- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 26 - กลับบ้านเฮา
บทที่ 26 - กลับบ้านเฮา
บทที่ 26 - กลับบ้านเฮา
บทที่ 26 - กลับบ้านเฮา
บนทางด่วน ช่วงกิโลเมตรที่ 385
AMG เบนซ์หน้าโลง จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ริมทาง
อวี๋หยางกับนายกตำบลพิงราวเหล็กกั้น สูบบุหรี่หลังเสร็จกิจ
พอความตื่นเต้นหายไป เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าขาไปไปกันห้าคน ขากลับหายไปสอง
งานเข้า...
อวี๋หยางเงยหน้ามองดาว "เมื่อวานซืนกับเมื่อวาน ท่านรองนายกยังโทรตู้สาธารณะมาหา บอกว่าให้ทำตามแผนเดิม ผมเลยบอกให้เดินห้างต่อ น่าจะไม่เป็นไรมั้งครับ"
นายกตำบลก็ไม่รู้จะทำยังไง
ตำบลจนกรอบ ไม่มีงบซื้อโทรศัพท์มือถือ
ถ้าอวี๋หยางไม่มีโทรศัพท์กระติกน้ำ ก็คงติดต่อกันไม่ได้
แต่รองนายกกับหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมฯ รวมถึงตัวเขาเอง อยู่ในบัญชีดำของสำนักส่งเสริมการลงทุนเหลียวเฉิงมานานแล้ว
สองคนนั้นคงไม่ซื่อบื้อนอนรอให้จับที่เดิมหรอก คงเปลี่ยนที่นอนไปเรื่อยๆ
น่าจะปลอดภัย
นายกตำบลปลอบใจตัวเอง "ช่างเถอะ แล้วแต่บุญแต่กรรม"
อวี๋หยางคิดดู "เถ้าแก่โรงงานแก้วกับโรงงานพลาสติกมีคนรู้จักที่เหลียวเฉิง เดี๋ยวให้เขาลองตามหารถจี๊ปดู เผื่อจะส่งข่าวเตือนภัยได้"
"ก็ดี"
ขณะเดียวกัน
รถพ่วงห้าคันที่ทยอยมาถึงจุด 385 ก็เริ่มขนถ่ายสินค้า
ชิ้นส่วนเครื่องจักรหนักอึ้ง ถูกยกข้ามราวเหล็ก แล้วถูกชาวบ้านและพ่อค้าผักที่มารอรับ ขนย้ายเหมือนมดงานไปยังไซโลเก็บเมล็ดพันธุ์สือหลี่อิ๋ง
ภาพนี้เหมือนตอนเกณฑ์คนขุดคลองสมัยนารวม ไม่มีผิดเพี้ยน พลังมวลชนยิ่งใหญ่จริงๆ
ไม่ถึงชั่วโมง รถพ่วงห้าคันกับ AMG ก็ลงไปอยู่บนถนนใหญ่ข้างล่างเรียบร้อย
อวี๋หยางเห็นงานเสร็จ ก็ถอนหายใจ "ถึงไอ้ลอดใต้สะพานจะทำเราลำบาก แต่มีทางด่วนก็ดีกว่าไม่มี"
นายกตำบลเห็นด้วย "ติดแค่พ่อค้าผักขึ้นลงลำบาก เดี๋ยวอาหาคนมาถมดินทำทางลาด แล้วรื้อราวกั้นออก ให้รถขึ้นลงได้สะดวก"
"???"
อวี๋หยางอึ้ง
นี่กะจะทำทางด่วนส่วนตัวให้สือหลี่อิ๋งเลยเหรอ?
แถมฟรีอีกต่างหาก?
นายกตำบลเห็นสายตาเด็กหนุ่ม ก็ยืดอกภูมิใจ
เป็นเมื่อก่อนคงไม่กล้า
แต่ครั้งนี้ได้เปิดโลกทัศน์
และบรรลุธรรม
เป็นผู้บริหาร ถ้ามัวแต่กลัวหัวหด ก็หาทางออกไม่เจอ
ต้องกล้าได้กล้าเสีย ใจถึงพึ่งได้
ที่นี่มันซานตงตะวันตก มันสือหลี่อิ๋ง
คนจนตรอกไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไม่เกณฑ์ชาวบ้านไปปิดถนนเก็บค่าผ่านทาง ก็ถือว่าไว้หน้ากรมทางหลวงมากแล้ว
นายกคิดได้ดังนั้น ก็รู้สึกเหมือนปลดล็อคสกิลทองคำ
"เออ เอาตามนี้แหละ ถมทางขึ้นลง ทั้งตำบลใช้ฟรี!"
"..."
นายกสั่งมาขนาดนี้ อวี๋หยางจะพูดอะไรได้
ยังไงมันก็ดีต่อเรา
แถมถ้าเรื่องแดงขึ้นมา ต่อให้มีคนติดคุก ก็ไม่ใช่เรา
"ปัญหาคือ ขึ้นไปแล้ว พอถึงที่หมาย จะลงยังไง"
"ใกล้ถึงก็จอดขนของลง แล้วรื้อราวกั้นกลางถนน กลับรถขับกลับมา จบ"
"ท่านผู้นำสุดยอด!"
ถ้ายุคนี้มีคำว่า 666 อวี๋หยางคงตะโกนจนคอแตก
ดูสิ นี่แหละผู้นำที่มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเกิดตัวจริง!
...
สายวันรุ่งขึ้น
รองนายกกับหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมฯ ก็กลับมาอย่างปลอดภัย
ปิดจ็อบภารกิจดึงดูดการลงทุนอย่างสมบูรณ์แบบ
เที่ยง
งานเลี้ยงฉลองจัดขึ้นที่ร้านอาหารตึกหัวมุม
ชื่อตึกหัวมุม มาจากหัวโค้งของถนนใหญ่
และหัวโค้งนี้ ก็เกิดจากทะเลสาบผิงตง
ตอนสร้างถนน เบื้องบนกะจะตัดผ่ากลางมณฑลซานตง
แต่พอมาถึงอำเภอผิงตง จะลากยาวไปตะวันตก ดันเจอทะเลสาบผิงตงขวาง
ทะเลสาบผิงตงเป็นแก้มลิงของแม่น้ำเหลือง พื้นที่กว้างกว่าแปดร้อยลี้เหลียงซานในตำนาน ปาเข้าไป 1,200 กว่าลี้
สร้างสะพานข้ามไม่ไหว เลยต้องเลาะชายฝั่งด้านใต้ อ้อมไปทางอำเภอเหลียงซาน แล้วค่อยวกกลับมาตะวันตก เหมือนตัวยูคว่ำ
เลยเกิดเป็นหัวโค้งนี้ขึ้นมา
ดังนั้น นั่งอยู่ชั้นสองร้านอาหารตึกหัวมุม จะมองเห็นทะเลสาบผิงตงที่ระยิบระยับ
เสียดายที่น้ำในทะเลสาบ ขึ้นอยู่กับน้ำในแม่น้ำเหลือง
น้ำมาก อย่างเช่นกลางปีนี้ที่น้ำท่วมใหญ่ สือหลี่อิ๋งจมมิด
น้ำน้อย อย่างเช่นห้าปีก่อนที่แล้งจัด พื้นที่สือหลี่อิ๋งงอกเพิ่มมาห้าเท่า ได้ที่นาหมื่นกว่าไร่ จนสือหลี่อิ๋งต้องเปิดศึกแย่งที่นากับตำบลเสี่ยวหูทางตะวันออก
ผู้บริหารชุดปัจจุบันของสือหลี่อิ๋ง ก็เข้ามารับตำแหน่งหลังเหตุการณ์นั้น
เพราะนั่นไม่ใช่แค่การชกต่อยธรรมดา
"เสี่ยวอวี๋ มา ดื่ม!" หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมฯ ยิ้มแก้มปริ หุบยิ้มไม่ได้
"ต้องดื่มครับ เป็นเพราะท่านผู้นำนำทัพได้เยี่ยมยอด"
"พูดไปนั่น... บ่ายนี้อาจะเข้าอำเภอ ไปจัดการเรื่องใบอนุญาตของซานหยวนการเกษตรให้"
"ขอบคุณครับท่าน!"
งานสำเร็จ ก็ต้องไปรายงานผลงานที่อำเภอ
มีผลงาน จะขออะไรเบื้องบนก็อนุมัติง่าย
สรุปว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย
แม้แต่เลขาฯ พรรคประจำตำบลที่ไปดึงดูดการลงทุนอีกที่หนึ่ง ก็โทรมาแสดงความยินดี
"ทำได้สวย!"
...
หลังมื้ออาหาร
อวี๋หยางแวะไปที่ไซโลเก็บเมล็ดพันธุ์
โรงงานแก้วได้ห้องพักโซนตะวันออกเฉียงใต้ 50 ห้อง พอดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จ ตรงนี้จะเป็นที่ตั้งโรงงานแก้ว
แถมตำบลยังหาออเดอร์แก้วน้ำมาป้อนให้พอหอมปากหอมคอ
ส่วนพวกพี่บึ้ก พักอยู่โซนตะวันออก 100 ห้อง ห่างจากบ้านตึกฝรั่งแค่ 500 เมตร ปีนกำแพงออกมาคงไม่ถึง 300 เมตร
ส่วนโรงงานพลาสติก เพราะยังไม่มีแม่พิมพ์กล่องต้นอ่อน ออเดอร์จากเหลียวเฉิงกับจี่หนานก็ทิ้งไปแล้ว จะผลิตถ้วยบะหมี่กับกล่องข้าวก็ขายยาก
เครื่องจักรเลยเอาไปฝากไว้ที่สถานีเกษตร ให้ช่างบำรุงรักษาไปพลางๆ
รอแม่พิมพ์มา ค่อยย้ายไปที่ลานจอดรถหมู่บ้านตระกูลอวี๋ หาห้องว่างเปิดสายการผลิต
จริงๆ แล้ว พนักงานทั้งสองโรงงาน ส่วนใหญ่ไม่อยากมาอยู่สือหลี่อิ๋งที่กันดาร
แต่กลับไปก็ตกงาน เลยต้องจำใจอยู่
อวี๋หยางดูสถานการณ์เสร็จ ก็กลับบ้านตึกฝรั่ง
ยังไม่ทันเข้าบ้าน เงยหน้าขึ้นไปเห็นปู่ทวดอดีตเลขาฯ กำลังลูบคลำโลโก้ดาวสามแฉกบนฝากระโปรง AMG เบนซ์หน้าโลงอย่างหลงใหล
"รถดี รถแรง"
"ปู่รู้ไหมรถอะไร"
"รู้สิ" ปู่ทวดชี้ไปที่ 'รถบรรทุกหนักเป่ยเปิ่น' (Beiben Truck) ที่หน้าตาเหมือนสไตเออร์ไกลๆ "ดูสิ โลโก้เหมือนกันเด๊ะ เบนซ์!"
อวี๋หยางกระพริบตาปริบๆ "ยี่ห้อเดียวกันจริงๆ ด้วย"
"ผู้ใหญ่ รถคันนี้ขนของได้ไหม" ปู่ทวดตาฝาดอีกแล้ว
อวี๋หยางยื่นบุหรี่ให้ ตะโกนตอบ "ได้สิปู่ พ่วงกระบะก็วิ่งฉิว ไม่ใช่แค่นั้น ไถนาให้ปู่ยังได้เลย"
"รถดี รถดี!"
"ไปปู่ เดี๋ยวพาไปซิ่งบนทางด่วน"
"ไม่เอาๆ แก่แล้ว กลัวเยี่ยวราด"
"ไม่เป็นไรหรอก... เฮ้ยๆ ผมให้ปู่นั่ง ไม่ได้ให้ขับ... เชี่ย ดริฟท์เป็นด้วยเรอะ?!"
...
หมู่บ้านตระกูลอวี๋
สามวันผ่านไป โรงเรือนโครงเหล็ก 5 หลัง เชื่อมเสร็จแล้ว คลุมพลาสติกเรียบร้อย
เตียงเตายักษ์อีก 2 หลังที่เพิ่มมา ก็ยังก่อสร้างอยู่
รวมถึงลานจอดรถที่ดัดแปลงจากแปลงทดลอง และบ้านพักรอบๆ ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน
อวี๋หยางเดินตรวจงานเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตอนเริ่มสร้างตัว เป็นผู้รับเหมาหนุ่มไฟแรง
ตอนนั้นเอง อาหกวิ่งกระหืดกระหอบตามมา
"ซานหยวน เดี๋ยว"
"มีอะไรครับ"
"ที่อาเคยบอกว่าคนฝั่งคุ้มหนึ่งอยากดัดแปลงเตียงเตา เอาของมาให้อาเยอะแยะ แต่เอ็งเงียบไปเลย"
"อ้อ โทษที ยุ่งจนลืม"
อวี๋หยางรีบจัดคนไปบริการถึงที่
อาหกควักเงินปึกใหญ่ออกมา "67 ราย รายละ 1,500 รวม 1 แสนกับอีก 500"
"เข้าบัญชีไว้ เดี๋ยวเงินพร้อมค่อยโอนไปจ่ายค่ารถที่เหลียวเฉิง 5 แสน"
"ได้เลย"
อวี๋หยางลาอาหก กลับเข้าบ้านตึกฝรั่ง
เพิ่งเล่นเกมสโนว์แมนไปตาเดียว ข้อความโปร่งแสงก็เด้งขึ้นมาในสายตา
[คุณยึดครองพื้นที่ปัจจุบัน (หมู่บ้านตระกูลอวี๋) เกินครึ่งหนึ่งของบ้านพัก/ที่ดิน] [เงื่อนไขครบถ้วน เปิดโหมดมหาศึกชิงแผ่นดิน!]
วินาทีถัดมา
ภาพในสายตาอวี๋หยางเปลี่ยนเป็นฉากสนามรบโบราณ สองข้างมีลิ่วล้อโบกธงเชียร์
"ลุย!"
"ฆ่ามัน!"
"ปล้น!"
สิ้นเสียงตะโกน ฉากตัดกลับมาเป็นภาพ 3D มุมสูงของหมู่บ้านตระกูลอวี๋
จากนั้น สัญลักษณ์ดาบไขว้สีแดง ก็ประทับลงบนบ้านปู่ทวด
[ยึดครองพื้นที่นี้ เพื่อรับศูนย์กลางหมู่บ้านของพื้นที่ปัจจุบัน (หมู่บ้านตระกูลอวี๋)]
อวี๋หยางอึ้ง
เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่ายึดบ้านผู้ใหญ่บ้านจะได้ศูนย์กลางเมือง
แต่จับผู้ใหญ่บ้านห้อยหัวตีก็แล้ว สร้างเตียงเตาในบ้านเก่าผู้ใหญ่บ้านก็แล้ว ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
พอยึดบ้านตึกฝรั่ง ยิ่งเงียบกริบ
ที่ไหนได้ ปู่ทวดที่เก็บตัวเงียบๆ ต่างหาก คือบอสใหญ่ของหมู่บ้าน
ปัญหาคือ ปู่ทวดมีปืน
อวี๋หยางคิดหนัก จู่ๆ ก็ปิ๊งไอเดีย
เขาลุกขึ้นแหกปากร้องไห้โฮวิ่งลงไปข้างล่าง
"ฮือๆๆ เบนซ์หน้าโลงสองล้านสองของผม ปู่เอาไปขูดเป็นรอยหมดแล้ว!"
"โอ๊ย ปวดใจเหลือเกิน!"
[จบแล้ว]