- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 657 - 658: พวกเขาเป็นใคร?, ญาติผู้พี่
ตอนที่ 657 - 658: พวกเขาเป็นใคร?, ญาติผู้พี่
ตอนที่ 657 - 658: พวกเขาเป็นใคร?, ญาติผู้พี่
ตอนที่ 657 พวกเขาเป็นใคร?
เกาเหวินซินพูดล้อว่า “หนิงหนิง เสน่ห์ของเธอนี่เหลือเกินจริงๆนะ แม้แต่ผู้หญิงก็ยังเบี่ยงเบนทางเพศเพราะเธอเลย ฮ่า ฮ่า”
กู้หนิงยิ้มอ่อนใจ ในที่สุดเธอก็เข้าใจความรู้สึกของดาราดังแล้ว แม้เธอจะไม่ใช่ดาราแต่ก็กลายเป็นข่าวไม่ต่างจากดาราเลย!
วิดีโอถูกอัพโหลดไปบนอินเทอร์เน็ตและชาวเน็ตจำนวนนับไม่ถ้วนก็แตกตื่นอีกครา และมีเสียงแตกออกเป็นสองเสียง ทั้งสนับสนุนและวิพากษ์วิจารณ์
“การช่วยชีวิตผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดี แต่จำเป็นต้องโพสต์ลงเน็ตทุกครั้งเลยเหรอ? ฉันสงสัยว่านี่เป็นการอวดความสามารถหรือเปล่า?”
“เทพธิดากู้ไม่จำเป็นต้องอวดความสามารถ เธอไม่ใช่ดาราและวิดีโอนี้ก็ถูกคนอื่นอัพลงเน็ต”
“ใช่ ไม่ใช่ความผิดของเทพธิดากู้สักหน่อย”
“เฮทเตอร์จ๋า พวกเธอก็แค่อิจฉา รับยอมรับมาตรงๆเถอะ”
เมื่อมีคนวิจารณ์กู้หนิงก็ยังมีแฟนคลับที่ภักดีต่อเธอตอบโต้แทน
“ไม่ว่าจะเป็นการโอ้อวดหรือไม่ก็ตาม ฉันคิดว่าเธอควรเลิกเรียกร้องความสนใจจากเราเสียที”
“ก็อย่าดูสิถ้าไม่ชอบ!”
“เห็นด้วย”
“จริงอยู่ที่เธอไม่ใช่ดาราในตอนนี้ แต่เธอก็สามารถเดบิวต์ได้ทุกเมื่อนะ”
“ถ้าหากเทพธิดากู้อยากเป็นดารา ฉันคิดว่าเธอมีคุณสมบัติพอ อีกอย่างเทพธิดากู้รวยจะตาย เงินของเธอน่าจะมากกว่าร้อยล้านหยวนแล้วล่ะมั้ง”
“เทพธิดากู้ไม่เคยขาดเงิน”
หลังจากนั้นชาวเน็ตจำนวนมากก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับหยกบิวตี้
“ฉันได้ยินมาว่าพรุ่งนี้หยกบิวตี้จะมีการจับรางวัล รางวัลคือจี้หยกซึ่งมีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนหยวน! ใครจะไปกับฉันบ้าง?”
“ฉันไปด้วย”
“ฉันด้วย”
“ฉันไม่พลาดแน่นอน”
หยกบิวตี้กำลังจะจัดชิงโชคในพิธีเปิดร้านในวันพรุ่งนี้ และจะมีคนสิบคนที่จะได้รับรางวัลจี้หยก กู้หนิงช่างใจป้ำจริงๆ
ความจริงแล้วหยกที่เป็นรางวัลชิ้นนั้นไม่ได้ทำให้เธอต้องเสียอะไรมาก หากเธอเป็นแค่นักธุรกิจเครื่องประดับธรรมดาๆ เธอก็คงไม่เต็มใจให้รางวัลในราคาที่สูงเช่นนี้
จี้หยกอาจมีราคามากในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับกู้หนิงมันก็แค่หินก้อนหนึ่งในสายตาของเธอ กระนั้นมีเพียงสิบคนเท่านั้นที่สามารถชนะรางวัลซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
นอกจากนี้การชิงโชคยังเปิดให้ทุกคนเข้าร่วม เนื่องจากของรางวัลล่อตาล่อใจ อาจมีคนมากกว่าร้อยหรือหลายพันคนเข้าร่วมกิจกรรม
นอกจากรางวัลใหญ่ 10 รางวัล ยังมีรางวัลเล็กอีก 50 รางวัลด้วย
บางคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมือง B รู้สึกเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เพราะต้องใช้เงินและเวลาในการบินมาที่เมือง B และมีคนไม่กี่คนที่จะได้รางวัล แฟน ๆ ของกู้หนิงและซูตงนั่วตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเพราะทั้งซูตงนั่วและกู้หนิงจะปรากฏตัวในงานพิธี
ซูตงนั่วเป็นดารา แน่นอนว่าเธอย่อมมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก
ตัดมาที่ร้านชาร์ม ลูกค้าหลายคนถูกโฆษณาดึงดูดให้เข้ามาในร้าน
มากกว่านั้นคือตอนนี้มีชุดราตรีในร้านเหลือน้อยกว่า 50 ชุด ซึ่งหมายความว่าชาร์มได้ขายชุดราตรีไปกว่าครึ่งภายในเวลาเพียงสามวัน!
ส่วนชุดอื่นๆ ในร้าน ลูกค้าไม่ค่อยได้ซื้อเพราะมันไม่พอดีตัว ลูกค้าจึงสั่งชุดตัดเอง
“ว้าว ดูผู้ชายสองคนนั้นสิ หล่อวัวตายควายล้ม!”
เมื่อพวกกู้หนิงเดินเข้าไปใกล้ร้านชาร์ม ผู้หญิงบางคนก็อุทานด้วยความตะลึงในความหล่อของเลิ่งเชาถิงและซินเป่ย
เสียงอุทานไม่เบาเลย จู่ๆ ร้านก็เงียบกริบ ทุกคนต่างหันไปมองกลุ่มคนที่เพิ่งเดินเข้ามา เกือบทุกคนในร้านไมได้สนใจเกาเหวินซินและกู้หนิงเลย สายตาของพวกเธอพุ่งไปที่เลิ่งเชาถิงและซินเป่ย
ลูกค้าส่วนใหญ่ในร้านเป็นผู้หญิงและมีผู้ชายเพียงไม่กี่คน ดังนั้นเลิ่งเชาถิงและซินเป่ยจึงกลายเป็นจุดสนใจของพวกสาวๆ
“หล่อจริงๆ!”
“พวกเขาเป็นใคร? เป็นดารารึเปล่า?”
“ไม่ใช่หรอก ดาราไม่มาปรากฏตัวในที่สาธารณะง่ายๆแบบนี้หรอก”
“จริง น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ใช่นักแสดง”
“ถูกของเธอ!”
บรรดาหญิงสาวกระซิบกระซาบกันไม่หยุด
เลิ่งเชาถิงและซินเป่ยคุ้นเคยกับสถานการณ์เหล่าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยชอบเลย โดยเฉพาะเลิ่งเชาถิงที่ปกติก็เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบไปใหญ่
หญิงสาวที่อุทานด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นผู้ชายหล่อก็รู้สึกอิจฉาเมื่อมีสาวสวยอยู่ข้างๆพวกเขา ดังนั้นผู้หญิงหลายคนจึงมองกู้หนิงและเกาเหวินซินด้วยความหึงหวง
กู้หนิงและเกาเหวินซินไม่ได้สนใจสายตาที่มองพวกเธออย่างทิ่มแทงเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะ” อวี้จื่อเดินไปหาพวกกู้หนิงพร้อมกับส่งยิ้มให้ และรู้สึกละอายใจนิดหน่อยกับปฏิกิริยาของลูกค้าในร้าน
เนื่องจากมีลูกค้าอยู่จำนวนมากในร้าน อวี้จื่อไม่รู้ว่าเธอควรเรียกกู้หนิงว่าบอสหรือไม่
“สวัสดีค่ะ ฉันมาดูว่าชุดราตรีพร้อมแล้วหรือยังคะ?” กู้หนิงถาม
“พร้อมแล้วค่ะ”
“ถ้างั้นรบกวนส่งชุดราตรีให้ฉันด้วยค่ะ ฉันจะเอาไปเก็บไว้ที่โรงแรม
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” อวี้จื่อเอ่ย จากนั้นก็เดินไปเอาชุดจากห้องเก็บชุด
แต่ละชุดแยกกันห่อ ทั้งหมดมีสิบชุด
เลิ่งเชาถิงและซินเป่ยไม่ลังเลเข้ามาช่วยถือกล่องสิบกล่อง พวกเขาเป็นทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แค่ถือกล่องสิบกล่องเป็นเรื่องง่ายๆ
หลังจากรับชุดราตรีแล้ว พวกกู้หนิงก็กลับออกไป
“พวกเขาเป็นใครเหรอคะ?” เมื่อพวกกู้หนิงจากไปแล้วก็มีคนเอ่ยถามอวี้จื่อ
ตอนที่ 658 ญาติผู้พี่
“เด็กสาวที่เพิ่งคุยกับฉันคือเจ้าของหยกบิวตี้และชาร์ม คุณกู้” อวี้จื่อตอบ
“อะไรนะคะ? เธอคือเจ้าของหยกบิวตี้และชาร์มเหรอคะ?” ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ตกใจไปตามๆกัน พวกเขาอยากเจอเจ้าของหยกบิวตี้และชาร์มมาตลอด แต่ดันจำเธอไมได้เสียนี่!
“คุณอวี้ ทำไมถึงไม่สะกิดบอกพวกเราเลยล่ะคะ?” มีคนบ่น
“จริงด้วยค่ะ ฉันเป็นแฟนตัวยงของเทพธิดากู้ด้วยสิ!” ผู้หญิงหลายคนกรูเข้ามาล้อมอวี้จื่อ แต่อวีจื่อไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรเพราะเมื่อสักครู่หญิงสาวเหล่านี้เพิ่งอิจฉารูปร่างหน้าตาของกู้หนิงอยู่เลย
พวกกู้หนิงกลับไปที่โรงแรมฮวงเติ้งเมื่อออกจากห้างสรรพสินค้า
ระหว่างทางซู่จินเฉินได้โทรมาหาซินเป่ย แต่ตอนนี้เขาขับรถอยู่ เลิ่งเชาถิงจึงเป็นคนรับแทน
เลิ่งเชาถิงบอกที่อยู่ให้ซู่จินเฉินทราบ หลังจากนั้นเลิ่งเชาถิงก็โทรหาซีหมิงและบอกพวกเขาให้ไปเจอกันที่นั่น
ใกล้ถึงโรงแรมแล้ว กู้หนิงกดโทรศัพท์โทรหาเกาอี้และเฉียวหยาและบอกพวกเขาให้ไปพบเธอที่ห้องโถงของโรงแรม
เมื่อพวกกู้หนิงเดินเข้าไปข้างใน เกาอี้และเฉียวหยาก็สังเกตเห็นเธอและเดินเข้ามาหา“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณกู้”
เกาอี้และเฉียวหยามักเรียกกู้หนิงว่าคุณกู้ยามเมื่ออยู่ข้างนอก จากนั้นก็ทักทายเลิ่งเชาถิงด้วยความเคารพ ส่วนเกาเหวินซินและซินเป่ย พวกเขาไม่รู้จักจึงทักทายด้วยการพยักหน้าให้
เมื่อซินเป่ยเจอกับเกาอี้และเฉียวหยา เขาสัมผัสได้ว่าทั้งสองคนไม่ใช่คนธรรมดาๆ อาจได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเหมือนเขา เขารู้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่ทหาร แต่มือสองข้างต้องเปื้อนเลือดคนมาแล้วไม่น้อย
“เอากล่องให้พวกเขาค่ะ” กู้หนิงหันไปพูดกับเลิ่งเชาถิงและซินเป่ย
เกาอี้และเฉียวหยาขยับไปข้างหน้าและรับกล่องมาอย่างไม่ลังเล
“คุณปล่อยให้ผู้หญิงถือของหนักแบบนี้ได้ยังไง!” เกาเหวินซินไม่พอใจ เธอไม่ทันได้ตระหนักว่าเฉียวหยาไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไป แค่เพียงรู้สึกว่าเฉียวหยาเย็นชาไปนิด ยังไงก็เถอะ เฉียวหยาก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี
ได้ยินเกาเหวินซินตำหนิ ซินเป่ยก็รู้สึกละอายใจและเดินจะเข้าไปเอากล่องกลับมาถือเองเผื่อว่าเกาเหวินซินจะประทับใจเขา
“ไม่เป็นไรหรอก เธอถือได้” กู้หนิงเอ่ย
ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น เกาเหวินซินจึงไม่พูดอะไรอีก
“สองคนนี้คือผู้ช่วยของฉันค่ะ เกาอี้และเฉียวหยา” กู้หนิงกล่าวแนะนำ “นี่คือญาติผู้พี่ของฉัน เกาเหวินซิน และนี่คือเพื่อนสนิทของเชาถิง ซินเป่ย”
“ญาติผู้พี่? เหวินซินเป็นญาติคุณหรือ?” ซินเป่ยประหลาดใจ
แม่ของเกาเหวินซินเกิดในตระกูลถาง ถ้ากู้หนิงและเกาเหวินซินเป็นญาติกัน งั้นแสดงว่ากู้หนิงก็เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลถางด้วยน่ะสิ แต่แซ่ของกู้หนิงไม่ใช่แซ่ถางนี่นา
“แล้วไง? มีอะไรหรือเปล่า?” เกาเหวินซินเปิดปากพูดก่อนกู้หนิงและดูเหมือนว่าจะไม่พอใจนิดๆ
“พี่น้องทางสายเลือด?” ซินเป่ยถาม
“ก็ใช่น่ะสิ!” เกาเหวินซินตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจเต็มที่
หลังจากนั้นกู้หนิงก็เดินไปที่แผนกต้อนรับ และพนักงานก็พาพวกเธอไปที่ห้องจัดเลี้ยง
ห้องจัดเลี้ยงที่กู้หนิงจองมีขนาดใหญ่กว่าหนึ่งพันหกร้อยตารางเมตรและได้ตกแต่งประดับประดาไว้เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่กู้หนิงเดินตรวจสอบรอบๆ ซีหมิงและฉิวอี้ซินก็มาถึง
“เฮ้ กู้หนิง ดีใจด้วยนะ! เธอกลายเป็นเทพธิดาแห่งชาติไปแล้ว” ซีหมิงล้อเลียนขำๆ แต่ในใจก็รู้สึกชื่นชมกู้หนิงจริงๆ
“ตอนนี้เธอมีชื่อเสียงมากกว่าฉันแล้วนะ ฉันชักอิจฉาแล้วสิ” ฉิวอี้ซินพูดขำๆ
“ฮ่าๆ ฉันเดาว่าคงไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของฉันได้” กู้หนิงก็พูดตลกกลับคืน
“ฉันล่ะเคารพเสน่ห์ของเธอเลยถึงกับทำให้เชาถิงตกหลุมรักเธอได้” ซีหมิงเอ่ย
“ฉันด้วย” ซินเป่ยและเกาเหวินซินเห็นด้วย
เลิ่งเชาถิงมองกู้หนิงด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักจนทำให้กู้หนิงหน้าแดง
ในขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้น เป็นซูตงนั่วนั่นเอง กู้หนิงได้บอกกับเธอว่าให้มาพบกันที่โรงแรม เมื่อเธอมาถึงแล้วจึงโทรหากู้หนิง
“คุณกู้!” ซูตงนั่วและหลินเสี่ยวเซี่ยร้องทักเสียงใส กู้หนิงเคยบอกพวกเธอไม่ให้เรียกเธอว่าบอสตอนที่อยู่ข้างนอก
“สวัสดีค่ะ!” กู้หนิงพยักหน้าให้พวกเขา
หลังจากนั้นซูตงนั่วก็หันไปหาเกาเหวินซิน “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเหวินซิน!”
“ตงนั่ว ตอนนี้เธอดังใหญ่แล้วนะ!” เกาเหวินซินยิ้ม
“ทั้งหมดนั่นก็เพราะเธอ ฉันไม่รู้ว่าจะขอบคุณเธอยังไงดีถึงจะพอ!” ซูตงนั่วพูดความจริงใจ ถ้าเกาเหวินซินไม่ได้แนะนำเธอให้รู้จักกับกู้หนิง เธอก็ยังคงถูกแบนจากวงการบันเทิงจนกระทั่งเดี๋ยวนี้!
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ยังไงพวกเราก็เพื่อนกันนี่นะ” เกาเหวินซินพูดไปยิ้มไป
หลังจากนั้นกู้หนิงก็แนะนำเลิ่งเชาถิงและซินเป่ยให้รู้จักกับซูตงนั่ว เมื่อซูตงนั่วเห็นหนุ่มหล่อสองคน เธอถึงกับลืมหายใจเลยทีเดียว
จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ไปรับประทานอาหารด้วยกันหลังจากตรวจสอบห้องเลี้ยง
เมื่อพวกเขากลับไปที่ล็อบบี้โรงแรม กู้หนิงก็ใช้บัตรดำจองห้องพักสแตนดาร์ดสำหรับซูตงนั่วและหลินเสี่ยวเซี่ยแฃะห้องสูทสำหรับเกาอี้
กู้หนิงทิ้งชุดราตรีไว้กับเกาอี้และบอกเขาให้ดูแลชุดพวกนี้ให้ดี
นางแบบจะมาถึงในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้และพวกเธอจำเป็นต้องซ้อมก่อนจะแต่งหน้าและแต่งตัว จากนั้นค่อยเริ่มเดินแบบ
กู้หนิงจะนำเครื่องประดับหยกติดตัวไปด้วยในวันพรุ่งนี้เพื่อให้นางแบบใส่โชว์