เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เลเฟียร่าและเซรีน่า

เลเฟียร่าและเซรีน่า

เลเฟียร่าและเซรีน่า


ในขณะเดียวกันนั้นเอง

โถงหลักตระกูลเทียน

ภายในห้องโถงแห่งนี้ปรากฏร่างหลายสิบชีวิตกำลังจ้องมองตรงไปที่หญิงสาวใบหน้างดงามผมสีเทาคนหนึ่งที่กำลังนั่งคุกเข่าพร้อมกับถูกสวมใส่กุญแจมือทั้งสองไว้ สายตาของเธอจ้องมองไปยังร่างที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองสลักรูปมังกรแบบจีนที่กำลังมองเธอด้วยใบหน้าเย็นชา

“คุณเทียนเฉิน คุณจับฉันมาทำไม!? ฉันจำไม่ได้เลยว่าเคยไปสร้างปัญหาให้กับตระกูลเทียน” หญิงสาวถามด้วยความโกรธระคนสงสัย ก่อนหน้านั้นเธอกำลังอ่านข่าวน้องชายงี่เง่าของเธอที่สามารถชนะการแข่งขันเอาชีวิตรอดด้วยความรู้สึกประหลาดใจในห้องพักของเธออยู่ดีๆ แต่อยู่ๆเธอก็ถูกชายแปลกหน้าโผล่ขึ้นมาแตะตัวของเธอ จากนั้นเธอก็พบว่าเธอได้มาอยู่ที่นี่ก่อนจะถูกจับใส่กุญแจมือสะกดพลังโดยที่เธอยังไม่ทันได้สู้กลับ

‘แต่ถึงเราจะสู้กลับไปก็คงแพ้อยู่ดี เพราะจากที่เราสัมผัสพลังได้ คนที่อยู่ในห้องนี้มีพลังขั้นต่ำก็ระดับ S ไปแล้ว’ หญิงสาวคิดด้วยความรู้สึกกังวลใจ

“เลเฟียร่า ดาร์เซีย ต้องโทษตัวเจ้าที่ดันเกิดมาเป็นคนในครอบครัวของไอ้เด็กสารเลวนั่นเอง การที่เจ้าต้องตกอยู่ในสภาพนี้เป็นเพราะน้องชายของเจ้าได้ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกชายคนโตของข้าทั้งยังจับเขาส่งให้สมาคม ทีนี้เจ้าเข้าใจหรือยังว่าเหตุใดถึงถูกจับตัวมา?” เทียนเฉินที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั่งท้าวคางมองเลเฟียร่า หรือเลิฟด้วยรอยยิ้มเย็น ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“อ้อ แล้วไม่ต้องกลัวว่าเจ้าจะเหงาตอนที่รอคนของข้าพาตัวน้องชายเจ้ามาหรอกนะ เพราะว่า...”

“พี่เลิฟ!” ก่อนที่เทียนเฉินจะพูดจบก็มีเสียงเด็กสาวดังขึ้นมาจากประตูทางเข้า เมื่อเลิฟหันไปมองที่มาของเสียง เธอก็พบเข้ากับหญิงสาวอายุ 15 ปีใบหน้าน่ารักผมสีเดียวกับเธอกำลังถูกชายชุดดำลากแขนให้เดินตามมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ข้างหลังของทั้งสองคนตามมาด้วยชายชุดดำอีกสามคนที่เธอจำได้ว่าเป็นขุนพลของตระกูลเทียนทั้งหมด

“ริน! แก! ปล่อยน้องสาวของฉันนะ!” เลิฟที่เห็นน้องสาวของเธอก็ตะคอกชายที่บีบแขนน้องสาวเธอที่ถูกสวมกุญแจแบบเดียวกับของเธออยู่พร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

“พวกข้าพาตัวน้องสาวคนเล็กของเซราฟ ดาร์เซียมาแล้วขอรับ!”

“หึ เป็นจิตสังหารที่แรงกว่าเด็กรุ่นเดียวกันหลายเท่าเลยนี่ แต่มันก็เท่านั้น...ดีๆๆ! ทีนี้เครื่องมือก็ครบแล้ว เหลือเพียงรอให้จอมพลเจี้ยนพาตัวเด็กบ้านั่นมาให้ข้า หึๆ” เทียนเฉินแสยะยิ้มออกมา

“ท่านพ่อ! เจ้าสวะนั่นมันอยู่ที่ไหน!” ในขณะที่เทียนเฉินกำลังดีใจที่แผนสำเร็จ เสียงของเทียนหงก็ดังขึ้นมาจากทางเข้าอีกรอบ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มที่มีผ้าพันแผลเต็มใบหน้าและร่างกายจะปรากฏออกมาพร้อมกับชายหน้าตามืดมนคนหนึ่งที่มีรอยสักงูกินหางตรงแก้มซ้าย

“หงน้อยลูกพ่อ! ดูเหมือนอุโรโบรอสจะทำงานได้ดีเหมือนเคยสินะ สมแล้วที่เป็นถึงจอมโจรอันดับหนึ่งแห่งแดนมนุษย์ ราชันย์เงา ทาลอน”

“...” ชายที่ถูกเรียกว่าทาลอนไม่ได้ตอบเทียนเฉิน แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“เจ้าบ้านั่น มันกล้าไม่สนใจท่านผู้นำตระกูล!” หนึ่งในขุนพลชุดดำที่พาตัวของเลิฟมากัดฟันกรอด

“เอาน่า เขาเป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังระดับ SSS เช่นเดียวกับข้า แถมยังเป็นถึงหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มที่อันตรายที่สุดในโลกอีก เจ้าอย่าไปสนใจเขาเลย” เทียนเฉินโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองเทียนหงที่ยืนรอฟังคำตอบจากเขาอยู่

“เจ้าคงได้ยินแผนของพ่อจากทาลอนแล้วสินะหงน้อย ไม่ต้องกังวล พ่อให้คนจับครอบครัวที่เหลืออยู่ของมันมาไว้แล้ว ถ้ามันมาถึงที่นี่เมื่อไหร่ ตอนนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่มันเจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็น!” เทียนเฉินกล่าวจบก็เหยียดยิ้มออกมา

“...” เทียนหงที่ได้ฟังคำตอบของบิดาของเขาไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่หันหน้าไปมองหญิงสาวทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นก่อนจะแสยะยิ้มออกมา

“ถ้าอย่างนั้นในระหว่างที่รอข้าขอ ‘เล่นสนุก’ กับสองคนนี้ก่อนละกัน”

หลังจากสิ้นเสี้ยงของเทียนหง หญิงสาวผมเทาทั้งสองก็รู้สึกหวาดกลัวไปสุดขั้วหัวใจเพราะรึ้วามหมายของประโยคนี้ดี

“อย่าเข้ามานะ” เลิฟรีบสวมกอดน้องสาวของเธอที่กำลังกลัวจนตัวสั่นเทาราวกับลูกนกแรกเกิดไว้พร้อมกับชูมือไปด้านหน้าเพื่อเค้นพลังออกมา

“เหอะ คิดจะใช้พลังงั้นเรอะ ทั้งที่มือของเจ้าถูกสวมด้วยกุญแจสะกดพลังเนี่ยนะ เลิกหวังซะเถอะ แล้วมาสนุกกับข้าจนกว่าเจ้าสวะนั่นจะมาเห็นฉากเด็ดดีกว่า ฮี่ๆ” เทียนหงกล่าวจบก็ยิ้มชั่วร้ายออกมา

“แก ไอ้ชาติชั่ว! นี่แกคิดจะเอาไส้ดินสอกดนั่นมาทำร้ายพวกฉันงั้นเหรอ เก็บเอาไว้รดน้ำต้นไว้รอให้มันโตก่อนเถอะแล้วค่อยมาพูดประโยคนั้นไอ้คนไร้ดุ้นเอ๊ย” เลิฟที่ได้ยินคำพูดคุกคามของเทียนหงก็อดไม่ได้ที่จะตะคอกออกมาด้วยความโกรธพลางชี้ไปที่เป้าของเขาที่ในตอนนี้แบนราบราวกับแผ่นกระดาษ

“แก! ข้าไม่ใช่คนไร้ดุ้นโว๊ย ที่เห็นว่ามันหายไปนั่นเป็นเพราะน้องชายสวะของเจ้าทำให้ข้าเป็นแบบนี้ต่างหากล่ะ เมื่อก่อนข้านะ มีขนาดเท่ากับปากกาเมจิกเลยนะโว๊ย” เทียนหงที่ได้ยินคำพูดของเลิฟถึงกับคิ้วกระตุก ก่อนจะพูดแก้คำพูดของหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด

“...” เลิฟที่ได้ยินคำโอ้อวดของเทียนหงถึงกับพูดอะไรไม่ออก เธอสังเกตุเห็นว่าคนในห้องที่ล้อมรอบเธออยู่มุมปากกระตุกกันทุกคนเว้นแต่เทียนเฉินที่ไม่ยิ้มด้วย

‘ดูเหมือนว่าเทียนหงจะสืบทอดความ ‘ใหญ่’ มาจากพ่อสินะ’ เลิฟคิดในใจ

“เลิกพูดกับนางได้แล้ว นางเพียงแค่ยื้อเวลาเท่านั้น หากเจ้าอยากทำอะไรก็รีบทำ อีกเดี๋ยวจอมพลเจี้ยนก็คงพาตัวเด็กนั่นมาแล้ว...ว่าแต่ ขุนพลโม่หายไปไหน เขาไม่ได้ไปตามจับนังเด็กเซรีน่า ดาร์เซียกับพวกเจ้างั้นเรอะ” เทียนเฉินหันมาถามชายชุดดำที่เป็นคนพาตัวน้องสาวคนเล็กของราฟมา

“ขุนพลโม่บอกว่าจะตามจอมพลเจี้ยนไปน่ะขอรับ” ชายหนุ่มตอบเสียงสุภาพ

“งั้นรึ เจ้าเด็กนั่นยังติดเขาราวกับลูกติดพ่อไม่เปลี่ยนสินะ” เทียนเฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปมองทางลูกชายของเขาที่ตอนนี้กำลังย่างสามขุมเข้าไปหาเลิฟพร้อมยื่นมือออกไปเตรียมจะฉีกเสื้อหญิงสาวที่เหวี่ยงมือที่ถูกล่ามไว้ทั่งสองข้างปัดมือของชายหนุ่มออกไป

จบบทที่ เลเฟียร่าและเซรีน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว