เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

รวมพลังสยบมาร

รวมพลังสยบมาร

รวมพลังสยบมาร


เมฟิสโตร้องออกมา แต่ในขณะที่เขาจะหันไปนั้น พัคแทยังก็พูดขึ้นมาต่อว่า

“ตายซะ...หอกประกายแสง” สิ้นเสียงของชายหนุ่ม เขาก็ควงหอกเทพสงครามฟาดฟันใส่เมฟิสโตนับครั้งไม่ถ้วนด้วยความเร็วขั้นสูงสุด

ฉัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ........

ทุกครั้งที่เขาฟัน ร่างกายของเมฟิสโตจะถูกเผาไหม้ด้วยปราณสุริยัน เนื้อของเขาถูกเฉือน กระดูกของเขาถูกหั่น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้มารตนนี้ตายได้เลย “แฮ่กๆๆ” พัคแทยังฟันเมฟิสโตจนเขาเริ่มหมดแรง การฟันด้วยความเร็วแสงเผาผลาญปราณและพลังของเขามากเกินไป

ในขณะเขาจะถอยออกไปตั้งหลักนั้น เมฟิสโตก็พันมาแล้วแสยะยิ้มพูดขึ้นว่า

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำยังไงถึงหยุดการฟื้นฟูของข้าได้ แต่ตอนนี้ถึงตาข้าบ้างล่ะ”

“โลหิตหวนคืน!”

เมฟิสโตระเบิดปราณใส่ชุดเกราะเทวะจนมันกระจาบออก จากร่างของเขา แล้วเลือดทั้งหมดก็ระเบิดออกมา โดยพลังทำลายของมันนั้นเทียบได้กับระเบิดที่สามารถทำลายวิลล่าได้ทั้งหลัง ละอองของมันกระจายออกกลายเป็นไอบนท้องฟ้าบนหัวของพวกเขาจนดูเหมือนกับว่ามันได้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

“อ๊ากกก” พัคแทยังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเลือดสีทองของเขาไหลออกมาราวกับสายน้ำไม่ต่างจากเมฟิสโตที่เลือดไหลท่วมไปทั้งตัว

“เป็นไง? วิชานี้มันจะสะท้อนความเสียหายที่ผู้ใช้ได้รับสะสมไว้แล้วระเบิดออกไป สุดยอดเลยใช่มั้ย องค์ชายยย? ฮี่ๆๆ” เมฟิสโตแสยะยิ้ม ก่อนจะหันไปยังทิศทางหนึ่ง

“ดูเหมือนคชสารโลหิตจะตายแล้วสินะ และดูเหมือนพวกน่ารำคาญจะมากันทางนี้อีก น่าหงุดหงิดจริงๆ”

“...”

.

.

.

ปัจจุบัน

“พัคน้อย!?” ไป๋เสวี่ยฉีมองร่างของพัคแทยังที่เต็มไปด้วยเลือดสีทอง

“เจ้าเลือดไหล! กรร...” หญิงสาวพูดขึ้นขณะมองไปที่เมฟิสโตแล้วส่งเสียงขู่ของเสือออกมา แต่เธอกลับพบว่าสภาพของชายเผ่ามารก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก อาจแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะนอกจากเลือดที่ไหลจากบาดแผลทั่วร่างแล้ว แขนซ้ายของเขายังถูกตัดออกไปอีก

“ทำไมมันไม่ฟื้นฟูตัวเอง?” หญิงสาวสงสัยแต่ก็นึกออกทันที เพราะก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่าสัตว์ประหลาดตนนั้นได้ขอหอกของพัคน้อยมาแล้วใช้มือถูใบมีดของมันจนกลายเป็นสีม่วงดำ

‘ฉันทาพิษต้านการฟื้นฟูที่เคยใช้กับเจ้าเซ่อดอสั้นตอนศูนย์วิจัยนั่นให้แล้ว จะใช้ยังไงก็แล้วแต่นายเลย สู้เค้านะเพื่อนเลิฟ...ส่วนพวกเธอ ดูแลเพื่อนฉันด้วยล่ะ แล้วอย่าลืมเอาเนื้อของช้างนั่นมาให้ฉันลองชิมด้วยล่ะ เคยเห็นในเน็ตว่าเนื้อคชสารโลหิตอร่อยเหมือนเนื้อหมูป่ากลายพันธ์เลยนี่ ฉันอยากกินผัดเผ็ดหมูป่าพอดี ถ้าไม่ได้กินมันฉันคงต้องหาตัวอื่นข้างนอกกินแทน เพราะงั้นฝากด้วยน้า’ ชายหนุ่มผมเทาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรก่อนจะหันไปสนใจร่างของหญิงสาวผมแดงที่ถูกเผ่ามารสิงร่างอยู่ต่อ

ถึงแม้เขาจะพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในสายตาของพวกเธอมันเหมือนกับเขาจะกินพวกเธอแทนเสียมากกว่

“หึๆ พยัคฆ์ทิวา อาชาพฤกษา วิฬาร์มายา สามเผ่าอสูรในตำนานที่น่าจะดับสูญไปจนหมดแต่เหลือรอดกลับมาอยู่บนเกาะร้างแห่งนี้ ดูเหมือนที่นี่จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่สินะ อสูรโลหิตที่มากับศิษย์น้องหญิงของข้าก็คงถูกเจ้าอาชาโลหิตสังหาร ข้านี่มัน...” เมฟิสโตเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“เจ้านี่บ้าไปแล้วเหรอ” มิร่ามองเมฟิสโตอย่างสงสัย

“ดูจากท่าทีของมันที่ยังสบายใจอยู่อย่างนี้ มันจะต้องวางแผนอะไรไว้อีกแน่ แบคคัส รีบสังหารมันซะ” ไป๋เสวี่ยฉีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ต้องบอกก็จะทำอยู่แล้ว” แบคคัสกระทืบพื้น ฝ่าเท้าของเขาก็มีรากไม้ทะลุไปในพื้นดินแล้วพุ่งออกมาโจมตีเมฟิสโตจากด้านล่างหมายรัดแล้วสูบชีวิตให้ตายเหมือนเช่นคชสารโลหิต

ตูมมม!

“แปลงโลหิต!”

วูบบบ

เมฟิสโตเปลี่ยนร่างทั้งตัวของเขากลายเป็นเลือดลอยขึ้นไปบนฟ้าหลบการโจมตีของรากไม้ได้อย่างง่ายดาย

“ระเบิดทิวา!” ไป๋เสวี่ยฉีฟาดฝ่ามือออกไปเกิดเป็นระเบิดแสงลูกมหึมา เธอส่งมันพุ่งเข้าใส่ร่างโลหิตบนฟ้าหมายเผามันให้สูญสลายไป

“อย่าหวังเลยนังเสือบ้า คิดว่าเจ้ามีวิชาต้านทานพลังของพวกข้าอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ?” เมฟิสโตคำราม ก่อนจะรวมตัวกันเป็นร่างมนุษย์แล้วรวมเลือดที่ไหลอยู่บนร่างของเขากลายเป็นดาบสองมือขนาดยักษ์เล่มหนึ่งแล้วใช้ออกด้วยวิชาลับที่ได้เรียนรู้มา

“จันทรากลืนแสง”

คมดาบมีออร่าสีดำออกมาก่อนที่มันจะถูกฟาดฟันใส่ไป๋เสวี่ยฉีจนเกิดเป็นคลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีดำ

“แย่แล้ว นั่นมันวิชาของเผ่าปีศาจที่สามารถต่อต้านแสงสว่างได้! ยัยบราค่อน รีบหลบเร็ว” แบคคัสตะโกนออกมา เขาปล่อยหมัดยืดออกกลายเป็นรากไม้ขึ้นไปโจมตีแต่ก็ไม่สามารถจับเมฟิสโตที่ลอยอยู่บนฟ้าได้ นี่คือจุดอ่อนของเผ่าอาชาพฤกษาที่ไร้พ่ายบนผืนดิน แต่เสียเปรียบเมื่อต้องสู้กับศัตรูที่ลอยฟ้าได้

“เหอะ เจ้าพวกโง่ข้าคือผู้ใช้พลังพิเศษสองธาตุเฟ้ย ถึงจะมีธาตุประจำเผ่ามารโลหิตอยู่ แต่ก็มีธาตุลมอีกธาตุ อย่าหวังว่าจะจับข้าได้ยามข้าอยู่บนนี้ ฮี่ๆๆ ที่นี้รู้รึยังว่าข้าเล่นสนุกกับเจ้าน่ะ เจ้าเด็กน้อย เจ้าที่ยังเรียกปีกเทวทูตไม่ได้ไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก ฮ่าๆๆ” เมฟิสโตหันไปยั่วโมโหชายหนุ่มผมทองที่กำลังถลึงตาใส่เขาอยู่

“อย่าได่ใจให้มันมากนักเจ้ามารสารเลว” มิร่าพูดขึ้น ก่อนจะโผล่ไปที่ด้านหลังของเมฟิสโต

“ตายซะ บัวบานผลาญโลกา” สิ้นเสียงของหญิงสาวผมม่วง ปรากฏพายุไฟขนาดใหญ่ออกมาจากฝ่ามือของเธอที่กลายเป็นกรงเล็บของมังกร ตอนนี้ร่างกายของเธอมีเกล็ดสีแดงเพลิงขึ้นไปทั่วร่างพร้อมกับมีเขาสองข้างงอกออกมาบนหน้าผาก เธอกลายร่างเป็นมนุษย์ครึ่งมังกรเพลิง!

“อ๊ากกก” เมฟิสโตที่ถูกการโจมตีนี้เข้าที่หลังเต็มๆร้องออกมาก่อนจะหันไปมองผู้โจมตี

“แปลงกายเป็นมังกรเพลิงเพื่อระเบิดอากาศไม่ให้ข้าบินได้? แต่ได้แค่ครึ่งเดียว? แถมทำได้แค่เผาหลังข้าอีก ฮ่าๆๆ เจ้าใช้พลังได้ไม่ถนัดใช่มั้ย สงสัยเป็นพวกพึ่งเกิดล่ะสิ” เมฟิสโตยิ้มเยาะ

“ข้าอายุ 15 ปีแล้วย่ะ” มิร่าตวาด

“เทียบกับอายุมนุษย์เจ้าก็แค่เด็กสาวอายุ 7 ปีกว่า อย่าอวดดีให้มากนักยัยแมวน้อย”

“...”

จบบทที่ รวมพลังสยบมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว