เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จบการแข่งขัน

จบการแข่งขัน

จบการแข่งขัน


“อะ เอ่อ...เจ้าหน้าหล่อ เจ้าช่วยบอก ‘แฟน’ เจ้าให้วางมือก่อนได้มั้ย พวกข้าไม่ได้มาหาเรื่อง” หลิวหยางพูดกับพัคแทยังพร้อมกับเหงื่อ เขายังคงจำได้ดีว่าคชสารโลหิตที่พวกเขาต้องใส่ตีนหมาวิ่งหนีป่าราบเป็นยังไงเมื่อเจอเข้ากับหญิงสาวผมขาวเบื้องหน้า

“แฟน...” ไป๋เสวี่ยฉีพึมพำออกมาเสียงเบา แล้วเสือที่เกิดจากแสงแห่งทิวาก็หายไปโดยพลัน

เธอจ้องหลิวหยางตาเขม็ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มให้กับเขา

“คิกๆ น้องสาวผู้นี้ช่างพูดถูกใจข้ามากนัก เอ้า พัคน้อย เหมือนนางจะมีธุระกับเจ้านะ งั้นพวกข้าไปก่อนล่ะ ไว้เสร็จธุระแล้วตามมานะ” หญิงสาวผมขาวพูดอย่างอ่อนหวาน ก่อนที่เธอจะใช้งานแหวนมิติแล้วจับมิร่ากับแบคคัสที่ยังคงช็อคอยู่โยนเข้าไปแล้วเธอจึงเดินเข้าไปเป็นคนสุดท้าย ก่อนไปเธอยังหันมาบอกหลิวหยางด้วยว่า

“เอาไว้วันหลังพวกเราไปเที่ยวเมืองมนุษย์กันตามประสาหญิงสาวนะน้องหญิง”

“...” หลิวหยางอยากจะแก้ต่างไปว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิงแต่ก็กลัวขัดใจเธอเลยปล่อยเลยตามเลย

เมื่อไป๋เสวี่ยฉีจากไป ชายหนุ่มหน้ายิ้มก็พูดขึ้น

“คราวนี้ไม่ยักจะปฏิเสธแฮะ”

“หุบปากไปเลย!” หลิวหยางหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อนใหม่ก่อนจะหันไปพูดกับพัคแทยังว่า

“ขอแนะนำตัวก่อนนะ ฉันคือหลิวหยาง บุตรแห่งหลิวไห่ หัวหน้าตระกูลหลิว จากโรงเรียนอาเธน่า ส่วนหมอนี่คือเคียวยะ จากโรงเรียนแอรีส หรือที่รู้จักในชื่อ โรงเรียนเทพสงคราม” หลิวหยางชี้ไปทางเคียวยะที่พยักหน้าทักทาย

“เรียกผมว่าอาชูร่าก็ได้”

“หืม นายคืออันดับหนึ่งของโรงเรียนเทพสงครามสินะ งั้นนายรู้จักผู้หญิงผมแดงเพลิงที่ติดตราโรงเรียนเดียวกันกับนายรึเปล่า?” พัคแทยังที่ได้ยินฉายาของอีกฝ่ายรีบถามออกมา

“ผมแดง? คุณหมายถึงโลกิงั้นเหรอ ยัยนั่นอยู่ไหน?” เคียวยะมีสีหน้าตื่นเต้นเมื่อได้ยินชื่อนี่ เขานึกว่าเธอถูกกรงเล็บโลหิตของเมฟิสโตฆ่าไปพร้อมกับคนอื่นๆไปแล้ว

“เธอปลอดภัยดี ถ้าการแข่งขันจบแหวนก็คงส่งพวกเราออกไปจากที่นี่ล่ะนะ” พัคแทยังตอบ

“พวกพี่สาวเป็นใครกันอ่ะ พลังแต่ละคนโหดๆทั้งนั้นเลย ไหนจะผู้ชายผมเทาที่โผล่มาระเบิดมารนั่นจนตายทันทีอีก ตอนนั้นพวกฉันอยู่ห่างออกไปไกลเลยไม่ได้ยินที่พวกนายพูดกันสักนิด” หลิวหยางถามออกมาด้วยความสงสัย

“เรื่องนั้น...” ในขณะที่พัคแทยังกำลังจะตอบออกมา เสียงของแหวนเทเลพอร์ตก็ดังออกมาเป็นเสียงหญิงสาวว่า

“ผู้เข้าแข่งขันรายการเอาชีวิตทุกคนโปรดทราบ ขณะนี้เกิดความผันผวนของมิติเนื่องจากการหายไปของบาเรียที่ปกคลุมโลกของเราที่ทำให้แหวนเทเลพอร์ตไม่สามารถใช้งานเพื่อเก็บคะแนนหรือย้ายผู้เข้าแข่งขันออกจากการแข่งได้...”

“...ทำให้ทางผู้จัดขอจบการแข่งขันแต่เพียงเท่านี้ และทางเราจะส่งยานรบออกไปรับพวกคุณที่เหลือกลับมา โดยผลการแข่งขันจะคิดตามคะแนนปัจจุบันที่ทุกคนมีอยู่ และไม่ต้องเป็นห่วงว่าความลับเรื่องพลังของพวกท่านจะถูกเปิดเผย เพราะทางเราสามารถดูแค่เรดาห์จากแหวนเท่านั้น ขอจบการประกาศเพียงเท่านี้...”

หลังจากที่เสียงประกาศจบลง แหวนของคนทั้งสามก็เปล่งแสงออกมาเหมือนเป็นสัญญานเรียกให้ยานมารับ

‘ฝึมือคุณโลแกนสินะ’ พัคแทยังคิดในใจก่อนจะมีเสียงของราฟดังขึ้นมาในหูฟังของเขา

“แทยัง นายได้ยินที่เขาบอกผ่านแหวนแล้วใช่มั้ย ตอนนี้ฉันจะพาพวกสาวๆออกไปเจอกับนายนะ เซ็งเลยอุตส่าห์จะได้ทำผัดเผ็ดช้างกินกับพวกลุงแท้ๆ แต่ไม่เป็นไร ไว้ค่อยกลับมาใหม่ ฮ่าๆๆ” เสียงของราฟดังขึ้นมาจากปลายสาย

“โอเค ไว้เจอกันราฟ”

“ยานรบเลยเหรอ พวกเขาจะเอายานรบมาทำไมกัน แค่ยานบินปกติก็พอแล้วนี่” หลิวหยางขมวดคิ้ว

“ถ้าเป็นยานบินปกติคงป้องกันและหลบหนีจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายไม่ได้หรอกครับ” เคียวยะเป็นคนที่ตอบคำถามนี้

“นอกจากพวกเราแล้วยังมีใครเหลือรอดอยู่บ้างน...”

ฟุบบบ

“โอ๊ะๆๆ” เสียงขี้เล่นสายหนึ่งดังขึ้นห่างจากทั้งสามคนไม่ไกล เมื่อพวกเขาหันไปก็พบกับชายหนุ่มผมที่เพิ่งทำการสังหารเมฟิสโตไปเมื่อครู่โผล่ยืนอยู่ ด้านข้างทั้งซ้ายขวาเขามีหญิงสาวแสนสวยห้าคนกำลังขมวดคิ้วอยู่ ยกเว้นหญิงสาวผมสีน้ำตาลทองที่กำลังกอดแขนของชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

“ไอ้บ้า คนกำลังนอนรักษาตัวอยู่ก็ดึงให้มาด้วยทำไมยะ” เรเชลบ่นออกมาเสียงดังก่อนจะกอดตัวเองแน่นแล้วเดินเข้าไปพิงร่างของราฟ เธอรู้สึกอุ่นขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ตัวชายหนุ่ม

‘อา..สบายยยจังเลย’ นี่คือสิ่งที่เรเชลคิด

“อากาศดีจริงๆ” ซายะพูดด้วยใบหน้าเย็นชาพลางหลับตารับปราณเหมันต์โดยรอบ พลางมองเฟยฮวาที่ยิ้มหวานให้ราฟจนเธอหงุดหงิด ถ้าเธอมาโผล่ที่นี่แทนที่จะเป็นทะเลทรายก็คงชนะยัยมังกรบ้านี่ง่ายๆไปแล้ว

“มองทำไม อยากมีเรื่องเหรอ? หรือว่าอิจฉาที่ฉันได้กอดนายท่าน?” เฟยฮวาที่สัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาหันมายิ้มยียวนให้หญิงสาวผมขาว

“ยัยนี่ ลองดูมั้ยล่ะ คราวนี้ไม่เหมือนตอนนั้นแน่” ซายะพูดพลางรวบรวมไอเย็นรอบๆเกิดเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดยักษ์

“รออะไรล่...” เฟยฮวาไม่ทันพูดจบก็ถูกราฟขัดขึ้นมาว่า

“หยุดเลยทั้งสองคน ยัยประธาน เสี่ยวฮวา...ยัยนักดาบจะมาเบียดฉันทำไมฟะ? เห้ย ยัยผมดำ เลิกดิ้นได้แล้ว! ดูอย่างวิเวียนเป็นตัวอย่างสิ” ราฟพูดอย่างอ่อนใจขณะเดินไปขวางระหว่างสองสาว จนพวกเธอเลิกทะเลาะกันแล้วหันหน้าไปทางอื่น ก่อนที่ราฟจะมองหญิงสาวผมดำที่ถูกเขากอดเอวไว้

“เจ้าก็ปล่อยข้าก่อนสิ!” วาเนสซ่าแยกเขี้ยวใส่ราฟ แต่เขารู้สึกเหมือนถูกลูกแมวน้อยขู่เสียมากกว่า

“ถ้าฉันปล่อย เธอก็หนีดิ อ๊ะจริงสิ...” ราฟนึกอะไรออกก่อนจะดูดกลืนปราณในร่างของวาเนสซ่าจนหมด ทำให้เธอไม่มีแม้แต่แรงขยับตัว ก่อนที่เขาจะปล่อยเธอจากอ้อมแขนจนเธอล้มหน้าคว่ำหิมะ

“โอ๊ย เจ้าบ้านี่ ปล่อยลงมาอย่างนี้ได้ยังไง ข้าเป็นสตรีนะ ไม่อ่อนโยนกันเลย” วาเนสซ่าใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดเงยหน้ามาแหวใส่ชายหนุ่ม

“โฮะโอ่ ไม่รู้รึไงว่าตอนนี้ชายหญิงเท่าเทียมกันแล้วน่ะฮะยัยมารหัวดำนี่...ยืนไหวหรือเปล่าครับ” ราฟยักไหล่ ก่อนจะหันไปถามหญิงสาวผมแดงที่ยังคงมองวาเนสซ่าด้วยความหวาดกลัว

จบบทที่ จบการแข่งขัน

คัดลอกลิงก์แล้ว