- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 25 - เราลืมอะไรไปหรือเปล่า
บทที่ 25 - เราลืมอะไรไปหรือเปล่า
บทที่ 25 - เราลืมอะไรไปหรือเปล่า
บทที่ 25 - เราลืมอะไรไปหรือเปล่า
บ่ายสามโมง
รถพ่วงห้าคันจากฉวนปู้ เดินทางมาถึงเหลียวเฉิง
ตอนนี้หน้าโรงงานแก้วยังมีคนมุงเต็มไปหมด
พวกเขาคือคนตกงานที่แห่กันมาสมัครงานหลังจากได้ข่าวว่าโรงงานจะขยายกำลังการผลิต
แน่นอน พวกเขาไม่ได้มาจากโรงงานแก้วที่เดียว แต่ปี 98 เป็นปีที่คนตกงานกันระนาว
"ผู้จัดการ ผมคุมเตาหลอมเป็น!"
"ดูทางนี้ ผมแรงเยอะ!"
"300 ผมขอเดือนละ 300 งานหนักก็ไม่เกี่ยง!"
ปี๊น~ ปี๊น...
เสียงแตรลมสไตเออร์ดังสนั่นกลบเสียงอื้ออึง
ทุกคนหันไปมอง เห็นรถพ่วงคันยักษ์ห้าคัน ก็ยิ่งตื่นเต้น
ชูป้ายไม้เขียนตัวหนังสือสีแดงบอกความสามารถของตัวเอง
ตะโกนโหวกเหวกหวังให้คนรับสมัครงานเห็นใจ
อวี๋หยางกลับมาจากกินเลี้ยง เห็นรถพ่วงมาถึงแล้ว แต่ไม่ได้เข้าไปทัก
เขาโทรหาเถ้าแก่เยว่ เจ้าของรถพ่วงฉวนปู้
ให้บอกคนขับรถว่าให้ขับเข้าไปจอดที่โรงงานพลาสติกข้างๆ เลย
คุยเสร็จ เดินผ่านทางแยก พี่รองก็โผล่พรวดออกมา ทำเอาพี่ใหญ่สะดุ้งโหยง
"ลูกพี่ใหญ่ พวกเรามาแล้ว"
อวี๋หยางมองซ้ายมองขวา ในฝูงชนที่มาสมัครงาน มีพวกพี่บึ้กปะปนอยู่เพียบ วงนอกยังมีหน้าคุ้นๆ
ทั้งช่างซ่อมเครื่องจากสถานีเกษตร เถ้าแก่ร้านซ่อมรถในตำบล ไอ้ดำคนขับรถตักจากโรงงานถ่าน...
อวี๋หยางส่งซิกให้พี่ใหญ่ "ไปช่วยโรงงานแก้วรับสมัครงาน รับคนของเราเข้าไปให้หมด"
"ได้ครับ... แต่คนมุงเยอะขนาดนี้ อาจจะมีคนของเทศบาลมาซุ่มดู เราขนของขึ้นรถแล้วจะออกไปทางไหน"
"ทุบกำแพงกั้นระหว่างโรงงานแก้วกับโรงงานพลาสติก ออกทางประตูโรงงานพลาสติก ไม่งั้นฉันจะซื้อโรงงานพลาสติก แล้วให้รถไปจอดรอที่นั่นทำไม"
"เข้าใจแล้ว นั่นคือรถขนของโรงงานพลาสติก"
พี่ใหญ่รับคำสั่งแล้ววิ่งไปจัดการ
อวี๋หยางพาพี่รองเข้าโรงงานแก้วทางประตูข้าง
นายกตำบลรออยู่นานแล้ว สีหน้ากระวนกระวาย
ก็เล่นใหญ่ขนาดนี้
ขุดรากถอนโคนโรงงานแก้ว แถมยังกู้เงินท้องถิ่นมาอีก 5 แสน
แล้วเอา 5 แสนนั้น บวกเงินอีกนิดหน่อย ไปซื้อโรงงานพลาสติกอีกแห่ง...
ถ้าเทศบาลเหลียวเฉิงรู้เรื่อง คงกระทืบเขาจนไส้แตก
นายกถามเสียงสั่น "เป็นไงบ้าง"
อวี๋หยางทำมือโอเค "ราบรื่นดี แถมเงินกู้ 5 แสน กับเงินผมอีก 2 แสน 3 หมื่น ก็ยังไม่ได้ใช้"
"หมายความว่าไง"
"เถ้าแก่โรงงานพลาสติกจะผันตัวมาค้าต้นอ่อน เลยเอาโรงงานพลาสติกมามัดจำ รอค่าของครบ 6 แสน 5 ค่อยโอนกรรมสิทธิ์"
นายกตำบลฟังแล้วเข้าใจทันที มือที่จุดบุหรี่สั่นระริก "แสดงว่าเราไม่เพียงได้โรงงานพลาสติกฟรี แต่ยังหอบเงินกู้ 5 แสนกลับไปได้ด้วย?"
"อืม"
"โรงงานพลาสติกหนึ่งแห่ง โรงงานแก้วหนึ่งแห่ง แถมเงินอีก 5 แสน..."
อวี๋หยางพยักหน้า "ถูกต้อง"
นายกสูบบุหรี่ เสียงสั่นเครือ "เราจะกลับกันได้ไหมเนี่ย"
"ได้สิครับ วางใจเถอะ"
"อาหมายถึง เราจะโดนสกัดกลางทางไหม"
"ไม่โดน เส้นทางขากลับผมเช็คตอนรถพ่วงมาแล้ว เรามุ่งหน้าตะวันออกไปจี่หนาน แล้วขึ้นทางด่วนลงใต้ ไปจอดที่จุด 385 ขนลงจากทางด่วนเลย"
"ถึงจะอ้อมหน่อย แต่เร็วชัวร์"
นายกตำบลเหมือนได้ยาหอม แต่กลับมือสั่นยิ่งกว่าเดิม
ไม่มีอะไรมาก มันตื่นเต้น!
...
ตรงข้ามโรงงานแก้ว
ริมถนน
เจ้าหน้าที่สามคนจากสำนักส่งเสริมการลงทุนเมืองเหลียวเฉิง แกล้งทำเป็นคนตกงาน นั่งยองๆ สูบบุหรี่อยู่ริมฟุตหยวน คอยชำเลืองมองโรงงานแก้วเป็นระยะ
ถึงโรงงานแก้วจะได้ออเดอร์ใหญ่ เงินกู้เข้าแล้ว เริ่มรับคนงาน ขยายการผลิต แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งต้องจับตาดู
ขืนโดนพวกต่างถิ่นคาบไปกิน มีหวังขาดทุนยับ
ดังนั้น ไม่ใช่แค่หน้าประตู แม้แต่กำแพงริมถนน ก็มีคนเฝ้า
"รวยชิบเป๋ง เครื่อง V12 7.0 ลิตร เปิดฝากระโปรงมาคงเรียงกันเป็นตับเหมือนซี่โครงหมู"
"เป็นไปได้ เมื่อก่อนเคยเห็นเครื่อง V6 ของออดี้ ก็เท่ระเบิดแล้ว"
"เฮ้อ เมื่อไหร่เราจะรวยบ้างนะ"
"อย่าเพิ่งเพ้อ รอให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการเต็มตัวก่อนเถอะ"
ตอนนั้นเอง
"หัวหน้า ดูฝั่งตรงข้าม รถพ่วงห้าคัน"
"ไป ไปถามดู"
แต่ยังไม่ทันลุก รถพ่วงทั้งห้าคันก็เลี้ยวเข้าโรงงานพลาสติกข้างๆ ไปทีละคัน
เจ้าหน้าที่มองหน้ากัน แล้วก็นั่งลงคุยกันต่อ
ธุรกิจโรงงานพลาสติกผูกติดอยู่กับเหลียวเฉิงและจี่หนาน
ถ้าพวกบ้านนอกมาจีบ โรงงานนี้ไม่ไปหรอก
หนึ่งคือไม่มีเส้นสายท้องถิ่น หาวัตถุดิบยาก
สองคือพื้นที่ยากจนกำลังซื้อต่ำ ขายถ้วยบะหมี่กล่องข้าวไม่ออก
ส่วนพวกเมืองใหญ่ ก็ไม่แลโรงงานพลาสติกเล็กๆ แบบนี้ เขาจ้องแต่โรงงานใหญ่
ดังนั้น โรงงานพลาสติกปลอดภัยหายห่วง
...
ดึกสงัด
กำแพงอิฐระหว่างโรงงานแก้วกับโรงงานพลาสติกถูกทุบทิ้งจนเตียนโล่ง
อวี๋หยางนำรถพ่วงคันหนึ่งเข้ามาในโรงงานพลาสติก พี่บึ้กกรูกันเข้าไปในเวิร์กช็อป ยกเครื่องจักรเจ็ดแปดเครื่องโยนขึ้นรถ ตามด้วยเม็ดพลาสติก ตัวเร่งปฏิกิริยา น้ำมันหล่อลื่น...
พอขนเสร็จ คนงานที่พักในโรงงานก็ยังเงียบกริบ
อวี๋หยางไปเคาะประตูหอพัก หัวหน้างานที่กินข้าวด้วยกันเมื่อกลางวันเปิดประตูออกมางงๆ
"เถ้าแก่... อวี๋ มีอะไรหรือครับ"
"มีข่าวดีจะบอก"
"อะไรครับ"
"ขึ้นเงินเดือน!"
"เอ่อ..."
"แล้วก็มีข่าวร้าย"
"หือ?"
"โรงงานเราย้ายแล้ว"
"ห๊า?"
"รีบขึ้นรถ ไปถึงโรงงานใหม่ จะขยายการผลิต เดี๋ยวเลื่อนตำแหน่งให้ด้วย"
"ครับ!"
ทันใดนั้น
รถพ่วงที่บรรทุกเครื่องจักรโรงงานแก้ว ก็ทะยอยขับผ่านช่องกำแพงที่ทุบ เข้ามาในโรงงานพลาสติก
เพียงแต่ดับไฟหน้าหมด และมีพี่บึ้กช่วยเข็นหน้าเข็นหลัง
ท้ายขบวนรถ มีพนักงานโรงงานแก้วเดินตามมาเป็นพรวน
รวมถึงพนักงานเก่าที่เพิ่งรับเข้ามาวันนี้ด้วย
หัวหน้างานโรงงานพลาสติกพาคนงานเก็บข้าวของออกมา เห็นภาพนี้ "คุณซื้อโรงงานแก้วด้วยเหรอครับ"
"ใช่ จะได้โตไวๆ ยิ่งใหญ่อลังการ... ชู่ว อย่าเสียงดัง เดี๋ยวชาวบ้านตื่น"
"ครับ!"
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
จัดขบวนรถเสร็จ รถพ่วงห้าคันก็ทะยอยออกจากโรงงานพลาสติก
เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าโรงงานแก้ว แค่ปรายตามองมาแวบเดียว
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา
AMG เบนซ์หน้าโลงที่จำนำไว้กับโรงงานแก้ว ก็ขับออกมาจากโรงงานแก้วอย่างสง่าผ่าเผย
นายกตำบลตื่นเต้นมาก แต่มือเท้านิ่งกริบ
อวี๋หยางอยากจะปลอบใจหัวหน้า แต่พบว่าตัวเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
"เสี่ยวอวี๋ ทำไมเราไม่ออกทางโรงงานพลาสติก"
"รถมันเข้ามาทางโรงงานแก้ว ถ้าออกทางนู้น เดี๋ยวความแตก"
"เฮ้อ เหงื่อออกมือจนชุ่มไปหมดแล้ว"
"เช็ดกับกางเกงสิครับ อย่าให้ลื่น"
อวี๋หยางก็จนปัญญา
รถพ่วงห้าคันเต็มเอียด ยัดรถคันนี้เข้าไปไม่ได้
ขืนทิ้ง AMG ไว้ ก็เท่ากับเจ๊งยับ
เลยต้องเสี่ยงขับออกมา
โชคดีที่เจ้าหน้าที่เห็น AMG นอกจากไม่ขวาง ยังรีบหลบทางให้
นายกตำบลเห็นทางสะดวก ก็เหยียบคันเร่งส่ง
วินาทีถัดมา
เครื่องยนต์ 7.0 ลิตร คำรามลั่น พ่นไอความร้อนออกทางท่อไอเสียคู่
บรื้น~~~
เสียงดังสนั่นเหมือนรถ F1
เจ้าหน้าที่ที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ ชะโงกหน้ามองตามท้ายรถที่หายวับไป "ถุย... ไอ้พวกเศรษฐี!"
นายกตำบลนั่งอยู่ในรถ ไม่รู้สึกว่าเสียงดังเท่าไหร่ รู้สึกแค่หลังติดเบาะ
"รถคันนี้แรงชะมัด"
"เบาๆ หน่อยครับ เอาชัวร์ไว้ก่อน"
"เอ้อ เสี่ยวอวี๋ เราลืมอะไรไปหรือเปล่า"
อวี๋หยางคิดดูดีๆ "เงินกู้อยู่ในกระเป๋าผม ของที่ขนได้ก็ขนมาหมดแล้ว ที่ขนไม่ได้ก็เหลือแต่ตึก ไม่น่าลืมอะไรนะ"
"สงสัยอาคิดมากไปเอง"
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
รถจี๊ปปักกิ่ง 212 เก่าคร่ำครึคันหนึ่ง หนีตายสุดชีวิต โดยมีรถซานตาน่าไล่กวดมาติดๆ สามคัน
ท่ามกลางลมเหนือที่พัดกรรโชก แว่วเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุนสือหลี่อิ๋ง
"เชี่ยเอ้ย ไล่มาถึงฝั่งเหนือแม่น้ำเหลืองแล้ว นี่ไปโกรธแค้นอะไรกันนักหนาวะ!"
[จบแล้ว]