เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ค่ายกลแปดทิศ

ค่ายกลแปดทิศ

ค่ายกลแปดทิศ


“เหอะ เลิกคิดหนีเถอะ ยังไงเจ้าก็หนีไม่รอด แต่ข้าก็ต้องยอมรับคำพูดของเจ้าว่าในตอนนี้ข้าไม่สามารถเล่นสนุกกับเจ้าได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าข้าจะรู้สึกสนุกที่เห็นเจ้าสองคนร้องครวญครางไม่ได้นี่นะ...”

“พวกเจ้าทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ มีใครอยากสนุกกับพวกนางบ้าง!?” เทียนหงถามด้วยรอยยิ้มเหี้ยมพลางมองหญิงสาวทั้งสองที่ตอนนี้กอดกันแน่นเพราะได้ยินเสียงตอบรับของคนหลายสิบชีวิตที่อยู่รอบตัวของเธอ

“ข้าขอรับ”

“ข้าด้วย”

“แน่นอนว่าข้าขอร่วมด้วย”

“คุณชายช่างใจกว้างราวมหาสมุทร”

“ฮี่ๆๆ ข้าไม่ได้ลิ้มรสเรือนร่างสตรีมานานแล้ว”

“หึๆ อย่าให้พวกนางตายก่อนล่ะ ข้าอยากเห็นเจ้าสวะนั่นมองพวกนางที่กำลังร้องด้วยความรัญจวนใจ เอ้า รออะไรอยู่ ถอดเสื้อผ้าพวกนางสิวะ ฮ่าๆๆ” เทียนหงกล่าวจบก็หัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่งโดยมีเทียนเฉินที่นั่งท้าวคางมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่แยแส ดีเสียอีกที่ลูกชายของเขามีความสุข

“ถ้าอย่างนั้นในเมื่อข้าเป็นขุนพลอันดับหนึ่ง ข้าขอเริ่มก่อนละกัน ฮี่ๆๆ” ชายชุดดำที่มีร่างกายใหญ่โตราวยักษาพูดขึ้นก่อนจะเดินมาทางหญิงสาวทั้งสอง

“ริน พี่ขอโทษที่ปกป้องเธอไม่ได้นะ” เลิฟหันมาพูดกับน้องสาวของเธอด้วยเสียงสั่นเครือ

“หนูก็ขอโทษที่ปกป้องพี่ไม่ได้เหมือนกัน”

“งั้นเรามาตายไปพร้อมกันเถอะ”

“ค่ะ ถ้าต้องโดนพวกมันทำแบบนั้น หนูยอมตายดีกว่า” รินมองชายร่างยักษ์ที่เริ่มถอดกางเกงด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเตรียมกัดลิ้นตายไปพร้อมกับพี่สาวของเธอ

“3”

“2”

“1...”

ตูมมม!

“ครอบครัวของฉันอยู่ที่ไหน!”

“ไหนๆ ขอสุดหล่อคนนี้ดูหน้าหน่อยดิวะ ว่าหมาตระกูลเทียนที่ชื่อว่าเฉินที่มันกล้าลักพาตัวครอบครัวฉันมามันหน้าตาเป็นยังไง!” ไม่ทันที่หญิงสาวทั้งสองจะกัดลิ้นของพวกเธอ ประตูทางเข้าก็ถูกเปิดออกเป็นครั้งที่สาม แต่เป็นการเปิดออกด้วยแรงระเบิดที่เกิดจากคลื่นกระแทกของหมัดแกร่งที่ถูกยื่นออกมาให้ทุกคนในห้องโถงเห็น ก่อนที่พวกเขาจะเห็นใบหน้าของคนที่บุกรุกเข้ามาในห้องโถงอย่างชัดเจน

“เอาล่ะ พี่สาวสุดสวย น้องสาวสุดน่ารัก ราฟสุดหล่อมาช่วยแล้ว! และสำหรับไอ้พวกหน้าตัวเมียทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ ต่อให้บรรพบุรุษของพวกแกขึ้นจากหลุมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว เตรียมตัวไว้ได้เลย! เพราะฉันคนนี้เตรียมของมาสั่งสอนพวกหน้าไม่อายอย่างพวกแกไว้เพียบ!” สิ้นเสียงของเขา ชายหนุ่มผมเทาก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส แต่ก็สีหน้าของเขาก็กลับกลายเป็นเย็นชาทันที่ที่เห็นสภาพของหญิงสาวทั้งสองที่ถูกสวมกุญแจมือ ก่อนจะหันไปมองชายร่างยักษ์ที่กำลังอยู่ในท่าถอดกางเกงอยู่

“แก! ไอ้สว...”

เผละ

ยังไม่ทันที่เทียนหงจะพูดอะไรออกมา ร่างทั้งร่างของเขาก็แหลกเละกลายเป็นละอองเลือดด้วยหมัดของชายหนุ่มผมเทา หลงเหลือไว้แต่เพียงผ้าพันแผลที่ค่อยๆตกลงพื้น จากนั้นราฟก็โผล่ไปอยู่ตรงหน้าของเลิฟและรินที่มองเขาด้วยใบหน้าตกตะลึง

“ขอโทษที่มาช้านะ ยังไงก็ไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะแตะตัวของหญิงสาวทั้งสอง

“ดะ เดี๋ยวสิ” เลิฟไม่ทันได้พูดอะไรร่างทั้งสองก็หายไปจากห้องโถงตระกูลเทียน

“หงน้อย! อ๊ากกก! ไอ้เด็กเxย! ตายไปซะ! ฝ่ามือยูไล!” เทียนเฉินที่เห็นว่าลูกชายของเขาตายไปไม่หลงเหลือสัญญานของชีวิตก็สติแตกแล้วใช้ออกด้วยวิชาลับของเขาทันที

สิ้นเสียงของชายวัยกลางคน ฝ่ามือสีทองเท่าภูเขาขนาดย่อมก็ปรากฏขึ้นมาบนหัวของเทียนเฉินก่อนที่มันจะถูกเหวี่ยงลงมาใส่ชายหนุ่มผมเทาโดยไม่สนใจคนภายในห้อง

“ฝ่ามือยูไลของผู้นำตระกูล พวกเราถอย!” ชายร่างยักษ์ที่เป็นขุนพลอันดับหนึ่งรีบร้องเตือนทุกคนก่อนจะใช้ท่าร่างของตนหลบหนีออกมา

ตูมมม!!!

เมื่อฝ่ามือยักษ์กระแทกลงพื้นก็มีเสียงกรีดร้องของเหล่าลูกน้องของเทียนเฉินดังขึ้นมาจากใต้ฝ่ามือ ยกเว้นเหล่าขุนพลและชายสวมแว่นที่เป็นเลขาของเทียนเฉินที่รอดจากฝ่ามือนี้มาได้

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่นานก็หายไป นั่นเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าคนที่อยู่ภายใต้ฝ่ามือนั้นได้เสียชีวิตจนหมดแล้ว

“เจอพลังกดดันเทียบเท่าแรงโน้มถ่วง 100 เท่าที่ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังระดับ SSS ด้วยกันโดนเข้าไปยังเกรงกลัวของฝ่ามือนี้ไป เด็กนั่นไม่รอดแล้วล่ะ” หนึ่งในขุนพลพูดขึ้นพร้อมกับกลื่นน้ำลาย ถ้าเขาหลบไม่ทันคงไม่พ้นได้ไปคุยกับรากมะม่วงเป็นแน่

“อ๊ากกก หงน้อยของข้า! พวกเจ้ารีบตามร่องรอยมิติที่เจ้าเด็กนั่นใช้ส่งตัวครอบครัวของมันหนีไป แล้วตัดหัวพวกนางมาให้ข้าซะ!” เทียนเฉินที่เพิ่งสังหารราฟไปด้วยความโกรธแค้นสลายฝ่ามือยูไลก่อนจะรีบสั่งให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ตามหาเลิฟและรินทันที

“แหมๆ พูดจาโหดร้ายจังเลยนะ ถึงกับสั่งตัดหัวเลยเหรอ สมแล้วที่เป็นหัวหน้าตระกูลที่โสมมอันดับหนึ่ง”

“!?”

ทุกคนภายในห้องที่ได้ยินประโยคนั้นรีบหันไปมองพื้นที่ถูกทำลายเป็นรูปฝ่ามือขนาดยักษ์ ก่อนจะเห็นชายหนุ่มผมเทานอนไขว้ขาพร้อมกับกระดิกเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์

“กะ แก...นี่เจ้ารอดมาได้ยังไง หรือว่า...อุปกรณ์ต้านแรงโน้มถ่วง? เหอะ โชคดีจริงๆที่เจ้ายังไม่ตาย ข้าจะได้ทรมานเจ้าจนสาสมใจที่บังอาจสังหารลูกชายข้า!” เทียนเฉินกล่าวจบก็หัวเราะเสียงดังก่อนจะมองขุนพลทั้งเจ็ดว่า

“ขุนพลสวรรค์รับคำสั่ง! ใช้ค่ายกลแปดทิศซะจับตัวไอ้้เด็กเหลือขอนั่นมาให้แก่ข้า!”

“ขอรับ!” สิ้นเสียงตอบรับของชายฉกรรจ์ทั้งเจ็ด ร่างของพวกเขาก็ทะยานร่างเข้าไปหาราฟแล้วใช้ออกด้วยวิชาค่ายกลทันที

“วิชาประสานพลัง....ค่ายกลแปดทิศ!”

“โห้ นี่เหรอค่ายกลที่ถูกกางไว้ทั่วเมืองนี้ ต้องขอบคุณมันรึเปล่านะที่ทำให้ฉันได้ออกกำลังกายยกใหญ่เลย” ราฟที่มองชายทั้งเจ็ดยืนล้อมตัวเขาอยู่พูดกับตัวเอง

“หึ เป็นยังไงบ้างล่ะที่เจอค่ายกลแปดทิศที่สะกดพลังของเจ้าไว้ ถึงจะขาดขุนพลโม่ไปแต่ยังไงก็ทำให้พลังของเจ้าหายไปถึง 7 ใน 8 นี่แหละคือพลังที่ทำให้ตระกูลเทียนกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง ที่นี้ก็จงยอมรับการจับกุมของพวกข้าซะ” ชายร่างยักษ์กล่าวด้วยรอยยิ้มยโสโอหัง

จบบทที่ ค่ายกลแปดทิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว