เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ความช่วยเหลือจากลิลิธ

ความช่วยเหลือจากลิลิธ

ความช่วยเหลือจากลิลิธ


.

.

.

[แดนมาร]

ตำหนักเทพโลหิต

ห้องประชุมผู้บริหารแห่งเขต 2

“เห้อ...” เสียงถอนหายใจดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงฉ่ำของจักรพรรดิโลหิตผู้งดงาม แต่ถึงเสียงนี้จะฟังดูไพเราะยังไงก็ไม่ได้ทำให้มารผู้ติดตามที่เป็นขุนนางระดับสูงหลายสิบตนที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้าเธอรู้สึกดีนัก

นั่นเป็นเพราะสำหรับพวกเขาแล้วถึงแม้สตรีนางนี้จะเป็นสาวงามที่เป็นที่หมายปองของใครหลายคนเช่นเดียวกับวาเนสซ่าผู้เป็นศิษย์เอกของนาง แต่ชื่อเสียงในเรื่องความโหดเหี้ยมก็เป็นที่เลื่องลือไม่แพ้ความงามของนางเช่นกัน

“ทะๆๆ ท่านลิลิธ ท่านไม่พอใจในข้อเสนอของพวกข้าที่แนะนำให้ท่านเปิดเผยนามคนรักของท่านให้ชาวมารรู้งั้นหรือขอรับ?” หนึ่งในมารที่สวมชุดขุนนางสีแดงเลือดถามเสียงตะกุกตะกัก

เมื่อไม่นานมานี้คำสัญญาของลิลิธบนแผ่นป้ายสัญญาวาจาสิทธิ์ได้หายไป ทำให้บรรดามารทั้งหลายที่ให้ความสนใจในตัวของเธอพากันบ้าคลั่งกันและออกตามหาตัวของผู้ที่ได้กลายเป็นคนรักของจักรพรรดินีโลหิตกันยกใหญ่ ซึ่งนั่นรวมถึงจักรพรรดิมารตนอื่นที่ชื่นชอบตัวของลิลิธที่ถึงกับเดินทางมาหาลิลิธด้วยตนเองเพื่อถามความจริง แต่ตัวของหญิงสาวขี้เกียจพูดคุยกับพวกเขาจึงสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้ามาในตำหนัก และถ้าใครฝ่าฝืน เธอจะทำสงครามระหว่างเขตทันที นั่นจึงทำให้เหล่าจักรพรรดิมารยอมถอยกลับไปแต่โดยดีเพราะไม่อยากมีปัญหากับมารสาวที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ของแดนมาร

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้และหันมายื่นข้อเสนอให้เหล่าผู้ติดตามของเธอแทนว่าให้ทำยังไงก็ได้ให้ลิลิธบอกชื่อของคนๆนั้นมา ที่เหลือพวกเขาจะจัดการ(?)เอง โดยแลกกับการที่จะได้สิทธิเที่ยวย่านบันเทิงทั่วแดนมารที่พวกจักรพรรดิไปเปิดเมมเบอร์ VVIP ไว้ฟรี 1 ปี ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เหล่าผู้ติดตามของลิลิธพากันกระเหี้ยนกระหือรือในการพูดให้หญิงสาวบอกชื่อของคนรักเธอออกมา

“...” ลิลิธไม่สนใจคำพูดของผู้ติดตามเธอ เพราะในตอนนี้เธอกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่

‘เขาสบายดีหรือเปล่านะ...’ ลิลิธที่ในตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมอย่างดีคิดขณะมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับใช้นิ้วชี้ขวาม้วนผมของเธอเล่นโดยไม่สนใจมารนับร้อยที่อยู่ตรงหน้าของเธอ

“ทะ ท่านลิลิ...” ไม่ทันที่มารตนเดิมจะพูดจบ วาเนสซ่าที่นั่งอยู่ข้างๆลิลิธก็พูดขึ้นมาว่า

“หนวกหูจริงๆเจ้าพวกบ้ากามนี่ คิดเหรอว่าข้าจะไม่รู้ว่าพวกเจ้ารับสินบนจากพวกจักรพรรดิมารตนอื่นให้มาหลอกถามชื่อคนรักของอาจารย์ข้าน่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าพวกเจ้าบริหารจัดการเขต 2 ได้เป็นอย่างดีล่ะก็ ข้าคงให้ศิษย์พี่สังหารพวกเจ้าข้อหาหลอกถามอาจารย์ข้าแล้ว ฮึ่ม!” วาเนสซ่าลุกขึ้นทุบโต๊ะประชุมเสียงดัง โชคดีที่มันทำจากอสูรพฤกษาระดับ SSS ที่ลิลิธจัดการไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน แรงของหญิงสาวจึงไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับมันได้

คำพูดของเธอทำให้บรรดาผู้ติดตามพากันก้มหน้าหลบสายตาของเธอด้วยความเขินอายที่การแลกเปลี่ยนลับถูกหญิงสาวล่วงรู้

“แค่กๆ อย่าเอาข้าไปยุ่งด้วยสิ แค่พวกเขาต้องการหาความสุขใส่ตัวเอง ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย” เมฟิสโตกระแอมเบาๆทีนึง ก่อนจะเหลือบมองไปที่บัตร VVIP สีดำมันวาวที่พึ่งได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อนในกระเป๋าเสื้อของเขา

‘ศิษย์พี่หญิง เจ้าผมเทาที่พวกเราเจอในศูนย์วิจัยนั่นกลายเป็นคนรักของท่านอาจารย์จริงๆงั้นเหรอ’ เกรย์สันที่ในตอนนี้ถูกปล่อยตัวจากการกักบริเวณถามวาเนสซ่าผ่านกระแสจิต

‘ใช่’ วาเนสซ่าหันมาพยักหน้าให้ศิษย์น้องของเธอ

‘แล้วการแก้แค้นของข้าล่ะ เจ้าหมอนั่นไม่เท่าไหร่ แต่ข้ามีหนี้ต้องชำระแค้นกับเจ้าคนจากเผ่าเทวะนั่น...’

‘ล้มเลิกความคิดนั่นเถอะ หมอนั่นสามารถเอาชนะอาจารย์ของพวกเราได้ ส่วนพัคแทยังก็สามารถประมือกับศิษย์พี่ที่มีระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิได้หลายกระบวนท่า เจ้าไม่มีสิทธิ์ชนะหรอก’

‘…’ เกรย์สันกัดฟันด้วยความหงุดหงิดที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้ หากเขาต้องการแก้แค้นให้สำเร็จ ดูท่าเขาคงต้องใช้วิธีนั้นเสียแล้ว

ครืดดด...

ขณะที่พวกวาเนสซ่ากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง มือถือของลิลิธที่ปิดเสียงไว้ทุกครั้งเวลาประชุมก็สั่นขึ้นมา เมื่อจักรพรรดินีสาวหยิบมันขึ้นมาดูเธอก็ต้องเบิกเนตรคู่งามกว้าง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาแล้วหันมาพูดกับทุกคนในห้องนี้ว่า

“เรื่องเอ่ยนามของเขาเอาไว้คราวหน้า ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ข้ามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องไปจัดการ เลิกประชุมได้!” กล่าวจบหญิงสาวก็ไม่รอช้า โบกมือที่สวมแหวนเทเลพอร์ตแล้วหายไปจากห้องประชุมทันที

“...” ทุกคนในห้องประชุม

.

.

.

ห้องพักของราฟ

หลังจากที่ราฟได้ติดต่อกับลิลิธให้มาเจอกันโดยให้เธอเลือกสถานที่เอง ตัวของลิลิธก็ได้เลือกที่จะมาห้องของราฟแทน ทำให้ราฟต้องยิ้มแห้งๆให้กับตัวเอง

‘นี่ห้องของเรากลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางแล้วเหรอเนี่ย’

ฟุบบบ

หลังจากนัดกันเสร็จ ลิลิธก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องของราฟด้วยใบหน้าเย็นชา โดยที่ดวงตาฉายแววดีใจเมื่อมองเห็นชายหนุ่มผมเทา

แต่ทันทีที่หญิงสาวเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องเธอก็มองซุนหรงด้วยแววตาเย็นเยียบจนเขาร่างกายแข็งค้าง เหงื่อไหลโทรมกายเพราะรับแรงกดดันของตัวตนระดับจักรพรรดิไม่ไหว

“ใจเย็นก่อนครับเจ้...คุณลิลิธ เขาเป็นคนที่ผมอยากให้คุณช่วยน่ะครับ” ราฟที่เห็นท่าทางราวกับคนที่กลัวผีของซุนหรงก็เอ่ยกับหญิงสาวผมดำตรงหน้า

“คะ คุณงั้นเหรอ เจ้าไม่ต้องเรียกข้าแบบนั้นก็ได้ เรียกข้าว่าลิลิธก็พอ” เมื่อลิลิธได้ฟังคำของราฟ เธอก็สลายจิตสังหารที่มักจะปล่อยออกมาเสมอเวลาอยู่ที่แดนมารก่อนจะก้มหน้างุดพูดเสียงเบา

“ครับๆ ลิลิธ งั้นคุณก็เรียกผมว่าราฟนะครับ” ราฟยิ้มให้กับท่าทางของหญิงสาวก่อนจะผายมือไปทางโซฟา

“เชิญนั่งก่อนครับ”

“อะ อื้ม” ลิลิธพยักหน้าแล้วนั่งลงอย่างว่าง่าย ด้วยความที่เธอเพิ่งจะเคยมีคนรักเป็นครั้งแรกทำให้เธอทำตัวไม่ถูกครู่หนึ่ง แต่สักพักเธอก็กลับมาอยู่ในท่วงท่าดุจนางพญาได้ตามปกติ ก่อนจะมองราฟโดยไม่แม้แต่จะชายตามองซุนหรงอีกแล้วถามเขาว่า

“แล้วเจ้า...ราฟอยากให้ข้าช่วยอะไรเจ้านี่ล่ะ”

.

.

.

ตอนนี้ไรท์กลับมาเขียนได้แล้ว ขอโทษที่ห่างหายไปนานนะครับ

ขอให้นักอ่านทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและไม่ติดโควิด19นะครับ (^ ^)

จบบทที่ ความช่วยเหลือจากลิลิธ

คัดลอกลิงก์แล้ว