เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - ศูนย์กลางหมู่บ้านและธนาคารมาเยือน

บทที่ 27 - ศูนย์กลางหมู่บ้านและธนาคารมาเยือน

บทที่ 27 - ศูนย์กลางหมู่บ้านและธนาคารมาเยือน


บทที่ 27 - ศูนย์กลางหมู่บ้านและธนาคารมาเยือน

หมู่บ้านตระกูลอวี๋

ในตรอกเล็กๆ ทางทิศตะวันตก

ปู่ทวดที่เพิ่งได้ลองซิ่งเบนซ์หน้าโลงจนหมดตัว มือสั่นเทาเก็บข้าวของส่วนตัว แล้วก็โดนไล่ออกจากบ้าน

"สังคมเสื่อมทราม!"

"สังคมเสื่อมทราม จิตใจคนตกต่ำจริงๆ!"

ในลานบ้าน

อวี๋หยางนั่งวางก้ามเป็นประธานในห้องโถงบ้านใหม่ ขนาบข้างด้วยพี่ใหญ่พี่รอง

[คุณยึดครองพื้นที่นี้ ได้รับศูนย์กลางหมู่บ้าน]

วินาทีถัดมา

หน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นในสายตา

ด้านซ้ายเป็นภาพ 3D มุมสูง ด้านขวาเป็นไอคอนต่างๆ

ภาพมุมสูงแสดงพื้นที่หมู่บ้านตระกูลอวี๋ทั้งหมด รวมถึงทุ่งข้าวสาลี ถนนดิน ที่รกร้าง แต่บ้านและที่ดินทุกแปลงถูกตัดแบ่งเป็นช่องหกเหลี่ยม เหมือนมีตาข่ายคลุมอยู่

ในตาข่ายเหล่านี้

บางช่องเป็นสีน้ำเงินล้วน เช่น ที่รกร้าง แปลงทดลอง บ้านตึกฝรั่ง บ้านผู้ใหญ่บ้าน ลานบ้านตัวเอง บ้านอาหก บ้านปู่ทวด...

บางช่องเป็นสีแดงล้วน เช่น บ่อน้ำบาดาล ร้านขายของชำ บ้านชาวบ้านที่ยังไม่ดัดแปลงเตียงเตา ที่นาติดทางด่วน บ่อดินทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ...

บางช่องครึ่งน้ำเงินครึ่งแดง เช่น บ้านที่ดัดแปลงเตียงเตา และบ้านที่เช่ามาให้พ่อค้าผัก...

ดูเหมือนแผนที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

น้ำเงิน 51% แดง 49%

และ ณ ขณะนี้

ในภาพ 3D ที่ตำแหน่งบ้านปู่ทวด มีไอคอนบ้านไม้หลังใหญ่สไตล์โบราณปรากฏขึ้น

[ศูนย์กลางหมู่บ้าน ระดับ 1] [ปลดล็อค บ้านพัก กำแพง ประตู หอคอย โรงสี]

พร้อมคำอธิบาย ไอคอนด้านขวานอกจากคนงานและแปลงเกษตร ก็มีเพิ่มมาอีก 5 อัน

บ้านพัก : หาวัสดุเอง เพิ่มขีดจำกัดประชากร

กำแพง : หาวัสดุเอง ป้องกันการโจมตี

ประตู : หาวัสดุเอง ป้องกันการโจมตี

หอคอย : หาวัสดุเอง เพิ่มระยะมองเห็น

โรงสี : ผลิตอาหาร

"มิน่าถึงเรียกศูนย์กลางหมู่บ้าน"

"โคตรจะเรียบง่าย"

"ค่ายทหาร โรงตีเหล็ก ก็ไม่มี..."

อวี๋หยางมองหน้าจอ แล้วลองนึกถึงเงื่อนไขอัปเกรด

ทันใดนั้น

มุมมองภาพ 3D ก็ลอยสูงขึ้น แสดงพื้นที่ทั้งตำบลสือหลี่อิ๋ง หมู่บ้านตระกูลอวี๋เป็นสีน้ำเงิน ที่เหลือเป็นสีแดง

จากนั้น สัญลักษณ์ดาบไขว้สีแดง ก็ประทับลงที่ที่ทำการตำบล

พร้อมเสียงเชียร์ของลิ่วล้อข้างจอ

"ลุย!"

"ฆ่ามัน!"

"ปล้น!"

[ยึดครองพื้นที่นี้ ศูนย์กลางหมู่บ้านอัปเกรดเป็นระดับ 2] [ศูนย์กลางหมู่บ้านระดับ 2 จะปลดล็อค: ค่ายทหาร อู่ต่อเรือ โรงตีเหล็ก]

อวี๋หยางเข้าใจแล้ว

หมู่บ้าน -> ตำบล -> ...

เผลอๆ ต่อไปมันจะให้ไปยึดอำเภอผิงตง

แล้วก็เมืองไท่อัน มณฑลซานตง...

"ใช้ชีวิตสงบๆ ไม่ดีกว่าเหรอ"

อวี๋หยางไม่มีทางไปหาเรื่องนายกตำบล ยิ่งไม่กล้าไปแหย่นายอำเภอ

ส่วนสูงกว่านั้น...

แค่คิดก็สยองแล้ว!

ไม่งั้นดูพ่อเป็นตัวอย่างสิ

อวี๋หยางสลัดความคิดฟุ้งซ่าน หันมาดูสิ่งก่อสร้างใหม่

"สร้างบ้านพัก"

[กรุณาระบุจำนวนคนงาน]

"10 คน"

[กรุณาเลือกพื้นที่ก่อสร้าง]

อวี๋หยางลากแผนที่ เลือกพื้นที่ว่างในโรงเรือนพลาสติกทางทิศเหนือ

วินาทีถัดมา

พี่บึ้ก 10 คนขนวัสดุก่อสร้างจากไซต์งานลานจอดรถ เดินเข้าไปในโรงเรือน แล้วเริ่มตอกๆ ทุบๆ

ลงเสา ขึ้นโครง ก่ออิฐ มุงหลังคา

กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วเหมือนปลูกต้นอ่อน เห็นผลทันตา

ดูเวลา เริ่มสี่โมงเย็น ไม่ถึงเที่ยงคืนก็เสร็จ

[คุณสร้างบ้านพัก 1 หลัง ขีดจำกัดประชากร +1] คนงาน: 156/156 โดย 67 คนกำลังเดินทางมา

อวี๋หยางข้ามคำแจ้งเตือน มาดูบ้านพัก

นี่คือบ้านอิฐหลังใหญ่สไตล์โบราณ ถึงจะใช้อิฐแดงที่หามาเอง แต่ฉาบปูนข้างนอกจนดูเหมือนอิฐสีเทา

การจัดวางห้องไม่ใช่แบบเปิดประตูมาเจอเตียง

แต่เป็นห้องโถงใหญ่สองห้อง มีห้องปีกซ้ายขวา ข้างหลังมีห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก ห้องครัว

กว้างขวางสว่างไสว พื้นที่รวม 120 ตารางเมตร

ถ้ามีห้องน้ำ ก็หรูพอๆ กับคอนโดในเมืองเลย

แน่นอน บ้านพักแบบนี้น่าอยู่กว่าบ้านชั้นเดียวเยอะ

เราสั่งหยุดงานก่อสร้างรอบลานจอดรถ แล้วเปลี่ยนมาสร้างแบบนี้ให้หมดเลยก็ได้

ติดที่ว่า ต้นอ่อนใช้พลาสติกคลุมบังตาตอนโตได้ แต่บ้านจะบังยังไง

คลุมพลาสติกยักษ์?

พอสร้างเสร็จ ดึงพลาสติกออก แล้วบอกชาวบ้านที่ยืนงงว่า: ปลูกถั่ว งอกเป็นบ้าน เซอร์ไพรส์ไหมจ๊ะ?

"ขืนทำแบบนั้น คนทั้งตำบลคงบ้าตาย"

อวี๋หยางพักเรื่องบ้านไว้ก่อน หันมาดูกำแพง

ยูนิตนี้ปรับความยาวความสูงได้ ถึงจะมีขีดจำกัด แต่ก็เอามาล้อมลานจอดรถได้

บวกกับประตู หอคอย และภาพมุมสูงในหัว ก็กันขโมยได้ชะงัดนัก

ส่วนอันสุดท้าย โรงสี...

ยุคอุตสาหกรรมแล้ว ใครเขาใช้ไอ้นี่สีข้าวกัน

อวี๋หยางศึกษาฟังก์ชันใหม่เสร็จ ก็ลงไปที่ไซต์งานลานจอดรถ

ไปขอแบบแปลนที่ตัวเองวาดมาจากหัวหน้าช่าง ยกเลิกแผนเดิม แล้วอ้างอิงภาพ 3D ในหัว วางแนวกำแพงใหม่ แล้วลอกลงกระดาษ

ง่ายกว่านั่งคำนวณในอีกมิติหนึ่งเยอะ

จากนั้นสั่งให้คนไปซื้อตาข่ายพลาสติก พรุ่งนี้เอามาคลุมฐานรากบ้านทั้งหมด

ในเมื่อต้นอ่อนต้องมีพี่บึ้กดูแลถึงจะโตไว

บ้านพัก กำแพง ประตู ก็คงต้องให้พี่บึ้กสร้างถึงจะเสร็จไวเหมือนกัน

แบบนี้ วันนี้ลงเสาเข็ม พรุ่งนี้ทำฐานราก มะรืนก่อผนัง วันต่อมาขึ้นคาน วันที่ห้ามุงหลังคา วันที่หกฉาบปูน ก็ดูสมเหตุสมผลแล้ว

...

วันรุ่งขึ้น

ปู่ทวดดูจะหลงรัก AMG เบนซ์หน้าโลงเข้าเส้น

ฟ้ายังไม่สาง ก็ลากเก้าอี้พับมานั่งเฝ้ารถในลานบ้าน ตาไม่กระพริบ

อวี๋หยางรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำกับแกเมื่อวาน เลยแบ่งแป้งทอดให้ชิ้นหนึ่ง แถมซุปแพะให้อีกชาม

ปู่ทวดซดโฮกเดียว ปากมันแผล็บ เคี้ยวแจ๊บๆ วิจารณ์ว่า "เนื้อเยอะดี แต่รสชาติไม่ใช่ของหาญไก ไม่ต้นตำรับ"

"แหม กินฟรีแล้วยังจะบ่น เอาคืนมาเลย" อวี๋หยางแย่งแป้งทอดคืน เดินกินไปทางประตูรั้ว

ตอนนั้นเอง เสียงหลิวต้านียน ผู้จัดการธนาคารสาขาอำเภอ ก็ดังมาจากหน้าบ้าน

"ผู้ใหญ่บ้านอยู่ไหม"

"อยู่ครับ!"

"สหายอวี๋? ทำไมมาอยู่นี่ ผมมาหาผู้ใหญ่บ้าน"

"หาผมทำไมครับ"

"..."

ครู่ต่อมา

ห้องรับแขกชั้นล่างบ้านตึกฝรั่ง

อวี๋หยางถือแก้วเก็บความร้อนใบใหม่ของผู้ใหญ่บ้าน ชงชาทิกวนยินของผู้ใหญ่บ้าน นั่งเก้าอี้ไท่ซือของผู้ใหญ่บ้าน หมุนลูกบอลบริหารมือของผู้ใหญ่บ้าน มองหน้าหุ้นส่วนของผู้ใหญ่บ้าน

"ผู้จัดการหลิว ลมอะไรหอบมาครับ"

...

เดิมทีหลิวต้านียนไม่รีบขายโรงอิฐ

เพราะธนาคารก็มีธุรกิจลงทุน

เช่น ให้คนของธนาคารเข้าบริหารโรงอิฐ แล้วเอาโรงอิฐไปจำนองกู้เงินจากธนาคารเพื่อการก่อสร้าง (CCB)

แล้วเอาเงินก้อนนั้นมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูง แบบนี้ไม่กินโควตาสินเชื่อประจำปี แถมยังกินส่วนต่างดอกเบี้ยได้อีก

ดังนั้น ต่อให้ใกล้สิ้นปี จะสำนักงานใหญ่หรือสาขาย่อย ก็ไม่มีใครร้อนใจ

แต่ใครจะไปคิด

หลังพายุหิมะ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เมื่อวานคนดูแลโรงอิฐของธนาคาร พาคณะตรวจสอบสินเชื่อจาก CCB ไปดูโรงอิฐ

เตาเผาอุโมงค์ผลิตอิฐแดงวันละ 6 หมื่นก้อน ยอดขายปีละ 2 ล้าน กำไร 20% เท่ากับ 4 แสน

ถ้าจำนอง ต่อให้เตาพัง ก็น่าจะได้สัก 5 แสน

ที่ไหนได้ CCB อยากรู้ว่าโรงอิฐที่ดับไปนานซ่อมเสร็จจริงไหม เลยจ้างช่างเก่าที่เคยซ่อมโรงอิฐให้อวี๋เจี้ยนจวินมาดู

ตอนแรกช่างก็มั่นใจว่าไม่มีปัญหา แค่อุดรอยรั่วก็จุดไฟได้

แต่ตอนจะกลับ ช่างคนหนึ่งปวดฉี่ เลยไปฉี่ใส่เตาเผา แล้วเรื่องก็เกิด

'ปีหน้าฝนตกหนัก ถ้าน้ำซึมลงไปฐานรากแบบนี้ ฐานรากอาจทรุด เตาอาจร้าว...'

หลิวต้านียนรู้สึกเหมือนเสียงช่างยังก้องอยู่ในหู

"สหายอวี๋ ใกล้สิ้นปีแล้ว ธนาคารก็ลำบาก ที่ยึดโรงอิฐไปวันก่อนก็แค่ทำตามหน้าที่ ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว ผมว่าจะคืนโรงอิฐให้คุณ โรงอิฐมูลค่าเป็นล้าน เอามาขัดดอกแค่ 2 แสน คุณเสียเปรียบแย่"

"ท่านครับ สือหลี่อิ๋งมีคำโบราณว่า ยอมเสียเปรียบคือพร เพื่อความเจริญของธนาคาร ของท้องถิ่น ของชาติ ผมยอมเสียเปรียบครับ"

"..."

"เพราะงั้น ท่านเก็บโรงอิฐไว้เถอะครับ ถือซะว่าเป็นคุณูปการเล็กๆ น้อยๆ จากตระกูลอวี๋ที่มีต่ออำเภอผิงตง"

"สหายอวี๋..."

"ท่านอย่าชมผมเลยครับ เดี๋ยวผมเหลิง"

"??!"

ใครเขาชมเอ็งฟะ?!

หลิวต้านียนมือสั่นจุดบุหรี่ไม่ติด

ทำไมถึงโกรธขนาดนี้...

เรื่องเริ่มเมื่อครึ่งเดือนก่อน

คืนนั้นผู้ใหญ่บ้านอวี๋หิ้วบุหรี่หรัวเซียมาหา บอกว่าถ้าธนาคารยึดโรงอิฐได้ จะขอซื้อต่อ 2 แสน 5

2 แสนปิดยอดกู้ 5 หมื่นแบ่งกัน

ลาภลอยชัดๆ ใครจะไม่เอา

ยิ่งวันต่อมาได้ยินว่าผู้ใหญ่บ้านโดนอวี๋หยางจับห้อยหัวตี ยิ่งเสียหน้า

เห็นชัดว่าผู้ใหญ่บ้านแค้นจัด เลยมาหาตอนดึก

หลิวต้านียนเลยรีบแก้สัญญา ยึดโรงอิฐมา

แต่วันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่บ้านที่บอกจะซื้อดันหายหัวไป

แล้ว CCB ก็มาตรวจเจอข้อบกพร่องร้ายแรง...

หลิวต้านียนเลยอดสงสัยไม่ได้ว่า อวี๋หยางกับผู้ใหญ่บ้านรวมหัวกันเล่นละครตบตา เพื่อฝังเขาลงหลุม

ที่สำคัญ เรื่องรู้ไปถึงสำนักงานใหญ่ คนนินทากันให้แซ่ด เขาเลยกลายเป็นตัวตลก

จะไม่ให้โกรธได้ไง?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - ศูนย์กลางหมู่บ้านและธนาคารมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว