เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - พบพานท่ามกลางสายฝน

บทที่ 24 - พบพานท่ามกลางสายฝน

บทที่ 24 - พบพานท่ามกลางสายฝน


บทที่ 24 - พบพานท่ามกลางสายฝน

เถ้าแก่หูจ่ายตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงให้ทั้งสองทันที ส่วนอีกสิบตำลึงก็แลกเป็นเศษเงินก้อนและเหรียญอีแปะตามคำขอ

จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งกล่าวขอบคุณ แล้วลุกขึ้นลา

"ดีจริงๆ ขายได้ราคาดีมาก! อาหยาเจ้าเก่งจริงๆ!" หูหลิ่งยิ้มกว้าง ยกนิ้วโป้งให้

จ้าวลี่หยายิ้ม "ทีนี้พวกเราก็มีเงินใช้คล่องมือขึ้นเยอะเลย!"

"นั่นสิ!"

เงินหนึ่งพันตำลึงดูเหมือนเยอะ แต่ก็ต้องจ่ายออกไปส่วนหนึ่งทันที

ทั้งสองยังต้องซื้อเห็ดหลินจือสองดอกเตรียมไว้ส่งงาน กะว่าจะซื้ออายุสักสี่สิบถึงหกสิบปี

ไปร้านยาแรก ไม่มีความซื่อสัตย์ เห็นพวกเขาดูไม่รู้เรื่องก็กะฟันหัวแบะ ดอกหนึ่งเรียกราคาตั้งหนึ่งพันตำลึง สุดท้ายทำท่าเห็นอกเห็นใจลดให้เหลือดอกละสี่ร้อยตำลึง

ทั้งสองไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังเดินออกจากร้านทันที

ในที่สุดก็เจอร้านที่พอจะเข้าท่า ซื้อมาสองดอกอายุประมาณห้าสิบปี จ่ายไปสองร้อยห้าสิบตำลึง ราคาพอๆ กับที่เสมียนร้านอวี๋ชิ่งถังบอกไว้

ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะผิดสังเกตที่ทั้งซื้อทั้งขายในร้านเดียว พวกเขาคงซื้อที่ร้านอวี๋ชิ่งถังไปแล้ว

ซื้อของเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองก็จ้างรถกลับอำเภอเกาเหลียน ไม่ได้ซื้อของอื่นในเมืองเอก

ไกลเกินไปขนลำบาก ซื้อในตัวอำเภอก็ได้

ใครจะรู้ว่าโชคไม่ดี ระหว่างทางเกิดดินถล่มปิดเส้นทางไปต่อไม่ได้ จะรอให้เคลียร์ทางก็ไม่รู้ต้องรอนานแค่ไหน

คนขับรถที่จ้างมาไม่ยอมรอด้วย พวกเขาเองก็ไม่อยากย้อนกลับไปเมืองเอก จึงจ่ายค่ารถครึ่งทาง คนขับรถหันหัวกลับเมืองเอก ส่วนทั้งสองตัดสินใจปีนข้ามเขาอ้อมจุดที่ดินถล่ม ไปหารถเกวียนวัวที่หมู่บ้านแถวนั้นกลับอำเภอก็ได้

นึกไม่ถึงว่าพอทั้งคู่ขึ้นไปถึงยอดเขา เมฆดำก้อนใหญ่ก็ลอยมา ไม่นานฝนก็เทลงมา "ซู่!"

การเดินทางในป่าท่ามกลางฝนตกหนักอันตรายมาก และหลงทางได้ง่าย

โชคดีที่เห็นศาลเจ้าพ่อเขาอยู่ไม่ไกล ทั้งสองรีบวิ่งไปหลบฝน

ทั้งสองเพิ่งไปถึงศาลเจ้าพ่อเขาได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงกีบม้า กลุ่มคนเจ็ดแปดคนขี่ม้ามาถึงหน้าศาลเจ้า พลิกตัวลงจากหลังม้า เข้ามาหลบฝนเช่นกัน

จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งมองหน้ากัน สีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจระวังตัวแจ

ฝ่ายตรงข้ามเห็นหนุ่มสาวแปลกหน้าคู่หนึ่งก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้ทันที

วันฝนตก เจอคนมาหลบฝนก็เรื่องปกติ

การปลอมเป็นชายไม่ได้ทำได้เนียนขนาดนั้น แป๊บๆ น่ะพอไหว แต่นานไปความแตกง่าย จ้าวลี่หยาเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดผู้หญิงแล้ว ยุคสมัยนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แถมมีหูหลิ่งมาด้วย คนปกติใครจะกล้าคิดมิดีมิร้าย?

อีกอย่าง เดิมทีนึกว่านั่งรถม้าวันเดียวก็ถึงบ้านแล้ว...

โชคดีที่ฝ่ายนั้นดูจะไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกเขา แค่เคลียร์พื้นที่ฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งลง กระซิบกระซาบอะไรกันเบาๆ นอกจากตอนเข้ามาใหม่ๆ ที่มองสำรวจพวกเขาสองสามที ก็ไม่มีท่าทีผิดปกติอะไรอีก

จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งถอนหายใจโล่งอก

หัวหน้ากลุ่มฝั่งตรงข้ามเป็นคุณชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปี คิ้วคมตาหวาน ริมฝีปากบางเม้มสนิท ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเย็นชานั้นแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายสูงศักดิ์ ชุดขี่ม้าแขนทรงกระบอกสีฟ้าอ่อนตัดเย็บพอดีตัว ยิ่งขับเน้นบุคลิกให้น่าเกรงขาม จนคนไม่กล้าสบตาตรงๆ

บนตัวเขาไม่มีเครื่องประดับรุงรัง ปิ่นหยกที่เกล้าผมดูเรียบง่าย เนื้อผ้าของชุดที่สวมใส่ดูเหมือนธรรมดา แต่พอดูใกล้ๆ กลับไม่ธรรมดา

ตอนเขาเดินเข้ามา จ้าวลี่หยาเผลอเงยหน้ามอง บังเอิญสบเข้ากับสายตาคู่นั้น แววตาที่สว่างวาบดุจคมกระบี่ทำเอานางเกือบเสียอาการหน้าเปลี่ยนสี

นางต้องพยายามอย่างมากที่จะปั้นหน้าตาย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วละสายตากลับมา

จ้าวลี่หยาคิดในใจ คนคนนี้ต้องรวยมาก หรือไม่ก็มีฐานะไม่ธรรมดา

คนแบบนี้ตอแยไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคืออยู่ให้ห่าง

จ้าวลี่หยาอดมองออกไปกลางสายฝนไม่ได้ ภาวนาให้ฝนรีบหยุด

อากาศเดือนหกเหมือนอารมณ์เด็ก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นึกว่าฝนไล่ช้างแบบนี้ตกแป๊บเดียวก็หยุด ที่ไหนได้ ดูท่าทางจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ...

ไม่ทันรู้ตัว ฟ้าก็เริ่มมืด ฝนยังไม่ซา ในป่าเริ่มมีหมอกและไอน้ำปกคลุม ทัศนวิสัยยิ่งแย่ลง

หูหลิ่งกระซิบถามจ้าวลี่หยา "เอาไงดี? หรือคืนนี้เราต้องค้างที่นี่?"

คนขับรถบอกทางไว้ว่า ข้ามเขาไปตามทางที่กว้างที่สุด เดินไปไม่ถึงสิบลี้ก็จะเจอหมู่บ้าน

ถึงตอนนั้นจะจ้างเกวียนลาหรือเกวียนวัวเข้าเมืองก็ไม่ใช่ปัญหา ก่อนฟ้ามืดถึงอำเภอเกาเหลียนแน่นอน

ตอนนี้เริ่มเสียใจ รู้งี้ไม่หลบฝนก็ดี ใครจะไปรู้ว่าฝนจะตกนานขนาดนี้? ตอนนี้ฟ้าจะมืดแล้ว หมอกก็ลง ไม่กล้าเสี่ยงเดินมั่วซั่ว

ถ้ามีแค่พวกเขาสองคน นอนค้างที่นี่คืนหนึ่งก็ไม่เป็นไร อากาศแบบนี้จริงๆ แล้วปลอดภัยกว่าปกติ แต่ใครจะไปคิดว่าจะมาบังเอิญเจอกลุ่มคนแปลกหน้า

จ้าวลี่หยาตอบอย่างใจลอย "ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ ค้างก็ค้าง"

แสงเย็นวาบสายหนึ่งพุ่งเข้ามา มีดบินคมกริบพุ่งแหวกอากาศ "ฉึก!" ปักลงที่ข้างกายจ้าวลี่หยา! มันมาเร็วมาก จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งตะลึงงัน ตอบสนองไม่ทันเลยสักนิด!

ตอนที่จ้าวลี่หยาร้อง "กรี๊ด!" ออกมาด้วยความตกใจ มีดบินก็ปักตรึงอยู่ข้างตัวนางแล้ว!

"เจ้าทำอะ..." หูหลิ่งลุกพรวด คำถามดุดันชะงักค้างอยู่ในลำคอ เมื่องูตัวหนึ่งที่มีลายขาวดำทั่วตัวกำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ช่วงท้องถูกมีดบินปักตรึงติดกับพื้นดิน

จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งหน้าถอดสี ตกใจแทบสิ้นสติ

ถ้าไม่ใช่เพราะมีดบินเล่มนี้ จ้าวลี่หยาคงแย่แน่ พวกเขาแม้จะไม่รู้จักว่างูอะไร แต่ดูสีสันแล้วน่ากลัวพิลึก คงไม่ใช่ชนิดที่ไม่มีพิษแน่

จ้าวลี่หยาลุกขึ้น ตั้งสติ หันไปพยักหน้าให้คุณชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ!"

โจวหานเซิ่งมองนาง พยักหน้าให้นิดหนึ่ง หยุดไปครู่หนึ่งแล้วตอบรับ "ไม่เป็นไร"

ผู้ติดตามคนหนึ่งข้างกายเขาวิ่งเข้าไป เก็บมีดบินกลับมา แล้วใช้นิ้วคีบที่เจ็ดนิ้วของงูบีบจนตายแล้วโยนออกไปข้างนอก หัวเราะร่า "ยังไงก็ต้องเป็นคุณชาย ความเร็วนี่ ความแม่นนี่ ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ!"

เหล่าผู้ติดตามพากันหัวเราะเฮฮาสนับสนุน

ผู้ติดตามคนนั้นยักคิ้วให้จ้าวลี่หยา ยิ้มพูด "แม่นางก็ใจกล้าไม่เบา ไม่ยักกะกรีดร้องตกใจ ข้านี่รีบอุดหูรอเลยนะเนี่ย!"

คำพูดนี้ทำเอาพวกพี่น้องของเขาหัวเราะด่า แม้แต่จ้าวลี่หยากับหูหลิ่งก็อดขำไม่ได้

ขอบคุณงูตัวนั้น บรรยากาศในศาลเจ้าพ่อเขาที่เคยแบ่งแยกชัดเจน เริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น

จ้าวลี่หยายิ้มหวาน "ข้าก็ตกใจเจ้าค่ะ เพียงแต่คุณชายลงมือเร็วเกินไป ข้ากรีดร้องไม่ทัน พอตั้งสติได้เห็นว่าเป็นอะไร ก็เลยไม่กลัวแล้ว"

นางถือโอกาสแจกบัตรรักคนดี "พวกท่านเป็นคนดีจริงๆ เจ้าค่ะ!"

เหล่าคนดีทั้งหลายดูเหมือนจะไม่เคยได้รับคำชมว่าเป็น "คนดี" มาก่อน ชะงักไปเล็กน้อย แล้วก็หัวเราะแหะๆ

เป็นอันรู้กันโดยไม่ต้องนัดหมาย ไม่มีใครถามไถ่ถึงฐานะของอีกฝ่าย หรือถามว่ามาจากไหน ต่างคนต่างบ่นเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนไม่แน่นอน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - พบพานท่ามกลางสายฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว