เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - สิ่งที่ผิดปกติไม่ใช่บุหรี่

บทที่ 44 - สิ่งที่ผิดปกติไม่ใช่บุหรี่

บทที่ 44 - สิ่งที่ผิดปกติไม่ใช่บุหรี่


ตลอดทางจนถึงหน้าชุมชนแออัด จี้เฟิงพูดน้อยมาก

เวินหน่วนผู้มีความรู้สึกไวเสมอมา กลับทำเหมือนไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของจี้เฟิงเลย

ตรงทางแยกสุดท้าย เธอยิ้มจนตาหยี

"จี้เฟิง"

"หือ"

"วันนี้มีความสุขมากเลย นายเองก็รีบกลับบ้านเถอะนะ"

จี้เฟิงอ้าปากค้าง

"อืม"

เธอมองส่งจี้เฟิงจนลับตา รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหน่วนค่อยๆ เลือนหายไป

เธอหยิบไฟแช็กรูปไพ่นั่นออกมา

ทำท่าชูกำปั้นให้กำลังใจตัวเองด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึม

...

วันรุ่งขึ้น

จี้เฟิงไปวิ่งที่สวนสาธารณะตามปกติ เวินหน่วนในชุดกีฬามารอเขาอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว

"ในที่สุดก็ไม่ต้องวิ่งไปท่องศัพท์ไปแล้วสินะ"

"อื้อ"

"เดี๋ยวไปที่สตูดิโอด้วยกันไหม"

"เอาสิ"

บรรยากาศระหว่างทั้งสองกลับมาสงบเงียบเหมือนวันวาน ไม่มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา

เมื่อไม่ต้องเรียนหนังสือ จี้เฟิงกับเวินหน่วนก็มีเวลาทั้งวันในการทำงาน

ความสามารถในการทำงานของเวินหน่วนนั้นสูงมาก จี้เฟิงเองก็เริ่มปล่อยมือให้เธอจัดการได้มากขึ้น

สำหรับสตูดิโอ การได้สองกำลังหลักเข้ามาเต็มตัวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง นี่จะเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ประสิทธิภาพที่สูงลิ่ว การคัดเลือกสินค้าที่มองการณ์ไกล การกระตุ้นยอดซื้อ และการดึงทราฟฟิกอย่างแม่นยำ

ภายใต้การนำของจี้เฟิง เรื่องที่ต้องใช้วิสัยทัศน์อันกว้างไกลเหล่านี้กลายเป็นเรื่องง่ายดาย

และการมีอยู่ของเวินหน่วน ก็ทำให้ไอเดียและข้อเสนอต่างๆ ของจี้เฟิงถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างรวดเร็วและเป็นระบบระเบียบ

"ค่าคอมมิชชั่นเดือนนี้ออกมาแล้ว ค่าคอมมิชชั่น A ก่อนหักภาษี 8 แสน 5 หมื่น ส่วนค่าคอมมิชชั่น B ก่อนหักภาษี 1 ล้าน 1 แสน 3 หมื่น"

เวินหน่วนหยิบบัญชีและรายงานออกมาแจกแจงรายรับและรายจ่ายในช่วงนี้ทีละรายการ

"เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องบุคลากร ทราฟฟิก และการที่มีสตูดิโออื่นหรือคู่แข่งรายย่อยเริ่มปรากฏตัวขึ้น

แม้ค่าคอมมิชชั่นจะมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง แต่ฉันคาดว่าตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เราจะเริ่มเข้าสู่สภาวะคอขวด

เว้นแต่จะมีทราฟฟิกใหม่ๆ เข้ามา ไม่อย่างนั้นรายได้ของสตูดิโอน่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับนี้"

จี้เฟิงพยักหน้า เห็นด้วยกับการประเมินของเวินหน่วน อันที่จริงนี่ก็คือเพดานรายได้ของสตูดิโอทุกแห่งในอนาคต

หลังจากได้ร่วมงานกัน จี้เฟิงถึงเพิ่งรู้สึกว่าเขาเริ่มจะขาดเธอไม่ได้เสียแล้ว

ความเข้าขาที่เคยมี เป็นแค่เรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวัน

แต่พอได้ทำงานด้วยกัน ประสิทธิภาพโดยรวมมันพุ่งสูงขึ้นมากจริงๆ

เวินหน่วนมักจะทำให้เขามีเวลาว่างมานั่งขบคิดปัญหาได้อย่างสบายใจ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด

ผู้ช่วยงี่เง่าในชาติก่อนเทียบไม่ติดฝุ่นเลยสักนิด

"เราต้องการช่องทางทราฟฟิกใหม่จริงๆ นั่นแหละ การปั่นทราฟฟิกด้วยมือเพดานมันตันอยู่ที่ล้านเดียวนี่แหละ

เดี๋ยวต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว จะรับคนเพิ่มตอนนี้ก็ไม่เหมาะ เอาไว้เปิดเทอมแล้วหาที่ทางลงตัวได้ค่อยว่ากัน"

เวินหน่วนพยักหน้า เธอจ้องมองสลิปเงินเดือนของตัวเอง แววตาเหม่อลอยเล็กน้อย

ในเวลางาน เวินหน่วนแทบไม่เคยเหม่อลอยแบบนี้มาก่อน

เห็นเธอเป็นแบบนั้น จี้เฟิงนึกว่าเธอกำลังทึ่งกับความยาวของตัวเลขในสลิป เลยเอ่ยแซว

"กำลังอึ้งอยู่เหรอว่าตัวเองเพิ่งจบ ม.ปลาย ก็หาเงินได้เดือนละหลายหมื่นหยวนแล้ว?

วางใจเถอะ ด้วยความสามารถระดับเธอ อนาคตต้องไปได้ไกลกว่า..."

"จี้เฟิง"

ยังไม่ทันที่จี้เฟิงจะพูดจบ เวินหน่วนก็พูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้

จี้เฟิงประหลาดใจกับการกระทำนี้ไม่น้อย เวินหน่วนเองก็ชะงักไปเหมือนกัน

"ขอโทษที"

จี้เฟิงมองเวินหน่วนอยู่ครู่หนึ่ง สังเกตได้ชัดเจนว่าเธอดูใจลอยชอบกล

"ช่วงนี้งานหนักไปหน่อย เธอคงเครียดน่าดู

เอาอย่างนี้ ใกล้จะประกาศผลสอบแล้วก็ต้องกรอกอันดับมหาวิทยาลัย ถึงตอนนั้นฉันจะให้เธอหยุดพักสักหลายวัน พักผ่อนให้เต็มที่"

"ไม่เป็นไรหรอก"

"หืม?"

"จี้เฟิง หลังจากรับเงินปันผลเดือนกรกฎาคมแล้ว ฉันอาจจะต้องขอตัวไปก่อนนะ"

ไปก่อน? เดือนกรกฎาคม?

จี้เฟิงไม่แน่ใจเรื่องวันเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยชิงหัวหรือปักกิ่ง แต่ปกติแล้วมหาวิทยาลัยมักจะเปิดช่วงวันที่ 24 สิงหาคมถึง 10 กันยายน

อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้นิดหน่อย แต่ไม่น่าจะหลุดจากช่วงเวลานี้ไปได้

การไปเตรียมตัวที่มหาวิทยาลัยล่วงหน้าไม่ใช่ปัญหา จี้เฟิงเองก็วางแผนจะไปดูลาดเลาเพื่อทำสตูดิโอต่อเหมือนกัน

แต่ประเด็นคือ... นี่มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ

"เร็วขนาดนั้นเลย?"

จี้เฟิงไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเวินหน่วน ครั้งนี้เขาก็อดทนไม่ถามเซ้าซี้เช่นเคย

เวินหน่วนไม่สบตาจี้เฟิง เธอก้มหน้าลง

"ไม่ต้องห่วงเรื่องงานนะ ฉันจะเอาโน้ตบุ๊กไปด้วย จะทำงานให้เรียบร้อยแน่นอน"

จี้เฟิงอยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้ที่เขาห่วงน่ะไม่ใช่งานสักหน่อย

แต่พอจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง มันก็พูดไม่ออก ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงานระหว่างทั้งสองคน เป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจกำหนดเองแท้ๆ

"โอเค ถ้าเธอมีธุระจะไปก่อนก็ได้ ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย..."

"ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ จี้เฟิง"

จี้เฟิงลูบจมูกตัวเอง จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนโดนแจก "บัตรคนดี" ยังไงชอบกล

ปกติเวลาเวินหน่วนเงียบ จี้เฟิงจะไม่รู้สึกผิดปกติอะไร แต่วันนี้เขากลับรู้สึกว้าวุ่นใจแปลกๆ

"ได้ เธอรู้ตัวเองดีก็พอแล้ว"

เรื่องเวินหน่วนขอลาจบลงเพียงแค่นั้นหลังจากเลิกงานในวันนั้น

วันต่อมาเมื่อเริ่มงาน ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับสู่สภาวะปกติ

เวินหน่วนไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก จี้เฟิงก็ไม่ได้ถาม และไม่มีเหตุผลให้ถามด้วย

...

และแล้วก็ถึงวันประกาศผลคะแนน

จี้เฟิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้าน โดยมีจี้กวงสวินและต่งไคฮุ่ยนั่งขนาบซ้ายขวา

"โอ๊ย คุณจะตีฉันทำไมเนี่ย"

จี้กวงสวินโดนเมียหยิกจนแทบจะทนไม่ไหว พยายามขัดขืนแต่ก็ถูกต่งไคฮุ่ยสยบด้วยมือเดียว

"ตาแก่ๆ ฉันตื่นเต้นนี่นา"

"จะตื่นเต้นทำไม วิสัยทัศน์ผู้หญิงแท้ๆ"

แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ซองบุหรี่ข้างตัวที่หายไปครึ่งซอง กับก้นบุหรี่ในมือที่จวนจะไหม้มืออยู่รอมร่อ ก็เผยความในใจของจี้กวงสวินจนหมดเปลือก

ส่วนจี้เฟิงผู้เป็นเจ้าของคะแนน กลับใจลอยไปไหนต่อไหนแล้ว

เวินหน่วนทำอะไรอยู่นะ? เธอสอบได้เท่าไหร่? ที่ลางานคือจะไปเมืองหลวงล่วงหน้าเหรอ?

"เฮ้อ..."

"ลูกถอนหายใจทำไมเนี่ย แม่ใจจะขาดแล้วนะ"

"ไม่มีอะไรครับ"

จี้เฟิงคลิกหน้าต่างสอบถามข้อมูล กรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป แล้วคะแนนก็เด้งขึ้นมา

629 (คะแนนเต็ม 750, เกณฑ์ชิงเป่ย 660+, มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ 620+)

พอเห็นคะแนนนี้ ต่งไคฮุ่ยกับจี้กวงสวินก็กระโดดตัวลอยทันที

"ตาแก่ ตาแก่ เห็นหรือเปล่า? คุณเห็นไหม ลูกสอบได้ 629"

"เห็นแล้ว เห็นแล้ว ไอ้ลูกคนนี้มันมีของจริงๆ ด้วย"

เมื่อหันไปมองพ่อแม่ ความตื่นเต้นของแม่ ความภาคภูมิใจของพ่อ ทำให้จี้เฟิงพลอยยินดีไปด้วย

ได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาก็หวังเพียงให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขานี่แหละ

"พ่อกับแม่อายุรวมกันจะร้อยปีอยู่แล้วนะ ช่วยทำตัวให้สุขุมสมวัยหน่อยได้ไหมเนี่ย"

"ทำไมยะ? โดนไอ้ลูกเวรอย่างแกทรมานมาตั้งสามปี ถึงเวลาจะดีใจบ้างไม่ได้หรือไง"

"นั่นสิ บ้านเรามีว่าที่นิสิตมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ทั้งคน ก็ต้องฉลองกันหน่อย"

"เจ้าลูกชาย..."

หลังจากหยอกล้อกับพ่อแม่จนบรรยากาศเริ่มซาลง จี้เฟิงก็กลับเข้ามาในห้องของตัวเอง

ในกลุ่มแชทห้องเรียนแทบแตก เพื่อนๆ ต่างพากันถกเถียงเรื่องคะแนนสอบของตัวเอง

คุยเรื่องมหาวิทยาลัยที่เข้าได้ คณะที่อยากเรียน

หลังจากผ่านช่วงเวลาตกตะกอนมาหลายวัน อารมณ์ความรู้สึกของการจบการศึกษาก็เริ่มจางหาย พวกเขาต่างเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่เส้นทางของตัวเอง

ดังนั้นในกลุ่มแชทจึงเต็มไปด้วยคำอวยพรและการแสดงความยินดี

มีข้อความจากกู้เสวี่ยถิงเด้งขึ้นมา แต่จี้เฟิงไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะกดเข้าไปดู

เขามองรูปโปรไฟล์ของเวินหน่วนในมือถือ กดเข้าไปพิมพ์ข้อความไม่กี่ตัว แล้วก็ลบทิ้งไปเงียบๆ

เฮ้อ ชาติก่อนเราคงติดต่อกับเวินหน่วนน้อยไปจริงๆ นั่นแหละ

เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง จ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย

จี้เฟิงรู้สึกว่า บางทีการเป็นคนสองชาติภพอาจทำให้เขาด้านชาเกินไป ขนาดสอบติดมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังไม่รู้สึกดีใจเท่าไหร่เลย

แต่เวลานี้เขากลับมารู้สึกกังวลใจว้าวุ่นใจพิกล

เขาลุกขึ้นนั่งขอบเตียง จุดบุหรี่มวนหนึ่ง ปล่อยให้ใบหน้าจมหายไปในควันสีเทา

"บุหรี่นี่... ทำไมมันบาดคอจัง?

บุหรี่ห่วยๆ ยี่ห้ออะไรเนี่ย?

อ้าว ก็หวงซานนี่หว่า"

เขาผลักหน้าต่างออกไป สัมผัสสายลมอุ่นจากภายนอก (Salty : เวินหน่วน แปลว่า ความอบอุ่น :D)

บางทีสิ่งที่ผิดปกติอาจจะไม่ใช่บุหรี่ก็ได้มั้ง?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 44 - สิ่งที่ผิดปกติไม่ใช่บุหรี่

คัดลอกลิงก์แล้ว