เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

คนสำคัญ

คนสำคัญ

คนสำคัญ


ในตอนแรกเธออุตส่าห์ไม่เข้าไปยุ่งกับหญิงสาวเผ่ามารคนนี้แล้ว แต่เธอกลับถูกมารสาวที่กำลังออกล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเพื่อสูบเลือดเล่นเจอแล้วถูกใจร่างกายเข้า เธอที่ไม่สามารถสู้กับเผ่ามารที่ต้านทานพลังควบคุมจิตของเธอได้ก็ถูกหญิงสาวผมดำที่เปลี่ยนร่างกายเป็นเลือดสิงร่างของเธอนานหลายวัน จากนั้นเธฮก็ต้องมองดูร่างกายของเธอถูกมารสาวตนนี้อาละวาดดูดเลิอดผู้คนนับร้อยจนเธอรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น

โชคดีที่ชายหนุ่มผมเทามองเห็นตัวจริงของมารตนนี้ที่ครอบงำเธออยู่และได้ช่วยปลดปล่อยเธอออกจากความทรมาน

“ฉันไหวค่ะ แล้วก็ต้องขอบคุณคุณมากๆนะคะ” วิเวียนตอบชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน พร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระรัว

“โลกิ!” เสียงของเพื่อนเธอดังขึ้นจนหญิงสาวยิ้มค้าง

“อะไรเจ้าหน้าจิ้งจอก ยังไม่ตายอีกเหรอ?” หญิงสาวผมแดงหุบยิ้มหันไปมองหน้าของเคียวยะด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“อะไรกันน่ะครับ เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย จะว่าไปก็เป็นครั้งแรกที่เห็นคุณยิ้มแบบนี้นะครับเนี่ย ปกติเห็นแสยะยิ้...อุ๊บบบ” ไม่ทันพูดจบเคียวยะก็ถูกมือของวิเวียนปิดปากไว้

“ขืนพูดมากกว่านี้ฉันจะหอมแก้มนายซะ” วิเวียนพูดเสียงเย็น

“...” เคียวยะเงียบปากไปทันทีหลังได้ยินคำขู่ของหญิงสาว

“ยัยคนนี้ หรือว่า” เฟยฮวาที่กอดแขนราฟอยู่หรี่ตามองวิเวียนโดยมีซายะกับเรเชลที่มีท่าทางคล้ายๆกัน

“เจ้ามนุษย์ฟีโรโมน่าตายเอ๊ย” เรเชลบ่นออกมาเสียงเบา

“เห้อออ” ซายะถอนหายใจก่อนจะชกราฟเบาๆหนึ่งที

“หะ” ราฟเอียงหัวมองท่าทีของสามสาวงงๆ ก่อนจะเข้าใจแล้วหัวเราะออกมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“เจ้ามันคนที่สังหารเมฟิสโตนี่!?” หลิวหยางอ้าปากค้างก่อนจะวิ่งเข้ามาหาราฟด้วยความเร็วสูงสุด

“นี่ๆ เจ้าน่ะ ดูจากตรานั่นคงเป็นผู้เข้าแข่งขันจากโรงเรียนไอรีนสินะ เจ้าใช้พลังอะไรหรือวิชาอะไรในการจัดการมารระดับสูงตนนั้นเหรอ สอนให้ข้าได้มั้ย ได้โปรดเถอะนะ ข้าอยากแข็งแกร่งแบบเจ้า!” หลิวหยางถามราฟเสียงดังจนเขาต้องเอานิ้วปิดหู

‘นี่ขนาดตูลดระดับการได้ยินให้เท่าคนปกติแล้วนะ เสียงของเจ้านี่จะดังเกินไปมั้ยเนี่ยให้ตายเถอะ’ ราฟคิดในใจอย่างเซ็งๆ

“เจ้าคนบ้าผู้หญิง” ซายะส่งเสียงหึออกมา

“นายนี่มัน...หม้อไปทั่วเลยสินะ” เรเชล

“นายท่าน ผู้หญิงคนนี้คือใครเหรอคะ?” เฟยฮวา

“เดี๋ยวๆ เจ้านี่เป็นผู้ชายนะ!...ยัยประธานทำไมทำเหมือนฉันไปก่ออาชญากรรมร้ายแรงมางั้นแหละ เห้ย ยัยนักดาบอย่ากัดแขนฉันเซ่ เสี่ยวฮวาบีบแขนฉันทำไม...นี่เธอก็เป็นไปกับสองคนนี้ด้วยงั้นเหรอ!?” ราฟเหงื่อแตกพลั่ก เขาคิดผิดหรือเปล่าที่ลดการป้องกันกับสามสาวลง ว่าแต่ทำไมเจ้าคนที่ชื่อเคียวยะนั่นถึงมองเขาแรงจังฟะ

“ผู้ชาย!?” สามสาวร้องเสียงหลง

“ใช่น่ะสิ ข้าคือยอดชายชาตรีผู้มีนามอันยิ่งใหญ่ว่าหลิวหยาง เสียมารยาทมากนะที่กล่าวหาว่าข้าเป็นสตรี...ว่าแต่เจ้ารู้ด้วยเหรอว่าข้าเป็นบุรุษน่ะ นอกจากเจ้าตาทองนั่นก็มีเจ้านี่แหละที่มองออก พวกเจ้านี่สุดยอดไปเลยนะ ฮี่ๆ” หลิวหยางหัวเราะอย่างชอบใจ

“เห้อ เรื่องให้สอนนั่นเลิกคิดเถอะ ฉันขี้เกียจอ่ะ ถ้านายอยากได้วิชานี้ก็เอาไปเลย ขึ้นอยู่กับนายว่าจะปรับใช้กับพลังของนายได้รึเปล่านะ” ราฟพูดพลางชี้นิ้วไปกลางหน้าผากของหลิวหยางก่อนจะใช้วิชาเชื่อมจิตเพื่อถ่ายทอดความรู้ของวิชาปั่นป่วนโลหิตให้

‘ดีจริงๆที่ให้ลุงแฮ็คฐานข้อมูลวิชาที่เปิดให้เรียนทั่วโลกแล้วส่งมาให้เรา หุๆ’

“นี่มัน!” หลิวหยางที่ได้รับวิชาจากราฟไปพูดเสียงดัง จากนั้นชายหนุ่มก็คุกเข่าเอาหัวโขกพื้นเสียงดัง

ตูมมม

“ท่านอาจารย์!”

“หา!?” ราฟคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินวาจาที่แสนขัดหูนี้ อยู่ๆก็มีคนรุ่นเดียวกันมาเรียกว่าอาจารย์เนี่ยนะ

“พอๆ ไม่ต้องเรียกฉันว่าอาจารย์เลย มาทางไหนกลัยไปทางนั้น” ราฟเตะเจ้าคนไม่เต็มบาทนี่ออกไปเบาๆ

“แม้ท่านไม่ยอมรับข้า แต่ท่านจะเป็นอาจารย์ของข้าตลอดไป!” หลิวหยางตะโกนเสียงดังก่อนจะสลบไปเพราะแรงเตะของอาจารย์คนใหม่

“เวรละ ใส่อารมณ์มากไปหน่อย” ราฟยิ้มแห้งๆ

“...” ทุกคน

“พัคน้อย เจ้าจะไปแล้วเหรอ?” เสียงของไป๋เสวี่ยฉีดังขึ้นในหูฟังของพัคแทยังอย่างร้อนรน

“ครับ เอาไว้ผมจะกลับมาหาอีกนะครับ แต่จะติดต่อหาตลอดเลย” ชายหนุ่มตาทองปลอบอย่างอ่อนโยน

“สัญญานะ”

“ครับ”

“งั้นพวกข้าขอให้เจ้ากับสหายโชคดี” ไป๋เสวี่ยฉีพูดเสียงหวาน

“โชคดีนะ” จากนั้นเสียงของทุกคนจากฐานวิจัยใต้ดินก็ดังออกมาในหูฟังของพวกราฟ ยกเว้นหลิวหยาง เคียวยะ วาเนสซ่า และวิเวียน ที่ไม่ได้ใส่หูฟังไร้สายที่โลแกนสร้าง

คนที่สวมหูฟังไร้สายไว้ยิ้มออกมาไม่เว้นแม้แต่ซายะที่มักจะมีสีหน้าที่แสนเย็นชาอยู่เสมอ

“พวกเจ้ายิ้มอะไรกัน หึ คงจะสมน้ำหน้าในสภาพน่าอนาถของข้าสินะ” วาเนสซ่าที่เห็นฉากนี้มุ่ยปากตัดพ้อออกมา

“ฮ่าๆ เธอนี่ก็ตลกดีนะ” ราฟหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างแล้วเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ยานรบมาถึงแล้ว” ชายหนุ่มผมเทาหันไปมองพวกเคียวยะและหลิวหยางที่พึ่งจะได้สติ

“พวกนายเห็นสิ่งที่ฉันทำได้แล้วสินะ ถ้างั้น...” ราฟยิ้มกว้างจนพวกเขาขนลุก

“ยะ อย่าฆ่าพวกเราเลยค่ะ” วิเวียนพูดเสียงสั่น เธอเคยใช้ร่างเดียวกับวาเนสซ่ามาก่อนทำไมจะไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของเมฟิสโต มารตนนี้คือชายผู้ชั่วร้ายที่สังหารเผ่าพันธุ์อื่นๆไปมากมายที่แม้แต่ผู้ใช้พลังระดับ SSS ก็ไม่อาจสังหารเขา ได้แต่ทำให้บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น แต่ชายหนุ่มผมเทาตรงหน้ากลับสังหารมารร้ายตนนี้ได้เพียงเสี้ยววิ

ฟังจากที่เขาพูดแล้วคงคิดที่จะปิดปากพวกเธอเป็นแน่

“...” ราฟมองทั้งสามคนนิ่งก่อนจะเกาหัวยิ้มแห้งๆแล้วบอกว่า

“ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ยังไงความลับของฉันก็ต้องถูกเปิดเผยเข้าซักวัน อีกอย่างตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าจะปกป้องคนสำคัญของฉันได้ ดังนั้นถ้าพวกนายจะเอาเรื่องฉันไปบอกคนอื่นฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่อย่ามาโทษว่าฉันลงมือหนักกับพวกนั้นละกันนะ” ราฟพูดพลางหันไปมองสามสาวที่พากันแอบยิ้ม ส่วนพัคแทยังก็ส่ายหน้ายิ้มๆ

“ใครให้นายมาปกป้องฉันกัน” ซายะกระแอมออกมา

“เห ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าเป็นเธอ”

“...”

“ล้อเล่นจ้า”

“ไอ้...”

“แค่กๆ อาจารย์วางใจได้ ต่อให้ต้องตายข้าไม่มีวันบอกใครถึงความสามารถของอาจารย์เด็ดขาด เพราะข้าไม่มีวันทรยศต่อผู้มีพระคุณอย่างท่าน”

เคียวยะกับวิเวียนมองหน้ากันก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ราฟเป็นเชิงเห็นด้วยกับคำพูดของหลิวหยาง

“ฮะๆ พวกนายนี่ควรค่าแก่การนับเป็นสหายจริงๆ เอางี้ ถ้าพวกนายมีปัญหาอะไรก็ให้ติดต่อฉันผ่านเบอร์นี้ได้เลย” ราฟถ่ายทอดเบอร์ของเขาไปให้ทั้งสามคน

“ครับ/ค่ะ” ทั้งสามพูดด้วยรอยยิ้ม การที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้แข็งแกร่งอย่างราฟในอนาคตช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง

ครืนนนน

หลังจากนั้นไม่นาน ยานรบก็ลงจอด ก่อนที่จะมีเด็กสาวที่มีตราผู้พิทักษ์ระดับ SSS คนหนึ่งเดินนำหน้าผู้คนออกมา

“เอาล่ะเจ้าพวกเด็กน้อย ผู้พิทักษ์สุดแสนน่ารักมารับแล้วจ้า!” แอนนาพูดขี้นด้วยรอยยิ้มสดใส

จบบทที่ คนสำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว