- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 659 - 660: พวกเขาทำงานให้คุณ?, ว่าที่พ่อตา
ตอนที่ 659 - 660: พวกเขาทำงานให้คุณ?, ว่าที่พ่อตา
ตอนที่ 659 - 660: พวกเขาทำงานให้คุณ?, ว่าที่พ่อตา
ตอนที่ 659 พวกเขาทำงานให้คุณ?
เฉียวหยาจะตามกู้หนิงกลับไปที่ฮัวฝูฮิลล์ด้วย กู้หนิงวางแผนที่จะพากู้ม่านไปเปิดหูเปิดตาในวันพรุ่งนี้ แต่เธอไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลกู้ม่าน ดังนั้นเฉียวหยาจะเป็นคนดูแลและเป็นผู้คุ้มกันของกู้ม่านแทนเธอ
แม้ว่าเฟิงซิวฉินจะยังไม่ได้ทำร้ายกู้ม่าน แต่ก็ไม่แน่
เฟิงซิวฉินอาจโผล่มาร่วมงานวันพรุ่งนี้โดยบังเอิญก็ได้ หากหล่อนต้องการทำร้ายกู้ม่าน เฉียวหยาจะเป็นคนปกป้องเธอเอง
เลิ่งเชาถิงกลับไปที่ฮัวฝูพร้อมกับกู้หนิง ในเมื่อกู้ม่านรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปกปิดอีกต่อไป
ส่วนซินเป่ย กู้หนิงจะจองห้องพักให้เขาแต่ถูกปฏิเสธ ซินเป่ยจะพักอยู่ที่โรงแรมจินหลินกับซู่จินเฉิน
มีโรงแรมจินหลินมากกว่าหนึ่งแห่งในเมือง B โรงแรมจินหลินและโรงแรมฮวงเติ้งต่างเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวทั้งคู่ นอกเหนือจากโรงแรมทั้งสองนี้แล้ว โรงแรมเชิงซือซึ่งอยู่ในกลุ่มเชิงซือกรุ๊ปยังเป็นโรงแรมระดับสากล 5 ดาว และมีสาขาอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ
เกาอี้และเฉียวหยาขอตัวกลับไปที่ห้องเพื่อเก็บกล่องชุดราตรี แล้วค่อยกลับออกมาหาพวกเขาอีกที
ไม่นานหลังจากที่พวกเขารวมตัวกันในห้องอาหารส่วนตัว ซู่จินเฉินก็มาถึง เขาบ่นว่าไม่มีใครบอกเขาว่าจะมาที่เมือง B พอรู้ว่าทุกคนมาที่เมือง B เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดร้านเครื่องประดับของกู้หนิง เขาก็อารมณ์เสียมากขึ้นเพราะไม่มีใครแจ้งเขาเลยสักคน น่าน้อยใจนัก! แม้ในใจจะน้อยใจเพียงไร ปากก็ไม่กล้าบ่นกู้หนิงต่อหน้าเนื่องจากเลิ่งเชาถิงอยู่ในห้องด้วย
เกาอี้และเฉียวหยาตามมาสมทบ ขณะที่ทั้งสองคนย่างเท้าเข้ามาในห้อง ซู่จินเฉินก็ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าโกรธขึ้งทันที เกาอี้และเฉียวหยาก็ทำหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน
เมื่อพวกเขาสบตากันด้วยความเกลียดชัง บรรยากาศในห้องก็แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียด
คนอื่น ๆ ต่างก็ประหลาดใจกับปฏิกิริยาของซู่จินเฉิน เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา
ฉิวอี้ซิน ซูตงนั่ว และหลินเสี่ยวเซี่ยรู้สึกกลัวขึ้นมาเพราะพวกเธอเป็นแค่ผู้หญิงบอบบางและกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยหากมีการต่อสู้เกิดขึ้น
“พวกแกสองคนมาทำอะไรที่นี่?” ซู่จินเฉินถามเสียงเย็น
“ไม่ใช่เรื่องของแก” เกาอี้เป็นคนตอบ
“ไหนๆก็เจอกันแล้ว งั้นมาจบเรื่องครั้งก่อนให้มันจบๆไปสักที” ซู่จินเฉินเอ่ยราวกับว่าเขากำลังจะฆ่าคน
“ได้สิ ฉันก็อยากแก้แค้นเหมือนกัน!” ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน
“ฉันไม่สนหรอกว่าพวกคุณมีความแค้นอะไรต่อกัน ตอนนี้เป็นเวลาอาหารเย็น และฉันจะไม่ปล่อยให้มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่” กู้หนิงพูดขัดจังหวะพวกเขา
“ครับ คุณกู้” เกาอี้เอ่ย จากนั้นก็เดินไปนั่งที่นั่งที่ยังว่างอยู่กับเฉียวหยา ทั้งสองคนทำตามคำสั่งของกู้หนิงโดยไม่บิดพลิ้ว
ซู่จินเฉินเห็นเช่นนั้นก็ทำหน้าตะลึง
“กู้หนิง พวกเขาทำงานให้คุณหรือ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ “พวกเขาทำงานให้ฉันและฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างพวกคุณ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ กินข้าวกันก่อนค่ะ”
ถ้าพวกเขาทำงานให้กู้หนิง ซู่จินเฉินชักลังเลว่าจะแก้แค้นต่อไปดีหรือเปล่า
“คุณรู้หรือเปล่าก่อนหน้านี้พวกเขาทำงานอะไร?” ซู่จินเฉินถามเผื่อว่ากู้หนิงจะถูกหลอก
“รู้” กู้หนิงตอบ
ซู่จินเฉินเม้มปาก ไม่พูดอะไรอีก จากนั้นก็นั่งลง
อาหารหน้าตาน่าทานหลายจานถูกวางบนโต๊ะ แต่เกาอี้ เฉียวหยา และซู่จินเฉินหมดความอยากอาหารไปแล้ว
หลังทานอาหารเสร็จ ซูตงนั่งและหลินเสี่ยวเซี่ยกลับไปก่อนเป็นคนแรก พวกเธอตระหนักถึงสถานการณ์ว่าเวลานี้ไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อ เกาเหวินซินและฉิวอี้ซินก็เดินออกมารออยู่ด้านนอก ส่วนคนที่เหลือยังอยู่ในห้อง
ซู่จินเฉินไม่รอช้าเปิดปากเล่าความแค้นระหว่างพวกเขาทันที
เมื่อสองปีที่แล้วซู่จินเฉินได้รับมอบหมายให้ไปจับกลุ่มพ่อค้าวัตถุโบราณ ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ พ่อค้าวัตถุโบราณผิดกฏหมายก็เป็นเป้าหมายของ Flying Eagle และ Flying Bird ด้วย ต่างฝ่ายต่างต่อสู้กันเพื่อทำงานของตัวเองให้เสร็จ สุดท้ายไม่มีใครชนะ วัตถุโบราณถูกทำลายและพ่อค้าวัตถุโบราณผิดกฎหมายก็หนีไปได้
ซู่จินเฉินได้รับบาดเจ็บหนักและต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาครึ่งเดือน เกาอี้และเฉียวหยาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทั้งสองก็ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลไม่ต่างจากซู่จินเฉิน ความแค้นครั้งนี้ยังรอวันสะสาง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาพยายามหาทางแก้แค้นอีกฝ่ายแต่ก็ล้มเหลว ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันในวันนี้
“ฉันรู้ว่ามันเป็นความแค้นเก่า แต่พวกคุณทุกคนก็ทำหน้าที่ของพวกคุณไปแล้ว ฉันหวังว่ามันจะจบลงในวันนี้ แต่ถ้ายังอยากแก้แค้น ฉันก็จะไม่ห้าม” กู้หนิงเอ่ย เธอรู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนพวกเขา
กระนั้นเธอก็ยังรู้ว่าการสู้กันเองไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย มิหนำซ้ำอาจได้รับปาดเจ็บอีก จะดีกว่าไหมหากปล่อยเรื่องที่ผ่านมาให้มันผ่านไป
“พวกเราจะฟังคุณครับ คุณกู้” เกาอี้และเฉียวหยาพูดขึ้นพร้อมกัน
ซู่จินเฉินอึกอักลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลิกแล้วต่อกัน เขาไม่อยากสร้างปัญหาให้กู้หนิงและเลิ่งเชาถิง
“ก็ได้ เห็นแก่กู้หนิงหรอกนะ ถือว่าให้เรื่องที่ผ่านเลิกแล้วต่อกัน” ซู่จินเฉินเอ่ย
ถึงปากจะบอกว่าเห็นด้วย แต่ก็ยังเหม็นหน้ากันอยู่
ในเมื่อสะสางกันเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินออกจากห้องอาหาร
เลิ่งเชาถิงเงียบตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่อยากก้าวก่ายวิธีการแก้ปัญหาของกู้หนิง จึงปล่อยให้เธอเป็นคนจัดการ
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปที่ลานจอดรถด้วยกัน
เลิ่งเชาถิงมีรถที่ลูกน้องเตรียมไว้ให้ แต่ซินเป่ยและซู่จินเฉินไม่มี เกาเหวินซินยื่นกุญแจรถให้ซินเป่ย “คุณขับรถของฉันได้นะ!” หลังจากนั้นต่างคนก็แยกย้ายกันไป
เกาอี้เดินไปส่งพวกเขาที่ลานจอดรถใต้ดิน ยังไม่กลับจนกว่าพวกกู้หนิงจะขับรถออกไป
เมื่อเดินมาถึงรถ เลิ่งเชาถิงหยิบของขวัญมากมายจากท้ายรถซึ่งทำให้เกาเหวินซินและกู้หนิงประหลาดใจ
“ทำไมถึงมีของขวัญมากมายขนาดนี้ล่ะคะ?” กู้หนิงถาม
ตอนที่ 660 ว่าที่พ่อตา
เลิ่งเชาถิงยังไม่ทันตอบ เกาเหวินซินก็อ้าปากพูดก่อนว่า “แหม ก็เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เจอกับว่าที่พ่อตาอย่างเป็นทางการนี่นะ ของขวัญก็ต้องแยะแบบนี้เป็นธรรมดาแหละ”
เกาเหวินซินทายถูก ของขวัญเหล่านี้เลิ่งเชาถิงเตรียมไปเยี่ยมพ่อของกู้หนิง หากเขาไปตัวเปล่าคงเป็นการไม่สุภาพ
กู้หนิงพลันเข้าใจ แต่มันเยอะเกินไปหรือเปล่า ช่างเถอะ ไหนๆเขาก็เตรียมมาแล้ว เธอจึงไม่พูดให้มากความ
เนื่องจากว่าของขวัญมีมากเกินไปที่เลิ่งเชาถิงจะถือหมด กู้หนิงจึงสั่งให้เฉียวหยาช่วยเขาถือ
ที่บ้านตระกูลถาง ถางไห่เฟิงอยู่ในห้องหนังสือ ส่วนคนอื่นๆ กำลังคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงรถก็รู้ได้ทันทีว่ากู้หนิงและเกาเหวินซินกลับมาแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้มีแค่สองคน ยังมีชายหนุ่มรูปงามปรากฏตัวพร้อมกับของขวัญมากมายในมือ
“สวัสดีจ๊ะ เชาถิง เฉียวหยา” กู้ม่านยินขึ้นเมื่อเห็นพวกเขาหอบหิ้วของฝากมากมายในมือ “ทำไมซื้อของมาเยอะแยะเลยล่ะจ้ะ? ไม่จำเป็นต้องซื้อให้เปลืองเงินเปลืองทองเลย”
ตั้งแต่ที่กู้ม่านรู้ว่าเลิ่งเชาถิงเป็นแฟนของลูกสาว เธอก็เป็นมิตรกับเขามากยิ่งขึ้น กู้หนิงบอกเธอว่าเขาคือคนที่ใช่ คือคนที่กู้หนิงจะแต่งงานด้วย ดังนั้นเขาจึงถือว่าเป็นคนในครอบครัวของเธอ
“สวัสดีครับ” เลิ่งเชาถิงทักทายกลับ
“ดีใจที่ได้เจออีกครั้งค่ะคุณผู้หญิง” เฉียวหยาเอ่ย
“เข้ามาสิจ้ะ เชิญนั่งๆ” เจียงหลี่ฮวาพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เลิ่งเชาถิงวางของฝากไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้
“ยินดีที่พบครับ คุณถาง คุณนายถาง” เลิ่งเชาถิงทักทายสมาชิกตระกูลถาง เขาพยายามพูดให้ฟังเป็นมิตรมากที่สุดแต่กระนั้นก็ยังฟังไม่เป็นธรรมชาติซึ่งทุกคนสังเกตได้
“ยินดีที่ได้พบค่ะ คุณถาง คุณนายถาง” เฉียวหยาเอ่ย
“นั่งก่อนสิ” ถางหยุนฟ่านเอ่ย
จากนั้นพวกเขาก็นั่งลง
“หนูขอแนะนำนะคะ นี่คือเฉียวหยาผู้ช่วยของหนูเองค่ะ” กู้หนิงแนะนำเฉียวหยาก่อน จากนั้นหันไปหาเลิ่งเชาถิง เธอตระหนักดีว่าหากพวกเขารู้ว่าเลิ่งเชาถิงเป็นอะไรกับเธอ พวกเขาคงตกใจมากแน่นอน “นี่คือแฟนของหนู เลิ่งเชาถิง”
สิ้นเสียงกู้หนิง ทุกคนก็เงียบกริบ
“ว่าไงนะ? แฟน?” ในขณะเดียวกันก็นึกถึงคำพูดของผู้อาวุโสที่สุดในบ้าน ถางไห่เฟิงเคยบอกว่ากู้หนิงมีแฟนแล้ว
อายุสิบแปดก็ไม่ถือว่าเด็กหากจะมีแฟน
ถางหยุนฟ่านกำมือแน่น เขาเม้มปากอย่างไม่พอใจ เขาเพิ่งได้ลูกสาวกลับคืนมาได้ไม่นานก็มีผู้ชายคนอื่นมาคว้าตัวลูกสาวของเขาไปเสียแล้ว ถางหยุนฟ่านสวมใบหน้าเย็นชาและจ้องเลิ่งเชาถิงเขม็ง ทว่าเลิ่งเชาถิงไม่ได้ตกใจกลัวแต่อย่างใด เขายังคงนิ่งสงบซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ถางหยุนฟ่าน
แม้ว่าเขาจะไม่พอใจที่กู้หนิงมีแฟนตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขาคิดว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอเพราะเขาเป็นพ่อที่หายไปหลายปี นอกจากนี้เขารู้ว่ากู้หนิงโตแล้ว และแฟนของเธอก็คงไม่ใช่กระจอกๆ
กระนั้นถางหยุนฟ่านก็ยังอยากรู้เกี่ยวกับเลิ่งเชาถิงให้มากกว่านี้
“เป็นคนที่ไหนล่ะ?” ถางหยุนฟ่านถามด้วยใบหน้าจริงจัง
“เมืองหลวงครับ” เลิ่งเชาถิงนั่งตัวตรงและตอบคำถามด้วยใบหน้าจริงจังไม่แพ้กัน
“ทำงานอะไร?” ถางหยุนฟ่านถามอีกครั้ง
“ทหารครับ ยศนายพล”
“อะไรนะ!?” ได้ยินดังนั้นทุกคนก็ตกใจอีกครั้งรวมถึงถางหยุนฟ่านด้วย
“ใช่ตระกูลเลิ่งที่เมืองหลวงรึเปล่า?” ถางหยุนฟ่านถาม แม้ว่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว เขาเพิ่งเคยได้ยินว่ามีคนได้ยศนายพลตอนอายุยี่สิบต้นๆนี่แหละ และยังเป็นถึงหลานชายคนโตของตระกูลเลิ่งอีกด้วย
แม้ว่าจะมีคนจำนวนน้อยที่ทราบเรื่องนี้ แต่ว่าทุกคนที่อยู่ในกองทัพต่างเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเลิ่งเชาถิงกันทั้งนั้น
เการุ่ยฮวาประทับใจนายพลหนุ่มคนนี้อยู่แล้ว และเขาก็เล่าให้ครอบครัวของตนฟังอยู่บ่อยครั้ง
เฉียวหยาก็คาดไม่ถึงเหมือนกันแต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า
กู้ม่านเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ว่านายพลนั้นสำคัญอย่างไรในกองทัพ เธอจึงทำหน้าเฉยๆ ส่วนเกาเหวินซินทราบอยู่แล้วจึงเฉยๆเช่นกัน
“ใช่ครับ” เลิ่งเชาถิงตอบ
กระนั้นพวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่ออยู่ดี อย่างไรก็ตามในเมื่อทราบประวัติของเลิ่งเชาถิงแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงได้รับการยินยอมจากผู้ใหญ่
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ถางไห่เฟิงเดินเข้ามาและเห็นกู้หนิงนั่งอยู่ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายสดใส จากนั้นก็ทำหน้าแปลกใจที่เห็นเลิ่งเชาถิง เขาลืมไปเลยว่าหลานสาวของเขามีแฟนแล้วจนกระทั่งเลิ่งเชาถิงปรากฏตัวนี่แหละ
“ยินดีที่ได้พบครับนายท่านถาง” เลิ่งเชาถิงยืนขึ้นทักทายถางไห่เฟิง “อ้อ ยินดีที่ได้เจอนะ” ถางไห่เฟิงกระแอมเบาๆก่อนตอบ
“ยินดีที่ได้พบค่ะนายท่านถาง” เฉียวหยาก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“คุณปู่คะ เธอคือผู้ช่วยของหนูค่ะ เฉียวหยา” กู้หนิงเอ่ย
ถางไห่เฟิงพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ