- หน้าแรก
- ทิ้งคู่หมั้นแสนดี มาเป็นสตรีของจอมมาร
- บทที่ 44 - ยังจะแข่งอีกไหม
บทที่ 44 - ยังจะแข่งอีกไหม
บทที่ 44 - ยังจะแข่งอีกไหม
บทที่ 44 - ยังจะแข่งอีกไหม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ลานฝึกที่กว้างขวางอยู่แล้วพลันโล่งเตียนยิ่งกว่าเดิม พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทันตา ตรงกลางลานฝึกฝั่งตะวันออกมีเป้าธนูสองอันตั้งตระหง่าน ถนนเส้นกลางถูกเคลียร์จนโล่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มควบม้าจากหน้าประตูค่าย แล้วยิงธนูสามดอกติดต่อกันขณะที่ม้ากำลังห้อตะบึง ใครยิงเข้าเป้ามากกว่าและแม่นยำกว่าผู้นั้นจะเป็นฝ่ายชนะ
เมื่อจัดเตรียมสถานที่เรียบร้อย อวี่เหวินเยี่ยและต๋าปั๋วต่างก็ยืนไพล่มือรอชมอยู่ด้านข้าง ส่วนซางหรูอี้นั้นรวบชายแขนเสื้อและขากางเกงเรียบร้อยแล้ว นางยื่นมือออกไปเตรียมรับคันธนู
ถูเช่อเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล "คุณหนู อย่าเลยเจ้าค่ะ"
ซางหรูอี้หันกลับไปมองอวี่เหวินเยี่ยที่อยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
เห็นเขามีสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับเป็นคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ซางหรูอี้กัดฟันกรอด นางคว้าคันธนูมาจากมือของมู่เซียน แล้วหันไปบอกถูเช่อเอ๋อร์ "วางใจเถอะ ข้ารู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"
ถูเช่อเอ๋อร์จนปัญญา ได้แต่ถอยฉากออกมา
ถนนสายหลักเปิดโล่งรอให้คนทั้งสองควบม้า ทหารในค่ายแทบทั้งหมดต่างมายืนมุงดูกันแน่นขนัด ล้อมหน้าล้อมหลังเป็นสิบชั้น ต่างพากันเขย่งเท้าชะเง้อคอเพื่อชมการแข่งขันอันแสนประหลาดนี้
ใครจะไปคาดคิดว่าซ่าวฮูหยินแห่งจวนกั๋วกง จะลงมาประลองขี่ม้ายิงธนูกับรองแม่ทัพในกองทัพ เรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่สุดในใต้หล้า
เวลานั้น หวงกงอี้ควบม้าไปถึงหน้าประตูค่ายแล้ว
เขาชูคันธนูอันแข็งแกร่งขึ้นสูง แล้วตะโกนก้อง "ข้าเริ่มก่อน"
ทหารรอบกายส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่เขาฝึกฝนมา ย่อมรู้ซึ้งถึงฝีมือของเขาดี ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องเชียร์ ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องนั้น หวงกงอี้กระทุ้งท้องม้า ม้าศึกใต้ร่างก็พุ่งทะยานออกไปทันที
ฝุ่นทรายตลบอบอวลถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เห็นเพียงหวงกงอี้ควบม้ามาได้ระยะหนึ่งจนเกือบจะถึงจุดที่มองเห็นเป้าธนูได้ถนัดตา เขาก็ปล่อยมือจากบังเหียน เอื้อมมือกลับไปดึงลูกธนูจากกระบอกด้านหลัง น้าวกระสุนขึ้นสาย แล้วปล่อยลูกศรพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยเสียงหวีดหวิว
เห็นเพียงประกายแสงสีเงินวาบผ่าน ลูกธนูปักเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำ
"เยี่ยม"
เหล่าทหารรอบข้างต่างส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง
หวงกงอี้มีสีหน้าเรียบเฉย ยังคงปล่อยมือจากบังเหียน นั่งบนหลังม้าที่กำลังวิ่งตะบึงราวกับนั่งอยู่บนพื้นราบ เขาปล่อยลูกธนูอีกสองดอกติดต่อกัน ทั้งในจุดที่มองเห็นเป้าชัดเจนและจุดที่เลยศูนย์กลางไปแล้ว ลูกธนูพุ่งรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนแทบมองไม่ทัน สุดท้ายทั้งหมดก็ปักเข้าเป้า
ลูกธนูสามดอก เรียงตัวกันเป็นรูปพัด ปักตรึงกลางเป้าด้วยมุมที่แตกต่างกันทั้งสามทิศทาง
คราวนี้ ทหารทั้งค่ายต่างพากันตื่นเต้นฮึกเหิม ส่งเสียงเชียร์ดังสนั่นหวั่นไหว บางคนถึงกับวิ่งเข้าไปที่หน้าม้าของหวงกงอี้ ตะโกนสรรเสริญไม่หยุดปาก "ท่านหวงยอดเยี่ยมจริงๆ"
"ร้อยนัดร้อยถูก"
แม้แต่อวี่เหวินเยี่ย ก็ยังอดพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้
หวงกงอี้แม้จะมีนิสัยหยาบกระด้าง และมักอาศัยบารมีที่ตนเคยเป็นทหารคนสนิทของท่านกั๋วกงทำตัวกร่างในกองทัพอยู่บ้าง แต่ในฐานะชายชาติทหาร เขาก็มีความสามารถสมศักดิ์ศรีจริงๆ
บนใบหน้าของหวงกงอี้ปรากฏรอยยิ้มลำพอง เขาหัวเราะเสียงดังลั่นบนหลังม้า โยนคันธนูในมือให้ทหารข้างกาย แล้วเชิดหน้าขึ้น มองซางหรูอี้ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่อีกด้านด้วยสายตายั่วยุ
เขาเอ่ยว่า "ซ่าวฮูหยิน เหล่าหวงโชว์ฝีมือขายขี้หน้าแล้ว"
"..."
ซางหรูอี้ร้องโอดครวญในใจ
นางใช่ว่าจะไม่รู้ว่าซิ่งกั๋วกงปกครองทหารอย่างเข้มงวด จึงสามารถกวาดชัยชนะและสร้างผลงานในการศึกมานับไม่ถ้วน แต่นางก็นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าหวงกงอี้ผู้นี้จะมีฝีมือการขี่ม้ายิงธนูที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
คราวนี้ นางคงต้องขายหน้าเข้าจริงๆ แล้ว
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู "ยังจะแข่งอีกไหม"
ซางหรูอี้สะดุ้งเฮือก หันไปมองอวี่เหวินเยี่ยที่ก้มลงมองนาง แยกไม่ออกว่าบนใบหน้าของเขานั้นคือความห่วงใย หรือกำลังรอดูเรื่องสนุกกันแน่ เห็นเพียงเขาเอ่ยเสียงขรึมว่า "ถ้าไม่อยากแข่งแล้ว ข้าจะไปพูดกับเขาให้"
[จบแล้ว]