เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ศิษย์ของจักรพรรดิโลหิต

ศิษย์ของจักรพรรดิโลหิต

ศิษย์ของจักรพรรดิโลหิต


แต่ในขณะที่ราฟกำลังพูดอยู่นั้น เนโรที่เขาคิดว่าหมดสติอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้น

ตูมมม

“โว้ว”

“...”

ทั้งสองคนที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวของเนโรก็รีบถอยให้ห่างจากร่างนั้นทันที

“หืม พวกเจ้าเองเหรอที่ทำร้ายศิษย์น้องเล็กของข้าจนทำให้ตราประทับทาสของเจ้ามารชั้นต่ำนี่ถูกเปิดใช้ให้อัญเชิญข้ามา เห้อ เจ้าเด็กนี่ก็เหลือเกินจริงๆ มีพลังที่สามารถฟื้นคืนชีพจักรพรรดิมารที่ล่วงลับไปได้แท้ๆ แต่กลับอยากเอามาลองใช้กับพวกอสูรโบราณไร้สมองแบบนี้เสียได้” เสียงหวานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแสนเย็นชาดังออกมาจากปากของเนโร ก่อนที่จะมองไปยังซากของอสูรบรรพกาลที่ล้มลงกับพื้นเพราะฝีมือของราฟ

“...” ราฟที่ได้ยินเสียงใหม่ของเนโรถึงกับแคะหูก่อนจะถามออกมาว่า

“นี่ รุ่นพี่ ทำไมแอ๊บเสียงสาวแบบนั้นล่ะ แหม หรือว่าที่กลายเป็นมารเพราะอยากเป็นสาวชิมิฮะ อะไรก๊าน เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องไปเป็นมารหรอก ถ้าพี่อยากเปลี่ยนเพศผมจัดให้ได้น้า...เหวอ” ราฟที่กำลังเอามือกุมคางพลางพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่นอยู่รีบหลบบอลพลังงานสีดำทะมึนที่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเนโรทันที

“สามหาว! ข้าคือวาเนสซ่า ศิษย์เอกของจักรพรรดิโลหิต ผู้งดงามที่สุดในแดนมาร ไม่ใช่คนที่อยากแปลงเพศ!...ไอ้เด็กเหลือขอ! แน่จริงอย่าหลบ!” เนโรตะโกนออกมา

“เง่ะ ไหงคุณพี่เปลี่ยนชื่อเป็นวาเนสซ่าซะงั้นอ่ะ...ว่าแต่ทำไมพลังพี่แกโหดกว่าเดิมหลายเท่าเลยฟะ” ราฟที่วิ่งหลบบอลพลังของเนโรพึมพำกับตัวเอง

“เจ้านี่ไม่ใช่เนโร” เป็นพัคแทยังที่ตอบคำถามของชายหนุ่มผมเทา ในตอนนี้ดวงตาของเขากำลังเปล่งแสงออกมา

“หือ แล้วมันเป็นใครอ่ะ” ราฟหันหน้ามาถามขณะใช้มือปัดบอลพลังงานออกไป

“อ๊าก แสบโว้ย เหมือนโดนน้ำมันลวกเลย”

“ความแข็งแกร่งของร่างกายนั่นมันอะไรกัน” วาเนสซ่าหรือผู้ที่ควบคุมร่างเนโรอยู่ขมวดคิ้วมุ่นหลังจากเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าสามารถปัดบอลพลังของเขาได้ด้วยมือเปล่า

“เอ่อ มัน...ไม่ใช่สิ คนๆนั้นเป็นผู้หญิง” พัคแทยังตอบด้วยใบหน้าที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อ ก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าไปมา

“หืม ผู้หญิงเหรอ แล้วทำไมนายถึงทำหน้าเขินแบบนั้นล่ะ” ราฟที่เห็นสีหน้าของสหายร่วมรบถามด้วยความงุนงง

“ธะ เธอกำลังปะ เปลือยอยู่” พัคแทยังหลับตาก้มหน้าลงตอบ

“...”

หลังจากได้ยินคำตอบของพัคแทยัง ราฟก็นิ่งไป จนทำให้บอลพลังงานที่ไล่ตามมาอัดเข้ากับร่างกายของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง

ตูมมม

“สำเร็จ” วาเนสซ่ายิ้มเย็น แต่เธอก็ยินดีกับชัยชนะนี้ได้ไม่นาน เพราะว่า...

“เดี๋ยวๆ นี่นายจะทำอะไรน่ะ” เสียงของพัคแทยังดังขึ้น

“อยู่นิ่งๆ ขอฉันจับมันแปปเดียว ไม่เจ็บหรอก” ราฟที่เคลื่อนไหวไปอยู่หน้าพัคแทยังด้วยความเร็วเพียงพริบตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“...นายจับตาฉันแล้วได้อะไรเนี่ย?” พัคแทยังถามด้วยความงุนงง

“ไม่มีอะไรมาก...อ้ะ เรียบร้อย เบิกเนตร!” ราฟกะพริบตาไปมาสักพักก่อนจะสะบัดหน้าไปทางร่างของเนโร

“อุว้าว สะ สุดยอด” เสียงของราฟดังลั่นห้องจนทำให้วาเนสซ่าที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกใจคอไม่ดี

“ทำไมนายถึงใช้เนตรสีทองได้กัน!? ไม่ใช่สิ จากสีหน้าแบบนั้นนายกำลังคิดอะไรกันอยู่เนี่ย!” พัคแทยังถามด้วยความตกใจ

“พวกเจ้าเป็นบ้าอะไรกัน ข้าไม่สนใจที่จะสนทนากับพวกเจ้าแล้ว! ประตูมิติ จงเปิด!” วาเนสซ่าที่รู้สึกเหมือนถูกคุกคามด้วยสายตาอยู่รีบสะบัดมือออกมาก่อนที่ร่างของเนโรที่เธอควบคุมอยู่กับเซอร์เกรย์สันจะถูกคลื่นสีดำสนิทกลืนกินไป

“ไม่ดีแล้ว จับพวกมันไว้” พัคแทยังรีบตะโกนออกมาก่อนที่จะซัดฝ่ามือสุริยันใส่คลื่นทมิฬเหล่านี้จนบางส่วนแตกกระจาย แต่ก็ยังไม่สามารถไล่ตามจับพวกมารได้

“เอ่อ โทษทีนะพลังของฉันตอนนี้ใช้ได้แค่ระดับกายภาพอ่ะ จะให้ตบความมืดเหมือนนายคงไม่ไหว เมื่อกี้ตอนฉันตบบอลพลังก็โดนมันดันกลับ เจ็บเอาเรื่องเลยนา” ราฟยักไหล่ก่อนจะโชว์ฝ่ามือของเขาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแดงเถือกให้ชายตาทองดู

“เห้อ ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าตอนนี้จักรพรรดิโลหิต 1 ใน 9 จักรพรรดิแห่งเผ่ามารผู้อยู่เหลือเหล่าดยุกขึ้นไปอีกกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ ที่เหลือเราก็แค่ต้องรายงานมันให้กับทางสมาคมผู้พิทักษ์”

“โอ้ว...ว่าแต่เราลืมอะไรไปรึเปล่านะ” ราฟตอบรับคำพูดของพัคแทยัง ก่อนที่จะยิ้มแห้งๆออกมา

“พวกเราต้องไปช่วยสมาชิกที่เหลือ สัตว์อสูรพวกนั้น คนที่รับมือมันได้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ใช้พลังระดับ S ซึ่งจากที่เห็นมีแค่คุณหนูเรเชลเท่านั้นที่มีความสามารถเพียงพอ แต่ดูจากจำนวนของพวกมันเธอไม่ไหวแน่ ไปกันเถอะ” พัคแทยังที่นึกขึ้นได้เช่นกันรีบพูดเร่งราฟก่อนที่เขาจะใช้ความเร็วแสงของเราพุ่งออกไปนอกห้องทันที

“เห้อ” ราฟที่เห็นว่าพัคแทยังจากไปแล้วก็หันหน้ามาหาซากศพชองเหล่าอสูรบรรพกาลที่ล้มตายอยู่

“ดูดกลืน” จากนั้นกระแสปราณที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดของเผ่ามารที่ยังคงตกค้างอยู่ก็ถูกดูดเข้าไปในร่างของชายหนุ่มผมเทา

“ฟู่ อร่อยอยู่แฮะ รสชาติเหมือนหมาล่าเลย ที่นี้ก็ไม่มีไอมารตกค้างที่อาจทำให้คนไม่ดีที่สัมผัสมันกลายเป็นมารเหลือละ เอาล่ะ ไปช่วยยัยนักดาบดีกว่า” ราฟฉีกยิ้มกว้างก่อนที่จะเคลื่อนที่ตามพัคแทยังไป

.

.

.

“ตัดนภา!”

“เจี๊ยก” ที่ใจกลางศูนย์วิจัย เสียงร้องของอสูรตนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะเกิดแรงกระแทกที่พื้นตามด้วยมีร่างของหญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่งกระเด็นออกมา

“ไอ้ลิงบ้านี่...พวกเธอไว้มั้ย” เรเชลหันมาถามสมาชิกชมรมของเธอขณะใช้ดาบเรเปียร์ป้องกันการทุบของอสูรวานรตรงหน้า

“แค่กๆ ยังไหวอยู่ ขอโทษนะ ที่พลังของฉันช่วยอะไรไม่ได้เลยน่ะ” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นด้วยความเสียใจ

“ฉันก็ด้วย พลังของพวกเราเป็นทำได้แค่รักษากับใช้คลื่นเสียงสนับสนุนให้เธอเท่านั้น แค่เธอช่วยพวกเราทุกคนให้แยกกันหนีจากพวกมันทั้งหมดไปได้ก็มากพอแล้ว หนีไปซะ มันจะดีกว่านะถ้าเธอทิ้งพวกเราไปแล้วไปตามคนมาช่วยน่ะ” เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นด้วยใบหน้าปล่อยวาง แขนซ้ายของเขาหายไปเพราะถูกอสูรวานรสีชาดใช้ลาวาหลอม ตอนนี้เขาไม่เหลือความหวังอะไรแล้ว

“อย่าพึ่งหมดหวังสิ เรายังมีพัคแทยังกับเจ้าบ้านั่นอยู่นะ” เรเชลรีบท้วง

“พัคแทยังอาจจะมาช่วยได้ แต่เธอคิดว่าเจ้าโรคจิตที่ชอบตามส่องคุณซายะจะทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้งั้นเหรอ”

“...หมอนั่นไม่ได้อ่อนแอ” เรเชลตอบกลับ ขณะนึกถึงร่างกายที่สามารถทนทานสายฟ้าสวรรค์ของตระกูลหลินได้ของชายคนนั้น

ก๊าซซซ

โฮกกก

“ไม่ดีแล้ว วิหกวายุกับมังกรโลหะกำลังกลับมาหลังจากตามพวกเราคนอื่นที่แยกหนีไป ฟังจากเสียงของมันพวกเขาคงไม่รอดแล้ว” หญิงสาวเพื่อนของเรเชลที่กำลังนั่งกุมเข่าสะอื้นออกมา

“เรเชล ลิลลี่ พวกเธอรีบหนีไป ฉันจะต้านพวกมันไว้เอง” ชายหนุ่มที่เหลือแขนขวาข้างเดียวใช้แรงที่ยังเหลืออยู่คว้าคอเสื้อของลิลลี่ที่กำลังสั่นกลัวโยนไปทางเรเชล ก่อนที่เขาจะหันไปมองอสูรวานรสีชาดที่กำลังเยื้องกรายเข้ามาหาพวกเขาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว จากนั้นกระแสพลังก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาแล้วกลายเป็นคลื่นโซนิคกระแทกไปที่ร่างของวานรสีชาดที่กำลังแสยะยิ้มอยู่

จบบทที่ ศิษย์ของจักรพรรดิโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว