เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - ของขวัญแทนคำลา

บทที่ 45 - ของขวัญแทนคำลา

บทที่ 45 - ของขวัญแทนคำลา


ช่วงเวลาต่อมา ชีวิตจู่ๆ ก็เหมือนขาดแรงบันดาลใจ คล้ายกับกำลังกังวลถึงวันที่ไม่อยากให้มาถึง

ทุกวันที่จี้เฟิงอยู่ที่สตูดิโอ เขายังพอฝืนทำตัวปกติได้

แต่พอกลับถึงบ้าน เขากลายเป็นคนเงียบขรึมและโดดเดี่ยว

เหมือนกับชาติก่อนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแต่กลับไร้คนข้างกาย

เขามักจะไปนั่งตรงระเบียง สูบบุหรี่มวนต่อมวน

ปกติที่ตรงนั้นเป็นที่ประจำของพ่อเขา แต่ตอนนี้กลับถูกจี้เฟิงยึดครองไปเสียแล้ว

ในฐานะพ่อแม่ ต่งไคฮุ่ยและจี้กวงสวินย่อมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของลูกชาย

"นี่ๆ ตาแก่ ลูกดูแปลกๆ ไปนะว่าไหม เหมือนมีเรื่องในใจเลย ก่อนหน้านี้ยังดูฮึกเหิมอยู่แท้ๆ แต่พอสอบติดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แล้วทำไมถึงดูห่อเหี่ยวแบบนี้ล่ะ"

"คุณเพิ่งจะดูออกหรือไง" จี้กวงสวินทำหน้าตาตื่น

"พูดอะไรแบบนั้น ถ้าคุณดูออกทำไมไม่รีบบอก สรุปมันเรื่องอะไรกันแน่"

"ดูจากท่านั่ง สีหน้า แล้วก็ปริมาณบุหรี่ที่สูบ จากประสบการณ์ของผม มันคืออาการอกหัก"

จี้กวงสวินพูดไม่ทันจบก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิต หันไปเห็นต่งไคฮุ่ยกำลังถลกแขนเสื้อ

"โห รู้ดีเรื่องอกหักจังนะ ไหนลองมาคุยกันหน่อยซิว่าคุณอกหักมากี่ครั้งแล้ว"

"คุณจะทำอะไรเนี่ย เรากำลังคุยเรื่องลูกอยู่นะ"

"ก็ได้ งั้นคุณลองวิเคราะห์มาซิว่าเป็นยังไง"

"สงสัยจะสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยเดียวกับสาวที่ชอบมั้ง"

"ไม่ได้เรียนที่เดียวกันเหรอ กู้เสวี่ยถิงก็สอบติดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่ใช่หรือไง"

ต่งไคฮุ่ยเองก็หูตาไวเรื่องชาวบ้านไม่เบา

เธอพอรู้เรื่องราวระหว่างจี้เฟิงกับกู้เสวี่ยถิงมาบ้าง

เพียงแต่ตอนหลังจี้เฟิงบอกว่าจะเลิกตามจีบกู้เสวี่ยถิงแล้วหันมาตั้งใจเรียน ต่งไคฮุ่ยกลัวไปกระทบจิตใจลูกเลยไม่ได้ถามความคืบหน้าต่อ

"ทำไมคุณหัวช้าแบบนี้ เจ้าเฟิงมันคงไม่ได้ชอบแม่หนูกู้คนนั้นแล้วล่ะมั้ง"

"ไม่ชอบลูกสาวตระกูลกู้แล้ว แล้วลูกชอบใครล่ะ"

"จำที่ลูกเคยบอกได้ไหม ว่าเจอคนเก่งมาช่วยติวหนังสือให้น่ะ"

"จำได้ แล้วไงต่อ"

จี้กวงสวินไม่รีบตอบ เขาจุดบุหรี่สูบบ้าง ทำหน้าเหมือนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

"ตอนนั้นผมก็แซวมันไปแล้วว่าชอบแม่หนูคนนั้นหรือเปล่า

ไอ้ลูกตัวดีมันไม่ยอมตอบตรงๆ บอกแค่ว่าคนเขาเป็นระดับเด็กหัวกะทิชิงหัวหรือปักกิ่ง คนละชั้นกับตัวเอง จุ๊ๆๆ ฟังน้ำเสียงดูสิ รู้ตัวว่าหมดหวังแน่ๆ ตอนนี้เลยมานั่งซึมอยู่นี่ไง"

ต่งไคฮุ่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของสามี

"งั้นฉันไปปลอบลูกหน่อยดีไหม"

"ปลอบไปก็เท่านั้น ยิ่งปลอบยิ่งไปสะกิดแผลใจ ลูกมันเป็นผู้ชาย เรื่องแบบนี้ต้องให้มันจัดการความรู้สึกตัวเอง"

ต่งไคฮุ่ยเบะปาก มองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความสงสาร

"ลูกแม่ช่างอาภัพนัก อุตส่าห์ตัดใจจากกู้เสวี่ยถิงได้ ดันมาตกหลุมรักคนใหม่อีก"

"ลูกผู้ชายมันต้องเจออุปสรรคบ้าง" จี้กวงสวินจุดบุหรี่สูบอีกมวน

จี้เฟิงไม่รู้ตัวเลยว่าในสายตาพ่อแม่ เขาได้กลายเป็นหนุ่มน้อยผู้บอบช้ำจากความรักไปเสียแล้ว

ส่วนความเป็นจริงนั้น...

ตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน

...

เมื่อมีกำหนดวันที่แน่นอน เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับบางคน ยี่สิบวันผ่านไปไวเหมือนโกหก

วันที่ 15 กรกฎาคม วนมาถึงวันจ่ายค่าคอมมิชชั่นอีกครั้ง

วันนี้จี้เฟิงดูใจลอยชอบกล ผิดกับเวินหน่วนที่ดูสดใสกระตือรือร้นและมีไฟในการทำงาน

เธอเดินจัดการงานจิปาถะในสตูดิโออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่จี้เฟิงรู้ดีว่า จริงๆ แล้วไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ แต่เป็นเพราะเธอกำลังจะไปแล้วต่างหาก

"สรุปยอดค่าคอมมิชชั่น A ทั้งหมด 9 แสน ส่วนค่าคอมมิชชั่น B ทั้งหมด 1 ล้าน 2แสน 1หมื่น..."

จี้เฟิงนั่งเหม่อลอยฟังเวินหน่วนรายงานผลประกอบการ

ท่าทางใจลอยของเขาถูกเวินหน่วนขัดจังหวะในที่สุด

"จี้เฟิง นายมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า"

"เปล่า"

สีหน้าของจี้เฟิงดูเรียบเฉย เดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ความจริงน้ำเสียงของเขามีความผิดปกติแฝงอยู่

เวินหน่วนจ้องจี้เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา

"พรุ่งนี้ฉันไม่มาแล้วนะ อันนี้ให้นาย"

จี้เฟิงมองของที่เวินหน่วนยื่นมาให้ เขาเกือบจะเก็บอาการไม่อยู่

มันคือไฟแช็กน้ำมันลายไพ่ที่เวินหน่วนซื้อไว้นานแล้ว แต่ออกมาจุดให้เขาแค่ครั้งเดียวอันนั้น

"ไฟแช็กเหรอ ขอบใจนะ"

การมอบของให้ในเวลานี้ ดูเหมือนเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย

"ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ จี้เฟิง งานเลี้ยงวันนี้ฉันขอไม่ไปนะ พวกนายกินกันให้สนุกเถอะ"

"ฉันไปส่ง"

"ไม่ต้องหรอก สตูดิโอขาดนายไม่ได้"

"งั้น ก็ได้"

จี้เฟิงเงียบขรึมเป็นพิเศษ เหมือนย้อนกลับไปในคืนงานเลี้ยงรุ่น

ภายใต้สายตาที่ยากจะอธิบายของจี้เฟิง เวินหน่วนเดินออกจากสตูดิโอไปเพียงลำพัง

เขาใช้ไฟแช็กน้ำมันอันนั้นจุดบุหรี่ให้ตัวเอง เดินออกมาหน้าประตูมองแผ่นหลังของเวินหน่วนที่ค่อยๆ ห่างออกไป แล้วสูดควันเข้าปอดเบาๆ

พอไม่มีเวินหน่วน ทุกอย่างก็ดูจืดชืดไร้รสชาติไปทันที

แสงตะวันลับขอบฟ้า เหลือเพียงเงาคนและเสียงถอนหายใจ

ในออฟฟิศ โต้วติงและพวกเพื่อนๆ เกาะหน้าต่างซุบซิบกัน

"ลูกพี่ทะเลาะกับบอสเวินเหรอวะ"

"ไม่รู้ว่ะ"

"บอสเวินดีขนาดนั้น พี่เฟิงจีบสักทีเถอะโว้ย เห็นแล้วขัดใจชิบหาย!"

"นั่นสิ ถ้าพี่เฟิงไปตามเลียขาแม่กู้เสวี่ยถิง ข้าคงได้แต่เงียบ แต่ถ้าพี่แกไม่จีบบอสเวิน ข้าคงต้องแอบด่าในใจแล้วเนี่ย"

"บอสเวินอะไร นั่นมันซ้อใหญ่ชัดๆ"

คนในสตูดิโอของจี้เฟิงส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กเกเร อย่างน้อยก็พวกชุดแรกนี่ใช่แน่ๆ

ในสายตาของคนพวกนี้ เวินหน่วนคือคนกันเองที่ร่วมก่อร่างสร้างตัวมาด้วยกัน

เก่ง สวย ทำงานเป็นระเบียบ ให้รางวัลและลงโทษชัดเจน แถมไม่เคยพูดมากน่ารำคาญ

คนแบบนี้ในสายตาของโต้วติงและพรรคพวก คือคุณสมบัติของซ้อใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ

ดีกว่ากู้เสวี่ยถิงไม่รู้กี่ล้านปีแสง

เพราะยอมรับในตัวเวินหน่วน พอรู้สึกว่าจี้เฟิงกับเวินหน่วนมีปัญหากัน

โต้วติงและลูกน้องคนอื่นๆ จึงเริ่มวิจารณ์ด้วยความเป็นห่วงอนาคตของทั้งคู่

ในใจของพี่น้องกลุ่มนี้ ตำแหน่งของเวินหน่วนถูกล็อคไว้แน่นหนาแล้ว

กู้เสวี่ยถิงเหรอ ยัยนั่นเป็นใครวะ

พอเห็นจี้เฟิงเดินกลับมา โต้วติงก็แอบย่องตามไป

"ลูกพี่ แล้วผู้อำนวยการล่ะ"

"เธอจะไปเมืองหลวง..."

"ลูกพี่ ถึงเธอจะไปเมืองหลวง พี่ก็ต้องเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่องสิ พี่ลองจินตนาการดูนะ ถ้าผู้อำนวยการไปมีแฟนใหม่ แล้วโดนคนอื่นกอด พี่จะไม่ของขึ้นเหรอ ป๊อดขนาดนี้ใช่จี้เฟิงที่ผมรู้จักเปล่าวะ"

จี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อย

เวินหน่วนโดนคนอื่นกอด...

เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบแย่งแฟนชาวบ้านแบบโจโฉ เรื่องแบบนี้ เชี่ยเอ๊ย ของขึ้นจริงๆ ด้วย

"ฉันจะไปคุยกับเธอ"

จี้เฟิงคว้าหมวกกันน็อคสีขาวใบนั้นขึ้นมา กระโดดขึ้นรถแต่ง ก่อนออกรถเขาหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความ

[ตอนนี้เธออยู่ไหน]

โดยไม่รอคำตอบ จี้เฟิงสตาร์ทรถพุ่งออกจากสตูดิโอท่ามกลางสายตาของทุกคน

รถมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งทะยานออกไป เร็วกว่าความเร็วระดับคนแก่ขับตอนปกติไม่รู้กี่เท่า (Salty : ทำไมต้องเทียบกับรถคนแก่ขับด้วย XD)

เขารีบมาก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารีบไปทำไม

เสียงเบรกดังสนั่น รถจอดที่ปากทางเข้าชุมชนแออัด

จี้เฟิงลงจากรถ ก้มดูมือถือ

เวินหน่วนยังไม่ตอบข้อความ

นั่นทำให้จี้เฟิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

เขาอาศัยความทรงจำ วิ่งไปยังหน้าบ้านของเวินหน่วน แล้วเคาะประตูเหล็ก

ปังๆๆ! ปังๆๆ!

แอ๊ด!

คนที่มาเปิดประตูไม่ใช่เวินหน่วน แต่เป็นเพื่อนบ้านห้องข้างๆ

หญิงชราวัยหกสิบกว่ายื่นหน้าออกมาดู

"พ่อหนุ่ม เคาะอะไรเสียงดังหนวกหูจริง บ้านนี้เขาย้ายไปแล้ว"

จี้เฟิงยืนนิ่งค้าง

ย้ายไปแล้ว?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 45 - ของขวัญแทนคำลา

คัดลอกลิงก์แล้ว