เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เผ่าเทวะคนสุดท้าย

เผ่าเทวะคนสุดท้าย

เผ่าเทวะคนสุดท้าย


หลังจากลงมาจากรถ ราฟก็กวาดตามองดูรอบๆ

เขาเห็นตึกของศูนย์วิจัยขนาดใหญ่ ที่มีป้ายติดไว้ว่า

‘ศูนย์วิจัยสัตว์อสูรต่างมิติ’

เมื่อเห็นทุกคนลงจากรถกันครบหมดแล้ว เนโรก็เดินนำทุกคนเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัย ก่อนที่เขาจะรับของบางอย่างมาจากเจ้าหน้าที่คนนั้น แล้วหันหลังมาแจกสายรัดข้อมือให้สมาชิกชมรม

“สวมไว้นะ มันคือบัตรผ่าน...ถ้าเรียบร้อยแล้วก็ไปกันเถอะ อ้อ พวกเราดูได้แค่ส่วนที่สต๊าฟไว้เท่านั้นนะ เพราะพวกอสูรต่างมิติที่จับได้แล้วยังมีชีวิตอยู่เห็นว่าถูกใช้สำหรับการวิจัยแบบลับๆของที่นี่น่ะ” เนโรบอก ก่อนที่จะเดินนำทุกคนเข้าไปชมข้างใน

ราฟที่เดินตามสมาชิกคนอื่นๆมาเห็นรูปปั้นสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย ที่ราฟได้อ่านจากโบชัวร์ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอสูรระดับ S ที่ถูกผู้พิทักษ์ระดับสูงสังหารแล้วถูกเอามาสต๊าฟไว้

‘ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่เราจะสู้มันได้มั้ยน้า’ ราฟคิดเล่นๆ ก่อนจะเดินผ่านไปโดยที่ไม่รู้ว่าสายตาของรูปปั้นที่นิ่งค้างอยู่นั้นก็ได้หันมองตามหลังเหล่าสมาชิกชมรมวิจัยสัตว์อสูรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“นี่คือสัตว์อสูรต่างมิติชื่อวานรสีชาด มันมีพลังในการปลดปล่อยลาวาออกมา”

“นั่นคืออสูรวิหกวายุ มันสามารถควบคุมสภาพอากาศได้ดั่งใจ”

“ส่วนที่อยู่ตรงนั้นคือมังกรโลหะที่สามารถกลืนกินโลหะทุกชนิดมาเพิ่มพลังของตัวเองได้”

“ส่วนตรงโน้น...” เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอธิบายรายละเอียดของสัตว์อสูรที่พวกราฟเดินผ่านด้วยรอยยิ้ม

“รู้สึกไม่ดีเลย” พัคแทยังที่เดินฟังเจ้าหน้าที่อยู่ข้างๆราฟพูดขึ้นเบาๆ

“นายไม่ไปเดินกับสาวๆของนายล่ะ” ราฟหันมาถาม

“พวกเธอไม่ใช่ของๆฉัน” ชายหนุ่มตาสีทองขมวดคิ้ว

“อ่าฮะ แล้วที่พูดว่าแปลกที่คือยังไง” ราฟถามเข้าเรื่อง

“อสูรที่ถูกสต๊าฟทุกตัวที่พวกเราเดินผ่านมาเมื่อกี้ยังคงมีกระแสปราณอยู่ในร่างของพวกมัน” พัคแทยังเอ่ยด้วยเสียงเคร่งเครียด

“ไหนเจ้าหน้าที่บอกว่าพวกมันตายไปแล้วไง ทำไมยังมีปราณอยู่ล่ะ ปราณจะไหลเวียนในร่างสิ่งมีชีวิตเท่านั้นนี่”

“นี่เป็นความลับของอสูรต่างมิติ พวกระดับสูงส่วนใหญ่สามารถฟื้นคืนสภาพจากความตายถ้าแก่นพลังยังไม่สูญสลายไป ซึ่งการฟื้นฟูนี้ต้องใช้เวลาหลายปี แต่มันจะเร็วขึ้นกว่านี้ถ้ามีพลังในการฟื้นฟูร่างกายของ...เผ่ามาร” พัคแทยังตอบ

“ทำไมนายรู้ดีจัง” ราฟสงสัย

“ฉันบอกไม่ได้” ชายหนุ่มตาสีทองเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของราฟ

“งั้นเราบอกพี่เนโรเลยมั้ย”

“ฉันว่าค่อยบอกตอนแยกกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าที่นี่มีมารแฝงตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน” พัคแทยังตอบ

“งั้นก็ตามนั้น” ราฟเห็นด้วย

หลังจากเจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดของอสูรสต๊าฟระดับสูงครบทุกตัว เขาก็ให้เวลาพวกราฟเดินดูส่วนอื่นของศูนย์วิจัยได้ตามสะดวก

“พี่เนโร...” ราฟที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่จากไปแล้วก็เดินเข้ามาหาประธานชมรมผู้ร่าเริงพร้อมกับพัคแทยังทันที

“อ้าว ว่าไง”

“หมอนี่บอกว่าเขามองเห็นกระแสปราณกับไอมารในร่างของอสูรสต๊าฟที่พวกเราพึ่งจะเดินผ่านมาน่ะ” ราฟพูดขึ้น

“...จริงเหรอ” เนโรถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขณะมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆราฟ

“ครับ” พัคแทยังยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อเนโรได้ยินแบบนี้ เขาก็ขมวดคิ้วก่อนที่จะบอกพวกราฟว่า

“ถ้ามันเป็นอย่างที่พวกนายว่าจริงๆงั้นนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว พวกนายทั้งสองคนตามฉันมา ฉันจะพาไปขอคำอธิบายกับหัวหน้าศูนย์วิจัยที่นี่” เนโรบอกทั้งสองคนก่อนจะหันหลังเดินนำไปยังที่ๆหนึ่ง

พันแทยังที่ได้ยินแบบนั้นก็เดินตามเนโรไป โดยมีราฟที่เอามือกุมคางมองการกระทำของเนโรขณะก้าวเท้าตามไปเงียบๆ

แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินตามทั้งสองคนไป เขาก็หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนข้อความแล้วขยำมันปาใส่หลังของหญิงสาวคนหนึ่ง

“หะ ของใครเนี่ย” เรเชลหยิบก้อนกระดาษขึ้นมาอ่าน มันมีใจความว่า

‘ยัยนักดาบ ที่นี่มีอะไรแปลกๆ ฝากดูสมาชิกคนอื่นด้วย เดี๋ยวฉันกลับมา’

“เจ้าหัวเทานั่นคิดจะทำอะไรกัน” เรเชลขมวดคิ้ว ขณะที่มองไปรอบๆอย่างระมัดระวังตามคำเตือนของราฟ

.

.

.

“ประธานครับ คุณจะพาพวกเราไปไหนกันแน่” หลังจากเดินทางกันมาได้สักพัก พัคแทยังก็พูดขึ้น

“อ้อ อีกแปปนึงก็ถึงแล้วล่ะ” เนโรเอ่ยตอบเสียงเรียบ ก่อนที่ทั้งสามคนจะลงลิฟต์มาถึงหน้าประตูใหญ่บานหนึ่งที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน

เมื่อเนโรเปิดประตูเข้าไป ราฟและพัคแทยังที่เดินตามมาก็ถูกบางสิ่งที่อยู่ข้างในสะกดสายตาพวกเขาเอาไว้ทั้งคู่

“ตกใจล่ะสิ นี่ล่ะความลับของศูนย์วิจัยแห่งนี้ เหล่าอสูรต่างมิติสายพันธุ์โบราณที่ถูกหลงลืมไปเมื่อพันปีก่อน” หลังสิ้นเสียงของเนโร ประตูที่ทั้งสามคนพึ่งเข้ามาก็ถูกปิดสนิท

ภาพตรงหน้าของพวกเขาคืออสูรระดับสูงที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่า 10 เมตรกำลังถูกแช่แข็งไว้มากกว่า 20 ร่าง และดูเหมือนว่าพวกมันจะสามารถกลับกลับมามีชีวิตได้ทุกเมื่อหากได้รับพลังงานเพียงพอ

“คิดจะทำอะไรกันครับ ประธาน” พัคแทยังถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่สองมือของเขาเริ่มกางออกช้าๆ ราฟเดาว่านี่คงเป็นท่าเตรียมต่อสู้ของเขา

“ใจเย็นก่อน ว่าที่ผู้พิทักษ์อันดับ 1 แห่งโรงเรียนไอรีน ฉันไม่คิดจะทำร้ายนายหรอก เพราะนายคือเป้าหมายภารกิจของฉัน” เนโรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ต่างจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อก่อนหน้านี้

“หรือจะให้เรียกว่า เจ้าชายแห่งแดนเทวะที่ถูกทำลายดีล่ะ” จากนั้นเนโรก็แสยะยิ้มออกมา

“แก!” เมื่อพัคแทยังได้ยินประโยคสุดท้ายของเนโร เขาก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วแสงทันที

ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยลำแสงสีทองฟาดเข้าใส่หน้าอกของเนโรจนเจ้าตัวกระเด็นออกไปชนเข้ากับผนังห้องอย่างจัง จากนั้นไอพลังที่ราฟไม่เคยสัมผัสก็แผ่ออกมาจากร่างของเนโร

“ไอมาร? ทำไมตอนแรกฉันถึงสัมผัสมันไม่ได้กัน” พัคแทยังขมวดคิ้ว

“นี่เหรอ ไอมาร” ราฟพึมพำก่อนจะฉีกยิ้มออกมา

“หึ แค่อุปกรณ์ปกปิดกลิ่นอายของพวกฉันก็ทำเอาจิตสัมผัสเทวะของแกเขวได้แล้ว ดูท่าพลังของเผ่ายังไม่ตื่นขึ้นเต็มที่สินะ” เนโรชูสร้อยสีแดงที่ถูกพัคแทยังชกทำลายไปมาให้ดูด้วยสีหน้าดูถูก ก่อนจะกระอั่กเลือดออกมา

“อั่ก...ถึงอย่างนั้นก็สมกับเป็นผู้สืบเชื้อสายของเผ่าเทวะคนสุดท้ายล่ะนะ แต่แค่นี้มันยังไม่พอที่จะจัดการฉันหรอก ฟื้นฟู...อ๊ากกก” เนโรที่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างกำลังกัดกินร่างกายของเขาจากภายนอกอยู่ เมื่อเนโรมองหาต้นตอของความเจ็บปวดนี้ เขาก็เจอกับชายหนุ่มผมเทาที่กำลังยิ้มให้เขาอยู่

“เอ่อ ขอโทษทีนะพี่เนโร พอผมได้ยินเรื่องไอมารมาจากหมอนี่ เลยเดาว่าพี่ที่มีท่าทางแปลกๆอาจเป็นมารก็ได้ เลยใช้พิษสกัดการฟื้นฟูร่างกายพี่ไว้ก่อนน่ะ ไม่ว่ากันนะ...ก็แหม คนปกติที่ไหนกันที่พอได้ยินเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้น และอาจมีเผ่ามารมาเกี่ยวข้องด้วยจะไม่บอกให้พวกเราพาสมาชิกทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่กลับให้พวกเราสองคนตามพี่มาแล้วปล่อยให้คนอื่นเดินเที่ยวอยู่ข้างนอกซะได้” ราฟที่กำลังกางฝ่ามือแพร่พิษออกไปทางเนโรพูดขึ้นพร้อมกับเกาหัวเบาๆด้วยรอยยิ้มใสซื่อ

“ราฟ แกเป็นแค่ผู้ไร้พลังไม่ใช่รึไง ทำไมถึงสามารถหยุดการฟื้นฟูของฉันได้!?” เนโรถามด้วยแววตาตื่นตกใจ

“เอ่อ ก็ไม่รู้สินะ” ราฟยักไหล่...เรื่องอะไรจะต้องบอกอ่ะ

“ขอบใจนายมากนะราฟ เอาล่ะ...ได้เวลาสังหารมารร้ายแล้ว” พัคแทยังพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่จะมีฝ่ามือของเขาจะปรากฏพลังงานความร้อนสีทองอร่ามขึ้นมา

“เดี๋ยวก่อนสิ คิดจะฆ่ากันอย่างเดียวรึไง นายนี่น้า ก่อนหน้านั้นดูขี้อายกับสาวๆจัง แต่ก็เหี้ยมเอาเรื่องเลยนะ รู้มั้ยว่าบนโลกใบนี้อาจมีเผ่ามารที่นิสัยดีสุดอยู่ก็ได้นะ ขนาดมนุษย์ยังมีดีมีร้ายเลย” ราฟรีบเบรกชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปร่างกายของเนโรที่กำลังต่อต้านพิษของเขาอย่างเต็มกำลัง

จบบทที่ เผ่าเทวะคนสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว