เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อาชาพฤกษา

อาชาพฤกษา

อาชาพฤกษา


ด้วยความไวของมนุษย์หมาป่าที่เด่นในเรื่องความเร็ว บวกกับพละกำลังของอสูรระดับ SS ทำให้ไลคาออนสามารถหลบการโจมตีของชายผมเขียวได้อย่างง่ายดาย

“...” ชายผมเขียวไม่สนใจที่จะสนทนากับอีกฝ่าย แต่กลับยกมืออีกข้างขึ้นมา

“อสูรพฤกษา โจมตี!”

ฮูมมม

อสูรพฤษาที่ยืนรอฟังคำสั่งนายของมันกู่ร้องออกมาก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปโจมตีอสูรขนแดง

“เหอะ เป็นแค่ราชาอสูรระดับ S อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง!” ไลคาออนแสยะยิ้ม หลบการโจมตีของหอกไม้ ก่อนจะกางกรงเล็บทั้งห้าของมันที่ปกคลุมด้วยปราณโลหิตอยู่ สะบัดด้วยความเร็วเสียง เกิดเป็นฝ่ามือสีแดงฉานขนาด 5 เมตรโถมใส่อสูรพฤกษาทับร่างของมันจนแหลกเหลว ไลคาออนฉีกยิ้มกว้าง เขาเลิกใช้วิชา ทำให้ฝ่ามือโลหิตสลายไป เผยให้เห็นซากร่างที่แตกกระจายของอสูรพฤกษา แต่น่าแปลกที่มันไม่ฟื้นร่างกลับมา

ไลคาออนหันไปมองเรเชลก่อนจะพูดข่มเธอ

“ไงล่ะแม่สาวน้อย ดูแล้วจำไว้ซะ การจัดการกับอสูรชั้นราชาระดับ S ที่มีพลังฟื้นตัวระดับกึ่งอมตะอย่างถูกวิธีคือการทำลายทุกส่วนของร่างมันในทันที ไม่อย่างนั้นแก่นอสูรของมันที่เป็นพลังชีวิตและเป็นตัวฟื้นฟูหลักจะสามารถคืนสภาพของมันได้ ยิ่งเจ้านี่เป็นธาตุไม้แล้วด้วย พลังการฟื้นฟูของมันจึงแข็งแกร่งกว่าอสูรธาตุอื่นในระดับเดียวกันหลายเท่า! ไงล่ะ ข้าเก่งใช่มั้ย เคารพข้า บูชาข้า ไลคาออนผู้นี้สิ เฮี๊ยกๆๆ”

“...” เรเชลมองมนุษย์หมาป่าตรงหน้าด้วยสายตาแบบเดียวกับตอนเจอกับชายผมเขียวครั้งแรก ก่อนจะนึกในใจ

‘คนที่แข็งแกร่งทุกคนเป็นอย่างนี้หมดเลยรึไงนะ?’

“หึ จากวิชาที่เจ้าใช้ออกมามันคือวิชาของเผ่ามารโลหิตสินะ งั้นก็ไม่เท่าไหร่” ชายผมเขียวยิ้มหยัน

ไลคาออนที่ได้ยินดังนั้นก็แยกเขี้ยวใส่

“ปากดีนักนะ มาดูกันว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเหมือนปากรึเปล่า...ยัยหนู เจ้าย่าคิดหนีไปไหนล่ะ ข้าต้องติดตามเจ้าตามคำสั่งของคุณหนูเอาแต่ใจนั่นต่อ แต่ถ้าคิดหนีล่ะก็ ข้ายินดีที่จะตัดขาของเจ้าให้ไม่สามารถก้าวไปไหนได้อีก”

“อึก” เรเชลที่หวังใช้โอกาสที่ชายผมเขียวเผลอหนีออกไปจากสถานการณ์ระหว่างอสูรระดับสูงสองตนนี้ เมื่อหญิงสาวได้ยินสิ่งที่ไลคาออนพูดกับเธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะหนีทันที

“ข้าจะสร้างโพรงให้เจ้าหลบชั่วคราว อย่าออกมาล่ะ” ชายผมเขียวสะบัดมือครู่หนึ่ง รากไม้ที่พันตัวของเธออยู่ก็ขยายออกเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นโพรงที่เธอเข้าไปอยู่ได้ ก่อนที่มันจะกลายเป็นทรงกลมขนาดใหญ่

‘ฮือออ ทำไมเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย เจ้าหมาป่านั่นจะตามเรามาทำไมกัน แล้วคุณหนูที่ว่าคือใคร?’ เรเชลมุดตัวหลบไปในรากไม้ที่ชายผมเขียวสร้างเป็นโพรงให้เธอหลบเมื่อสักครู่ด้วยใบหน้าเหม่อลอย

“ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะจัดให้ตามคำขอ...” ชายผมเขียวยิ้มบางๆ แล้วเก็บพัดของเขาไว้ในเสื้อ ก่อนจะสะบัดมือของเขาออกไป จากนั้นมือของเขาก็ยืดขยายออกไปกลายเป็นมือยักษ์ขนาด 10 เมตรเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากเกินกว่าที่ไลคาออนจะหลบทัน

“อั่ก” ไลคาออนเกร็งร่างของเขา โคจรปราณโลหิตเต็มที่หวังทำลายฝ่ามือพฤกษานี้

“วิชาอาภรณ์โลหิต รูปแบบเกราะ...ขยาย!” สิ้นเสียงของอสูรขนแดง ร่างกายของเขาก็มีปราณโลหิตแผ่ขยายออกมาทั่วร่างรวมตัวกันเป็นเกราะอัศวืนสวมทับร่างของเขา มันสั่นไปมาหวังขยายร่างเพื่อทำลายการบีบจับของมือพฤกษานี้

“อ๊ากกก จงสยบให้แก่ข้า สละโลหิต เพิ่มพูนกำลัง!” ไลคาออนใช้ออกด้วยวิชาที่ต้องใช้เลือดของผู้ใช้เป็นพลังงานเพื่อเพิ่มพละกำลังของตน แต่อนิจจา ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนยังไงก็ไม่สามารถหลบหนีจากมือนี้ได้ ปราณโลหิตที่แผ่ออกมาจนจับต้องได้ถูกดูดซับไปโดยมือพฤกษา ทำให้มันแข็งแกร่งมากขึ้นจนไลคาออนไม่สามารถโคจรปราณได้อีก เพราะปราณของเขาถูกดูดซับไปโดยมือนี้แล้ว

“เจ้า! เป็นตัวอะไรกัน?” ไลคาออนมองชายผมเขียวด้วยดวงตาครั่นคร้าม ชีวิตอสูรชั้นราชาระดับ SS ที่เขาใช้มากว่า 200 ปีไม่เคยพบเจอใครที่สามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้มาก่อน

“เห้อ ดูท่าเผ่ามารโลหิตจะหลงลืมตัวตนที่อยู่เหนือพวกเจ้าไปแล้วสินะ นึกให้ออกสิ เผ่าพันธุ์ใดที่พวกเจ้าหวาดเกรง เผ่าพันธุ์ใดที่ทำให้พวกเจ้าไม่กล้าสบตายามเมื่อมีการประชุมของเหล่ามวลอสูร!” ชายหนุ่มผมเขียวพูดด้วยน้ำเสียงทรนง

“...ธาตุไม้ ดูดซับปราณโลหิต หรือว่าเจ้า...อะ อาชาพฤกษา ผู้พิทักษ์แห่งอิกดราซิล!?” ไลคาออนเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ

เมื่อกล่าวถึงเผ่ามารโลหิต พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่มีความเด่นในเรื่องของการตายยาก เพราะยิ่งมีระดับปราณโลหิตสูงเท่าไหร่ พลังการฟื้นฟูก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

มารโลหิตระดับ A ขึ้นไปนั้นต่อให้ถูกตัดหัว หากยังมีเลือดอยู่ข้างกายในระยะ 20 เมตร พวกเขาก็จะสามารถต่อหัวของตัวเองได้เหมือนไม่เคยได้รับบาดเจ็บ

หากเป็นระดับ S ก็จะมีความสามารถคล้ายกับอสูรพฤกษาที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ต่อให้ร่างกายขาดหายไป ขอแค่มีแกนพลังชีวิตหลักที่อยู๋ในหัวใจอยู่ก็สามารถสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่ได้

หากเป็นระดับ SS ต่อให้ร่างกายทั้งหมดแหลกเละ แกนพลังชีวิตในหัวใจของพวกเขาจะกลายเป็นไอโลหิตหลบหนีออกไปเพื่อหาร่างสิงสู่ใหม่หรือถ้ามีเลือดเพียงพอ พวกเขาก็สามารถสร้างร่างใหม่ได้ เพียงแต่มันต้องใช้เวลาสักพัก

และถ้าหากเป็นมารโลหิตระดับ SSS แกนพลังชีวิตในหัวใจจะหลอมร่วมเขากับทุกอณูของร่างกาย ทำให้ต่อให้ทุกส่วนถูกทำลายไปจนหมดรวมทั้งแกนพลังงานตรงหัวใจก็ตาม ขอแค่มีเลือดเพียงหยดเดียว หยดเลือดนั้นก็จะดูดกลืนปราณธรรมชาติเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นปราณโลหิตแล้วนำมาสร้างร่างใหม่ได้ในทันที เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะก็ไม่ถือว่าเกินเลย

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งที่ว่ามานี้ หากมาเจอเข้ากับอาชาพฤกษาที่มีพลังของอิกดราซิลหรือต้นไม้แห่งชีวิตนั้น พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหนูเจอแมว เพราะปราณพฤกษาแห่งชีวิตของเหล่าอาชาพฤกษาสามารถดูดซับพลังชีวิตได้เพียงแค่โคจรปราณเท่านั้น

จบบทที่ อาชาพฤกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว