เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อยากทำอะไรก็ทำ

อยากทำอะไรก็ทำ

อยากทำอะไรก็ทำ


“ไม่เอาน่า ปกติผมจะเป็นคนร้องไห้แล้วพี่กับยัยรินก็คอยปลอบไม่ใช่เหรอ ดูซิ ร้องไห้ตาแดงหมดแล้ว แถมจมูกยังมีน้ำมูกอีก เสียชื่อสองสาวงามแห่งโรงเรียนวีนัสหมด ฮ่าๆ...” ราฟพูดพลางเรียกผ้าเช็ดหน้าสองผืนจากแหวนมิติของเขาออกมาซับน้ำตาให้สองสาว

“ฮึ ก็น้องชายที่ฉันคิดว่าไร้พลังดันไปมีเรื่องกับตระกูลหลักอันดับหนึ่งนี่ จะไม่ให้พวกฉันเป็นห่วงได้ยังไง...แล้วนี่นายไปทำอะไรมาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” เลิฟที่พึ่งถูกซับน้ำตาถามเสียงสั่นเครือขณะคลายตัวจากอ้อมแขนจากน้องชายของเธอ

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก มันเป็นเพราะผมพึ่งค้นพบพลังเมื่อไม่นานมานี้ แต่กว่าจะได้พลังระดับนี้มาก็แทบตายเลย” ราฟตอบพี่สาวของเขายิ้มๆ ก่อนจะนึกไปถึงช่วงเวลาที่เขาฝึกร่างกายในห้องฝึกฝนในระดับแรงโน้มถ่วง 100 เท่าขึ้นมา

“งั้นเหรอ...แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ตอนนี้ฉันมีน้องชายเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับ SSS ที่มีไม่กี่คนบนโลกเนี่ย คราวนี้แหละ พวกคุณชายหน้าหม้อที่จะมาจีบฉันกับยัยรินจะได้เลิกมากวนซักที...”

ครืนนนน

ไม่ทันที่เลิฟจะพูดจบ ประธานสาวแห่งโรงเรียนวีนัสก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของน้องชายเธอที่แผ่ออกมาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และมันยังกระจายออกไปทั่วเมืองอวาลอนจนทำให้ทุกคนที่อยู่ในเมืองรู้สึกหายใจไม่ออกไปครู่หนึ่ง โดยที่ตัวของเธอและน้องสาวไม่รู้สึกถึงมัน พวกเธอเพียงแค่มองเห็นไอสังหารที่แผ่ออกมาจากราฟเท่านั้น

“พะ พี่ราฟ...?” รินที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นราฟทำหน้าเย็นชาร้องถามด้วยความกลัวเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยเห็นพี่ชายของเธอเป็นแบบนี้มาก่อน

“หืม...อ้ะ ขอโทษทีนะริน พี่แค่หงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่เรื่องที่ถูกตามจีบนี่เป็นยังไง เล่าให้ผมฟังทีสิพี่เลิฟ” ราฟยิ้มหวานให้รินก่อนจะหันมามองเลิฟที่ยิ้มแห้งๆให้น้องชายของเธอ

“มะ ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกคุณชายจากตระกูลหลักที่ฉันซัดให้หมอบไม่ได้เพราะกลัวอำนาจของพวกเขาน่ะ แต่พอมีนายที่เป็นผู้ใช้พลังระดับ SSS แล้วก็ทำให้ฉันมีฐานะเทียบเท่าพวกนั้นแล้ว คราวนี้ล่ะแม่จะอัดให้จนครอบครัวมันจำหน้าไม่ได้เลยคอยดู!” เลิฟพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็โล่งใจ” ราฟพยักหน้าให้เลิฟยิ้มๆ คิ้วที่ขมวดกันของเขาเริ่มคลายออก

“จะว่าไปพี่ตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ...โห พี่มีซิคแพคด้วย!? พี่เลิฟ มาดูนี่สิ กล้ามพี่เขาแน่นมากเลย อุหวา...” รินที่กำลังกอดราฟอยู่ยกมือขึ้นมาลูบไล้ร่างกายท่อนบนของพี่ชายเธอที่ตอนนี้กำลังอ้าปากค้างอยู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาบอกเลิฟด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

‘...’ ราฟ

“ยัยริน! ทำไมถึงทำตัวไม่น่ารักแบบนี้!” เลิฟที่เห็นการกระทำของน้องสาวบ่นพร้อมกับคิ้วที่ขมวดกันแน่นขณะเดินมาแยกตัวทั้งสองคนออกจากกันแล้วพูดต่อว่า

“...เธฮต้องเปิดเสื้อเขาขึ้นมาดูสิถึงจะรู้ว่ามีหรือไม่มี ไหนดูซิ...หูยยย ราฟน้อยของพี่สาวคนนี้ล่ำขึ้นเยอะเลย สาวๆคงติดกันตรึมล่ะสิ แล้วนี่คงไม่ได้ไปทำให้สาวน้อยคนไหนเสียใจใช่มั้ย? แต่หน้าท้องนายนี่แน่นจริงๆนะเนี่ย...”

“...” ราฟ

‘ตอนเด็กเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นสินะยัยพวกนี้’ ราฟคิดอย่างเหนื่อยใจแล้วคิดต่อว่า

‘ดูเหมือนความรู้สึกและความทรงจำของเรากับราฟคนก่อนมันจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วสินะ ถึงได้ทำให้ตัวเราโกรธเวลาได้ยินว่าพี่สาวกับน้องสาวมีคนมาจีบเนี่ย’

“นี่ๆ เลิกจับหน้าอกฉันได้แล้วน่ายัยริน แล้วก็นะพี่เลิฟ ผมไม่ใช้หมานะจะได้ลูบท้องไปมาน่ะ”

“ชิ แค่แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้รึไง ทั้งที่เมื่อก่อนก็อาบน้ำด้วยกันแท้ๆ พวกเราไม่ได้เจอกันตั้งนานแต่นายกลับหวงตัวกับพี่สาวคนนี้งั้นเหรอ! ฮึก...นายไม่รักพวกฉันแล้วใช่มั้ย” เลิฟพูดด้วยน้ำตาที่เอ่อคลออีกรอบ

“ใช่ๆๆ หรือว่าพี่ไม่เห็นพวกหนูเป็นครอบครัวแล้ว!” รินตัดพ้อขึ้นมาอีกคน

“...ไอ้เมื่อก่อนที่ว่านั่นมันตอนผม 9 ขวบไม่ใช่เรอะ!?” ราฟได้ยินคำพูดของพี่สาวถึงกับเอามือกุมหัว

“...”

“เห้อ เอาเถอะ อยากทำอะไรก็รีบทำ ผมมีธุระต้องไปทำต่อ...”

“เย้!” เมื่อเลิฟและรินได้ยินแบบนั้นทั้งสองคนก็ร้องดีใจเสียงดังจนราฟได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

.

.

.

‘หุๆ ดูเหมือนแฟนของเธอกำลังโดนลวนลามอยู่นะอิงอิง’ เฮเมร่าที่กำลังเอาหูแนบประตูอยู่ส่งกระแสจิตให้หลินอิงอิงเพราะรู้จากปากน้องสาวของเธอว่าราฟหูดีมาก เลยต้องสื่อสารกันแบบไม่ส่งเสียง

‘หึ ตอนอยู่กับฉันเอาแต่พูดกวนประสาท แต่พออยู่กับพี่สาวดันพูดเสียงอ่อนเชียวนะ เจ้าเด็กสองหน้าเอ๊ย...ดะ เดี๋ยวสิคะพี่เฮเมร่า หนูก็บอกไปแล้วนี่ว่าหนูกับหมอนั่นไม่ได้เป็นแฟนกันซักหน่อย’ หลินอิงอิงที่ถอนหูของเธอออกมาจากประตูห้องบ่นออกมาก่อนจะหันมาปฏิเสธเฮเมร่าในใจเสียงแข็งพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสี

‘จ้าๆ พวกเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกเขาออกมาเห็นซะก่อน’

‘ก็ได้ค่ะ’ หลินอิงอิงถอนหายใจในความขี้เล่นของพี่สาว จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปที่ห้องรับรองของกิลด์เพื่อรอให้ราฟคุยกับเลิฟและรินเสร็จ

.

.

.

“พี่อิงอิงคะ ราฟฝากนี่มาให้ค่ะ”

ภายในห้องรับรองของกิลด์แสงดาราที่หลินอิงอิงกับเฮเมร่ากำลังนั่งรอพวกราฟอยู่ เลิฟและรินก็เดินเข้ามาพร้อมกับส่งกระดาษที่เขียนด้วยลายมือของราฟมาให้เธอ

‘อะแฮ่มๆ...แบบว่าผมมีธุระต้องไปจัดการ เชิญครูหลินคนสวยกลับไปก่อนเลยนะครับ อ้อ แล้วก็ฝากดูแลเลิฟกับรินด้วยนะครับ ผมอยากให้พวกเธอพักผ่อนหลังเจอเรื่องร้ายๆ และผมไว้ใจครูให้ดูแลพวกเธอ ถ้าครูช่วยผม ผมจะตอบแทนด้วยการยอมทำตามคำขอครูหนึ่งอย่าง ผมเขียนที่อยู่ของผมไว้ให้แล้ว อ้ะ ไม่ต้องคิดถึงผมนะครับ เพราะยังไงผมก็จะกลับมาหาครูอยู่ดี คริๆ’

“กรอดดด...เจ้าหมอนี่ จะไปก่อเรื่องที่ไหนอีกล่ะเนี่ย...” หลินอิงอิงที่อ่านข้อความจบบ่นออกมาเสียงดัง ก่อนจะเงยหน้ามามองเลิฟและรินที่กำลังพูดคุยกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในเมืองไอรีนดี

“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ” ครูสาวยิ้มบางๆออกมาก่อนจะบอกลาเฮเมร่าแล้วพาสองสาวตระกูลดาร์เซียไปที่แท่นเทเลพอร์ตเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองไอรีน

.

.

.

หอพักของราฟ

ฟุบบบ

“เสร็จธุระแล้วเหรอ” ซุนหรงที่กำลังนั่งป้อนอาหารให้โกโก้อยู่หันมาถามราฟ หลังจากที่ราฟพาเขาออกมาจากเมืองเทียนหลง เขาก็ถูกชายหนุ่มพามาอยู่ที่ห้องนี้เพื่อรอให้ราฟทำธุระของเขาก่อน โชคดีที่ในห้องมีเด็กสาวที่เป็นร่างจำแลงของอสูรหมื่นพิษที่แสนน่ารักอยู่ ทำให้เขาที่รักเด็กยินดีที่จะรออยู่ที่นี่

“ครับ...โอ๊ะๆ” ราฟพยักหน้าให้กับซุนหรง แต่เขาก็ต้องรีบรับร่างน้อยๆของเด็กสาวที่พุ่งตัวเข้ามากอดเอวแล้วเอาหน้าถูกับท้องของเขาก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้ชายหนุ่มผมเทา

“ราฟฟฟ...พี่ซุนหรงใจดีมากเลย เขาสั่งเนื้อวัวสายฟ้าย่างระดับ SS มาให้หนูกินตัวนึงด้วยล่ะ อร่อยมากเลย ฮิๆ”

“ดีแล้วๆ ขอบคุณมากนะครับพี่แว่น” ราฟลูบหัวเด็กสาวหันมาขอบคุณซุนหรง

“ด้วยความยินดีครับ แต่แค่นี้เทียบไม่ได้กับการที่คุณช่วยทำให้ความฝันของผมสำเร็จหรอกครับ ว่าแต่เรื่องที่เราคุยกัน...”

“อ้อ เดี๋ยวผมจัดการให้ตอนนี้เลยครับ” ราฟฉีกยิ้มก่อนจะแตะหูฟังของเขาเพื่อติดต่อกับใครบางคน

จบบทที่ อยากทำอะไรก็ทำ

คัดลอกลิงก์แล้ว