- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 683 - 684: สาบาน, แม่ของหลินเทียนโหย่ว
ตอนที่ 683 - 684: สาบาน, แม่ของหลินเทียนโหย่ว
ตอนที่ 683 - 684: สาบาน, แม่ของหลินเทียนโหย่ว
ตอนที่ 683 สาบาน
เมื่อเห็นความคิดเห็นในเชิงบวก ใบหน้าของจ้าวเซี่ยวซวนก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความอิจฉา เธอกำโทรศัพท์ในมือราวกับอยากจะบีบให้มันแตกละเอียดคามือ ทำไม? ทำไมอวี้จื่อถึงกลายเป็นดีไซเนอร์ของชาร์มได้ล่ะ? ทำไมถึงไม่เป็นเธอ?
อวี้จื่อและจ้าวเซี่ยวซวนเป็นเพื่อนร่วมคณะเดียวกันตอนอยู่มหาวิทยาลัย ซึ่งหมายความว่าจ้าวเซี่ยวซวนก็จบเอกการออกแบบเสื้อผ้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เธอเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย ดังนั้นเธอจึงไม่เคยคิดที่จะพึ่งพาตนเอง ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเธอก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนมากนัก ดังนั้นเธอจึงไม่มีทักษะมากมายเหมือนอวี้จื่อ
เมื่อเธอเห็นว่าอวี้จื่อกลายเป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จ เธอจึงรู้สึกอิจฉาอวี้จื่อมาก
ในขณะนี้ บล็อกเกอร์ยอดนิยมของเวยป๋อก็ได้ส่งความคิดเห็นเกี่ยวกับชุดราตรีของชาร์ม
Jason V (ดีไซเนอร์เสื้อผ้าชื่อดังในปารีส): OMG! ชุดนี้สวยมาก!
เมื่อคำพูดนี้ถูกเปิดเผย ชาวเน็ตก็เริ่มถกเถียงกัน
“เอ๊ะ เขาเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าชื่อดังของปารีสนี่นา เจสัน?”
“ฉันคิดว่าใช่เขานะ! โอ้ ฉันอยากเจอเจสันจังเลย!”
“ฉันด้วย! ฉันเรียนออกแบบดีไซน์ และเจสันคือไอดอลของฉัน!”
“เจสันกำลังชมอวี้จื่อใช่ไหม?”
“ใช่ เขาชมเธอ”
Jason V (ดีไซเนอร์เสื้อผ้าชื่อดังในปารีส): คุณพูดถูก ผมชมเชยคุณอวี้ เพราะผมคิดว่าการออกแบบของเธอสร้างสรรค์มาก และผมอยากสอนทักษะให้เธอมากกว่านี้ถ้าเธอต้องการนะ
ในฐานะดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เจสันสามารถแยกแยะการออกแบบที่ดีออกจากการออกแบบที่ไม่ดีได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะชื่นชมการออกแบบของอวี้จื่อจริงๆ แม้ว่าเขาจะชอบผลงานของนักออกแบบหลายคนมาก่อนหน้านี้ แต่อวี้จื่อเป็นคนเดียวที่เขาสนใจและเต็มใจที่จะสอนเธอมากกว่าใคร
"ตายแล้ว! ฉันไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย เจสันเต็มใจสอนทักษะของเขาให้อวี้จื่อ!”
“ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน”
“อวี้จื่อโชคดีชะมัด”
เมื่อเห็นความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต จ้าวเซี่ยวซวนเกือบจะขว้างโทรศัพท์ของเธอลงกับพื้น ทำไม! ทำไมอวี้จื่อถึงได้รับความสนใจจากเจสันคนที่เป็นดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เธอเองก็ออกแบบชุดราตรีได้เหมือนกัน! จ้าวเซี่ยวซวนยังคงคิดว่าตัวเองดีกว่าเก่งกว่าอวี้จื่อ
ส่วนหลินเทียนโหย่วไม่สามารถเสียใจไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว เขาตัดสินใจจะเอาอวี้จื่อกลับมา เขาเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก โดยไม่สนว่าอวี้จื่ออยากจะกลับมาหาเขาหรือเปล่า
หลินเทียนโหย่วไร้ยางอายจริงๆ คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางไม่เคยคิดทบทวนตัวเอง คนประเภทนี้สนใจแต่ความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น
เมื่อเห็นใบหน้าเหม่อลอยของหลินเทียนโหย่ว จ้าวเซี่ยวซวนก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอรู้อยู่เต็มอกว่าหลินเทียนโหย่วยังคงรักอวี้จื่อ เขาทิ้งอวี้จื่อเพราะครอบครัวที่ยากจนของอวี้จื่อ การที่หลินเทียนโหย่วยอมเป็นแฟนกับเธอเพราะว่าครอบครัวของเธอมีเงินซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเขาในอนาคต อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว และเขามีความคิดที่จะเอาอวี้จื่อกลับมา! ไม่! หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น!
“เทียนโหย่ว นี่คุณกำลังคิดถึงอวี้จื่อหรือคะ? อยากได้มันกลับมาใช่ไหม?” อวี้จื่อถามเขาด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
หลินเทียนโหย่วขมวดคิ้วและรีบปฏิเสธทันที “เปล่า”
ถึงเขาจะอยากได้อวี้จื่อกลับมา เขาก็ไม่มีทางให้จ้าวเซี่ยวซวนรู้เรื่องนี้ อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะทำสำเร็จ เขาไม่อยากเสียผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน
“จริงหรือคะ?” จ้าวเซี่ยวซวนไม่อยากเชื่อเขา “สาบานกับฉันเดี๋ยวนี้ว่าคุณจะซื่อสัตย์กับฉันคนเดียว ถ้าคุณอยากได้อวี้จื่อกลับมา คุณจะต้องถูกรถชน”
หลินเทียนโหย่วอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วและยิ่งโมโหมากหลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวเซี่ยวซวน “คุณบ้าไปแล้วเหรอ? ทำไมผมต้องสาบานด้วย? คุณอยากให้ผมถูกรถชนตายหรือไง?” คำพูดของหลินเทียนโหย่วค่อนข้างดัง ดังนั้นจึงดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
คนรอบข้างมองจ้าวเซี่ยวซวนด้วยสีหน้าไม่ดีเพราะคำพูดที่โหดร้ายของเธอ ที่เธอให้เขาสาบานนั้นมันมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่หลินเทียนโหย่วปฏิเสธ
อย่าว่าแต่ผู้ชายเลย แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็ยังไม่ชอบพฤติกรรมของเธอ ดังนั้นพวกเขาจึงมองจ้าวเซี่ยวซวนด้วยสายตาความรังเกียจ
จ้าวเซี่ยวซวนไม่สนใจว่าใครจะมองเธอยังไง “ถ้าไม่กล้าสาบานก็แสดงว่าคุณยังรักมันอยู่ใช่ไหม! ฉันพูดถูกรึเปล่า?”
“ผมไม่เคยทำอะไรที่เป็นการทำร้ายคุณ ทำไมผมต้องสาบานเพียงเพราะว่าคุณไม่ไว้ใจผมด้วยล่ะ? ไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอ?” หลินเทียนโหย่วขึ้นเสียงดัง “ผมไม่เคยเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่น”
ตอนที่ 684 แม่ของหลินเทียนโหย่ว
คนรอบข้างต่างเห็นด้วยกับหลินเทียนโหย่ว
“ฉันเกลียดท่าทางของผู้หญิงคนนั้นจัง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและยังนิสัยไม่ดีอีกด้วย”
“ใช่ แม่นั่นคิดว่าตัวเองเป็นราชินีรึไง?”
“ถ้าแฟนของผมไร้เหตุผลแบบนี้ ผมทิ้งเธอแล้ว”
“เป็นแฟนกันก็ต้องไว้ใจกันสิ”
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์จ้าวเซี่ยวซวน ทว่าจ้าวเซี่ยวซวนกลับไม่รู้สึกละอายแต่ดันโกรธซะอย่างนั้น “หุบปากนะ! มันไม่ใช่ธุระของพวกคุณ หยุดวิจารณ์ฉันซะ หรืออยากจะถูกรถชน!” เธอตะโกนใส่คนรอบข้างด้วยความโกรธ
“พอได้แล้ว!” หลินเทียนโหย่วตวาดใส่เธอ “จ้าวเซี่ยวซวน คุณจะทำตัวเป็นมิตรกับคนอื่นไม่ได้เลยรึไง?”
พูดจบ หลินเทียนโหย่วก็หมุนตัวเดินหนีไป ทิ้งจ้าวเซี่ยวซวนและสัมภาระของเธอไว้ข้างหลัง จ้าวเซี่ยวซวนทำเขาขายหน้าต่อหน้าคนมากมายและเขาทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“หลินเทียนโหย่ว กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!” จ้าวเซี่ยวซวนตกใจจนตะลึงแต่ก็ยังไม่ลืมว่ายังมีสัมภาระอยู่ เธอจึงเดินจากไปตอนนี้ไม่ได้ กระเป๋าเดินทางของเธอมีแต่ของแบรนด์เนมที่เธอซื้อมาจากต่างประเทศ
หลินเทียนโหย่วไม่สนใจเธอ จ้าวเซี่ยวซวนโกรธมากและพูดจาข่มขู่ตามหลังเขาไปว่า “เทียนโหย่ว ถ้าคุณกล้าเดินหนีฉันวันนี้ พวกเราเลิกกัน!”
หลินเทียนโหย่วชะงักนิดหนึ่ง แต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวจริงๆ จากนั้นก็เดินต่อไป
แม้ว่าเขาอาจจะสูญเสียมากหากเขาเลิกกับจ้าวเซี่ยวซวน แต่เขาไม่สามารถทนต่ออารมณ์ของจ้าวเซี่ยวซวนได้อีกต่อไป เธอเป็นเพียงหญิงสาวที่เอาแต่ใจตัวเองที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง ตอนแรกเขาก็ยอมได้อยู่หรอก เพราะเขาหวังอยากได้ทรัพย์สินของตระกูลจ้าว แต่ตอนนี้เขาล้มเลิกความคิดนี้แล้วเพราะอวี้จื่อ
คนรอบข้างเห็นหลินเทียนโหย่วเดินหนีไป ทุกคนก็ส่งเสียงเชียร์
“เธอสมควรโดนแล้ว”
“ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้และเถียงกับเธอไปตลอดชีวิต”
“จริง หน้าตาหล่อนก็งั้นๆ”
อันที่จริงจ้าวเซี่ยวซวนไม่ใช่คนสวยและยังมีนิสัยใจร้อนปากไว ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของเธอรวย หลินเทียนโหย่วก็คงไม่ตกลงเป็นแฟนของเธอ
“พวกบ้า...” จ้าวเซี่ยวซวนโกรธจัด
ในขณะนั้นกระเป๋าเดินทางของเธอออกมาได้สักที เธอหยิบกระเป๋าออกมาจากสายพานและเดินจ้ำอ้าวจากไปในทันที
จ้าวเซี่ยวซวนคิดว่าหลินเทียนโหย่วจะรอเธออยู่ที่ลานจอดรถ และเขาจะขอโทษเธอเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ถ้าอย่างนั้นเธอจะยกโทษให้เขา อย่างไรก็ตาม เธอคิดผิด ที่ลานจอดรถไม่มีหลินเทียนโหย่วและรถของเขา
จ้าวเซี่ยวซวนเริ่มวิตกกังวลเพราะเธอรักหลินเทียนโหย่วจริงๆ มิฉะนั้นเธอคงไม่ทำร้ายอวี้จื่อเพื่อนสนิทของเธอเพื่อไปคบกับเขา แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาเข้าหาเธอเพราะครอบครัวของเธอ แต่เธอก็ไม่สนใจเลยสักนิด ทั้งหมดที่เธอต้องการคือหลินเทียนโหย่ว เธอกลัวที่จะสูญเสียเขาไป ดังนั้นเธอจึงคอยจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ หากมีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะเขา เธอจะเถียงกับเขาและไล่ผู้หญิงคนนั้นไปทันที
แม้ว่าเธอจะทะเลาะกับเขาหลายครั้งเพราะเหตุนี้ ท้ายที่สุดเขาก็จะเป็นคนยอมลงให้เธอเสมอ ดังนั้นเธอไม่เคยตระหนักเลยว่าหลินเทียนโหย่วไม่ชอบการกระทำที่ไร้เหตุผลนี้ของเธอ
ที่เธอพลั้งปากบอกเลิกเขาวันนี้ก็เพราะเธอโมโห ตราบใดที่เขาขอโทษ เธอก็จะยกโทษให้เขา แต่เขากลับจากไปโดยไม่สบตาเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
จ้าวเซี่ยวซวนหยิ่งเกินไปที่จะโทรหาเขาโดยตรง ดังนั้นเธอจึงโทรหาแม่ของเขา หวังว่าแม่ของเขาจะช่วยเธอและบอกหลินเทียนโหย่วให้ขอโทษเธอซะ แล้วพวกเธอก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
“เซี่ยวซวน หนูกลับมาแล้วเหรอ? แวะมาทานข้าวด้วยกันสิจ๊ะ” คุณนายหลินมีความสุขมากที่ได้รับโทรศัพท์จากจ้าวเซี่ยวซวนเพราะเธอพอใจกับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้มาก
พูดให้ชัดคือ คุณนายหลินพอใจกับภูมิหลังครอบครัวของจ้าวเซี่ยวซวน แม้ว่าจ้าวเซี่ยวซวนจะไม่ได้มีหน้าตาสะสวยมากและอารมณ์ก็ร้อนขึ้นๆลงๆ ดีอย่างตรงที่เธอไม่กล้าอารมณ์เสียต่อหน้าว่าที่แท่สามี ดังนั้นคุณนายหลินจึงเมินเฉยต่อเรื่องนี้
อวี้จื่อสวยกว่าจ้าวเซี่ยวซวนมากและยังอ่อนโยนนุ่มนวลกว่า น่าเสียดายที่ฐานะทางบ้านไม่ดี คุณนายหลินจึงไม่อยากให้ลูกชายคบกับอวี้จื่อ
“เทียนโหย่วทิ้งหนูไว้ที่สนามบินและขับรถหนีไปแล้วค่ะ” จ้าวเซี่ยวซวนฟ้องคุณนายหลินทันที เธอปรับน้ำเสียงให้ฟังดูน่าสงสาร เธอรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ว่าที่แม่สามีคนนี้พอใจ
“อะไรนะ? เทียนโหย่วขับรถกลับไปคนเดียว? ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ?” คุณนายหลินประหลาดใจ
ไม่ว่าจะทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร แต่การทิ้งผู้หญิงไว้ที่สนามบินคนเดียวนั้นใช้ไม่ได้
“ค่ะ หนูแค่ถามเขาว่าเขายังรักอวี้จื่ออยู่หรือเปล่าเพราะพวกเราเพิ่งดูสัมภาษณ์ของอวี้จื่อด้วยกัน จากนั้นหนูขอให้เขาสาบานว่าจะซื่อสัตย์กับหนูคนเดียว แต่เขาไม่ยอมและขับรถหนีไปเลยค่ะ” จ้าวเซี่ยวซวนเอ่ย แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดที่มากกว่านั้น
“อะไรนะ? เทียนโหย่วยังรักแม่อวี้จื่อนั่นอยู่อีกหรือ?” ได้ยินเช่นนั้น คุณนายหลินก็ไม่สามารถใจเย็นได้อีกเพราะเธอไม่ชอบอวี้จื่อ
“เซี่ยวซวน ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ ป้าไม่ยอมให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันแน่นอน หนูคือคนเดียวที่จะได้เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลหลิน นั่งแท็กซี่กลับบ้านไปก่อนนะ ป้าจะโทรหาเทียนโหน่วเอง”
“ขอบคุณค่ะ” จ้าวเซี่ยวซวนเอ่ย จากนั้นก็วางสาย เธอมั่นใจว่าคุณนายหลินอยู่ข้างเธอ