- หน้าแรก
- สกิลทำฟาร์มของฉัน ทำเอานักรบทั้งกองพันต้องสยบ
- บทที่ 25 - แม่ค้าตัวน้อย
บทที่ 25 - แม่ค้าตัวน้อย
บทที่ 25 - แม่ค้าตัวน้อย
บทที่ 25 - แม่ค้าตัวน้อย
เรื่องที่ค้างคาใจทำเอาโจซี่นอนไม่หลับกระสับกระส่ายมาทั้งคืน
ฟ้ายังไม่ทันสาง โจซี่ก็ดีดตัวผึงจากเตียง ไปตะโกนเรียกเจ้าหนูหินมิติที่หน้าปากรู จนปลุกมันตื่นมาขอยืมวอลนัตเหล็กได้สำเร็จ
ข้าวของเยอะแยะขนาดนี้ กระเป๋ามิติใบจิ๋วของเธอเอาไม่อยู่หรอก ต้องพึ่งวอลนัตเหล็กของเจ้ากระรอกน้อยนี่แหละถึงจะเอาอยู่
หม้อไหจานชาม อะไรที่คิดว่าจะได้ใช้ โจซี่กวาดลงวอลนัตเหล็กเกลี้ยง
แถมกลัวว่าจะหาก้อนหินทำเตาไม่ได้ เธอยังขนหินก้อนใหญ่จากที่บ้านติดไปด้วย
เตรียมของครบแล้ว โจซี่ก็กระโดดขึ้นหลังเจ้าจามรีหางใหญ่ ออกเดินทาง! วิ่งสู้ฟัดกันเลยพวกเรา!
วันนี้ของเยอะ ต้องรีบไปถึงตลาดก่อนฟ้าสาง ไม่งั้นจะจองที่ดี ๆ ไม่ทัน แถมยังต้องเผื่อเวลา ก่อเตาอีก
เจ้าจามรีสปีดต้นจัดจ้านมาก แบกโจซี่วิ่งห้อตะบึงจนมาถึงตลาดเสรีก่อนแสงแรกจะจับขอบฟ้า
คราวนี้ไม่ใช่เล่นขายของแล้ว โจซี่เล็งทำเลทองตรงทางแยกที่คนพลุกพล่าน ใกล้ถนนใหญ่ อาศัยจังหวะที่คนยังไม่เยอะ รีบขนของออกจากวอลนัตเหล็ก มาวางเรียงก่อเป็นเตาชั่วคราว
พ่อค้าแผงลอยใกล้ ๆ สองคนเห็นเข้าถึงกับตาโต "เฮ้ย อุปกรณ์มิตินั่นจุของได้ขนาดไหนกันเนี่ย ขนหินก้อนเบ้อเริ่มมาด้วย ใช้ของเปลืองชะมัด"
พ่อค้าอีกคนสะกิดเพื่อน "ไม่เห็นสัตว์อสูรตัวยักษ์นั่นเหรอ สัตว์อสูรชั้นสูงเชียวนะ ต้องเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่หนีออกจากบ้านมาแน่ ๆ คนธรรมดาอย่างเราเทียบไม่ติดหรอก"
"เออจริง ไปเถอะ ๆ ไปขายตรงนู้นดีกว่า อย่าไปยุ่งกับเขาเลย" ว่าแล้วสองคนนั้นก็รีบเก็บของย้ายหนีไป
โจซี่มัวแต่ง่วนกับการหาถ้วยหาแก้ว เลยไม่รู้ตัวว่าโดนนินทาว่าเป็นคุณหนูตกยาก ถ้าได้ยินคงขำกลิ้ง คุณหนูบ้านไหนต้องมาขุดดินปลูกผักเองบ้างล่ะ
กำชับให้เจ้าจามรีเฝ้าแผงให้ดี โจซี่ก็เดินมุ่งหน้าไปโซนงานฝีมือ ตลาดเสรีแบ่งโซนค่อนข้างชัดเจน แถวนั้นส่วนใหญ่ขายพวกอุปกรณ์ทำมือ เครื่องมือ แล้วก็ของจุกจิก
โจซี่เดินดูไปตลอดทาง มีขายสากกะเบือยันเรือรบ แต่ดันไม่มีใครขายถ้วยชามเลย ก็แหงล่ะ ใครจะมาปูผ้าขายชามข้าวในตลาดแบบนี้
สงสัยต้องไปดูในร้านซะแล้ว โจซี่คิด
เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ?
โจซี่เหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังปั้นอะไรสักอย่าง หยิบแผ่นไม้มาบีบ ๆ นวด ๆ สองสามทีก็กลายเป็นรูปร่าง
"นี่คืออะไรเหรอจ๊ะ" โจซี่ขยับเข้าไปถาม
"เปลือกไม้จำแลงค่ะ พี่สาวอยากได้ไหมคะ" เด็กน้อยหยิบของบนแผงมาโชว์
โจซี่หยิบถังใบเล็กขึ้นมาดู ผิวสัมผัสเรียบลื่น น้ำหนักเบาหวิว เหมือนถ้วยพลาสติกที่เคยใช้ในโลกก่อนไม่มีผิด
"ขายยังไงจ๊ะ" โจซี่ถามราคาก่อน ของดีแต่ถ้าแพงเกินก็ไม่ไหว
"ใบเล็กแปดแต้ม ใบใหญ่สิบแต้มค่ะ ถ้าอยากได้ใหญ่กว่านี้ต้องคิดราคาใหม่" พอเห็นโจซี่สนใจ เด็กน้อยก็กระตือรือร้นแนะนำสินค้าทันที
"ใส่ของร้อนได้ไหม ใส่น้ำแล้วจะรั่วหรือเปล่า"
"ได้หมดเลยค่ะ พวกกองพันสำรวจเวลาพื้นที่เก็บของไม่พอก็ใช้เจ้านี่แหละแทนหม้อไหจานชาม ใช้งานดีมาก ไม่รั่วแน่นอนค่ะ ยกเว้นพี่สาวจะฉีกหรือบี้มันแรง ๆ ไม่งั้นใช้ได้นานเลย"
ราคาไม่แพง เบาแถมซ้อนเก็บได้ประหยัดที่ ดูยังไงก็คุ้มกว่าซื้อชามหินชามไม้ตั้งเยอะ เอาอันนี้แหละ
"ทำสด ๆ ได้ไหม พี่อยากได้ถ้วยกับแก้วอย่างละห้าสิบใบ ต้องใช้เวลานานไหม" ตัดสินใจแล้วก็สั่งเลย อย่าให้เสียเวลา
"แป๊บเดียวค่ะ หนูเป็นนักปั้นเปลือกไม้ ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ แผงพี่สาวอยู่ตรงไหนคะ หนูไปปั้นให้ที่นั่นเลยก็ได้" เปิดร้านมาก็ได้ออเดอร์ใหญ่ มาเรียตื่นเต้นสุดขีด
ไปทำที่ร้านยิ่งดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอตรงนี้
"แล้วแผงหนูล่ะ" โจซี่ลังเล อยู่คนเดียวแบบนี้ไปแล้วใครจะเฝ้าของ
"ไม่เป็นไรค่ะ" มาเรียกระโดดเหยง ๆ โบกมือเรียกใครบางคน "พ่อจ๋า! ให้ไอ้น้องเล็กมาเฝ้าแผงให้หนูหน่อย หนูได้งานใหญ่ เดี๋ยวมานะ"
สักพักเด็กชายตัวน้อยก็วิ่งตื๋อมาจากแผงไกล ๆ
"ไอ้น้องชาย เจ้รับงานใหญ่ได้ เฝ้าแผงดี ๆ นะ เดี๋ยวเจ้ซื้อขนมมาฝาก" มาเรียสั่งน้องชายวางมาดพี่สาวเต็มที่
เด็กชายพยักหน้าหงึกหงัก "ได้เลย เจ้ไปเถอะ เดี๋ยวผมรอตรงนี้" มาเรียถึงวางใจหอบเปลือกไม้จำแลงตามโจซี่ไป
พอเห็นสัตว์อสูรยักษ์ที่แผงโจซี่ เด็กน้อยก็ตาเป็นประกายด้วยความอิจฉา "พี่สาวคะ นี่ตัวอะไรเหรอคะ ตัวใหญ่จัง ถ้าบ้านหนูมีบ้างก็คงดี"
โจซี่ยิ้ม "จามรีหางใหญ่น่ะ สัตว์อสูรตัวโตจากแดนหิมะ"
"ระดับสูงเหรอคะ" มาเรียถามตาโต
โจซี่พยักหน้า "ใช่จ้ะ" "ว้าว" มาเรียร้องอุทานเบา ๆ ระดับสูงเชียวนะ เท่ชะมัด
ไม่แปลกที่เด็กจะถามแบบนั้น ไม่ใช่ว่าตัวใหญ่แล้วจะเก่งเสมอไป สัตว์อสูรระดับกลางบางตัวถ้าอ่อนหัดก็อาจเสร็จสัตว์อสูรระดับต่ำที่เขี้ยวลากดินได้เหมือนกัน ไม่มีอะไรแน่นอน
แต่ถ้าเป็นระดับสูงก็อีกเรื่อง ส่วนใหญ่พวกนี้มีสติปัญญา ฉลาดเป็นกรด ไม่ใช่เคี้ยวง่าย ๆ
ทั้งสองคุยกันไปทำงานไป แลกชื่อ แลกเบอร์ติดต่อกัน นัดแนะว่าถ้าโจซี่ต้องการของอีกจะติดต่อมาเรียไป
น้ำในหม้อเดือดปุด ๆ โจซี่ค่อย ๆ หย่อนลูกชิ้นปลาลงไป พอลงหม้อปุ๊บ กลิ่นหอมของปลาสดก็ฟุ้งกระจายไปกับไอร้อน ไล่ความหนาวเย็นยามเช้าจนกระเจิง
ตอนนี้คนเริ่มพลุกพล่าน หลายคนเดินตามกลิ่นหอมมามุงดู แต่ยังไม่มีใครกล้าลอง
เรื่องปกติของการค้าขาย โจซี่ไม่ซีเรียส
ตักลูกชิ้นใส่ถ้วยที่มาเรียเพิ่งปั้นเสร็จร้อน ๆ สองถ้วย ส่งให้เด็กน้อย "มาเรีย ลองชิมดูสิ ว่ารสชาติเป็นยังไง"
เมื่อกี้มาเรียอุตส่าห์เอานมเปลือกไม้ที่เหลือมาปั้นช้อนแถมให้โจซี่ตั้งเยอะ จะงกไม่เลี้ยงลูกชิ้นน้องสักถ้วยก็กระไรอยู่
"ถ้วยเดียวก็พอค่ะพี่สาว ไม่ต้องเยอะขนาดนั้น ขอบคุณนะคะ" มาเรียไม่อิดออด รับถ้วยแรกไป แต่ไม่กล้ารับถ้วยที่สอง เกรงใจจะแย่
"อันนี้ของน้องชายเราไง เมื่อกี้สัญญาว่าจะเอาของอร่อยไปฝากไม่ใช่เหรอ ลืมแล้วเหรอ"
มาเรียไม่ได้ลืม แค่เกรงใจ แต่พอเห็นสายตาจริงใจของโจซี่ เธอก็ยิ้มรับอย่างเปิดเผย "ขอบคุณค่ะพี่สาว"
"ไม่เป็นไรจ้ะ รีบกินเถอะ" โจซี่อยากรู้ฟีดแบ็คใจจะขาด ว่ารสชาติจะถูกปากคนแถวนี้ไหม นี่ชี้ชะตากิจการลูกชิ้นปลาเลยนะ
มาเรียเป่าลูกชิ้นร้อน ๆ เบา ๆ จิบน้ำซุปคำเล็ก ๆ ดวงตาเบิกกว้างทันที ตักลูกชิ้นเข้าปาก เคี้ยวหนุบหนับ เด้งสู้ฟัน กินลูกแรกแล้วก็อยากกินลูกต่อไ
"อร่อย! อร่อยมากเลยค่ะพี่สาว!" มาเรียเงยหน้าที่แดงระเรื่อเพราะไอร้อนขึ้นมา ดวงตาเป็นประกาย บอกโจซี่ด้วยความตื่นเต้น
[จบแล้ว]