- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 687 - 688: หลินหลี่หยวนเป็นบ้า, พนันอีกครั้งกันเถอะ
ตอนที่ 687 - 688: หลินหลี่หยวนเป็นบ้า, พนันอีกครั้งกันเถอะ
ตอนที่ 687 - 688: หลินหลี่หยวนเป็นบ้า, พนันอีกครั้งกันเถอะ
ตอนที่ 687 หลินหลี่หยวนเป็นบ้า
หลินหลี่หยวนเอาแต่ทำหน้าเศร้าตลอดเวลาและทำลายบรรยากาศในบ้านตระกูลหลินจนหมด ไม่มีใครรู้สึกสบายใจเลยที่มีเธอมาอยู่ในบ้านด้วย
จางเม่ยอี้พยายามเกลี้ยกล่อมหลินหลี่หยวนไม่ให้หย่ากับกู้ฉินเซียงเพราะการหย่าไม่ใช่เรื่องดีต่อเด็กๆ ตราบใดที่กู้ฉินเซียงหยุดนอกใจเธอ พวกเขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้หลินหลี่หยวนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เธอมัวแต่จมอยู่กับความเศร้าและปฏิเสธคำแนะนำของจางเม่ยอี้ ดังนั้นจางเม่ยอี้จึงยอมแพ้ ไม่ยกเรื่องนี้มาพูดอีก
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่อยากเผชิญหน้ากับหลินหลี่หยวน จางเมยอี้จึงออกจากบ้านไปช้อปปิ้งหรือไม่ก็ไปเล่นไพ่นกกระจอกกับเพื่อนๆยามว่าง
เวลานี้จางเม่ยอี้กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวในขณะที่หลินหลี่หยวนกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยสายตาเลื่อนลอย
หลินเยว่ฮ่าวก็กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา กำลังเล่นมือถือ
หลังจากพักเบรกโฆษณาในทีวี ผู้ดำเนินรายการในทีวีก็พูดว่า “ยินดีต้อนรับกลับสู่ Fashion Broadcast เชิญพบกับงานเปิดตัวหยกบิวตี้และชาร์มได้เลยครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งหลินหลี่หยวนและหลินเยว่ฮ่าวต่างก็ประหลาดใจ ทั้งคู่เงยหน้าดูทีวี พวกเขารู้ว่าหยกบิวตี้เป็นของกู้หนิง ดังนั้นพวกเขาจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ผู้ดำเนินรายการยังคงแนะนำหยกบิวตี้และชาร์มต่อไป ก่อนงานแถลงข่าวเปิดตัวบนหน้าจอ
“แม้ว่าหยกบิวตี้และชาร์มจะเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แต่พวกเขาก็ได้รับความสนใจอย่างมากและได้รับความคิดเห็นในเชิงบวกมากมายตั้งแต่สินค้าออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม เจ้าของยังคงเป็นนักเรียนมัธยมปลายซึ่งมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น”
หลังจากนั้น ภาพแถลงข่าวก็ปรากฏบนหน้าจอ และกู้หนิงและคนอื่นๆ ก็ขึ้นไปบนเวที
หลินเยว่ฮ่าวกลัวกู้หนิงมาโดยตลอดเสมอ แต่เขาไม่ได้เกลียดเธอ เขาเป็นเพียงนักเลงธรรมดาๆ เมื่อตระหนักว่าเขาไม่มีความสามารถที่จะหาเรื่องเธอได้ เขาก็ไม่อยากหาเรื่องเธออีก
ตรงข้ามกับหลินหลี่หยวน เธอเกลียดกู้หนิงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กู้หนิงประสบความสำเร็จอย่างมาก ส่วนลูกสาวเธอยังคงติดคุก! แม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของกู้หนิงแต่หลินหลี่หยวนโทษกู้หนิงสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อหลินหลี่หยวนเห็นกู้หนิงในทีวี เธอจึงจ้องมองกู้หนิงด้วยดวงตาแข็งๆ ราวกับกู้หนิงคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของเธอ
“OMG กู้หนิงสุดยอดไปเลย!” หลินเยว่ฮ่าวอุทานด้วยความตกใจ เขาไม่ได้อิจฉากู้หนิง กลับชื่นชมเธอมากกว่า”
หลินหลี่หยวนหันควับมามองหลานชายด้วยสายตาวาววับไม่พอใจ
หลินเยว่ฮ่าวไม่สนใจสายตาของหลินหลี่หยวนและดูถูกเธอในใจ ในสายตาของเขา หลินหลี่หยวนป็นคนงี่เง่ามากถึงมากที่สุด ถ้าครอบครัวของหลินหลี่หยวนไม่รังแกกู้หนิง พวกเขาคงไม่อยู่ในสภาพที่น่าเวทนาแบบนี้ หลินเยว่ฮ่าวลืมไปแล้วว่าว่าเขาก็เคยรังแกกู้หนิงมาก่อนเหมือนกัน
ได้ยินเสียงหลินเยว่ฮ่าว จางเม่ยอี้ก็เดินออกจากห้องครัว เมื่อเธอเห็นกู้หนิงในนทีวี เธอก็สนใจเช่นกัน เมื่อเห็นว่า กู้หนิงประสบความสำเร็จ จางเม่ยอี้ก็ยิ่งเกลียดหลินหลี่หยวนสำหรับสิ่งที่หลินหลี่หยวนทำกับกู้หนิง
หากครอบครัวของหลินหลี่หยวนเข้ากันได้ดีกับกู้หนิง ป่านนี้กู้หนิงคงเต็มใจช่วยพวกเขาแล้ว
บริษัทก่อสร้างของกู้ฉินเซียงแทบจะไปไม่รอดแล้ว ส่วนครอบครัวของกู้ชิงกลับมีชีวิตที่ดีกว่าพวกเขามาก เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเขากับกู้ม่านและกู้หนิง
ส่วนครอบครัวของกู้ฉิงหยางได้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาต่อกู้ม่านและกู้หนิงแล้ว หากมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับพวกเขา กู้หนิงก็จะช่วยพวกเขาโดยไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าจางเม่ยอี้จะไม่ใช่ผู้หญิงใจกว้างและใจดี แต่เธอก็จะไม่วิพากษ์วิจารณ์หรือรังแกญาติที่ยากจนของตัวเอง นอกจากนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่ผู้หญิงจะท้องก่อนแต่งงานในทุกวันนี้ แต่หลินหลี่หยวนและแม่แท้ๆของกู้ม่านกลับใช้เรื่องนี้ทำให้กู้ม่านและกู้หนิงอับอายหลายต่อหลายครั้ง
ทันใดนั้นหลินหลี่หยวนก็ทุบรีโมทบนโต๊ะอย่างแรง ซึ่งทำให้หลินเยว่ฮ่าวและจางเม่ยอี้ตกใจ "ทำไม? ทำไมชีวิตของฉันถึงเฮงซวย แต่อีสารเลวอย่างกู้ม่านและกู้หนิงกลับใช้ชีวิตสุขสบาย!” หลินหลี่หยวนตะโกนด้วยความโกรธและความเกลียดชังอย่างแรง
ได้ยินเช่นนั้น หลินเยว่ฮ่าวและจางเม่ยอี้ก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ
หลินเยว่ฮ่าวพูดเยาะเย้ยอาของตัวเองว่า “ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าพวกเขามีความสามารถที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นไงล่ะครับ”
“ไม่ ไม่ ไม่!” หลินหลี่หยวนยอมรับไม่ได้
เมื่อเห็นหลินหลี่หยวนกรีดร้องเหมือนคนบ้า หลินเยว่ฮ่าวก็ไม่อยากเถียงกับเธออีก จางเม่ยอี้เม้มปากแน่นไม่พูดอะไร ทันใดนั้นหลินหลี่หยวนก็คว้าที่เขี่ยบุหรี่ขว้างใส่ทีวีเต็มแรง
หลินเยว่ฮ่าวและจางเม่ยอี้ไม่คิดว่าหลินหลี่หยวนอ้าปากค้าง จอทีวีแตกละเอียด ทั้งสองต่างนิ่งเงียบกลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
“อาเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?” หลินเยว่ฮ่าวกระโดดลุกจากโซฟาและจ้องไปที่หลินหลี่หยวน
หลินหลี่หยวนก็ตกใจกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน ตัวเธอสั่นเทิ้มด้วยความกลัวและใบหน้าก็ปราศจากสีเลือด เธอไม่ได้ตั้งใจทำทีวีพัง เธอแค่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
มีควันดำออกมาจากทีวี หลินเยว่ฮ่าวรีบเข้าไปดึงปลั๊กออก เผื่อว่ามันจะระเบิด
ตอนที่ 688 พนันอีกครั้งกันเถอะ
แม้ว่าทีวีจะไม่ได้ระเบิด แต่ก็ยังมีควันดำออกมา ดูเหมือนว่ามันพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
หลังจากนั้นหลินเยว่ฮ่าวก็พาจางเม่ยอี้ออกจากห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นหลินหลี่หยวนยังยืนนิ่ง แม้ว่าหลินเยว่ฮ่าวจะไม่ชอบเธอ แต่เขาก็ยังเตือนให้เธอเดินห่างออกมาจากทีวี “ทำไมอาถึงยังยืนอยู่ตรงนั้นอีก? อยากถูกทีวีระเบิดใส่จนตายรึไง?”
ได้ยินเสียงของหลานชาย หลินหลี่หยวนก็เขยิบห่างออกจากทีวีด้วยท่าทางงกๆเงิ่นๆ
“อาหลี่หยวน ผมรู้ว่าช่วงนี้ชีวิตอายากลำบากมาก แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของครอบครัวผม” ความสงสารเห็นใจต่อหลินหลี่หยวนของหลินเย่วฮ่าวหมดลงแล้ว เขารู้ว่าเธออารมณ์ไม่ดีและไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอก็ยังทำลายข้าวของอยู่ดี
ในตอนนั้นเองหลินเต๋อซางก็กลับมาถึงบ้านและได้ยินเสียงโกรธของลูกชายดังลอดออกมาจากประตู เขาต่อว่าลูกชายทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน “หลินเยว่ฮ่าว ระวังคำพูดของแกด้วย แกพูดกับอาของแกอย่างนี้ได้ยังไง?” เขาเข้าใจว่าครอบครัวของเขาไม่ชอบหลินหลี่หยวน แต่เขาใจดำไล่น้องสาวตัวเองออกจากบ้านไม่ได้ เมื่อหลินเต๋อซางได้กลิ่นไหม้ เขาก็พลันขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมีกลิ่นควัน?”
เมื่อสายตาของหลินเต๋อซางหยุดอยู่ตรงทีวีที่อยู่ในสภาพหน้าจอแตก เขาก็ประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น?”
“วันนี้มีข่าวแถลงงานเปิดร้านเครื่องประดับของกู้หนิงในทีวี พอเห็นเท่านั้นล่ะ อาหลี่หยวนก็ขว้างที่เขี่ยบุหรี่ใส่ทีวี” หลินเยว่ฮ่าวเอ่ย จากนั้นก็ปรายตามองหลินหลี่หยวนด้วยความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด
ได้ยินลูกชายพูดแบบนั้น สีหน้าของหลินเต๋อซางก็เปลี่ยนไป “หลินหลี่หยวน พี่รู้ว่าเธออารมณ์ไม่ดี แต่จะทำลายข้าวของเครื่องใช้ในไม่ได้นะ เธอไม่ใช่เด็กสามขวบแล้ว ไม่รู้หรือว่าถ้าทีวีระเบิดขึ้นมาจะร้ายแรงขนาดไหน? พี่เกรงว่าเธอจะอยู่กับพวกเราที่บ้านนี้ไม่ได้แล้วล่ะ”
หลินเต๋อซางสัมผัสได้ถึงอันตรายจากตัวน้องสาว หากหลินหลี่หยวนไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อีกครั้ง พวกเขาอาจถูกเธอพลั้งมือฆ่าเอาได้สักวันหนึ่ง
หลินหลี่หยวนหาเสียงตัวเองไม่เจอและวิ่งออกจากบ้านด้วยความเคียดแค้นใจ
“นี่...” หลินเต๋อซางโมโหจนเส้นเลือกปูดสองข้างขมับ แต่ไม่คิดจะไปตามจับตัวน้องสาวกลับมา
แม้ว่าหลินเต๋อซางจะไม่ว่าอะไรที่หลินหลี่หยวนมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทนกับพฤติกรรมหยาบคายและรุนแรงนี้ได้
บริษัทของกู้ฉินเซียงแทบจะล้มละลายอยู่รอมร่อและเขาไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้แล้ว ไม่มีใครยินดีช่วยเขา และตอนนี้กู้ฉินเซียงก็อยู่ในสภาพสิ้นหวัง
ตระกูลหลินก็ไม่ได้มีเงินมากมายและหลินเต๋อซางก็ไม่ยินดีช่วยกู้ฉินเซียงอีกแล้วหลังจากเรื่องที่เขาทำ นอกจากนี้กู้ฉินเซียงยังมีปัญหากับกู้หนิงผู้ซึ่งเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยพวกเขาได้ ดังนั้นกู้ฉินเซียงจึงทำได้เพียงขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย
ขณะที่กู้หนิงกำลังจะทานข้าว โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
เธอปรายตามองชื่อผู้ที่โทรมา จากนั้นลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์อีกด้าน
“ฉันนึกว่าเธอจะโทรมาขอบคุณฉันหลังจากได้รับของขวัญจากฉันเสียอีก” ฉีเทียนหลินเอ่ย
ฉีเทียนหลินกำลังรอกู้หนิงโทรมาชวนเขาไปทานข้าวด้วยกันหลังจากที่เขาส่งของขวัญไปให้เธอที่งานเปิดร้าน ทว่ากู้หนิงก็ไม่โทรมาสักที และเขารู้สึกเสียใจที่ถูกละเลย
กู้หนิงนึกถึงของขวัญของเขาทันที “อ้อ ขอบคุณมากสำหรับของขวัญ”
ฉีเทียนหลินนิ่งไปอึดใจ ไม่คิดว่ากู้หนิงจะตอบกลับแบบนี้ ทำเอาเขาพูดไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว
“ทำไมฉันรู้สึกว่าเธอไม่ได้ซาบซึ้งใจเลยล่ะ”
มุมปากกู้หนิงกระตุกและถามว่า “แล้วคุณอยากให้ฉันทำอะไรล่ะ?”
“มาพนันกันอีกสักรอบ”
“ได้ แต่ฉันไม่สนใจพนันเล็กๆขี้ปะติ๋วหรอกนะ” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่ปฏิเสธหากฉีเทียนหลินอยากจะเสียเงินให้เธอมากนัก
“เธออยากพนันตาละสามพันล้านเหรอ?” น้ำเสียงของฉีเทียนหลินไม่เต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีเงินจ่าย เขาก็ไม่อยากเสียเงินไปกับการพนันมากขนาดนั้น
“ร้อยล้านก็พอ”
“ตกลง!” ฉีเทียนหลินตอบตกลงทันที เขาไม่เชื่อว่าเขาจะแพ้ทุกครั้งไป
“อีกสักสองสามวันเป็นไง? ตอนนี้ฉันยุ่งมาก” กู้หนิงเอ่ย
“ได้”
หลังจากวางสายจากฉีเทียนหลิน กู้หนิงก็โทรไปขอบคุณซื่อตู้เย่
“งานเสร็จแล้วเหรอ?” ซื่อตู้เย่ถามเธอด้วยความห่วงใย
เปรียบกับฉีเทียนหลินแล้ว ซื่อตู้เย่ถ่อมตนกว่ามาก เขาไม่ได้ไม่พอใจต่อให้กู้หนิงไม่ได้โทรมาหาเขาก็ตาม
“ค่ะ ขอโทษด้วย ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก เพิ่งมีเวลาโทรหาคุณ ขอบคุณสำหรับของขวัญมากๆนะคะ”
“ด้วยความยินดี”
พวกเขาคุยกันอยู่สักพักก่อนจะวางสาย
กู้หนิงกลับเข้าไปทานข้าวต่อ
คืนนี้ซู่จินชวนทุกคนออกไปเที่ยวตระเวนราตรีแต่กู้หนิงมีเรื่องต้องไปทำต่อ เธอจึงไม่ได้ไปด้วย
เมื่อพวกเขากลับไปแล้ว กู้หนิงก็เล่าให้กู้ม่านฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับถางไห่เฟิง แม้ตอนนี้ถางไห่เฟิงจะปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังน่าหวาดกลัวสำหรับกู้ม่านอยู่ดี
“พวกเราควรไปเยี่ยมปู่ของหลานดีไหม?” กู้ม่านถาม
ตอนนี้กู้ม่านถามความเห็นของกู้หนิงทุกครั้งสำหรับทุกๆเรื่อง