เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สัมผัสที่แสนนุ่มนวล

สัมผัสที่แสนนุ่มนวล

สัมผัสที่แสนนุ่มนวล


หลังจากที่ราฟหายไป พวกของพัคแทยังก็รีบฟื้นฟูร่างกายของตนทันที

พัคแทยังหลับตาเงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับแสงแดดไม่นาน บาดแผลทั้งหมดที่เกิดจากการต่อสู้กับเมฟิสโตก็กลับเป็นเหมือนเดิม การสู้รบกับมารตนนี้ทำให้เขายุ่งจนไม่มีเวลารักษาตัว โชคดีที่ราฟมาทันเวลา ไม่งั้นพวกเขาคงแย่แน่ๆ

เมื่อคิดถึงจุดนี้ เทพหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา

“ดูท่าเรายังฝึกฝนไม่เพียงพอสินะ หลังจากนี้ต้องออกไปล่าอสูรเพื่อทลายขีดจำกัดพลังซะแล้ว จะได้ใช้วิชาที่แข็งแกร่งมากกว่านี้” ชายหนุ่มนึกถึงพลังที่ราฟแสดงออกมาก็อดที่จะมีความรู้สึกหนึ่งก่อตัวขึ้นในใจไม่ได้

ความต้องการแข็งแกร่ง!

“พลัง...ฉันต้องการพลังมากกว่านี้” จากนั้นพัคแทยังก็นึกถึงบทสนทนาที่เขากับราฟเคยพูดคุยกันก่อนจะมาเจอกับเมฟิสโต

.

.

.

ก่อนหน้านี้ไม่นาน

ภายในฐานวิจัยใต้ดินที่พวกราฟอยู่

‘นั่นมันเจ้าจอมเชือดนี่’ พัคแทยังพูดขึ้นหลังจากที่เห็นภาพของเมฟิสโตกำลังใช้กรงเล็บโลหิตตัดหัวของผู้เข้าแข่งขันที่หลบการโจมตีไม่ได้จนตายหลายสิบคนฉายขึ้นมาในจอภาพของโลแกน เขากำหมัดแน่น ในที่สุดก็จะได้เริ่มชำระแค้นพวกมันซะที

‘เง่ะ รู้สึกผิดเลยแฮะที่ทำให้พวกเขาสลบไป แต่เท่าที่ดูจากกล้องของลุงมา ก่อนหน้านี้พวกเขาก็สังหารผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมาเยอะเหมือนกันนี่เนอะ...หือ นั่นเผ่ามารอีกคนที่เป็นศิษย์พี่ที่เธอบอกว่าจะให้มาจัดการพวกฉันใช่ป่ะยัยหัวดำ เอ๊ย วาเนโลปี้?’ ราฟหันไปถามสาวสวยผมดำที่กำลังเกาะคุกโลหิตจ้องมองราฟตาเขม็ง

“วาเนสซ่าย่ะ เจ้าคนป่าเถื่อน กล้าดียังไงมาทำลายการควบคุมร่างของข้าจากร่างของยัยผมแดงนี่! รู้มั้ยว่าข้าถูกใจร่างของนางมากแค่ไหนน่ะหา!?” วาเนสซ่าตะโกนแล้วหันไปมองร่างของหญิงสาวผมแดงเพลิงที่กำลังหลับไหลอยู่ในอ้อมกอดของไป๋เสวี่ยฉีที่กำลังรักษาเธอจากความเสียหายที่ถูกเผ่ามารสิง

“จิ๊ๆ ก็วาเนโลปี้มันดูน่ารักกว่านี่นา แล้วเรื่องของเธอมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันแค่ทำให้ไม่มีคนกลายเป็นมารเพิ่มขึ้นอีกก็เท่านั้น ดีนะที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีจิตด้านลบแต่ถูกเธอบังคับควบคุมเลยทำให้ฉันทำลายการเชื่อมต่อได้อยู่น่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจัดการเธอไปแล้ว” ราฟยิ้มหวานขณะใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากของวาเนสซ่าจนเธอล้มหงายหลัง

“กรี๊ดดด ไอ้หัวเทาบ้า! อวดดีไปก่อนเถอะ” วาเนสซ่าแยกเขี้ยวขู่ เธอหวังให้ศิษย์พี่ใหญ่ของเธอมาช่วยเร็วๆแล้วเปลี่ยนเขาเป็นมารจากนั้นเธอจะเอาเขามาเป็นทาสใช้งานไปตลอดกาลเลยคอยดู! หลังจากคาดโทษชายหนุ่มในใจเสร็จเธอก็เดินไปนั่งหลบในมุมคุกที่ห่างออกไปอย่างเงียบๆ

“ชิๆ ไม่หนุกเลย...นี่พัคแทยัง เจ้ามารนั่นให้ฉันจัดการให้มั้ย นายจะได้ใช้เวลากับพี่เสวี่ยฉีของนาย” ราฟถามสหายของเขา

“ไม่เป็นไร ฉันจะออกไปจัดการมันด้วยมือของฉันเอง” พัคแทยังส่ายหน้าตอบ

“โอเค งั้นถ้านายไม่ไหวจริงๆเดี๋ยวฉันไปช่วยนะ” ราฟกล่าว ก่อนจะหันไปบอกกับอสูรทั้งสามตนยิ้มๆว่า

“อย่าลืมเรื่องที่ฝากไปด้วยน่อ”

“ขอรับ!”

“เจ้าค่ะ!”

อสูรระดับ SS ทั้งสามตนพยักหน้ารัวๆพร้อมกับตั้งให้ภารกิจนี้สำคัญสูงสุดทันที

“ไปกันเถอะครับ” พัคแทยังหันมาพูดกับทั้งสาม ก่อนที่ไป๋เสวี่ยฉีจะใช้งานแหวนมิติเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังจุดที่เมฟิสโตอยู่

.

.

.

ปัจจุบัน

พัคแทยังยิ้มบางๆออกมา ดูเหมือนว่าสุดท้ายก็ต้องพึ่งพลังของสหายของเขาอยู่ดี หลังจากคิดจบเขาก็หันไปมองพวกไป๋เสวี่ยฉี

ในตอนนี้ไป๋เสวี่ยฉี แบคคัส และมิร่ากำลังกินแท่งคริสตัลคนละสีตามแต่ธาตุของตนเพื่อใช้ฟื้นฟูความเสียหายอยู่

“เป็นอสูรนี่สะดวกจังเลยนะครับ” พัคแทยังพูดกับทั้งสามคน

“ต้องขอบใจเจ้าคนสติเฟื่องนั่นล่ะนะ แหมๆ อะไรกัน หน้าตาของพัคน้อยยังดูซีดอยู่เลย มามะ มาให้พี่สาวคนนี้จูบเพิ่มพลังเร็ว...” ไป๋เสวี่ยฉียิ้มหวานก่อนจะกระโดดเข้าหาชายหนุ่ม

ผัวะ!

ในขณะที่พัคแทยังกำลังจะใช้ความเร็วแสงหลบการจู่โจมนี้อย่างเขินอายนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งกระแทกที่หลังของเขาจนกลิ้งกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร

“หลบไปซะเจ้าตาทอง...แฮ่กๆ พี่หญิง หน้าข้าก็ซีดนะ มาจูบข้าแทนเถอะ จู....” มิร่าพูดโดยที่มือทั้งสองยังค้างไว้บนอากาศพร้อมกับหันหน้ามาทำปากจู๋และหลับตาใส่ไป๋เสวี่ยฉี

ม๊วบบบ

“...” พัคแทยัง

“กรี๊ดดด สัมผัสที่นุ่มนวลนี้มันอะไรกัน ในที่สุดข้าก็ได้จูบกับพี่หญิงสักที...” เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกวาบหวามไปทั้งตัวนี้ หญิงสาวผมม่วงก็ลืมตาขึ้นมาอย่างมีความสุข แต่มันก็เปลี่ยนเป็นความทุกข์ทันที

เพราะที่เธอจูบอยู่นั้นคือ ชายหนุ่มผมเขียวที่กำลังเบิกตากว้างเหมือนกับโดนผีหลอก ตัวของเขาเหมือนถูกมือเรียวสวยของพี่สาวคนสวยของเธอที่กำลังส่งยิ้มเย็นให้จับไว้อยู่

“ไอ้เจ้าม้าโอตาคุ!? กรี๊ดดด...อุแหวะ!” มิร่ากรีดร้องเสียงหลงก่อนจะถีบชายหนุ่มตรงหน้าออกไปแล้วมองหาน้ำมาล้างปาก แต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดหญิงสาวก็มองพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะแล้วเลือกใช้มือทั้งสองช้อนมันเข้าปากเพื่อหวังให้มันล้างสิ่งสกปรกสำหรับเธอออกไป

“อ๊ากกกก ยัยเสือจอมโหด ข้ารักษาตัวของข้าอยู่ดีๆทำไมต้องจับข้ามาจูบยัยแมวเพี้ยนนี่ด้วยฟะ หมดกัน เฟิร์สคิสที่จะเอาไว้มอบให้กับมากิจัง เจ้ามันยัยปีศาจ! อำมหิตยิ่งนัก!” แบคคัสใช้พัดชองเขาเป่าปากหวังให้สัมผัสเมื่อครู่หายไป

“หึ” ไป๋เสวี่ยฉีมองดูคนทั้งสองโวยวายด้วยใบหน้าเย็นชาแล้วหันไปกอดแขนพัคแทยังต่อด้วยสีหน้าอ่อนหวานต่างจากเวลามองสหายทั้งสองราวฟ้ากับเหว

“พัคน้อย ไม่ต้องไปสนใจสองคนนี้หรอก เรามาต่อกันเถอ...”

“โฮ่ยยย เจ้าหน้าหล่อ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้พัคแทยังและที่เหลือหันไปมอง พวกเขาพบว่าเจ้าของเสียงคือชายหนุ่มผมฟ้าที่กำลังวิ่งมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นพร้อมกับชายหน้ายิ้ม

“ใครมันกล้าขัดจังหวะของพวกข้าหา…อยากตายมากสินะ!” ไป๋เสวี่ยฉีเรียกแสงแห่งทิวาออกมาเป็นรูปร่างของเสือยักษ์แลดูน่าเกรงขาม

จบบทที่ สัมผัสที่แสนนุ่มนวล

คัดลอกลิงก์แล้ว