- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 661 - 662: สิบปียังน้อยไป, จัดฉากพี่ชาย
ตอนที่ 661 - 662: สิบปียังน้อยไป, จัดฉากพี่ชาย
ตอนที่ 661 - 662: สิบปียังน้อยไป, จัดฉากพี่ชาย
ตอนที่ 661 สิบปียังน้อยไป
เลิ่งเชาถิงและเฉียวหยาไม่ได้นั่งลงจนกว่าถางไฟ่เฟิงจะนั่งลงบนโซฟา
“คุณพ่อครับ เขาคือหลานชายคนโตของตระกูลเลิ่ง นายพลที่อายุน้อยในประวัติศาสตร์” ถางหยุนฟ่านเอ่ย
“ว่าไงนะ?” ถางไห่เฟิงตาลุกวาว “หลานของนายท่านเลิ่งเรอะ?”
“ครับ” เลิ่งเชาถิงตอบ
“ถึงว่าทำไมหน้าคุ้นๆ” ถางไห่เฟิงเอ่ย
ถางไห่เฟิงและคุณปู่ของเลิ่งเชาถิงรู้จักกันมานานแล้วแต่ไม่ได้สนิมสนมกัน ถางไห่เฟิงยังเคยเจอลูกชายคนโตของนายท่านเลิ่งซึ่งก็คือพ่อของเลิ่งเชาถิงอีกด้วย เลิ่งเชาถิงหน้าตาคล้ายพ่อของเขา ถึงว่าทำไมหน้าคุ้นๆ
ในเมื่อเลิ่งเชาถิงเป็นลูกหลานของคนรู้จัก ถางไห่เฟิงจึงใจดีกับเขาขึ้นมาอีกนิด “คิดยังไงกับหลานสาวของฉัน? จริงจังรึเปล่า?”
“ผมคิดจะอยู่กับเธอตลอดไปครับ แม้ว่าอายุของหนิงหนิงจะยังไม่ถึงวัยแต่งงาน แต่ผมคิดว่าพวกเราสามารถหมั้นกันไว้ก่อนได้ครับ”
“ไม่มีทาง!” ถางไห่เฟิงปฏิเสธทันควัน “ถ้าพวกเธอหมั้นกันก็เท่ากับว่าหนิงหนิงเป็นสมาชิกในครอบครัวของเธอแล้วน่ะสิ หนิงหนิงยังไม่ได้เข้าร่วมกับครอบครัวเราเลย และเธออายุแค่สิบแปด ฉันคิดว่าเธอยังสามารถอยู่กับเราต่อไปอีกสิบปี ไม่สิ สิบปียังน้อยไป”
เลิ่งเชาถิงอ้าปากค้าง สิบปี? เขารอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอก
“ถึงจะหมั้นกันแล้วแต่ว่าหนิงหนิงสามารถอยู่ที่ตระกูลถางได้” เลิ่งเชาถิงเอ่ย เขาเองก็ไม่อยากอยู่ที่ตระกูลเลิ่ง พอแต่งงานแล้วพวกเขาจะแยกออกมาอยู่กันเอง
“ไม่ได้ ยังไงความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน” ถางไห่เฟิงยังคงไม่พอใจอยู่ดี
เลิ่งเชาถิงมองไปที่กู้หนิงเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ากู้หนิงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
แม้ว่าการแต่งงานของกู้หนิงจะไม่มีใครสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ สมาชิกในครอบครัวถางไม่อยากเห็นเธอจากพวกเขาไป กว่าครอบครัวจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน กู้หนิงก็ต้องแต่งงานออกไปแล้ว ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเธอ
ถางไห่เฟิงเป็นกังวลว่ามันอาจเกิดความขัดแย้งหากเขาหัวแข็งเกินไป ดังนั้นเขาจึงอ่อนลงนิดหนึ่ง “จะแต่งงานกับหลานสาวฉันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ เธอต้องแสดงให้พวกเราเห็น ถ้าพวกเราพอใจ เรื่องแต่งงานค่อยมาคุยกันอีกที แต่จำไว้ว่าอย่าได้ทำร้ายหนิงหนิงเด็ดขาด”
เลิ่งเชาถิงถอนหายใจโล่งอก “ได้โปรดเชื่อใจผมเถอะครับ ผมให้สัญญาว่าจะดูแลหนิงหนิงอย่างดี”
ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต สิ่งต่างๆได้เกิดขึ้นมากมายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องใช้ชีวิตต่อไป
บรรยากาศกับมาผ่อนคลายตามเดิม
กู้หนิงถามถึงสถานการณ์ภายในบริษัทของตระกูลถาง แต่ยังไม่มีอะไรใหม่ พวกเขายังไม่รู้ว่าศัตรูจะคิดจะทำอะไรต่อไป
ถางหยุนฟ่านคิดว่าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีแล้วหากเขายังแกล้งหมดสติต่อไป และทุกคนล้วนเห็นชอบให้เขากลับเข้าไปทำงานในบริษัทหากอีกสองสามวันศัตรูยังไม่เคลื่อนไหว
ณ ขณะเดียวกันที่บ้านของถางเว่ยหยง
ภายในห้องหนังสือชั้นสอง ถางเว่ยหยงนั่งอยู่ที่โต๊ะและมีชายหนุ่มหน้าตาจืดนั่งอยู่ตรงข้ามเขา
“ทุกอย่างเตรียมพร้อมหรือยัง?” ถางไห่เฟิงถาม
“ครับ” ชายหนุ่มตอบ
“ดี ถางไห่เฟิงจะออกจากบ้านพรุ่งนี้ เริ่มแผนการได้เลย” ครั้งนี้ถางเว่ยหยงตัดสินใจทำร้ายถางไห่เฟิง
“มีอะไรอีกไหมครับท่าน?”
“ไปซื้อเครื่องประดับที่หยกบิวตี้พรุ่งนี้สักชิ้น และทำเลียนแบบมันขึ้นมาซะ”
“ได้ครับ” ชายหนุ่มรับคำสั่ง จากนั้นก็ขอตัวกลับ
เมื่อชายหนุ่มออกไปแล้ว ถางเว่ยหยงก็บอกถางซินรุ่ยเข้ามา
“ซินรุ่ย ลูกหาทางเข้าใกล้นังเด็กกู้หนิงได้รึยัง?” ถางเว่ยหยงเอ่ยถาม
เขาไม่รู้ว่าจะทำร้ายถางไห่เฟิงได้สำเร็จไหม แม้ว่าจะสำเร็จ เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้กู้หนิงมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่ถางซินรุ่ยหาทางเข้าใกล้กู้หนิงได้ เขาจะหาวิธีจัดการกับกู้หนิงเอง
ถางเว่ยหยงอ่านข่าวเกี่ยวกับกู้หนิงเหมือนคนอื่นๆ เขาต้องยอมรับว่าเธอน่าทึ่ง หากเขาไม่รีบจัดการ กู้หนิงคงปีกกล้าขาแข็งและกำจัดไม่ได้ง่ายๆ
“หนูเจอเพื่อนของเพื่อนของเด็กนั่น พวกเขาจะไปร่วมงานเปิดร้านและเข้าร่วมชมการเดินแบบพรุ่งนี้ หนูจะไปกับพวกเขาด้วยค่ะ คิดว่าไม่ยากหากอยากเข้าใกล้เด็กนั่น”
“ดีมาก” ถางเว่ยหยงพึงพอใจ
“อ้อ อีกเรื่องค่ะ พี่ซินเจียโทรมาหาหนูตอนบ่าย ขอเงินหนึ่งล้าน พี่บอกไม่ให้หนูบอกพ่อแต่หนูไม่มีเงินมากขนาดนั้น หนูก็เลยต้องบอกพ่อ” ถางซินรุ่ยสังเกตสีหน้าบิดาไปด้วยเผื่อว่าพ่อจะโมโห
“อะไรนะ? หนึ่งล้าน?” ถางเว่ยหยงโมโหจริงๆดังว่า “พ่อเพิ่งให้เงินพี่ชายลูกไปตั้งหนึ่งล้านตอนปีใหม่ ผ่านมาแค่เดือนเดียว ทำไมเขาถึงยังขอเงินอีกล่ะ?”
เงินหนึ่งล้านไม่ใช่จำนวนเงินมากมายในสายตาของถางเว่ยหยง แต่เขาไม่อนุญาตให้ลูกชายถลุงเงินเล่นแบบนั้น เขายังต้องใช้เงินอีกมากเพื่อการใหญ่ แต่ลูกชายของเขาดันเป็นคนใช้เงินมือเติบ
“พี่ชายลูกบอกหรือเปล่าว่าจะเอาเงินไปทำอะไรตั้งมากมาย?” ถางเว่ยหยงถามเสียงเย็น
“เขาบอกว่าเขานอนกับผู้หญิงคนหนึ่งและถูกแฟนของผู้หญิงจับได้ แฟนของแม่นั่นดันเป็นมาเฟียในประเทศ Y เขาเลยต้องจ่ายเงินหนึ่งล้านหยวน” ถางซินรุ่ยตอบ
ตอนที่ 662 จัดฉากพี่ชาย
ถางเว่ยหยงใช้มือตบโต๊ะเสียงดัง “เหลวไหล!”
ถางซินรุ่นกลั้นลมหายใจด้วยความกลัว แต่ภายในใจกลับรู้สึกดีใจลึกๆ เพราะยิ่งพี่ชายของเธอทำให้พ่อผิดหวังมากเท่าไหร่ ทุกอย่างที่เป็นของตระกูลถางย่อมตกอยู่ในมือของเธอ
มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย เธอทนทุกข์ทรมานมามากตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวให้คุณค่ากับลูกชายมากกว่าลูกสาว พี่ชายใช้เงินเป็นเบี้ยเพราะพ่อกับแม่เอาอกเอาใจเขาจนเสียคน และพ่อหวังว่าเขาจะกลายเป็นผู้สืบทอดตราบใดที่เขาเลิกก่อปัญหา ถึงแม้จะรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทำธุรกิจเลย
เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิง เธอจึงถูกละเลยอยู่เสมอๆ และใช้ชีวิตในเงาของพี่ชายมาโดยตลอด
ถางซินเจียเป็นพี่ชายแท้ๆของถางซินรุ่ย และชอบขอเงินเธอหลายครั้ง เธอให้เงินเขาตามที่ขอ แต่ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆเนื่องจากจำนวนเงินมากเกินไป
ความจริงแล้วเธอสามารถให้ได้ แต่เธออยากให้พ่อรู้ว่าตอนนี้เขาก่อปัญหาอีกแล้ว
“พ่อจะโอนเงินให้ลูก แล้วลูกค่อยโอนเงินให้พี่ของลูกแล้วกัน เตือนเขาด้วยว่าอย่าสร้างปัญหาอีก!”
“ได้ค่ะ” ถางซินรุ่ยพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยทว่าในใจกลับคิดว่าน่าขันสิ้นดีและรู้สึกเจ็บจี๊ด น่าขันตรงคำเตือนของพ่อช่างไร้ความหมาย
รู้สึกเจ็บตรงที่พ่อยังยอมให้เงินพี่ชายหนึ่งล้านเพื่อช่วยเขาแก้ปัญหา ในขณะที่เธอไม่เคยได้เงินเลย ต้องหาเงินด้วยตัวเอง
ในสายตาของพ่อ เธอก็แค่เครื่องมือไว้ใช้งาน คิดจะเป็นผู้สืบทอดน่ะหรือ คงชาติหน้าตอนบ่ายๆ
อาจเป็นเพราะเธอดูละครมากเกินไปก็ได้ แต่เธอมักจะสงสัยว่าพ่อมีลูกเก็บหรือเปล่า พ่อไม่ใช่สามีที่ซื่อสัตย์และเขามีเมียน้อยหลายคน ถ้าไม่มี ทำไมพ่อถึงไม่บอกพี่ให้แต่งงานกับผู้หญิงสักคนและให้กำเนิดลูกชายเพื่อสืบทอดธุรกิจของพ่อ
พ่อของเธอให้ความสำคัญกับลูกผู้ชายมากกว่าลูกผู้หญิง พ่อจะเต็มใจให้ลูกผู้หญิงเป็นทายาทหรือเปล่า? ถ้าหากเธอไม่มีเพื่อนในประเทศ Y เพื่อช่วยเธอจับตาดูถางซินเจีย เธอสงสัยเหลือเกินว่าถางซินเจียแกล้งทำเป็นไม่สนใจและเอาแต่สร้างปัญหาจริงหรือ
ถางเว่ยหยงโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีถางซินรุ่ย จากนั้นเธอก็กลับออกไป
“อย่าก่อเรื่องอีกล่ะ ตอนนี้ฉันมีหนึ่งล้านแล้ว ครั้งหน้าฉันช่วยพี่ไม่ได้แล้วนะ” ถางซินรุ่ยโทรหาถางซินเจีย
“เลิกสอนฉันสักทีเถอะ ฉันจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ไม่ใช่เรื่องของเธอนะ น้องสาว” ถางซินเจียยังคงอวดดีเหมือนเดิม เขาไม่เคยชอบน้องสาวคนนี้ แต่ก็หันหน้ามาขอเงินเธอทุกทียามที่เงินขาดมือและหันหลังกลับเมื่อได้เงินแล้ว
หากไม่ใช่เพราะมีเป้าหมายในใจ ถางซินรุ่ยคงไม่ทนกับพี่ชายเหลวแหลกคนนี้
ห้านาทีต่อมา โทรศัพท์ของถางซินรุ่ยก็ส่งเสียงดัง เป็นเบอร์จากต่างประเทศ
“ไฮ เทพธิดาเอริน ฉันได้เงินมาแล้ว” เสียงผู้ชายจากปลายสายพูดทันที
เอรินก็คือชื่อภาษาอังกฤษของถางซินรุ่ย ครอบครัวของเธอเคยอยู่ที่ประเทศ Y หลายปี ครึ่งปีก่อนเธอเรียนจบและกลับมาบ้านเพราะพ่อโน้มน้าวเธอและบอกว่าพวกเขาเตรียมแผนการมานานแล้ว
พวกเขากลัวว่าถางซินเจียจะสร้างปัญหา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อนุญาตให้เขากลับบ้าน อันที่จริงถางซินเจียก็ไม่เต็มใจที่จะกลับบ้านเช่นกัน เพราะเขามีชีวิตที่หรูหราในประเทศ Y และเพื่อนของเขาก็อยู่ที่ประเทศ Y
ถางซินรุ่ยเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ “ดีมาก เก็บเงินล้านนั่นไว้ก่อน”
“ไม่มีปัญหา เทพธิดาเอริน ผมเฝ้ารอคอยวันที่คุณกลับมาทุกวัน ผมคิดวันคืนที่เราได้ใช้ร่วมกัน มันยอดเยี่ยมมาก”
ถางซินรุ่ยยิ้ม “ขอโทษด้วยนะ ช่วงนี้ฉันยุ่งมากเลย”
“ไม่เป็นไร ผมขอให้คุณได้ทุกสิ่งที่ต้องการ”
“ขอบคุณ” จากนั้นเธอก็วางสาย แววตาเต็มไปด้วยทะเยอทะยาน
ผู้ชายที่ถางซินรุ่ยคุยด้วยชื่อว่าโบเวน เขาคนนี้นี่เองที่เป็นมาเฟียที่ประเทศ Y และยังเป็นเพื่อนของถางซินรุ่ย คู่ค้า และคนรัก ธุรกิจของพวกเขาคือยาเสพติด
แม้ว่าเธอจะเป็นคนค้ายาแต่เธอก็ไม่เคยเสพยา แน่นอนว่าค้ายาเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง แต่ประเทศ Y ไม่ได้เข้มงวดกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่
เหตุผลที่เธอกลายเป็นคนค้ายาก็เพราะพ่อไม่เคยให้เงินเธอเพียงพอ ยกเว้นค่าใช้จ่ายประจำวัน ดังนั้นเธอจึงละทิ้งศักดิ์ศรีและพบกับโบเวน แต่ใช่ว่าในใจเธอจะมีความสุขที่ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจที่ผิดกฎหมายนี้
แน่นอนว่าถางเว่ยหยงไม่รู้เรื่องนี้เลย เขาเพิ่งเริ่มสนใจลูกสาวหลังจากที่เขาหมดหวังกับลูกชาย
ตัดมาที่เฟิงซิวฉิน หล่อนอยากจะทำร้ายกู้ม่านมาตลอด แต่กู้ม่านเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านของตระกูลถางทั้งวัน ดังนั้นหล่อนจึงไม่มีโอกาสเลย
ช่วงนี้หล่อนใช้ชีวิตตามปกติ ออกไปช้อปปิ้งกับเพื่อนสาว และออกไปเที่ยวทุกคืน
เวลานี้เฟิงซิวฉินกำลังทานข้าวกับอู๋จินอี้ที่ร้านอาหาร
ทันใดนั้นอู๋จินอี้ก็ได้ยินคนพูดถึงพิธีเปิดร้านสาขาของหยกบิวตี้ที่เมือง B ดังนั้นเธอจึงถาม เฟิงซิวฉินว่า “ซิวฉิน ฉันได้ยินมาว่าหยกบิวตี้กำลังจะเปิดสาขาที่เมือง B พรุ่งนี้ เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์เลยนะ อยากไปดูหน่อยไหม?”