- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 695 - 696: การแข่งขันคณิตศาสตร์, จ้าวเซี่ยวซวนมูฟออน
ตอนที่ 695 - 696: การแข่งขันคณิตศาสตร์, จ้าวเซี่ยวซวนมูฟออน
ตอนที่ 695 - 696: การแข่งขันคณิตศาสตร์, จ้าวเซี่ยวซวนมูฟออน
ตอนที่ 695 การแข่งขันคณิตศาสตร์
“ฮ่า ฮ่า” กู้หนิงหัวเราะเล็กน้อย “ฉันชอบที่เราเข้ากันได้ค่ะ”
“เอาเถอะ” ในเมื่อเธอพูดอย่างนั้นก็ตามนั้นแล้วกัน ถางเจียข่ายไม่พูดอะไรต่ออีก เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธออยู่แล้ว
ในเวลานี้ เสียงโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้นและคนที่โทรมาคืออาจารย์ใหญ่
กู้หนิงกดรับและกรอกเสียงลงในโทรศัพท์ว่า “สวัสดีค่ะ”
“ฮัลโหล นักเรียนกู้ อีกสองอาทิตย์จะมีการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย การแข่งขันจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่มหาวิทยาลัยเมือง B ทุกจังหวัดจะส่งนักเรียนมัธยมปลายสามคนเข้าร่วม เธอเป็นนักเรียนที่เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียนเรา และครูหวังว่าเธอจะเข้าร่วมแข่งในนามของเมืองของเราได้ หากเธอสามารถชนะรางวัลอะไรก็ได้ในสามรางวัลแรก ครูจะอนุญาตให้เธอไม่ต้องเข้าเรียนทุกวิชาและไม่ต้องมาสอบรายเดือนจนกว่าจะถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอคิดว่าไง?” อาจารย์ใหญ่ถาม
“ได้ค่ะ” กู้หนิงตอบตกลง ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ถ้าหากเธอชนะรางวัลในการแข่งขัน ทันใดนั้นเธอก็ถามว่า “เอ่อ หนูขอถามได้ไหมคะ ถ้าหนูไม่ชนะรางวัลอะไรเลย อาจารย์จะบังคับหนูกลับไปเรียนไหมคะ?”
แม้ว่ากู้หนิงจะมั่นใจในตัวเอง เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถชนะรางวัลได้หรือเปล่า ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนแต่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทุกคนย่อมเตรียมตัวมาอย่างดี ดังนั้นกู้หนิงจึงไม่สามารถให้สัญญาใดๆ ได้
“ไม่แน่นอน” อาจารย์ใหญ่เอ่ย
“ดีค่ะ” กู้หนิงโล่งอก
“เยี่ยมมาก ครูจะส่งเบอร์โทรของครูที่จะนำทีมเข้าร่วมการแข่งขันให้เธอแล้วกัน” อาจารย์ใหญ่กล่าว
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
“อ้อ ยังไงก็ตาม” อาจารย์ใหญ่พูดต่อว่า “กู้หนิง เธอคือความภาคภูมิใจของโรงเรียนของเรา ครูขอให้เธอโชคดีและประสบความสำเร็จในอาชีพการงานของเธอนะ! เธอรู้ไหมว่าครูใหญ่ในโรงเรียนมัธยมอื่นๆ ต่างก็ต้องการแย่งชิงตัวเธอจากโรงเรียนของเรา แต่ครูจะไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้น ฮ่า ฮ่า”
ได้ยินเช่นนั้น กู้หนิงก็รู้สึกตลก
“หนูรู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าค่ะที่โรงเรียนภูมิใจในตัวหนู” กู้หนิงกล่าว
“ดีมาก” อาจารย์ใหญ่รู้สึกยินดีจนท้วมท้นหัวใจ
“หนิงหนิง รางวัลอะไรเหรอ?” ถางเจียข่ายเอ่ยปากถามเมื่อกู้หนิงวางสาย
“อีกสองสัปดาห์จะมีการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับชาติที่มหาวิทยาลัยเมือง B ในวันเสาร์นี้ และอาจารย์ใหญ่อยากให้ฉันเข้าร่วมแข่งขันในนามของโรงเรียนค่ะ” กู้หนิงกล่าว
“การแข่งขันคณิตศาสตร์? เธอเก่งคณิตด้วยเหรอ?” ถางเจียข่ายรู้สึกประหลาดใจ
กู้หนิงสวมรอยยิ้มมั่นใจ “ฉันเก่งทุกวิชา!” กู้หนิงไม่ได้โม้ ก็มันเป็นความจริงนี่นา
เป็นเรื่องยากที่จะหานักเรียนที่มีความโดดเด่นในทุกวิชา
ถางเจียข่ายกล่าวด้วยความชื่นชมว่า “พี่ชักจะละอายใจแล้วสิ เธอเก่งกว่าพี่ในทุกๆด้านเลย”
กู้หนิงหัวเราะ “พี่ก็ปกป้องฉันในฐานะพี่ชายก็ได้นี่คะ”
แม้ว่าเลิ่งเชาถิงรู้ว่ากู้หนิงและถางเจียข่ายเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่กู้หนิงพูดแบบนั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แสดงออกบนใบหน้า
“ไม่มีปัญหา!” ถางเจียข่ายรู้สึกชื่นมื่น
“ถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นเหมือนตอนในเอิร์ทไนท์คลับอีกล่ะก็ พี่ต้องปกป้องฉันให้ดี” กู้หนิงตั้งใจพูดขู่ถางเจียงข่าย
รอยยิ้มบนใบหน้าของถางเจียข่ายแข็งค้าง สิ่งที่เกิดขึ้นในเอิร์ทไนท์คลับยังคงตราตรึงในใจของเขาไม่หาย
“เอ่อ คือ..พี่ไม่คิดว่าจะสามารถ...” ถางเจียข่ายเอ่ย คนธรรมดาอาจไม่อยู่รอดปลอดภัยครบสามสิบสอง ยกเว้นกู้หนิง การที่เขายอมรับตรงๆไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด
ที่เมือง F กู้ชิงได้รับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ส่งมาจากโคเลนแล้วและโทรหากู้ม่านเพื่อบอกเธอ กู้ม่านเดินลงไปข้างล่างเพื่อบอกกู้หนิงต่ออีกที
“หนิงหนิง ป้าของลูกบอกแม่ว่าได้รับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแล้ว และจะเปิดซาลอนวันมะรืน แม่อยากจะกลับบ้านเราพรุ่งนี้” กู้ม่านเอ่ย
“ได้ค่ะ แต่หนูยังกลับไปกับแม่ไม่ได้นะคะ ยังมีเรื่องต้องจัดการที่นี่ต่ออีก หนูจะส่งเฉียวหยาบินกลับไปกับแม่แล้วกันค่ะ”
ช่วงนี้ตระกูลถางเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างมาก ดังนั้นเธอจึงต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลาเพราะทั้งถางไห่เฟิงและถางหยุนฟ่านยังต้องนอนอยู่บนเตียง
แม้ว่าตระกูลถางจะมีพลังมากพอที่จะเอาชนะศัตรูได้ แต่เธอก็ต้องการช่วยในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลถาง เธอไม่สามารถสัญญาได้ว่าจะแก้ปัญหาทุกอย่างให้กับพวกเขา แต่เธอจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นวิกฤติ
ถ้าครั้งนี้เธอไม่ได้อยู่ที่เมือง B ถางไห่เฟิงคงถูกฆาตกรรมจริงๆ
“ได้จ๊ะ”
กู้หนิงได้จัดเตรียมการไว้ให้เธอแล้ว กู้ม่านจึงไม่มีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น
ตอนที่ 696 จ้าวเซี่ยวซวนมูฟออน
หยกบิวตี้ได้รับความนิยมเช่นเคย และทำเงินได้มากกว่าเครื่องประดับแบรนด์อื่นๆ ดังนั้น นักธุรกิจหลายคนจึงอิจฉากู้หนิงและโจวเจิ้งหง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะกู้หนิงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลถาง
เนื่องจากหยกบิวตี้ได้เปิดสาขาในเมือง B แล้ว สาขาในเมืองหลวงก็กำลังจะเปิดเช่นกัน กู้หนิงคิดว่าเธอควรตั้งโรงงานในเมืองหลวงด้วยเพราะโรงงานในเมือง G ไม่สามารถตอบสนองความต้องการเครื่องประดับที่กำลังขยายตัวได้ กู้หนิงจึงโทรหาเฉินข่านอี้
“ฮัลโหล ข่านอี้ ฉันอยากได้โรงงานสำหรับผลิตเครื่องประดับ คุณช่วยฉันหาได้ไหมคะ? ขอเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุด ถ้ามีความคืบหน้ายังไงโทรหาฉัน ฉันจะให้ผู้จัดการหยกบิวตี้ติดต่อคุณไปอีกที” กู้หนิงเอ่ย
โจวเจิ้งหงจะบินไปที่เมืองหลวงเพื่อเตรียมเปิดสาขาหยกบิวตี้ที่นั่น ดังนั้นเกาอี้จะเป็นคนรับผิดชอบในการจัดส่งเครื่องประดับในครั้งนี้
“ได้เลย บอส” เฉินข่านอี้กล่าว “อ้อ มีบ้านส่วนตัวหลายหลังที่อยู่ด้านหลังตึกออฟฟิศของเรา พื้นที่ประมาณเจ็ดร้อยตารางเมตร และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาซื้อมันเมื่อวานนี้เพื่อสร้างอาคารสำนักงาน แต่ข้อตกลงยังไม่ได้รับการตกลงกันเนื่องจากราคาที่ได้มานั้นต่ำไปหน่อย คุณต้องการที่ดินไหม?”
เฉินข่ายอี้ไม่แน่ใจว่ากู้หนิงต้องการขยายบริษัทของเธอหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้โทรหาเธอเมื่อวานนี้
ได้ยินเช่นนั้น ดวงหน้าของกู้หนิงก็สว่างขึ้น “ซื้อเลย ถ้าราคาสมเหตุสมผลก็ซื้อเลยค่ะ”
ที่ดินซึ่งมีขนาดประมาณเจ็ดร้อยตารางเมตรอาจมีราคาอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้านหยวนในเมืองหลวง กู้หนิงเข้าใจดี แต่เธอไม่เต็มใจที่จะจ่ายราคาที่สูงเกินไป
กู้หนิงมีความคิดที่จะขยายบริษัทของเธออยู่แล้ว ดังนั้นหากเธอสามารถซื้อที่ดินที่อยู่ด้านหลังตึกออฟฟิศของเธอได้ มันจะดีกว่ามาก
“ได้ครับ บอส” เฉินข่านอี้เอ่ย เขาเข้าใจว่ากู้หนิงต้องการที่ดินมากจากน้ำเสียงของเธอ และเขาก็รู้สึกดีใจที่บอกเรื่องนี้กับเธอ
“อ้อ” กู้หนิงนึกขึ้นมาได้อีกเรื่อง “ฉันอยากได้ยิมด้วย ช่วยหาให้ด้วยนะคะ”
กู้หนิงจะใช้ยิมเป็นสถานที่ฝึกสำหรับบอดี้การ์ดของบริษัทรักษาความปลอดภัยของเธอ ซึ่งเธอกำลังจะก่อตั้งในอนาคตอันใกล้นี้ เธอจะจ้างเฉพาะทหารเกษียณที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะเปิดชั้นเรียนฝึกอบรมเพื่อสอนทักษะการต่อสู้ของคนทั่วไปด้วย
“ไม่มีปัญหาครับ” เฉินข่านอี้รับปาก
เมื่อเลิ่งเชาถิงได้ยินว่ากู้หนิงหันไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เขาก็ไม่พอใจ ทำไมเธอไม่ขอความช่วยเหลือจากเขา? อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้ยินปลายสายเรียกกู้หนิงว่าบอส เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ปลายสายต้องทำงานให้กู้หนิง ถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่ว่าอะไร
เมื่อจ้าวเซี่ยวซวนกลับถึงบ้าน เธอไม่ได้ร้องไห้หรือทำลายข้าวของ แต่ดูค่อนข้างเศร้า เธอหยิบขวดเหล้าที่ดีกรีแรงออกมา คุณนายจ้าวเห็นท่าทางของลูกสาวก็คิดว่าเธอคงทะเลาะกับหลินเทียนโหย่ว แต่ไม่เคยเห็นเธอดื่มเหล้าแบบนี้มาก่อน
“เซี่ยวซวน ลูกทำอะไรน่ะ?” คุณนายจ้าวคว้าขวดเหล้าจากมือของเธอ
“ดื่มให้กับความทุกข์ไงคะ! หนูเลิกกับหลินเทียนโหย่วแล้ว หนูเสียเขาไปแล้ว!” จ้าวเซี่ยวซวนคร่ำครวญ แต่ก็ยังไม่ได้ร้องไห้ออกมาดัง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถควบคุมอารมณ์ได้
“อะไรนะ?” คุณนายจ้าวตกใจ “นี่เขากลับไปขอคืนดีกับอวี้จื่อหรือ?”
“ค่ะ” จ้าวเซี่ยวซวนเอ่ย “ความจริงก็คือเขาไม่เคยชอบหนูเลย เขายอมเป็นแฟนหนูก็เพราะครอบครัวของเรามีเงิน และหนูเป็นลูกคนเดียว ถ้าเขาแต่งงานกับหนู เขาจะได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของครอบครัวเรา แต่ว่าตอนนี้ในสายตาของเขา อวี้จื่อมีค่ามากกว่า เขาก็เลยทิ้งหนูไป วันนี้หนูเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเหนื่อยมากกับความสัมพันธ์นี้”
จ้าวเซี่ยวซวนรู้อยู่แล้ว แต่เธอเลือกที่จะเมินมัน เธอรักเขามากจนเธอเต็มใจให้เขาใช้ประฌโยชน์จากเธอ แต่พอเขาหักอกเธอ เธอก็ตระหนักว่ามันเป็นเพียงความเพ้อฝันของเธอไปเอง
“ว่าไงนะ? เขาทำแบบนี้กับลูกได้ยังไง!” คุณนายจ้าวโมโหมาก
“แม่รับไม่ได้! แม่ต้องโทรหาเขาเดี๋ยวนี้!” คุณนายจ้าวพูดและหยิบโทรศัพท์ออกมา
“ไม่ต้องแล้วค่ะ” จ้าวเซี่ยวซวนเอ่ยห้ามแม่ของตัวเอง เพราะเธอรู้สึกแย่มากพอแล้ว “มันไม่มีประโยชน์แล้วค่ะ แม่คะ ไม่ต้องไปทะเลาะกับอวี้จื่อด้วยนะคะ ตอนนี้เธอไม่ใช่คนที่เราจะไปหาเรื่องด้วยได้แล้วและไม่มีทางที่เธอจะกลับไปคบกับหลินเทียนโหย่วอีกแล้ว ทั้งหมดเป็นความคิดของหลินเทียนโหย่วคนเดียว
จ้าวเซี่ยวซวนไม่เคยเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลแบบนี้มาก่อน ประสบการณ์ชีวิตได้สอนบทเรียนสำคัญแก่เธอ
เมื่อเห็นจ้าวเซี่ยวซวนสงบนิ่ง คุณนายจ้าวก็แปลกใจ แต่ก็เห็นด้วยกับเธอ
เมื่อเทียบกับคุณนายหลินแล้ว คุณนายจ้าวยังดีกว่ามาก แม่ว่าหล่อนจะตามใจจ้าวเซี่ยวซวนมากก็ตาม