เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ความโกรธของเรเชล

ความโกรธของเรเชล

ความโกรธของเรเชล


“...ว่าแต่พวกมันทำยังไงถึงทำให้อสูรโลหิตหายไปได้นะ ทั้งที่เจ้านั่นสามารถหลบหนีการโจมตีถึงชีวิตได้ง่ายๆแท้ๆ” วาเนสซ่าบ่นอย่างเสียดาย เพราะการมีอสูรโลหิตอยู่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เธอได้เยอะ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจไลคาออนต่อ เพราะเธอกำลังยินดีที่ในที่สุดก็พบกับคนที่ตามหาเสียที

“แล้วจะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย นั่งรอ? ไม่ดีกว่า เพราะข้ารู้แล้วว่าหมอนั่นเป็นเพื่อนกับแม่สาวคนนั้นที่ติดตราโรงเรียนไอรีนอยู่ อืม...เอาวิธีนี้แหละ ส่วนตอนนี้...ชักหิวอีกแล้วสิ คิกๆ ออกล่าต่อดีกว่า” หญิงสาววางแผนครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา จากนั้นเธอจึงเดินจากไปเพื่อหาความบันเทิงต่อ(หาสูบเลือดคน)

.

.

.

“นี่ลุง ผมดูดซับพลังจากแก่นบาเรียบนเกาะเสร็จแล้ว อย่าลืมเรื่องแท่งพลังมิติผมนะ” ราฟที่พึ่งจัดการดูดซับพลังงานของแกนพลังงานเสร็จหันมาพูดกับโลแกนที่กำลังวุ่นอยู่กับจอโฮโลแกรมตรงหน้าที่มีตัวเลขลอยอยู่เต็มไปหมด

“เออน่า เดี๋ยวฉันหามาให้ มันอยู่ในคลังสมบัติลับของฉัน เสร็จเรื่องนี้เดี๋ยวพาไปเอาเลย”

“โอเค แต่ตอนนี้ขอพักสัก 5 นาทีนะ แล้วค่อยดำเนินการชั้นต่อไป” ราฟบอกขณะล้มตัวลงบนโซฟา

“นายไหวแน่นะ” พัคแทยังที่นั่งอยู่ไม่ไกลออกไปพร้อมกับไป๋เสวี่ยฉีและโมจิที่ในตอนนี้เลิกกลัวราฟแล้วถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“อ้อ สบาย แค่พลังมันเยอะไปหน่อยน่ะ ทำให้ร่างกายต้องกลั่นพลังงานหนักกว่าปกติ” ราฟตอบเพื่อนของเขา

“ก็แหงสิ นี่คือแร่ที่มีพลังงานของอวกาศเลยนะ นายอาจเป็นสิ่งมีชีวิตคนเดียวบนโลกที่สามารถรับพลังของมันแล้วไม่ตายก็ได้ เพราะกว่า 20 ปีที่ฉันวิจัยมา ไม่เคยมีใครมีคุณสมบัติหายากแลบนายเลย” โลแกนหัวเราะดังเหอะ

“นายท่านคะ ให้ข้าเช็ดเหงื่อให้นะ” เฟยฮวาที่ไปเอาผ้าซับน้ำมาหยิบผ้าขึ้นเช็ดหน้าชายหนุ่มอย่างเบามือ

“ขอบใจนะฮวา” ราฟยิ้มให้หญิงสาว

“เป็นหน้าที่ของข้าที่จะคอยดูแลท่านนี่คะ” เฟยฮวายิ้มอย่างอ่อนหวาน

“เห้อ ทั้งที่ฉันบอกให้พวกเธอพักอยู่ที่ตำหนักหยกแท้ๆ แล้วทำไมถึงอยากจะมาให้ได้ล่ะเนี่ย รู้มั้ยว่ามันส่งเสียงดังรบกวนการทดลอง” โลแกนถอนหายใจมองบรรยากาศที่เกิดขึ้นพร้อมกับถามหญิงสาวในชุดโบราณที่กำลังป้อนชาเขียวให้ชายหนุ่มตาทองดื่มอยู่

“ก็น้องชายที่น่ารักคนนี้ของข้าบอกอยากมาเยี่ยมสหายของเขานี่ ภรรยา...เอ๊ย พี่สาวที่แสนดีอย่างข้ามีหรือจะปฏิเสธเขาได้ลงคอ พัคน้อย อ้ามมม” ไป๋เสวี่ยฉีตอบคำถามของเพื่อนเธอ

“ขอบคุณครับพี่สาวไป๋” พัคแทยังตอบอย่างเขินอาย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังทำตัวไม่ถูกต่อหน้าหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นพี่ชายมาโดยตลอด เพราะตอนเด็กเขาดันเล่นกอดเธอไว้เยอะเลยยังคงเกร็งๆเวลาอยู่ใกล้เธอมาจนถึงตอนนี้

“ท่านแม่ แล้วข้าล่ะ” โมจิจับชายกระโปรงของหญิงสาวทำหน้าตาน่ารัก

“โตจนแอบหนีเที่ยวได้แล้วนี่ เพราะงั้นก็ไปหาชงกินเอง”

“ท่านแม่ใจร้ายยย เมื่อไหร่พี่มิร่าจะกลับมา อย่างน้อยนางจะต้องไม่เมินข้าเหมือนท่านแม่ในตอนนี้แน่ๆ”

“แทยัง เอาเสี่ยวหลงเปาเพิ่มมั้ย?”

“ท่านแม่!”

“...วุ่นวายกันจริงๆนะ ไม่คิดว่าเสือสาวระดับจอมพลแห่งเผ่าพยัคฆ์ทิวาผู้น่าเกรงขามอย่างเจ้าก็มีวันนี้กับเขาด้วย” แบคคัสที่โผล่ชึ้นมาที่จุดเคลื่อนย้ายพร้อมกับเรเชลพูดขึ้นยิ้มๆ

“หนวกหูน่ะ ไอ้เจ้าคนคลั่งสาวสองมิติ” ไป๋เสวี่ยฉีหันมามองแบคคัสด้วยสายตาเย็นชาต่างจากที่มองพัคแทยังเมื่อครู่

“บ๊ะ มาดูถูกมากิจังของข้าได้ยังไง อยากมีเรื่องใช่มั้ย” ชายผมเขียวที่แลดูสุภาพเมื่อครู่เปลี่ยนสีหน้ากลายเป็นเหี้ยมเกรียมทันทีหลังได้ยินวาจาของเพื่อนสาว

“หึ ข้าไม่ใคร่จะเสวนากับคนโรคจิตอย่างเจ้า ไสหัวกลับห้องนอนไปซะ”

“อะฮ่า ใครกันแน่ที่โรคจิต ว่าแต่เจ้าหนุ่มข้างๆเจ้าหน้าคุ้นๆนะ เหมือนกับ...” แบคคัสมองพัคแทยังก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

“เหมือนกับอะไร” ไป๋เสวี่ยฉีขมวดคิ้ว

“เหมือนกับรูปของเด็กชายที่ติดไว้ในห้องของเจ้าซะเต็มห้องเลยนี่นา ก๊ากๆๆ” แบคคัสหัวเราะร่าก่อนจะสับเกียร์หมา เอ๊ย ม้าวิ่งหนีล่วงหน้าไปหลังพูดจบ

“กรี๊ดดด ไอ้ม้าบ้าโลลิ แกแอบดูห้องฉันงั้นเหรอ ตายยย”

“คมเขี้ยวทิวา” หญิงสาวหน้าขึ้นสีรีบปิดหูของพัคแทยังไว้กลัวเจ้าบ้านี่พูดความลับอย่างอื่นของเธออีก ก่อนจะฟาดฝ่ามือออกไปเกิดเป็นใบหน้าของเสือสีขาวทองพุ่งใส่แบคคัส

“อย่าตีกันในนี้สิโว้ย” โลแกนลุกขึ้นมาห้ามไป๋เสวี่ยฉีไม่ให้ออกกระบวนท่ามากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นมีหวังห้องนี้ได้ระเบิดแน่

“ไม่ได้แอบดูโว๊ย เค้าเรียกบังเอิญเดินเข้าไปดูเฉยๆ ฮ่าๆๆ เอ้อ โร้ค ข้ามาเพื่อส่งสหายของผู้ช่วยเจ้าเท่านั้น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยติดต่อข้าอีกทีนะ ไปละ เดี๋ยวยัยบราคอนนี่ฉีกอกข้าตายก่อน ส่วนเจ้า...แม่สาวนักดาบ อย่าลืมข้อตกลงของเราล่ะ อาดิโอสสส” กล่าวจบแบคคัสก็ฟาดฝ่ามือเข้าไปต้านรับพลังของไป๋เสวี่ยฉีและใช้แหวนมิติหนีเพื่อนสาวของเขาทันที

“เห้อ ฉันล่ะปวดหัว” โลแกนบ่นพลางปล่อยเพื่อนของเขาให้เป็นอิสระหลังเห็นเธอสงบสติอารมณ์ได้โดยกายมีพัคแทยังกุมมือปลอบ ทำให้สาวเจ้าเขินหน้าแดงลืมความโกรธไปจนหมด

“พัคแทยัง...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เรเชลที่เงียบจนถึงเมื่อครู่พูดขึ้นขณะมองดูหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังเช็ดหน้าให้กับชายหนุ่มผมเทาด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“เอ่อ หวัดดีเรเชล” พัคแทยังยิ้มแห้งๆให้เพื่อนของเขา

“แล้วหมอนั่นล่ะ ใจคอไม่คิดจะทัก ‘เพื่อน’ อย่างฉันเลยเหรอ แถมยังทำตัวสบายใจกับผู้หญิงคนอื่นอีก ทั้งๆที่หลายวันมานี้ฉันลำบากเอาตัวรอดแทบตาย...” จิตสังหารเริ่มแผ่ออกมาจากร่างบาง

“เอ่อ คือ...”

“เงียบซะคุณพัคแทยัง”

“ครับ”

เรเชลเดินเข้าไปหาราฟที่กำลังหลับตาให้เฟยฮวาเช็ดเหงื่อให้อยู่ แต่หูของเขากลับได้ยินเสียงของทุกคนอย่างชัดเจน

“ไง ยัยนักดาบ...แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยนะ” ราฟลืมตาขึ้นมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มบางๆ ขณะจับมือของเฟยฮวาเป็นเชิงให้หยุดเช็ดก่อน

“นาย...ไอ้คนเห็นแก่ตัว!” เรเชลที่เห็นการกระทำของชายหนุ่มก็เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ หญิงสาวกำหมัดชกใส่หน้าของชายหนุ่มผมเทาเต็มแรง

จบบทที่ ความโกรธของเรเชล

คัดลอกลิงก์แล้ว