่นแน่ๆ"

พูดจบลัวย่าวหัวก็ปลีกตัวออกไปข้างๆ ก่อนที่จะกดโทรศัพท์ออกไปหาใครบางคน

เย้เหวยหลินหันมามองหยางโปก่อนที่จะพบว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งโดยไม่พูดอะไรออกมา ภายในใจของเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก "เสี่ยวหยางเมื่อกี้นายกลับไปจัดการธุระที่บ้านมาเหรอ? แล้วเรียบร้อยดีไหมล่ะ? "

หยางโปส่ายหน้า "จัดการไปแล้วครึ่งนึง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย ได้ยินว่าคุณเย้เจอกับปัญหา ผมก็เลยรีบตามมา"

เย้เหวยหลินพยักหน้า "ยังไงก็ขอบคุณเสี่ยวหยางด้วยนะที่รีบมาที่นี่ แต่จะว่าไปเสี่ยวหยางเองก็เป็นคนที่จินหลิงเหมือนกัน คงจะรู้จักหยวนเอ้อเย๋สินะ? "

หยางโปเพิ่งมาที่นี่ไม่นาน แต่เป็นเพราะเขาอยู่ในวงการร้านขายวัตถุโบราณเล็กๆเท่านั้น เขาจึงไม่รู้จักหยวนเอ้อเย๋ เขาจึงทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า "ไม่รู้จักครับ"

"เหรอ" เย้เหวยหลินได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับไปห้วนๆ

ในเวลาอันรวดเร็ว ลัวย่าวหัวก็เดินเข้ามา "พี่เย้ ผมโทรไปถามมาแล้ว หยวนเอ้อเย๋เป็นพวกมีอำนาจแถวนี้ เปิดบ่อนพนัน แล้วก็ขายของเก่า ของเก่าในมือของเขาเยอะมาก แต่มีของส่วนน้อยที่เป็นของแท้ อีกอย่างเขาก็ได้เปิดประมูลใต้ดินกับเหมยเหล่าซานด้วย ที่จริงผมก็รู้จักกับเหมยเหล่าซานเหมือนกันความสัมพันธ์ก็ถือว่าดีในระดับนึงด้วย พี่จะให้ผมไปเรียกตัวมาไหม? "

"เรียกตัว? เพื่ออะไร? จะให้มาขอโทษอย่างงั้นเหรอ?" เย้เหวยหลินใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเย็นชา ทว่ามือของเขาที่จับเก้าอี้แสดงให้เห็นถึงเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมา ตอนนี้เขาคงจะรู้สึกโกรธเต็มที่แล้วสินะ

"ใช่ครับพี่เย้ พี่สบายใจได้ ยังไงเจ้านั่นต้องมาขอโทษพี่แน่ๆ แล้วผมจะให้เขาชดใช้ด้วยของที่ดีกว่านี้ด้วย ยังไงผมก็จะไม่ยอมให้พี่เสียเปรียบเด็ดขาดเลย" ลัวย่าวหัวที่กำลังก้มหน้าอยู่จึงไม่ทันได้สังเกตอาการโกรธของอีกฝ่าย

หยางโปที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้เตือนอีกฝ่ายเกี่ยวกับคำพูดของ เขา เพราะเมื่อครู่ตอนที่เขาได้ยินเกี่ยวกับหยวนเอ้อเย๋ เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นตุๆขึ้นมา ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่นี่เขายังไม่เคยได้ยินชื่อของคนนี้มาก่อน แต่เขากลับรู้จักอีกคนที่มีชื่อว่าหยวนเมี่ยเหมิน

หยางหลางยังแพ้พนันไปกว่า 500,000 หยวน ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายบอกเขาก็พอจะรู้ว่าเจ้านั่นคงจะแพ้พนันให้กับหยวนเมี่ยเหมินคนนั้นแน่ๆ ที่มีชื่อว่าหยวนเมี่ยเหมินก็เป็นเพราะว่าเขาเป็นว่าบ่อนคาสิโนของเขามีเรื่องเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินของพวกที่แพ้พนันจำนวนมาก หากไม่ใช่เพราะบ้านของหยางโปยังมีโอกาสที่จะชดใช้หนี้ได้ พวกชายฉกรรจ์ที่เจอวันนี้คงจะไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆเหมือนวันนี้แน่ๆ

เย้เหวยหลินเกิดอาการโกรธขึ้นมา "ดีจริงๆเลย! เปิดบ่อนคาสิโน แถมยังหลอกขายของปลอม ยังมีหน้าเรียกตัวเองว่าเป็นคนยุติธรรมอยู่อีกเหรอ? หึ เห็นคนนอกพื้นที่เป็นเหยื่อแบบนี้เหรอที่เรียกว่ายุติธรรม? ถ้าคนแบบนี้เรียกว่ายุติธรรมยังจะมีใครในโลกใบนี้มีความยุติธรรมอีก! "

เย้เหวยหลินใช้มือขวาของเขาตบไปที่โต๊ะจนเกิดเสียงดังขึ้นมาจนทำให้แจกันที่อยู่ข้างๆกลิ้งหล่นไปที่พื้นจนแตก

ลัวย่าวหัวเกิดอาการตกใจขึ้นมาก่อนที่จะสังเกตเห็นอาการโกรธของอีกฝ่ายเขาจึงรีบพูดขึ้นมาว่า "พี่เย้ งั้นเราไม่จำเป็นต้องฟังคำโทษจากเจ้านั่นแล้วก็ได้ครับ ผมจะให้คนไปจัดการเจ้านั่นให้เร็วที่สุด! "

พูดจบ ลัวย่าวหัวก็หมุนตัวเตรียมจะออกไป ทว่าทันใดนั้นเย้เหวยหลินก็หัวเราะออกมา "พาคนไป? นายจะพาใครไป? "

"พาพวกของผมไปน่ะสิครับ! ผมจะไปทลายบ่อนคาสิโนของมัน เผาให้เป็นจุลเลย!" ลัวย่าวหัวพูด

"รอก่อน" ระหว่างที่พูดเย้เหวยหลินก็เลิกคิ้วขึ้นก่อนที่จะมองไปที่หยางโป "เสี่ยวหยางเป็นคนฉลาด มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม? มีอะไรจะแนะนำรึเปล่าว่าควรจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้? "

หยางโปไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาปัญหาเหล่านี้มาไว้ที่เขา และเขาเองก็รู้ดีว่าลัวย่าวหัวคงจะใช้ความฉลาดอันน้อยนิดจัดการกับหยวนเหล่าซาน อีกอย่างเย้เหวยหลินเองก็ไม่ยอมที่จะปล่อยเรื่องนี้ให้จบไปง่ายๆ เขาไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้ลัวย่าวหัวจะรู้จักกับหยวนเหล่าซานเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออารมณ์ของเขาในตอนนี้

หยางโปไม่ยอมที่จะใช้มือของเขารับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้แน่ๆ "คุณเย้ครับ เรื่องนี้ยังไงก็ต้องทำตามที่คุณคิดไว้นั่นแหละครับ"

"ไม่ ฉันอยากฟังความเห็นของนาย" เย้เหวยหลินยังคงยืนยันคำเดิม

หยางโปเงยหน้าก่อนที่จะเห็นสายตาของลัวย่าวหัวที่จ้องมองมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้นว่า "คุณเย้เป็นคนตรงไปตรงมา ในเมื่อถูกคนอื่นหลอก งั้นคุณเย้ก็ควรจะเดินตามเส้นทางที่ตรงไปตรงมาเหมือนกัน"

เย้เหวยหลินยิ้มออกมา "เสี่ยวหยางนี่พูดตรงใจฉันจริงๆ จริงด้วยสินะ ยังไงเส้นทางที่เดินก็ต้องเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง ฉันจะไปกลัวคนพวกนั้นเพื่ออะไรล่ะ?"

ลัวย่าวหัวเห็นว่าความกดดันของเย้เหวยหลินลดลงแล้วเขาก็พูดขึ้น "พี่เย้ ผมขอไปโทรศัพท์แปบนึงนะครับ พรุ่งนี้เช้าพี่รอฟังข่าวดีได้เลย"

พูดจบ ลัวย่าวหัวก็เดินออกไป

หยางโปเองก็เดินออกไปพร้อมกับเขาเช่นกัน ลัวย่าวหัวส่ายหน้า "นายเอาปัญหาใหญ่มาให้ฉันแล้วนะเนี่ย"

"ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรนี่ ฉันว่าคำพูดของคุณเย้เองก็มีเหตุผลนะ ยังไงเส้นทางที่เดินก็ต้องเป็นเส้นทางที่ถูกต้องถูกศีลธรรมไม่ใช่เหรอ? " หยางโปมองไปที่อีกฝ่ายพร้อมกับพูด

ลัวย่าวหัวเงียบไปก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เช้าวันรุ่งขึ้น หยางโปก็ถูกปลุกโดยลัวย่าวหัว หลังจากที่ทั้งสองคนมาเจอกันแล้ว ลัวย่าวหัวก็ขับรถออกไปท่ามกลางความมืด

"จะไปไหนน่ะ? " หยางโปถามด้วยความแปลกใจ แม้ว่าภายในใจของเขาจะพอเดาอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองได้แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี

"ไม่ต้องถาม ถึงแล้วเดี๋ยวนายก็รู้เองนั่นแหละ" ลัวย่าวหัวขับรถโดยไม่ได้พูดอธิบายอะไรต่อจากนั้น

ท่ามกลางความมืด แสงจันทร์สาดส่องลงมาพลิ้วไปมาดั่งสายน้ำ ยามค่ำคืนในเดือนสิงหาคมช่างหนาวเหน็บจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 23 หยวนเอ้อเย๋

คัดลอกลิงก์แล้ว