เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แค่แกล้ง?

แค่แกล้ง?

แค่แกล้ง?


และโลหิตซึ่งเป็นแหล่งพลังชีวิตหลักของเผ่ามารโลหิตก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมในการเสริมสร้างพลังชองอาชาพฤกษา ทำให้การคงอยู่ของเผ่าพันธุ์นี้เป็นที่น่าหวาดเกรงของสิ่งมีชีวิตเกือบจะทุกเผ่าพันธุ์โดยเฉพาะเผ่ามารโลหิต

จนกระทั่งสงครามเทพอสูรครั้งล่าสุด เผ่าอาชาพฤกษาที่เลือกจะเข้าร่วมภาคีสุริยันถูกโค่นล้มโดยพันธมิตรอนธการพร้อมกับเผ่าเทวะและถูกกวาดล้างทำลายจนทุกคนเข้าใจว่าอาชาพฤกษาสูญสิ้นไปแล้ว

เมื่อเห็นชายหนุ่มผมเขียวยิ้มกว้างเป็นการยอมรับ เขาก็ตะโกนออกมา

“เป็นไปไม่ได้ เผ่าพันธุ์เจ้าสิ้นแล้วเมื่อครั้งสงครามเทพอสูรจบไป เจ้าโกหก!”

“เหอะ เจ้าคิดว่าพวกข้าตายหมดทุกคนเลยรึไง ข้านี่ไงล่ะที่ยังคงรอดอยู่ และจำไว้ให้ดีล่ะ ที่เผ่ามารโลหิตของเจ้ายังคงใช้ชีวิตต่อไปได้นั่นก็เพราะพวกข้าเบื่อหน่ายสงครามเต็มที เอาล่ะ จบการสนทนา ที่นี้ก็จงตายซะ”

“ไม่! ข้าไม่ยอมรับความตายที่ไร้ซึ่งเกียรตินี้ อ๊ากกก” ไลคาออนร้องโหยหวนก่อนที่ร่างของเขาจะแหลกเหลวโดยการบดขยี้และถูกดูดซับโลหิตโดยมือพฤกษาจนไม่เหลือแม้แต่เลือดเพียงหยดเดียว

“แข็งแกร่ง” เรเชลที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมองไปที่ชายหนุ่มผมเขียวอย่างหวาดกลัว

“คุณจะไม่ฆ่าฉันใช่มั้ย?”

เมื่อชายหนุ่มผมเขียว หรืออสูรอาชาพฤกษาได้ยินประโยคคำถามกึ่งขอร้องแบบนี้ก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดเสียงอ่อนโยนว่า

“เผ่าอาชาพฤกษาไม่สังหารใครง่ายๆ ที่ข้าสังหารเจ้านั่นก็เพราะเกรงว่ามันจะคาบข่าวไปบอกมารโลหิตตนอื่นมาวางแผนจัดการข้า ก็นะ ข้าอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขนี่นา อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย ข้ามีนามว่า แบคคัส เจ้าสามารถเรียกข้าว่า พี่เบค หรือว่าพี่จ๋าก็ได้นะ!” ชายหนุ่มพูดจบก็หยิบพัดมาพัดใส่หน้าด้วยท่าทางดุจคุณชายผู้ดี ไม่เหมือนกับคนที่พึ่งสังหารใครมา

“...”

“แล้วตอนแรกที่เจอกันทำไมถึงทำเหมือนจะฆ่าฉันล่ะ ที่พูดกับอสูรพฤกษาไปหมายความว่ายังไงเหรอ?”

“อ้อ อันนั้นข้าแค่เบื่อเลยแกล้งเจ้าเลย ก็แหม นานๆทีจะได้เจอมนุษย์ที่แข็งแกร่งแบบเจ้านี่นา ส่วนเรื่องที่ข้าคุยกันเจ้านั่นก็ประมาณว่า...

‘ช่วยแกล้งทำเป็นต่อสู้กับเด็กสาวคนนี้หน่อย อย่ารุนแรงมากนักล่ะ’

‘แต่นายท่าน นางเพิ่งจะระดับ S เองนะ’

‘ช่างเถอะน่า ข้าแค่อยากดูอะไรสนุกๆ’

“เทเฮะ” ชายหนุ่มทำท่าเขกหัวโดยคิดว่าเป็นท่าที่ดูน่ารักที่สุด

“...”

‘ถ้าเขาเจอกับตาบ้านั่นจะป่วนขนาดไหนนะ ไม่อยากจะคิดเลย’ เรเชลคิดในใจ เธอล้มเลิกความคิดที่จะหนีไปแจ้งข่าวเรื่องของแบคคัสแล้ว เพราะเธอเห็นว่าเขาเป็นอสูรที่ไม่ชอบความรุนแรง? เธอเชื่ออย่างนั้นเพราะแบคคัสพึ่งพูดกับไลคาออนเมื่อกี้ว่าเขาเบื่อหน่ายสงคราม คนเกลียดสงครามไม่มีทางเป็นคนไม่ดีไปได้หรอก

อีกอย่าง ถึงหนีไปตอนนี้ก็คงไม้พ้นโดนมือไม้นั่นจับตัวเธอไว้แน่ๆ ขนาดอสูรหมาป่านั่นเร็วกว่าเธอตั้งหลายเท่ายังโดนจับได้ง่ายๆเลย

“เอาล่ะ ทีนี้มาเรื่องของพวกเราต่อก้นดีกว่า” แบคคัสทำหน้าจริงจังขณะพูดเรื่องนี้

“อ่ะ แืม จะให้ฉันทำอะไร?”

“...หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันนี่แล้วเจ้าช่วยซื้อเกม ‘น้องสาวของผมคือผู้กล้า’ แล้วส่งมาตามที่อยู่นี้ให้หน่อยได้มั้ย มันเป็นเกมที่พึ่งออกวางขายเมื่อไม่นานมานี้ ข้าถูกยัยผู้หญิงบ้าเพื่อนสมัยเด็กบางคนยึด เอ๊ย เก็บเงินไปหมดเพราะทำอะไรพลาดนิดหน่อยเลยออกไปซื้อไม่ได้ เพราะงั้น...ช่วยหน่อยนะ คิดซะว่าตอบแทนที่ข้าช่วยเจ้าไว้จากหมาขนแดงนั่นก็ได้” แบคคัสขอร้องพลางยื่นกระดาษที่เขียนที่แยู่พร้อมชื่อที่เขียนว่าโลแกนมาให้

“เอ่อ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเพราะการแข่งนี้ฟ้าทเอาอะไรเข้ามา ถ้าออกไปได้จะซื้อมาฝากนะ” เรเชลคิ้วกระตุก ตอนแรกเธอคิดว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากกว่านี้เสียอีก แต่อีกใจก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้มีอะไรมากนอกไปจากอสูรติดเกมฝากซื้อของเท้านั้น

“เยี่ยม เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ งั้นก่อนที่จะออกจากการแข่งขันนี้เจ้าก็มาพักกับพวกข้าที่ตำหนักหยกก่อนละกัน ที่นั่นดีมากเลยระ ข้าจะไปขอห้องให้เจ้าพักชั่วคราว”

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ อ๊ะ!?”

ครืนนน

ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น พื้นดินโดยรอบก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“แบคคัส? นี่ฝีมือคุณเหรอ?” เรเชลถามขณะเกาะโพรงไม้ไว้แน่น

“ข้าไม่มีพลังในการบงการปฐพี” แบคคัสขมวดคิ้วตอบ ชายหนุ่มแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ในตอนนี้ปรากฏเกราะพลังงานที่เริ่มสูญสลายไปจากจุดกึ่งกลางของเกาะ

“บาเรียที่ปกคลุมเกาะสูญสลาย? ฮ่าๆๆ เจ้าหมอนั่นทำสำเร็จแล้วงั้นเหรอ?” แบคคัสหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาสวมหูก่อนจะติดต่อหาใครบางคน ไม่นานหูฟังนั้นก็ฉายภาพโฮโลแกรมของชายวัยกลางคนหน้าอมโรคคนหนึ่งขึ้น ข้างหลังของเขามีชิ้นส่วนเครื่องกลที่น่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์กองไว้มากมายเกินจะนับไหว

“ว่าไงเบค”

“โร้ค เจ้าทำลายบ้าเรียที่ปกคลุมโลกได้แล้วอย่างงั้นเหรอถึงได้ยกเลิกการใช้งานบาเรียบนเกาะนี้น่ะ?”

“ประมาณนั้น เรียกว่าเกือบจะดีกว่า พอดีมีผู้ช่วยที่ดีน่ะ ราฟ มาทักทายเพื่อนฉันหน่อย เบคนี่ราฟ เขาเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ฉันขอความร่วมมือมาช่วยฉันเรื่องบาเรีย ส่วนราฟนี่คือแบคคัส หรือ เบค เป็นอสูรชั้นราชาระดับ SS เหมือนกับไป๋เสวี่ยฉีที่ฉันชักชวนมาร่วมมือด้วยน่ะ” โลแกนหันมาเรียกชายหนุ่มผมเทาที่กำลังนั่งเหงื่อแตกอยู่

“ราฟ? เดี๋ยวก่อนนะคะคุณเบค...ราฟ นั่นนายจริงๆด้วย ทำไมถึงไปอยู่ที่นั่นได้ล่ะ!?” เรเชลที่ได้ยินชื่อที่คุ้นหูรีบหันไปมองที่ภาพโฮโลแกรมทันทีด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“อื๋อ…อ้าว เรเชล เธอยังรอดอยู่อีกเหรอ” ความกวนประสาทแบบนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้น

“ไอ้คนน่าตาย ยังปากปีจอเหมือนเดิม”

“คนรู้จักของเจ้าเหรอ” แบคคัสถามหญิงสาว เขาไม่คิดว่าโลกจะกลมแบบนี้

“ค่ะ ถึงไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ แต่หมอนี่เป็นเพื่อนของฉัน” เรเชลตอบ ถึงเธอจะบอกแบบนี้ แต่แบคคัสเห็นแววตาของหญิงสาวฉายแววแห่งความดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

“หึๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่าเขาทำให้ยอดนักดาบสาวในอนาคตยอมรับเป็นสหายได้อย่างไร” แบคคัสเอ่ยยิ้มๆ

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ คุณแบคคัส ช่วยพาฉันไปหาเขาได้มั้ยคะ?” เรเชลขอร้องชายหนุ่ม

“ย่อมได้ ในเมื่อสหายของเจ้าทำให้ความหวังของพวกข้าใกล้สำเร็จ” แบคคัสกล่าวจบก็ชูมือขวาไปข้างหน้า ก่อนทีแหวนที่ฝังคริสตัลสีเหลืองอำพันจะเปล่างแสงออกมา จากนั้นชายหนุ่มผมเขียวก็ใช้มือซ้ายแตะไหล่ของเรเชล แล้วทั้งสองก็ถูกดูดไปเข้าช่องมิติ

หลังจากที่ทั้งสองหายเข้าประตูมิติไป ปรากฏเงาร่างบางของสตรีที่แสนงดงามขึ้น ต่างหูของเธอเรื่องแสงสีขาวคล้ายหมอกแสดงถึงพลังแห่งมายาที่ซ่อนตัวตนของเธอจนถึงตอนนี้

“...อย่างที่คิด ผู้หญิงคนนั้นรู้จักกับเจ้าคนผมเทานั่นจริงๆ ไม่เสียแรงที่ส่งอสูรโลหิตติดตามไว้เมื่อสี่วันก่อน” วาเนสซ่าเอ่ยออกมาขณะมองดูความผันผวนของมิติที่ถูกปิดลงเมื่อครู่

สี่วันก่อน ขณะที่เธอกำลังเล่นสนุกกับการสูบเลือดผู้เข้าแข่งขันคนอื่นอยู่นั้น หญิงสาวสัมผัสได้ถึงเรเชลที่อยู่ใกล้เคียงจึงได้สั่งให้ไลคาออนแอบติดตามหญิงสาวผมบลอนด์ไปโดยเธอได้มอบต่างหูมายาอีกข้างให้กับเขาเพื่อใช้ซ่อนตัว ส่วนเธอจะออกไปสนุกต่อ

จนเมื่อไม่นานมานี้ คำสาปแห่งผู้ทรยศที่อาจารย์ของเธอได้สร้างขึ้นระหว่างเธอและไลคาออนถูกตัดออกไป มันทำให้เธอรู้ว่าอสูรโลหิตที่ส่งไปติดตามเหยื่อล่อของเธอถูกสังหารไปแล้ว ทำให้เธอมาที่จุดที่สัญญานชีวิตของไลคาออนหายไป

เมื่อหญิงสาวมาถึงก็พบกับชายหญิงสองคนกำลังคุยกันอยู่ ก่อนจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น จากนั้นชายผมเขียวก็เปิดโฮโลแกรมออกมาจากหูฟังไร้สาย

แล้วเธอก็เห็นใบหน้าที่ฝังใจเธอมาหลายวัน ใบหน้าที่เธอไม่เคยลืม เพราะถูกเจ้าหมอนั่นมองจิตของเธอด้วยสายตาหื่นกามจนเธอรู้สึกขนลุก

จบบทที่ แค่แกล้ง?

คัดลอกลิงก์แล้ว