เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 689 - 690: วันหยุด, อยากลองในรถไหม?

ตอนที่ 689 - 690: วันหยุด, อยากลองในรถไหม?

ตอนที่ 689 - 690: วันหยุด, อยากลองในรถไหม?


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 689 วันหยุด

 

“ได้สิคะ พวกเราไปเยี่ยมคุณปู่เดี๋ยวนี้เลยก็ได้ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย

“เดี๋ยวแม่ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” กู้ม่านเอ่ย จากนั้นเดินขึ้นไปยังชั้นบน เธอเพิ่งทำกับข้าวและกลิ่นอาหารก็ยังติดเสื้อผ้า หากไปทั้งๆที่ตัวมีแต่กลิ่นอาหารแบบนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่

กู้หนิงหันไปพูดกับเกาอี้และเฉียวหยาว่า “พวกคุณสองคนไปพักผ่อนได้ค่ะ ฉันให้หยุดได้ ออกไปเที่ยวกันสองคนเถอะและคืนนี้ก็ไม่ต้องกลับมา ถ้าพรุ่งนี้มีอะไรเดี๋ยวฉันโทรหา”

เกาอี้และเฉียวหยาเข้าใจสิ่งที่กู้หนิงพูดและรู้สึกอายนิดหน่อย แต่ในใจรู้สึกยินดีที่ได้มีเวลาของตัวเอง”

“ขอบคุณครับบอส” เกาอี้เอ่ย

“จะเอารถไปใช้ไหม?” กู้หนิงถาม

“ไม่ต้องหรอกครับ พวกเราเดินเอาดีกว่า” เกาอี้ตอบ

“งั้นก็ได้ บาย บาย” กู้หนิงเอ่ย

เมื่อเกาอี้และเฉียวหยาจากไปแล้ว เลิ่งเชาถิงเดินไปข้างหน้าหากู้หนิง ขณะที่เขากำลังจะก้มลงจูบเธอ กู้ม่านก็เดินลงบันไดมาพอดี เลิ่งเชาถิงถอยหลังอย่างรวดเร็วและทำหน้าปั้นยาก

กู้หนิงกระแอม แอบอมยิ้มที่มุมปาก

“อ้าว เกาอี้และเฉียวหยาไปไหนแล้วล่ะ?” กู้ม่านไม่เห็นทั้งสองคนจึงถามขึ้นอย่างสงสัย

“อ๋อ หนูบอกให้พวกเขาหยุดพักเองค่ะ” กู้หนิงตอบคำถามแม่

กู้ม่านพยักหน้า จากนั้นพวกเขาก็พากันไปที่โรงพยาบาล ระหว่างทางกู้หนิงตรวจดูอีเมลและเห็น K ส่งข้อมูลของเซียงตงผิงมาให้แล้ว

เซียงตงผิง อายุ 43 ปี และมาจากหมู่บ้านรอบนอกเมือง B เขาเป็นคนขับรถให้กับเจ้าของบริษัทเล็กๆ ดังนั้นรถที่เขาขับจึงเป็นรถของเจ้านายเขาจริงๆ นอกจากนี้ไม่มีอะไรผิดปกติกับบัตรธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ของเขา

หลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด กู้หนิงพบว่าเซียงตงผิงขับรถออกไปเพื่อเอารถไปซ่อมและไม่กลับมาจนถึงเที่ยงวันนี้ ส่วนจากอู่ซ่อมรถจนถึงอุโมงค์ เซียงตงผิงแวะทานข้าวในร้านอาหารและนั่งอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานจนกระทั่งรถของถางไห่เฟิงขับผ่านมา แล้วเขาก็ขับรถตามไป

มันไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดเพราะมันอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เซียงตงผิงดูเหมือนจะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นแผนที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างแน่นอน

K ยังพบรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับครอบครัวของเซียงตงผิง เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่ชรามากแล้ว ภรรยา และลูกชาย แต่ลูกชายของเขาป่วยด้วยโรคร้ายแรงและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ครอบครัวของเขาไม่มีเงินค่าผ่าตัด ดังนั้นพวกเขาจึงล้มเลิกความคิดนี้ ทว่าลูกชายของเซียงตงผิงกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดในวันนี้

ปรากฏว่ามีคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศจ่ายค่าผ่าตัดสองแสนหยวนให้กับเซียงตงผิงหลังจากอ่านโพสต์ที่เซียงตงผิงเอ่ยถึงสภาพของลูกชายของเขาและพยายามหาเงินให้ลูกชายของเขาทางอินเทอร์เน็ต

ดูเหมือนว่าเซียงตงผิงไม่ได้ทำข้อตกลงกับใครเพื่อหาเงิน

ผู้บริจาคที่ไม่ระบุชื่อโอนเงินผ่าน Swiss Bank และ K ล้มเหลวในการแฮกเข้าสู่ฐานข้อมูลเพื่อค้นหาว่าใครเป็นคนโอนเงิน แม้ว่า K จะเป็นแฮกเกอร์ระดับโลก แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่เขาทำไม่ได้

หลังจากอ่านอีเมลที่ K ส่งมา กู้หนิงก็ตระหนักว่าเธอได้พบกับศัตรูที่แข่งแกร่งเข้าแล้ว ถ้าคนๆ นั้นไม่มีไหวพริบหรือมีความแข่งแกร่งเพียงพอ ก็คงไม่กล้าวางแผนล้มลางตระกูลถาง

เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เธอจึงอดทนไว้ก่อน เพราะเธอเชื่อว่าอีกไม่นานศัตรูของเธอจะต้องลงมืออีกครั้ง

เมื่อพวกกู้หนิงมาถึงโรงพยาบาล ถางหยุนฮางและเการุ่ยฮวาก็อยู่ในห้องผู้ป่วยแล้ว หากไม่มีบุคคลภายนอกในห้อง ถางไห่เฟิงไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นหมดสติ

“มีข่าวอะไรบ้างไหมคะ?” กู้หนิงถาม

“กรรมการบริษัทของเราบางคนมาเยี่ยมปู่ของหลาน เพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี่เอง ตอนที่หมอมาตรวจร่างกายของท่าน ผลออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ถางหยุนฮางกล่าว

ถางไห่เฟิงนอนหมดสติอยู่บนเตียงมาเป็นเวลานานไม่ยอมตื่นสักที หมอจึงมาตรวจเขาเพื่อดูว่าเกิดจากอะไร ในเวลาเดียวกัน กรรมการบริษัทหลายคนของกลุ่มธุรกิจของตระกูลถางก็มาเยี่ยมถางไห่เฟิงพอดี

ถางตี้หมิงจึงได้รู้ถึงอาการของถางไห่เฟิงโดยที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรมาก

“แล้วคนที่ขับรถชนล่ะคะ?” กู้หนิงถามอีกครั้ง

“เขายังหมดสติอยู่ พวกเราไม่สามารถใช้โทรศัพท์ของเขาได้ถ้าไม่มีรหัส ตำรวจรู้ที่อยู่ของเขาจากบัตรประชาชนแต่ไม่มีใครอยู่บ้าน พวกเราก็เลยติดต่อครอบครัวของเขาไม่ได้” ถางหยุนฮางตอบ

หลินเทียนโหย่วกลับมาบ้านหลังจากออกไปทานข้าวข้างนอก เมื่อเขากลับมาถึง คุณนายหลินก็ถามเขาอีกครั้ง “เทียนโหย่ว ว่าไง? เธอกลับมาหาลูกรึยัง?”

แม้ว่าจะเป็นคำถาม แต่คุณนายหลินก็มั่นใจมากว่าคำตอบนั้นคือใช่ เธอไม่เชื่อว่าอวี้จื่อจะปฏิเสธลูกชายของเธอ

“ผมไปที่ร้านเธอมาแล้ว แต่วันนี้ร้านปิด”

“แล้วลูกได้โทรหาเธอหรือเปล่า?”

“เธอบล็อกเบอร์ผมหลังจากที่พวกเราเลิกกัน”

“อะไรนะ? เธอกล้าทำอย่างนั้นได้ยังไง?” คุณนายหลินขมวดคิ้วไม่พอใจ ในสายตาของเธอ อวี้จื่อด้อยกว่าพวกเธอมาก

“เอาเบอร์เธอมาให้แม่ แม่จะโทรหาเธอเอง” คุณนายหลินเอ่ยและหยิบเอามือถือของตนออกมา

“ไม่ต้องหรอกครับ พรุ่งนี้ผมจะไปหาเธอด้วยตัวเอง”

“ก็ได้” ในเมื่อลูกชายพูดอย่างนั้น คุณนายหลินก็ไม่เซ้าซี้อีก แต่ในใจก็ไม่พอใจการกระทำของอวี้จื่อมาก

“แล้วเรื่องหนูเซี่ยวซวนจะเอายังไง? แม่ของหนูเซี่ยวซวนโทรมาขอคำอธิบาย”

แววตาของหลินเทียนโหย่วฉายแววรังเกียจ “ปล่อยไปก่อนแล้วกันครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้หลังจากเจออวี้จื่อแล้ว”

หลินเทียนโหย่วกลัวว่าอวี้จื่อจะปฏิเสธเขา ถ้าเขาเลิกกับจ้าวเซี่ยวซวนตอนนี้ เขาอาจสูญเสียผู้หญิงสองคนในคราวเดียว เขาจึงเอาจ้าวเซี่ยวซวนเป็นตัวสำรอง

“แล้วจะให้แม่ตอบว่ายังไงถ้าหากคุณนายจ้าวโทรมาอีก?”

“บอกเธอไปว่าแม่ตามตัวผมไม่เจอ”

“เอาอย่างที่ลูกว่าก็ได้” คุณนายหลินเห็นด้วย

ตอนที่ 690 อยากลองในรถไหม?

 

จ้าวเซี่ยวซวนอารมณ์ไม่ดีอย่างหนักเพราะทั้งคุณนายหลินและหลินเทียนโหย่วไม่โทรกลับหาเธอเลย เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งของเธอโทรมาหาและบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนและชวนเธอไปสนุกด้วยกัน จ้าวเซี่ยวซวนตอบตกลงเพราะเธอต้องการกลบเกลื่อนความเศร้าของตัวเองอยู่พอดี

จ้าวเซี่ยวซวนใส่ใจรูปร่างหน้าตาของตัวเองเป็นอย่างมาก เธอแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะออกไปพบเพื่อน แม้ว่าจ้าวเซี่ยวซวนจะไม่ได้สวยหมดจด ทว่าก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ด้วยรูปร่างที่น่าดึงดูด ทำให้เธอดูน่ามองขึ้นมาก

คุณนายจ้าวไม่ได้ห้ามลูกสาวออกไปเที่ยวกับเพื่อน วันนี้เธอก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน ปากได้แต่บอกให้จ้าวเซี่ยวซวนระมัดระวังตัว

อากาศข้างนอกเริ่มอุ่นแล้ว ดังนั้นจ้าวเซี่ยวซวนจึงสวมเสื้อรัดรูปสีดำที่ดึงรั้งต่ำเป็นพิเศษ และหน้าอกของเธอก็เผยออกมาครึ่งหนึ่ง

เมื่อจ้าวเซี่ยวซวนมาถึงห้องส่วนตัวที่เพื่อนของเธอจองไว้ เธอได้ยินเสียงครวญครางทันทีที่เธอผลักประตูเปิดออก มีคนสามคนอยู่ข้างใน ผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายสองคน ทั้งสามอยู่บนโซฟาด้วยร่างกายที่แทบเปลือยเปล่า

ผู้หญิงคนนั้นนั่งบนตักของชายคนหนึ่ง หล่อนสวมกระโปรงสั้นรัดรูป และมือของผู้ชายขยับไปมาระหว่างขาของหล่อน เสื้อของหญิงสาวเปิดกว้างโดยเปลือยหน้าอกออกมา และหล่อนก็ส่งเสียงครางอย่างสุขสม

เมื่อเห็นฉากนั้น จ้าวเสี่ยวซวนไม่ได้แสดงความประหลาดใจหรือตื่นตระหนกใดๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เห็นภาพแบบนี้ ในเมื่อเธอก็เคยทำมันมาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน

เสียงประตูเปิดขัดจังหวะพวกเขา และพวกเขาก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว

ฃ“เซี่ยวซวน มานี่สิ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ไม่ได้ดูเศร้าโศกเสียใจแต่อย่างใด เธอมีตัวเลือกสำหรับระบายความต้องการของตัวเองตั้งมากมาย จะไปแคร์กับความสำพันธ์ที่น่าปวดหัวพวกนั้นไปทำไมกัน

จ้าวเซี่ยวซวนเดินตรงไปและนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอหยิบเบียร์รินใส่แก้วให้ตัวเอง

“อะไร? อารมณ์ไม่ดีเหรอ?” หญิงสาวลุกขึ้นจากขาชายหนุ่ม และขยับเสื้อผ้าของเธอก่อนเดินมาหาจ้าวเซี่ยวซวน

เธอนั่งลงทางด้านขวาของจ้าวเซี่ยวซวนและวางแขนบนไหล่ของจ้าวเซี่ยวซวน “ทะเลาะกับเทียนโหย่วอีกแล้วเหรอ?”

แม้จะเป็นคำถาม ทว่าคนถามก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“อืม”

“อยากสนุกกับพวกเขาหน่อยไหม?” หญิงสาวถาม

“เชิญสนุกไปคนเดียวเถอะ เธอก็รู้ว่าฉันเลิกทำแบบนั้นแล้วหลังจากที่เทียนโหย่วเป็นแฟนของฉัน” จ้าวเซี่ยวซวนเอ่ย

พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกันและต่างคนต่างรู้ความลับสกปรกของกันและกันดี ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

“ไม่เอาน่า! เธอจะเลิกสนุกกับตัวเองเพราะเขาคนเดียวไม่ได้หรอกนะ! เธอคิดเหรอว่าเขาซื่อสัตย์กับเธอจริงๆ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือของจ้าวเซี่ยวซวนที่ถือแก้วก็หยุดลงครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าหลินเทียนโหย่วนอกใจเธอหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกโกรธเมื่อนึกถึงข้อเท็จจริงที่ว่าหลินเทียนโหย่วยังรักอวี้จื่ออยู่ เธอซื่อสัตย์ต่อเขา แต่เขาก็ยังรักผู้หญิงคนอื่น

“ไม่มีใครรู้หรอกน่าว่าเธอมาหาความสำราญที่นี่ อย่าทำหน้าเศร้าตลอดเวลาแบบนั้นสิ” หญิงสาวพยายามโน้มน้าวจ้าวเซี่ยวซวนมาร่วมสนุกด้วยกันเพราะหล่อนคิดว่ายิ่งคนเยอะก็ยิ่งตื่นเต้น

“ก็ได้!” จ้าวเซี่ยวซวนตอบตกลงในที่สุด เธอยังคงโมโหให้หลินเทียนโหย่ว ในเมื่อเขายังรักอวี้จื่อ เธอก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเธอที่ซื่อสัตย์กับคนเพียงคนเดียว

จ้าวเซี่ยวซวนดื่มเบียร์อีกแก้ว จากนั้นก็ถอดชุดออกต่อหน้าพวกเขา

หลังจากนั้น จ้าวเซี่ยวซวนก็เดินไปหาชายหนุ่มสองคนพร้อมกับเพื่อนของเธอ จากสามกลายเป็นสี่

กู้หนิง กู้ม่าน และเลิ่งเชาถิงออกจากโรงพยาบาลในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน กู้ม่านก็เข้าห้องไปพักผ่อนและปล่อยให้กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน

กู้ม่านรู้ว่าลูกสาวโตแล้วและมีความคิดเป็นของตัวเอง เธอรู้ว่าลูกสาวสามารถปกป้องตัวเองได้

เลิ่งเชาถิงก็จ้องไปที่กู้หนิง เขาต้องการจะทำอะไรบางอย่าง แต่กลัวว่ากู้ม่านจะเข้ามาขัด

กู้หนิงยิ้มและพูดว่า “ไปเดินเล่นกันหน่อยไหมคะ?”

“ได้สิ” เลิ่งเชาถิงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว แค่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็พอใจแล้ว

หลังจากนั้น เลิ่งเชาถิงและกู้หนิงก็เดินออกจากบ้าน กู้หนิงเดินตรงไปที่โรงรถทันทีที่พวกเขาเดินพ้นประตูซึ่งทำให้เลิ่งเชาถิงทำหน้าสับสน “จะขับรถเล่นเหรอ?”

กู้หนิงพึมพำว่า “เปล่า มานี่สิ ฉันมีของขวัญจะให้คุณ”

เลิ่งเชาถิงเดินตามเธอไปที่โรงจอดรถ

ในโรงรถนั้นมืด แต่กู้หนิงคิดจะเปิดไฟ ทันใดนั้นกู้หนิงก็หันกลับมาและกอดคอของเลิ่งเชาถิงเพื่อจูบเขา

เลิ่งเชาถิงตะลึงไปชั่วครู่จากนั้นก็รวบตัวเธอเข้ามาหาและจูบเธอกลับ ส่วนมือก็ลูบคลำไปทั่วตัวของเธอ

จากจูบที่อ่อนโยนก็เพิ่มระดับดีกรี เลิ่งเชาถิงรู้สึกว่ายังไม่พอและอยากได้มากกว่านี้ ทว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงรถ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในความคิดของเขา “อยากลองในรถไหม?”

กู้หนิงตะลึงและรู้สึกตื่นเต้น แต่ในใจก็ยังเป็นกังวล “เอ่อ ในรถค่อนข้างแคบ ฉันกลัวว่าเราจะทำเสียงดัง”

กู้หนิงกลัวว่ากู้ม่านจะรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

“ผมจะทำเบาๆแล้วกัน” พูดจบ เขาก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม

กู้หนิงเลิกคิ้วมองหน้าเขา เธอเชื่อเขาได้จริงเหรอ นี่มันหมาป่าในคราบลูกแกะชัดๆ

จบบทที่ ตอนที่ 689 - 690: วันหยุด, อยากลองในรถไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว