เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 685 - 686: แม่ของจ้าวเซี่ยวซวน, เธอคือหลานสะใภ้ของฉัน

ตอนที่ 685 - 686: แม่ของจ้าวเซี่ยวซวน, เธอคือหลานสะใภ้ของฉัน

ตอนที่ 685 - 686: แม่ของจ้าวเซี่ยวซวน, เธอคือหลานสะใภ้ของฉัน


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 685 แม่ของจ้าวเซี่ยวซวน

หลังจากวางสายจากจ้าวเซี่ยวซวน คุณนายหลินก็โทรหาลูกชายทันที หลินเทียนโหย่วอยู่ระหว่างทางกลับจากสนามบินและเขาไม่คิดว่าเขาทำผิด

เมื่อเขารับสายของมารดา คุณนายหลินก็ตวาดใส่เขาทันที “เทียนโหย่ว ลูกเป็นอะไรไป? ทำไมถึงทิ้งหนูเซี่ยวซวนไว้ที่สนามบินแบบนั้น? บอกแม่มานะ ลูกยังรักอวี้จื่ออยู่ใช่ไหม? พ่อกับแม่ไม่อนุญาตให้ลูกกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น! เซี่ยวซวนคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นสะใภ้ตระกูลหลิน ไม่อย่างนั้นลูกก็ต้องหาผู้หญิงที่ดีกว่าหนูเซี่ยวซวน”

หากจ้าวเซี่ยวซวนได้ยินสิ่งที่คุณนายหลินพูดกับหลินเทียนโหย่ว เธอคงรู้สึกเจ็บเพราะเธอเป็นแค่แผนสำรองของคุณนายหลิน

“จ้าวเซี่ยวซวนโทรไปฟ้องแม่เหรอครับ?” หลินเทียนโหย่วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ไม่แปลกใจเลยที่เธอโทรไปฟ้องแม่เขา เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เธอก็มักทำแบบนั้น

“บอกแม่มา ลูกยังชอบอวี้จื่ออยู่ใช่ไหม?” คุณนายหลินถามอีกครั้ง

“ใช่ครับ” หลินเทียนโหย่วยอมรับตรงๆ

“หลินเทียนโหย่ว พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกกลับไปคบกับเธอ!” คุณนายหลินเตือนลูกชายด้วยความโกรธ

“แล้วถ้าอวี้จื่อเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าจ้าวเซี่ยวซวนล่ะครับ?”

“ไม่มีทาง! แม่รู้ว่าอวี้จื่อสวยกว่าหนูเซี่ยวซวน แต่เธอจนมากเลยนะ” คุณนายหลินพูดด้วยความรังเกียจ

“บางทีตอนนี้เธออาจจนกว่าจ้าวเซี่ยวซวนแต่อีกไม่นานเธอจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอนครับ”

“แม่ไม่สน! แม่อยากให้ลูกขอโทษหนูเซี่ยวซวนเดี๋ยวนี้และพวกลูกต้องแต่งงานกันให้เร็วที่สุด” คุณนายหลินสั่งลูกชาย

“ตอนนี้อวี้จื่อเป็นดีไซเนอร์และผู้ถือหุ้นของแบรนด์เสื้อผ้สชาร์ม” หลินเทียนโหย่วเอ่ย ในใจรู้สึกเศร้า

“อะไรนะ?” คุณนายหลินตกใจ เธอเคยเห็นโฆษณาของหยกบิวตี้และชาร์มแต่ไม่รู้ว่าอวี้จื่อเป็นดีไซเนอร์และผู้ถือหุ้นของชาร์ม แบบนี้ก็หมายความว่าอวี้จื่อก็มีโอกาสรวยน่ะสิ

“จะ จริงเหรอ?” คุณนายหลินไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

“แม่ลองดูคลิปแถลงข่าวในเน็ตดูได้ครับ” หลินเทียนโหย่วไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว จากนั้นก็กดวางสาย

หลังจากวางสายกับลูกชาย คุณนายหลินก็ลืมจ้าวเซี่ยวซวนไปโดยสิ้นเชิง หล่อนเปิดดูคลิปแถลงข่าวของหยกบิวตี้และชาร์มในอินเทอร์เน็ต เมื่อหล่อนพบว่าอวี้จื่อเป็นดีไซเนอร์และผู้ถือหุ้นของชาร์มจริงๆ คุณนายหลินก็มองอวี้จื่อต่างออกไปจากเมื่อก่อน ตอนนี้อวี้จื่อที่เธอดูแคลนก็มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จและร่ำรวยมีเงินทองมากมาย

คุณนายหลินเริ่มลังเลว่าจะทำอย่างไรต่อไป แม้ว่าจ้าวเซี่ยวซวนจะเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวและหลินเทียนโหย่วจะได้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจ้าว แต่ว่าครอบครัวของจ้าวเซี่ยวซวนก็ยังห่างไกลกับคำว่ามหาเศรษฐี

ณ เวลานี้ หยกบิวตี้และชาร์มกลายเป็นแบรนด์หรูที่โด่งดัง ในอนาคตย่อมต้องเติบโตมากกว่านี้ ที่สำคัญที่สุดคืออวี้จื่อทำงานให้กับชาร์ม เธอย่อมรู้จักบุคคลสำคัญมากมาย ถ้าหลินเทียนโหย่วสามารถอยู่กับอวี้จื่อได้ อวี้จื่อก็จะช่วยตระกูลหลินด้วยเช่นกัน

เมื่อคิดได้เช่นนั้น คุณนายหลินก็โทรกลับหาลูกชาย

“เทียนโหย่ว ในเมื่อลูกยังรักอวี้จื่ออยู่ ลูกก็พาเธอกลับมาซะ ครั้งนี้พวกเราจะไม่ห้ามลูกแล้ว” คุณนายหลินเอ่ยราวกับว่าตอนนี้อวี้จื่อมีค่าพอให้เธอยอมรับแล้ว น่าขำสิ้นดี ตอนนี้อวี้จื่อเดินหน้าไปไกลแล้ว คนพวกนี้ก็ยังหลงคิดว่าตนยังสำคัญ

ในสายตาของคุณนายหลิน อวี้จื่อย่อมยินดีแต่งงานกับลูกชายของเธออย่างแน่นอน

คนตระกูลหลินช่างเห็นแก่ตัวและเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งจริงๆ

เมื่อแม่อนุญาต หลินเทียนโหย่วก็ดีใจจนตัวสั่นและมั่นใจว่าเขาสามารถเอาอวี้จื่อกลับมาได้

เขาโทรหาอวี้จื่อโดยไม่ลังเล จากนั้นก็นึกได้ว่าอวี้จื่อบล็อกเบอร์ของเขา เขาค้นหาที่อยู่ของร้านชาร์มและขับรถไปที่นั่นทันที โชคไม่ดีที่วันนี้ร้านปิด หลินเทียนโหย่วได้แต่คอตกขับรถกลับบ้าน พรุ่งนี้เขาจะมาใหม่

จ้าวเซี่ยวซวนไม่ได้รับโทรศัพท์จากคุณนายหลินหรือหลินเทียนโหย่วอีกเลยตลอดวัน เธอลังเลที่จะโทรหาพวกเขาอีกครั้ง

เมื่อเห็นลูกสาวมีท่าทางเสียใจ คุณนายจ้าวก็ถามว่า “เซี่ยวซวน ลูกเป็นอะไรไป?”

จ้าวเซี่ยวซวนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มารดาฟังทุกรายละเอียด

คุณนายจ้าวไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของลูกสาว เธอโทษหลินเทียนโหย่วทุกอย่างสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น “ว่าไงนะ? เขากล้าทำอย่างนั้นกับลูกเชียวเรอะ? แม่จะโทรหาเขาเดี๋ยวนี้!” ว่าแล้วคุณนายจ้าวก็โทรหาว่าที่ลูกเขยทันที

จ้าวเซี่ยวซวนไม่อยากโทรหาหลินเทียนโหย่ว แต่ก็ห้ามมารดาไม่ได้ เพราะเธอเองก็อยากรู้ว่าเขาจะเอายังไงกันแน่

ไม่คิดเลยว่าหลินเทียนโหย่วกดตัดสายคุณนายจ้าวซึ่งสร้างความขุ่นเคืองให้คุณนายจ้าวเป็นอย่างมาก

“แม่คะ โทรหาแม่ของเทียนโหย่วดูค่ะ คุณป้าบอกว่าจะช่วยหนูพูดกับเทียนโหย่วแต่ตอนนี้ก็ยังไม่โทรมาเลย”

คุณนายจ้าวทำท่าฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกดโทรหาคุณนายหลินทันที

เมื่อคุณนายหลินเห็นเบอร์ของคุณนายจ้าว หล่อนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเรื่องของจ้าวเซี่ยวซวน ดังนั้นเธอจึงกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ คุณนายจ้าว” น้ำเสียงของคุณนายหลินยังคงสุภาพเช่นเคย แม้ว่าในใจจะสนับสนุนลูกชายเรื่องอวี้จื่อ เธอก็ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจ้าวเซี่ยวซวนและหลินเทียนโหย่วในตอนนี้

“คุณนายหลิน ทำไมเทียนโหย่วถึงทิ้งลูกสาวของฉันไว้ที่สนามบินล่ะคะ? แล้วยังไม่รับโทรศัพท์ของฉันอีก? นี่เขาคิดจะเลิกกับเซี่ยวซวนของฉันเพราะผู้หญิงที่ชื่ออวี้จื่ออย่างนั้นใช่ไหมคะ?” คุณนายจ้าวยิงคำถามรัวทันที

“ฉันเองก็เป็นกังวลเหมือนกันค่ะ เทียนโหย่วไม่รับโทรศัพท์ของฉันเหมือนกัน ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันติดต่อเขาได้ จะรีบโทรหาคุณดีไหมคะ?” คุณนายหลินกล่าว

 

ตอนที่ 686 เธอคือหลานสะใภ้ของฉัน

“สิ่งที่เทียนโหย่วทำนั้นมันเกินไปจริงๆ เขาไม่ควรทิ้งเซี่ยวซวนไว้ที่สนามบินคนเดียวแบบนั้น พวกเรารับพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ! คุณนายหลิน คุณต้องให้คำอธิบายที่น่าพอใจกับเรา” นำเสียงของคุณนายจ้าวเพิ่มดีกรีความหงุดหงิดขึ้นทุกที

“ได้ค่ะๆ ฉันจะพูดกับเขาทันทีที่เขารับโทรศัพท์หรือกลับมาบ้าน” คุณนายหลินรับปากคุณนายจ้าว จากนั้นก็วางสาย

เมื่อวางสายแล้ว คุณนายหลินก็ทำหน้าไม่พอใจอย่างเห็นชัด หล่อนไม่สนใจตระกูลจ้าวแล้วในตอนนี้เพราะลูกชายของหล่อนกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีกว่าจ้าวเซี่ยวซวน

ฉู่เพ่ยหานและเพื่อนคนอื่นๆของกู้หนิงไม่ได้ไปที่เมือง B ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงดูคลิปการแถลงข่าว

เวลานี้เป็นเวลาของชั่วโมงเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนมัธยมอันดับสามของเมือง F ต่างสวมหูฟังและก้มมองดูมือถือของตัวเองอย่างตื่นเต้นในห้องเรียน

ตอนแรกอาจารย์ก็โมโหที่นักเรียนไม่ตั้งใจฟัง แต่พอรู้ว่านักเรียนกำลังดูอะไรอยู่ บรรดาอาจารย์ก็ไม่พูดอะไรเพราะพวกเขาก็ดูคลิปวิดีโอในมือถือของตัวเองเช่นกัน กู้หนิงกลายเป็นตำนายและความภาคภูมิใจของโรงเรียนไปแล้ว

อาจารย์ทุกคนล้วนลงความเห็นว่ากู้หนิงเป็นอัจริยะขนานแท้

ไม่เพียงแต่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับสามเท่านั้น คนที่รู้จักกู้หนิงก็ดูคลิปวิดีโอเช่นกัน ยอดวิวตอนนี้หลายล้านวิวแล้ว มีการกดรีโพสต์มากกว่าแสนครั้งและคอมเม้นต์มากกว่าแสนคอมเม้นต์ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง และคอมเม้นต์ก็ไปในทางเชิงบวก

ณ บ้านตระกูลเลิ่ง เมืองหลวง

ตั้งแต่ที่นายท่านเลิ่งทราบว่ากู้หนิงเป็นแฟนของหลานชายตัวเอง เขาก็สนใจข่าวทุกข่าวที่เกี่ยวข้องกับเธอ ดังนั้นจึงย่อมไม่พลาดคลิปวิดีโอแถลงข่าวเปิดตัวหยกบิวตี้ในเมือง B

เช้านี้เขาไปเยี่ยมเจียงจงหยูที่โรงพยาบาล พอกลับบ้านในตอนบ่ายถึงได้ดูคลิปวิดีโอ

เจียงจงหยูฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีแต่เขายังต้องอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกหลายวัน เท่านี้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์มากพอแล้ว หากตระกูลเจียงไม่ได้บอกหมอให้เก็บเป็นความลับ ปาฏิหาริย์นี้อาจแพร่สะพัดไปทั่ววงการแพทย์แล้ว

ยาที่กู้หนิงให้มาเปรียบเสมือนของขวัญจากฟ้า พวกเขาจึงกลัวว่าจะสร้างความยุ่งยากให้กู้หนิงในอนาคต

เมื่อนายท่านเลิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาก็บอกเฉินปิงให้ค้นหาข่าวเกี่ยวกับหยกบิวตี้ในอินเทอร์เน็ต

เนื่องจากว่าการถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวจบไปแล้ว จึงมีเพียงวิดีโอที่ถูกถ่ายโดยผู้ชมบนเน็ต ส่วนที่นักข่าวถ่ายได้จะถูกปล่อยออกมาหลังจากตัดต่อในอีกสองสามชั่วโมง

เมื่อนายท่านเลิ่งเห็นคลิปวิดีโอ เขาก็สังเกตเห็นหลานชายยืนอยู่ข้างกู้หนิงในแวบแรก พวกเขาเป็นคู่รักที่หน้าตาดีด้วยกันทั้งคู่ นายท่านเลิ่งจึงประทับใจกู้หนิงมากกว่าเดิม

หลังจากนั้นนายท่านเลิ่งก็เห็นซู่จินเฉินยืนอยู่คนเดียว เขาโทรหานายท่านซู่ทันที “ซู่ แกได้ดูวิดีโอพิธีเปิดหยกบิวตี้แล้วหรือยัง? หลานชายและหลานสะใภ้ของฉันดูดีมากเชียวล่ะ แต่หลานชายของแกยังโสด ยืนอยู่คนเดียวโดยไม่มีผู้หญิงยืนอยู่ข้างเขาเลย ฮ่า ฮ่า” นายท่านเลิ่งกำลังอวดว่าหลานชายตัวเองมีแฟนแล้ว

ได้ยินเพื่อนยากพูดเกทับ นายท่านซู่ก็หงุดหงิด สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการได้ยินคือหลานชายและหลานสะใภ้ของนายท่านเลิ่ง เพราะเขาอิจฉาน่ะสิ!

“เลิ่ง แกโทรมาเพื่ออยากให้ฉันอิจฉาแกสินะ จะบอกให้นะ ฉันจะไม่ดูอะไรทั้งนั้น!” พูดจบก็วางหูใส่เพื่อนทันที

ปากพูดไปอย่างนั้นเอง ท้ายที่สุดแล้วก็หันไปบอกซู่ฉินหยินผู้เป็นหลานสาวค้นหาคลิปวิดีโอให้หน่อย

“หยกบิวตี้? บริษัทเครื่องประดับของกู้หนิงนี่คะ ทำไมเธอไม่ชวนหนูไปร่วมงานเปิดร้าน!” ซู่ฉินหยินหน้ามุ่ย

นายท่านซู่ทำหน้าประหลาดใจ “หลานก็รู้จักหนูกู้หนิงด้วยหรือ?”

“รู้จักสิคะ!” ซู่ฉินหยินเอ่ย จากนั้นก็ค้นหาคำว่าหยกบิวตี้ในเน็ต และลิ้งมากมายๆก็โผล่ออกมา

หลังจากดูคลิปวิดีโอหลายคลิป ซู่ฉินหยินก็พบว่าพี่ชายของเธอก็ไปร่วมงานด้วยโดยที่ไม่บอกเธอ

“อะไรเนี่ย? พี่ใหญ่ก็อยู่ที่นั่นด้วยงั้นเหรอ! ทำไมพี่ถึงไม่บอกฉันล่ะ?” ตอนนี้ซู่ฉินหยินทำหน้าบูดบึ้งมากกว่าเดิม

นายท่านเลิ่งยังคงดูคลิปวิดีโอเปิดงานของหยกบิวตี้ เมื่อเขาเห็นกู้หนิงบริจาคเงินที่ได้มาจากการพนันหิน เขาก็รู้สึกประทับใจในตัวเด็กสาวคนนี้ กู้หนิงเป็นเด็กสาวที่ดีมากเลยทีเดียว

เมื่อนายท่านเลิ่งดูกู้หนิงกล่าวสุนทรพจน์ในงานแถลงข่าว เขาก็ชอบความคิดที่ถ่อมตัวและความมั่นใจในตัวเองของเธอ เด็กคนนี้มีความทะเยอทะยานเต็มเปี่ยม

น้อยมากที่คนอย่างเขาจะเอ่ยปากชื่นชมใครโดยเฉพาะเด็กสาว อยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว เห็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นมานับไม่ถ้วน ทว่าไม่มีใครเหมือนกู้หนิง ในใจก็ยินดีและดีใจที่เธอเป็นแฟนของเลิ่งเชาถิง

“ฮ่า ฮ่า แกเห็นนี้ไหม? เธอคือหลานสะใภ้ของฉันล่ะ!” นายท่านเลิ่งยิ้มกว้างพูดกับเฉินปิง

ตอนนี้เฉินปิงนับไม่หวาดไม่ไหวแล้วว่าเขาได้ยินนายท่านเลิ่งพูดแบบนั้นกับเขากี่ครั้งแล้วในบ่ายวันนี้ อีกอย่างกู้หนิงก็ยังไม่ได้แต่งงานเข้ามา ดังนั้นเธอจึงยังไม่ใช่หลานลูกสะใภ้ของท่านสักหน่อย

แน่นอนว่าเฉินปิงไม่กล้าพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา ถ้าเขาทำแบบนั้นคงเป็นการทำลายอารมณ์ของนายท่านเลิ่ง

หลินหลี่หยวนและกู้ฉินเซียงยังไม่ได้หย่ากันแต่ตอนนี้ทั้งสองได้แยกกันอยู่แล้ว หลินหลี่หยวนกลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเอง

แม้ว่าหลินเต๋อซางพี่ชายของหลินหลี่หยวนจะไม่ได้พูดอะไร และหลินเยว่ฮ่าวก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่จางเม่ยอี้ผู้เป็นพี่สะใภ้ก็ไม่มีความสุขนักกับเรื่องนี้ เธอไม่ได้หาเรื่องหลินหลี่หยวนก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเช่นกัน แม้ว่าหลินหลี่หยวนจะเคยช่วยเหลือตระกูลหลินมามาก แต่อาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกันย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกระทบกระทั่ง

จบบทที่ ตอนที่ 685 - 686: แม่ของจ้าวเซี่ยวซวน, เธอคือหลานสะใภ้ของฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว