เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ครอบครัว

ครอบครัว

ครอบครัว


“หา…! แล้วมันลอยขึ้นได้ยังไ...หรือว่า...!?”

“…หัวหน้าต้องดูนี่ค่ะ” สมาชิกคนนั้นยื่นมือถือของเธอที่กำลังแสดงภาพเหตุการณ์ในเมืองเทียนหลงให้หัวหน้าสาวของเธอดู

“...ทางสมาคมผู้พิทักษ์เคลื่อนไหวหรือยัง สายของเราบอกว่ายังไงบ้าง” เฮเมร่าถามเสียงจริงจัง เพราะเป็นที่รู้กันว่าตำหนักนภาครามของตระกูลเทียนคืออาวุธพลังงานที่ถูกควบคุมด้วยผู้นำตระกูลเทียน ซึ่งถ้าหากมันระเบิดขึ้นมาล่ะก็ คนนับล้านชีวิตจะต้องตายแบบไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน

“พวกเขาเคลื่อนไหวตั้งแต่ที่ตรวจพบความผันผวนของพลังงานในตำหนักแล้วค่ะ แต่เพราะค่ายกลแปดทิศที่ทำให้พลังไร้ผล พวกเขาเลยส่งโรซาเลียกับมิราจที่เป็นทูตระดับสูงของหน่วยพิราบสีขาวที่มีแหวนวารีพิสุทธิ์เข้าไปตรวจสอบเพื่อป้องกันการสูญเสียก่อนค่ะ คิดว่าอีกไม่นานก็คงจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ”

“อืม ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ เธอกลับไปได้แล้วล่ะ” เฮเมร่ากล่าวพลางส่งมือถือกลับไปให้สมาชิกกิลด์

“ค่ะ”

“นี่เจ้าเด็กนั่นแข็งแกร่งขนาดกดดันเทียนเฉินจนต้องระเบิดตำหนักตัวเองทิ้งไปพร้อมกับชีวิตคนนับล้านได้เชียวเหรอ” หลังจากที่สมาชิกสาวกลับไป หลินอิงอิงก็พูดขึ้นด้วยคิ้วที่ขมวดกันแน่น

‘ดูจากการที่เขาต้องทำให้ตำหนักนั่นลอยฟ้า อาจเป็นเพราะตัวเขาไม่สามารถดูดซับแรงระเบิดได้ทันก่อนที่มันจะทำร้ายคนในเมืองเลยต้องทำอย่างนั้น หวังว่าคงจะไม่เป็นอะไรนะ...ราฟ’

“พี่เฮเมร่าคะ พี่หนูเค้าจะไม่เป็นอะไรจริงๆใช่มั้ย?” รินหันมาถามเฮเมร่าอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาเพราะเป็นห่วงพี่ชายของเธอ

“...จ้ะ” เฮเมร่าที่ได้ฟังก็ตอบไม่ได้เต็มเสียง เพราะเธอเห็นในวิดีโอเมื่อครู่ว่าตำหนักนภาครามถูกส่งออกนอกโลกหลังจากที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเทียนหลง คนปกติไม่สามารถอยู่ในห้วงอวกาศได้อย่างแน่นอน ถึงจะเป็นคนที่มีพลังกายที่แข็งแกร่งอย่างราฟและสามารถใช้ปราณระดับ SSS ห่อหุ้มร่างกายได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคงสภาพปราณไว้ในตอนที่อยู่ในอวกาศ ก่อนหน้านี้ตอนที่บาเรียถูกเปิดออกใหม่ๆ เคยมีผู้ใช้พลังระดับ SSS ขับยานอวกาศส่วนตัวบินไปนอกโลกลองเสี่ยงหุ้มปราณทั่วร่างแล้วออกจากยานอวกาศดู ผลคือปราณที่หุ้มอยู่ถูกปราณอวกาศทำลายจนหมด ร่างกายของเขาถูกแช่แข็งแทบจะทันที โชคดีที่มีคนช่วยเขากลับเข้ามาในยานได้ทันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต นี่จึงทำให้เธอกังวลว่าราฟจะไม่สามารถรอดกลับมาจากอวกาศได้

“พี่ของหนูไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ ฉันเชื่ออย่างนั้น” หลินอิงอิงที่เห็นสีหน้าของเฮเมร่าก็เดินเข้ามาลูบหัวสาวน้อยที่ทำหน้ากังวลอยู่ข้างๆเลิฟที่ตอนนี้มีสีหน้าไม่ต่างจากน้องสาวของเธอมากนัก

“ถะ ถ้าอย่างนั้นถ้าพี่ชายหนูรอดกลับมาพี่หลินจะกอดและหอมแก้มพี่ชายหนูมั้ยคะ?” เสียงของรินที่ดังขึ้นทำให้หลินอิงอิงที่กำลังเหม่อเพราะคิดถึงราฟอยู่เผลอตอบว่า

“อืม...”

“!?” แต่ทันทีที่หญิงสาวผมชมพูตอบรับ เสียงยียวนสายหนึ่งก็ดังขึ้นมาว่า

“แหมๆ การที่มีน้องสาวอยู่ข้างๆครูเนี่ยก็เป็นผลดีเหมือนกันนะครับ ทำให้ผมได้อ้อมกอดกับการหอมแก้มจากครูหลินตอนที่รอดกลับมาด้วย ฮี่ๆ”

“พี่ราฟ!” ริน

“ราฟ!” เลิฟ

“...” หลินอิงอิง

“อะไรกันครับครูหลิน จ้องผมแบบนั้นเดี๋ยวผมก็ท้องหรอก ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงครูต้องรับผิดชอบผมด้วยนะ...อ๊ากกก...!” ราฟไม่ทันได้พูดจบเขาก็ถูกมังกรสายฟ้าฟาดเข้าใส่เต็มแรงจนเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ไหม้จนควันขึ้น แต่ร่างกายของเขากลับไร้ซึ่งบาดแผล

“กล้ามากนะที่เลียนเสียงน้องสาวตัวเองเพื่อมาหลอกฉัน!” ร่างของหลินอิงอิงในตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยสายฟ้าที่แล่นผ่านไปทั่วร่าง แต่สายฟ้าเหล่านั้นก็ถูกทำให้หายไปโดยบอลแสงดาราของเฮเมร่าที่เดินเข้ามาขวางทั้งสองคนไว้ก่อน

“หยุดก่อนน้องอิงอิง พักเรื่องของพวกเธอไว้ก่อนเถอะ เพราะดูเหมือนพี่น้องเขาอยากคุยกันนะ”

“...ก็ได้ค่ะ แต่นาย! กลับโรงเรียนไปเจอดีแน่!” หลินอิงอิงที่เห็นสีหน้าของเลิฟและรินยอมถอยออกมาพร้อมกับเดินไปยืนข้างๆเฮเมร่าที่มองราฟยิ้มๆก่อนที่หัวหน้ากิลด์สาวจะถามราฟว่า

“ไม่ใช่ว่าเธอกำลังแบกตำหนักนภาครามออกนอกโลกอยู่เหรอ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้ล่ะ”

“อื๋อ นั่นมันก็หลายนาทีแล้วนะครับ แล้วนี่ทำไมถึงรู้ว่าผมแบกตำหนักออกนอกโลกได้ล่ะ”

“เรื่องของนายออกข่าวไปทั่วเลย โชคดีที่ไม่มีใครรู้ว่าคือนายยกเว้นพวกฉันที่รู้ว่าคนที่จะทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ได้มีแค่นายเท่านั้น” หลินอิงอิงตอบแทนเฮเมร่าโดยที่แววตาของเธอยังมองเขาด้วยความหงุดหงิดอยู่

“อย่างนี้นี่เอง...ครูหลิน อย่าทำหน้างอแบบนั้นสิครับ หายงอนผมน้าา ผมไม่แกล้งแล้วก็ได้ นะๆ ถ้ากลับไปเดี๋ยวผมทำอาหารให้กิน” ราฟยิ้มแห้งๆให้หญิงสาวผมชามพูพร้อมกับทำหน้าออดอ้อนเพื่อให้ครูสาวหายโกรธ

“ฮึ”

“เอาน่าอิงอิง เรื่องของพวกเธอสองคนเอาไว้ค่อยเคลียร์ ตอนนี้ปล่อยให้พี่น้องเขาคุยกันก่อนเถอะ” เฮเมร่าพูดยิ้มๆขณะจับมือครูสาวเดินออกจากห้องไปโดยที่หลินอิงอิงไม่วายหันมาส่งสายตาคาดโทษให้กังราฟ

“...” ราฟยิ้มแห้งๆให้กับสองสาวที่เดินจากไป ก่อนจะหันมามองเลิฟและรินที่กำลังมองเขาด้วยดวงตาเอ่อคลอ

“ฮึก...พี่ราฟ พี่ไม่เป็นอะไรจริงๆด้วย หนูคิดว่าพี่จะตายซะแล้ว” รินรีบเข้ามากอดร่างชองราฟทั้งน้ำตา

“นายนี่มัน...” เลิฟพูดเสียงสั่นก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดราฟอีกคน

“...” ราฟที่อยู่ๆก็ถูกกอดโดยสองสาวก้มหน้ามองพวกเธอด้วยรอยยิ้ม

ในความทรงจำของราฟคนก่อน ทั้งสองคนเป็นพี่สาวและน้องสาวที่น่ารักมาก ตั้งแต่ที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิต เลิฟและรินก็เป็นคนคอยปกป้องราฟที่อ่อนแอและไม่สู้คนจากพวกนักเลงที่มักรังแกเขาตลอด แต่เมื่อเลิฟและรินพบว่าตนเองพลังพิเศษ พวกเธอก็ถูกญาติที่หวังใช้ประโยชน์จากพลังของพวกเธอส่งเข้าเรียนโรงเรียนวีนัสที่มีแต่นักเรียนหญิงแล้วส่งราฟที่ไร้พลังไปเรียนที่โรงเรียนไอรีนที่ไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องมีพลังพิเศษ ทำให้สามพี่น้องต้องห่างเหินกันไป โดยที่ราฟเลือกที่จะไม่ติดต่อกับพี่น้องของเขาเพราะอยากให้พวกเธอมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคนไร้พลังอย่างเขา

‘เห้อ บ้าจริงๆนะเจ้าราฟคนก่อนเนี่ย แค่ไร้พลังก็ถึงกับเลิกติดต่อกับพี่น้องโดยไม่คิดถึงจิตใจพวกเธอเลย...’ ราฟมองสองสาวที่มีใบหน้าคล้ายกับเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะสวมกอดพวกเธอกลับ

จบบทที่ ครอบครัว

คัดลอกลิงก์แล้ว