เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เซอร์เกรย์สัน

เซอร์เกรย์สัน

เซอร์เกรย์สัน


ตอนนี้สภาพของเนโรนั้นดูแทบไม่ได้เนื่องจากถูกฝ่ามือทำลายล้างของพัคแทยังเข้าไปและยังถูกพิษของราฟอีก ที่กลางหน้าผากของเนโรมีเขางอกออกมา 1 เขา อันเป็นสัญลักษณ์ของมารชั้นต่ำที่เพิ่งเริ่มทำสัญญากับปีศาจมาไม่นาน

“นายทำอะไรน่ะ” พัคแทยังถาม

“หลักฐานไง หลักฐาน ขืนนายฆ่าเขาโดยไม่มีหลักฐานว่าพี่เขากลายเป็นมารนายจะซวยเอานา” ราฟบอกขณะแตะไปที่ไหล่ของเนโร

“...”

“นี่นายแกล้งไม่รู้จริงๆเหรอว่าเมื่อไหร่ที่มนุษย์ทำสัญญากับมาร ถ้าเอาลูกแก้วธาตุที่สมาคมมาสัมผัสกับร่างกายหรือศพของคนๆนั้นก็จะรู้ได้ทันทีว่าคนๆนั้นเป็นมารรึเปล่าน่ะ” พัคแทยังถอนหายใจ

“เออเนอะ...เอาน่า เก็บเขาเอาไว้ให้ทางไอรีนสอบปากคำเขาก่อนว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเขากันแน่ หลังจากนั้นนายจะทำเะไรก็เรื่องของนายเลย” ราฟให้เหตุผล

แต่ในขณะที่ทั้งสองคนปรึกษากันอยู่นั้น เนโรที่พบว่าไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ก็ตะโกนขึ้นมาว่า

“มัวรออะไรอยู่วะ เจ้ามารบ้า ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำอะไรไม่ได้แล้วน่ะ นายท่านบอกให้แกมาช่วยฉันไม่ใช่รึไง” เนโรตะโดนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดไปยังทิศทางหนึ่ง

“เหะๆๆ สภาพของแกนี่น่าสมเพชชะมัดเลยว่ะ โดนเด็กนักเรียนที่ยังไม่ได้เป็นกระทั่งผู้พิทักษ์สองคนจัดการจนอยู่ในสภาพนี่ซะได้ สมกับที่เป็นมารชั้นต่ำจริงๆ” ชายผิวซีดคนหนึ่งในชุดผ้าคลุมสีน้ำเงินปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าก่อนมองราฟและพัคแทยังด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความสนใจ

“ผู้สืบทอดพลังแห่งสุริยันกับผู้ใช้พิษที่ยับยั้งการฟื้นฟูของเผ่ามารเราได้งั้นเหรอ น่าสนใจๆ ไม่คิดว่านอกจากเป้าหมายหลักแล้วข้ายังเจอของเล่นตัวใหม่อีก” จากนั้นมันก็แสยะยิ้มที่น่าขนลุกออกมา

“เง่ะ รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว ขยะแขยงเฟ้ย คราวหน้าขอเจอกับสาวสวยไม่ได้รึไง...แกน่ะ มาจากทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นเลย!” ราฟบ่นออกมา

“หือ เป็นแค่มนุษย์ กลับกล้าพูดจาสามหาวกับข้างั้นรึ สยบ!” ชายผิวซีดสะบัดมือของมันออกมา ก่อนที่อากาศตรงหน้าของราฟจะกดทับเขา

“หึๆ เป็นไงล่ะ แรงโน้มถ่วงระดับนี้ทำให้เจ้าสงบปากสงบคำขึ้นบ้างมั้ย” มันถามราฟด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ

“อั่ก...แย่จัง การนวดนี่มันอะไรกัน จะรู้สึกดีเกินไปแล้ว นี่พัคแทยัง นายสู้ไปตามสบายเลยนะ ฉันขอใช้บริการนวดตัวจากเจ้าผีดิบนี่ก่อนแปปนึง” ราฟบอกชายที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ด้านข้างเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะล้มตัวลงนอนกับพื้นมองชายผิวซีดพร้อมกับกระดิกเท้าไปมาด้วยสีหน้าที่เรียกได้ว่ากวนทีนเป็นที่สุด

“...”

“ปะ เป็นไปได้ยังไง ทำไมแกยังพูดได้อยู่อีก นี่มันแรงโน้มถ่วง 30 เท่าเชียวนะ” ชายผิวซีดตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

“เหอะ พลังของแกมีแค่นี้รึไง ลองเจอกับชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียนฉันซะก่อนเถอะ ลุยเลยพัคแทยัง!” ราฟแสยะยิ้ม ก่อนจะผายมือไปทางชายหนุ่มดวงตาสีทอง

“ทำไมนายไม่สู้เองล่ะ” พัคแทยังหันมาถาม แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ตัวของเขาก็กางฝ่ามือไปทางชายผิวซีดเพื่อเตรียมพร้อมสู้แล้ว

“เอาน่าๆ นายเก่งออกขนาดนั้น มีดีก็โชว์หน่อย ฉันมันเป็นแค่นักเรียนธรรมดา จะไปสู้กับเผ่ามารอย่างเจ้าผีดิบนี่ได้ยังไง” ราฟให้เหตุผลที่ช่างสวนกับท่าทางไม่แยแสของเขาสุดๆ

“อีกอย่าง...นายคิดเหรอว่าเจ้าตัวใหญ่พวกนี้มันจะอยู่นิ่งเป็นรูปปั้นไปตลอดน่ะ เพราะงั้นนายก็สู้กับหมอนี่ไปนะ ส่วนฉันจะขอลองอะไรนิดหน่อย” ราฟพูดก่อนจะมองไปยังเหล่าอสูรต่างมิติสายพันธุ์โบราณที่ยังคงถูกแช่แข็งไว้

“แกคิดจะทำอะไร” ชายผิวซีดถามราฟหลังจากที่เขาเห็นว่าชายผมเทากำลังเดินไปทางรูปปั้นน้ำแข็งโดยทำเหมือนกับพลังแรงโน้มถ่วงของเขาเป็นเพียงสายลมอ่อนๆ

“ถามโง่ๆ ก็จะทำลายพวกมันน่ะสิ” ราฟเลิกคิ้วหันมาตอบมารตรงหน้า

“หยุดนะโว้ย” ชายผิวซีดพุ่งตัวออกมาหวังจะโจมตีราฟ แต่ก็ถูกพัคแทยังเข้ามาหยุดการกระทำนั้นไว้ด้วยความเร็วแสง

“บุตรแห่งสุริยัน น่ารำคาญ!” ชายผิวซีดตะคอก ก่อนที่จะซัดฝ่ามือที่มีไอสีเลือดใส่มือของพัคแทยังสวนกลับไป

ตูมมม

หลังจากทั้งคู่ประมือกัน ก็บังเกิดกระแสลมคลุ้งไปทั่วห้อง

“อั่ก”

จากนั้นกลับกลายเป็นว่าพัคแทยังที่เป็นฝ่ายกระเด็นถอยกลับ

“เห้ยๆ นายน่ะ ไหนว่าเป็นถึงเจ้าชายแห่งแดนเทวะ ทำไมถึงประมือแพ้กลับมาซะได้ล่ะ” ราฟที่เห็นฉากตรงหน้าถามด้วยความงุนงง

“เจ้านี่ไม่ใช่มารระดับทั่วไป” พัคแทยังตอบเสียงเรียบก่อนจะพ่นเลือดออกมาใส่พื้น

“นายไหวมั้ย”

“อือ” ชายหนุ่มตาทองตอบราฟก่อนที่จะเหยียดมือขวาออกมาข้างหน้า จากนั้นหอกลายมังกรสีทองอร่ามก็ปรากฏออกมา

“หอกเทพสงคราม”

“ว้าว โครตเท่” ราฟอดไม่ได้ที่จะชมออกมา

“ก็แค่อาวุธของหนึ่งในเผ่าเทวะที่ตายไปจากสงครามเทพมาร” ชายผิวซีดพูดเหยียดหยาม ก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ฉันหมดความอดทนที่จะเล่นกับพวกแกแล้ว ข้า เซอร์เกรย์สัน มารระดับอัศวินผู้นี้จะสั่งสอนเด็กน้อยอย่างพวกแกเอง จงตื่น เหล่าข้ารับใช้แห่งจักรพรรดิอสูรผู้ถูกหลงลืม!” ชายผิวซีดในชุดผ้าคลุมหรือเซอร์เกรย์สันพูดพึมพำบางอย่างออกมา

ก่อนที่เหล่าบรรดาอสูรร่างยักษ์ที่ถูกแช่แข็งอยู่จะลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายคล้ายกับออร์คที่มีผิวสีแดงของพวกมันแผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมา ดวงตาดำสนิทไร้ตาขาวกำลังมองมาทางพวกราฟด้วยความเกรี้ยวกราด

“สังหารพวกมันซะ เป้าหมายของข้ามีเพียงโลหิตแห่งเทวะเท่านั้น!” เซอร์เกรย์สันออกคำสั่ง

โฮกกก

หลังจากที่อสูรโบราณรับคำสั่ง พวกมันก็ขยับร่างกายที่ใหญ่โตของพวกมันพุ่งเข้าใส่ราฟและพัคแทยังทันที

“เห้ยๆ ร่างกายสูงขนาดนั้นทำไมเร็วจังวะ” ราฟบ่นออกมาขณะที่พุ่งหลบการโจมตีของพวกมันเพื่อดูเชิง

“นายรับมือไหวมั้ย” พัคแทยังที่ตอนนี้กำลังควงหอกสู้กับเซอร์เกรย์สันอยู่หันมาถามราฟ

“เห้อ ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละ สงสัยตอนกลับไปต้องขอรางวัลจากโรงเรียนเยอะๆแล้ว” ราฟตอบเสียงเบื่อหน่าย ก่อนที่เขาจะรับหมัดที่ใหญ่พอๆกับรถยนต์ของอสูรโบราณตนหนึ่งเข้าแล้วใช้หมัดอีกข้างซัดเข้าไปที่ข้อมือของมันจนหัก แล้วต่อด้วยพุ่งตัวไปที่คางของมันด้วยท่าเข่าสอยดาว

“ดูเหมือนนายจะไม่ใช่แค่นักเรียนธรรมดาๆนะ” พัคแทยังพูดยิ้มๆ

“อ่าหะ อย่าบอกคนอื่นเรื่องนี้ล่ะ ฉันยังอยากอยู่โรงเรียนแบบไม่มีใครมากวน” ราฟยักไหล่

“ย่อมได้ เพราะฉันก็ต้องขอให้นายเก็บเรื่องของฉันเหมือนกันล่ะนะ” พัคแทยังพยักหน้าก่อนที่จะเหวี่ยงหอกเทพสงครามฟาดหน้าของเซอร์เกรย์สันจนหน้าหัน

“งั้นดิล” ราฟตอบ ก่อนที่เขาพุ่งตัวเข้าไปจัดการอสูรโบรณตนที่เหลือ

.

.

.

ไม่กี่นาทีต่อมา

“ไม่นะ กองทัพอสูรของข้า! แกเป็นใครกันแน่!” เซอร์เกรย์สันที่พ่ายแพ้ต่อพลังของพัคแทยังและกำลังถูกเขาชี้หอกจ่อคอของมันเห็นราฟซัดเหล่าอสูรโบราณที่เขาปลุกขึ้นมาอยู่ฝ่ายเดียวจนหมดก็กรีดร้องออกมา

“หนวกหูโว้ย” ราฟที่ตอนนี้ใช้แรงตบอสูรยักษ์จนเริ่มหิวข้าว ซัดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยสายฟ้าใส่เซอร์เกรย์สันด้วยความโมโหหิว

“อ๊ากกก”

“เอ่อ ไหนตอนแรกนายบอกว่าต้องสืบสวนว่าใครอยู่เบื้องหลังก่อนไม่ใช่เหรอ แล้วหมอนั่นตายรึยังล่ะนั่น” พัคแทยังผู้หล่อเหลาเดินเข้าไปจิ้มหอกเพื่อเช็คสภาพของเซอร์เกรย์สันที่ตอนนี้ดำเป็นตอตะโกจากพลังสายฟ้าของราฟ

“มันไม่ตายง่ายๆหรอก เผ่ามารมีพลังในการฟื้นฟูที่สุดยอดนี่นะ”

“ว่าแต่นายมีพลังอะไรบ้างเนี่ย ทั้งพิษ กำลัง สายฟ้า”

“ก็แค่พลังที่ดูดซับมาน่ะ”

“สุดยอดดด” ชายหนุ่มตาทองเอ่ยปากชมด้วยความจริงใจก่อนที่จะถามต่อว่า

“แล้วเราจะทำยังไงต่อดี”

“ก็จับมัดไว้แบบนี้...” ราฟตอบขณะปล่อยเชือกสายฟ้าที่ผสานพลังพิษที่สามารถยับยังการฟื้นฟูของเผ่ามารไว้ได้มามัดเนโรและเซอร์เกรย๋สันก่อนจะลากทั้งสองคนไปตามพื้น

“แล้วก็...”

ครืนนน

“ไปช่วยสมาชิกชมรมที่อยู่ข้างนอกกันเถอะ”

จบบทที่ เซอร์เกรย์สัน

คัดลอกลิงก์แล้ว