- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 655 - 656: น้ำเสียงคุณปู่แปลกๆ, รสยิมทางเพศ
ตอนที่ 655 - 656: น้ำเสียงคุณปู่แปลกๆ, รสยิมทางเพศ
ตอนที่ 655 - 656: น้ำเสียงคุณปู่แปลกๆ, รสยิมทางเพศ
Chapter 655 น้ำเสียงคุณปู่แปลกๆ
นายท่านเลิ่งรู้ว่าหลานชายเป็นทหารที่เก่งกาจ แต่ไม่รู้ว่าเก่งกาจระดับไหน
กู้หนิงอายุแค่สิบแปดปีแต่กลับมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เธอคงต้องได้รับการฝึกฝนมาหลายปีตั้งแต่ยังเป็นเด็ก! เมื่อคิดอย่างนั้น นายท่านเลิ่งก็ปวดใจแทนเธอ
ในเวลาเดียวกัน นายท่านเลิ่งก็สงสัยเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้กู้หนิงต้องฝึกกังฟูมาหลายปีตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่อายุยังน้อย?
นายท่านเลิ่งมีความสงสัยเกี่ยวกับภูมิหลังของกู้หนิง ชาติก่อนของกู้หนิง เธอเป็นสายลับและนักฆ่า แต่ตอนนี้วิญญาณของเธออยู่ในร่างเด็กสาวธรรมดา ถือว่าเป็นคนใหม่แล้ว
แม้ว่านายท่านเลิ่งจะมีข้อสงสัย แต่เขาเชื่อว่าเลิ่งเชาถิงสามารถรับมือได้ดี
“หลานสะใภ้อะไรหรือ?” นายท่านซู่ยังไม่รู้เรื่องเพราะเขาเพิ่งมาถึง
“ตาแก่ แกไม่ได้อ่านข่าวหรือ?” นายท่านเลิ่งกลอกตาไปที่นายท่านซู่ จากนั้นเลื่อนหน้าจอเพื่อเปิดให้เขาเห็น ในเมืองหลวง ชายคนหนึ่งลักพาตัวเด็กชายบนสะพานลอย เด็กสาวจับชายคนนั้นจากด้านหลังของเขา (ไฟล์แนบวิดีโอ) หญิงสาวในข่าวคือกู้หนิงอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากอ่านข่าว นายท่านซู่ก็นึกขึ้นได้ว่าเด็กในข่าวคือ ‘เจียงฮ่าวหยาง’ หลานชายของเจียงจงหยู เพื่อนของเขา และเด็กสาวที่ช่วยเขาไว้คือแฟนสาวของเลิ่งเชาถิง ถ้าอย่างนั้นแฟนสาวของเลิ่งเชาถิงคือหนูกู้หนิงคนเดียวกับที่พวกเคยเจอใช่หรือไม่ นี่มันน่าตกใจจริงๆ
นายท่านเลิ่งตื่นเต้นดีใจหลังจากรู้ว่าใครเป็นหลานสะใภ้ของเขา หลังจากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเจียงจงหยูยังคงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย โชคดีที่ตอนนี้เขามีอาการดีขึ้นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกังวล
ประมาณสิบนาทีต่อมา นายท่านเลิ่งและนายท่านซู่ก็กลับไปพร้อมกัน
ณ เวลานี้ เจียงรุ่ยฉินรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้วที่เขาจะได้คบกับกู้หนิง หากแฟนของเธอเป็นใครคนอื่น เขาก็อยากลองแข่งขันเพื่อชนะใจเธอ แต่ผู้ชายคนนั้นคือเลิ่งเชาถิง เป็นคนที่เขาไม่กล้ายุ่งด้วยมากที่สุด และเอาเข้าจริงเขาก็ไม่ยินดีที่จะแย่งแฟนคนอื่น อีกอย่างตอนนี้คุณปู่ของเขายังคงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ดังนั้นเขาจึงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคิดถึงเรื่องส่วนตัวของตัวเอง
สี่โมงเย็น เครื่องบินลงจอดที่สนามบินเมือง B
เลิ่งเชาถิงเปิดโทรศัพท์ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน และเห็นสายที่ไม่ได้รับจากคุณปู่ เขาจึงโทรกลับ
นาทีที่นายท่านเลิ่งรับสาย ก็พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเสียเต็มประดา “เชาถิง เพื่อนเของปู่บอกว่าผู้ชายที่หน้าตายตลอดเวลา ผู้หญิงไม่ค่อยชอบ ผู้หญิงชอบผู้ชายโรแมนติก เพราะฉะนั้นแกต้องเรียนรู้ที่จะอ่อนโยนและโรแมนติกให้มากขึ้น เข้าใจไหม? ถ้ายังทำหน้าเย็นชาอยู่ ต่อให้แกหล่อมากแค่ไหน เดี๋ยวแฟนแกจะเบื่อเอาได้นะ อย่าปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาแย่งแฟนแกไปได้ล่ะ เข้าใจที่ปู่พูดไหม?”
คำพูดของปู่ทำเอาเลิ่งเชาถิงถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ เพราะมันไม่ใช่รูปแบบการพูดปกติของคุณปู่ของเขา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณปู่พูดเตือนสตินั้น เขาไม่รู้จริงๆว่าจะอ่อนโยนและโรแมนติกได้อย่างไร เขาไม่ใช่คนชอบยิ้มและชอบพูด แม้ว่าเขาจะเชื่อใจกู้หนิง แต่ส่วนหนึ่งในใจก็ยังกังวลว่าวันหนึ่งเธอจะจากเขาไป
เลิ่งเชาถิงมองไปที่กู้หนิงด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาตัดสินใจแล้วว่าจะศึกษาวิธีอ่อนโยนและโรแมนติกให้มากขึ้น เขาจะไม่ยอมให้ใครมาขโมยกู้หนิงไปจากเขาได้
กู้หนิงทำสีหน้าประหลาดใจเช่นกันหลังจากได้ยินสิ่งที่นายท่านเลิ่งพูด ดูคล้ายว่ามีใครคิดจะแย่งเธอไปจากเลิ่งเชาถิง
เลิ่งเชาถิงไม่ได้อ่อนโยนหรือเอาใจใส่เหมือนผู้ชายคนอื่น แต่เขาห่วงใยเธอและเห็นคุณค่าของเธอมากซึ่งผู้ชาย 90% ไม่สามารถทำได้ ถึงเขาจะไม่ใช่คนโรแมนติก เธอก็ไม่สนใจและรักเขาเช่นเคย เธอเชื่อว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับเธอ เธอจะซื่อสัตย์กับเขาตราบใดที่เขาซื่อสัตย์กับเธอเช่นกัน
“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ” เลิ่งเชาถิงเอ่ย จากนั้นก็วางสาย หลังจากนั้นเขาก็คว้ามือกู้หนิงมากุมไว้ ราวกับว่าเขาจะสูญเสียเธอไปหากปล่อยมือ “หนิงหนิง คุณเป็นของผม และเป็นของผมคนเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้”
กู้หนิงหัวเราะ “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
ได้ยินคำตอบของเธอ เลิ่งเชาถิงก็ร่าเริงขึ้น
กู้หนิงก็มีสายไม่ได้รับจากเฉียวหยา เฉียวหยาโทรหาเธอเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว แสดงว่าพวกเขาคงมาถึงเมือง B แล้ว จากนั้นกู้หนิงก็กดโทรกลับ จริงอย่างที่คิด ตอนนี้เฉียวหยาและเกาอี้กำลังพักผ่อนอยู่ในโรงแรมฮวงเติ้งตามที่กู้หนิงบอก
กู้หนิงบอกเฉียวหยาว่าอีกไม่นานเธอจะไปพบพวกเขาที่โรงแรม
รถแลนด์โรเวอร์ของเกาเหวินซินจอดอยู่ในลานจอดรถ ดังนั้นพวกเขาจึงไปย่านใจกลางเมืองด้วยกัน
กู้หนิงยังมีอย่างอื่นที่ต้องจัดการ เธอจึงยังไม่ไปที่บ้านของตระกูลถางในตอนนี้ แต่เธอบอกแม่ว่าเธอมาถึง B อย่างปลอดภัยแล้ว
กู้หนิงวางแผนไปพบโจวเจิ้งหงก่อนเพื่อตรวจสอบร้านและดูว่าทุกอย่างเป็นไปได้ดีหรือไม่ ซึ่งพิธีเปิดจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นเธอต้องไปพบกับอวี้จื่อเพื่อดูว่าชุดนั้นเรียบร้อยดีหรือเปล่า
กู้หนิงตรวจสอบงานด้วยตนเอง ไม่ใช่เพราะเธอไม่ไว้วางใจฉวนหมิงข่ายหรือโจวเจิ้งหง แต่เป็นเพราะทำแล้วสบายใจ
กู้หนิงโทรหาโจวเจิ้งหงและถามว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้
โจวเจิ้งหงอยู่ที่ร้าน กู้หนิงจึงบอกที่อยู่ของร้านให้ซินเป่ยทราบ จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ร้านสาขาของหยกบิวตี้
ซินเป่ยเป็นคนขับรถเพราะเขาหายดีแล้ว ทว่าเขาไม่ชอบรถของเกาเหวินซินเพราะมันเป็นสีแดงสด ซึ่งสะดุดตาเกินไป ซินเป่ยเป็นผู้ช๊าย ผู้ชาย และเขาไม่ชอบสีแดงแบบนี้เอาซะเลย เนื่องจากมีผู้ชายสองคนอยู่ในรถ พวกเขาจะปล่อยให้ผู้หญิงขับรถไม่ได้อยู่แล้ว และซินเป่ยก็ไม่กล้าปล่อยให้เลิ่งเชาถิงเป็นคนขับ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนร่วมทีม แต่เลิ่งเชาถิงเป็นหัวหน้า
แม้ว่าเลิ่งเชาถิงจะไม่สนใจเรื่องจัดลำดับชั้น กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องประพฤติตามกฎ ดังนั้นแล้วซินเป่ยจึงกลายเป็นคนขับรถในที่สุด
ตระกูลถางช่วยกู้หนิงหาที่ตั้งร้านซึ่งอยู่ด้านนอกประตูด้านใต้ของห้างสรรพสินค้าเฟิงจาง ห้างสรรพสินค้าเฟิงจางมีขนาดใหญ่มาก เป็นศูนย์นันทนาการขนาดกว่าแสนสองหมื่นตารางเมตรซึ่งประกอบด้วยพื้นที่จัดเลี้ยง 40% ความบันเทิง 20% และเครื่องแต่งกาย 40%
ที่เมือง B คนส่วนใหญ่เลือกจับจ่ายใช้สอยที่ห้างสรรพสินค้าเฟิงจาง
Chapter 656 รสยิมทางเพศ
ร้านสาขาของหยกบิวตี้ตั้งอยู่ใกล้ประตูทางทิศใต้ ขณะที่ร้านเรือธงของชาร์มอยู่ที่ประตูทิศเหนือ ใช้เวลาประมาณ 12 นาทีในการเดินจากหยกบิวตี้ไปยังชาร์ม
หลังจากที่จอดรถในลานจอดรถใต้ดินใกล้ประตูด้านใต้แล้ว พวกเขาก็เดินไปที่ร้านสาขาหยกบิวตี้
ร้านหยกบิวตี้ในเมือง B นั้นใหญ่กว่าร้านในเมือง G มากและได้รับการตกแต่งในสไตล์ที่หรูหรากว่ามาก เมือง B เป็นเมืองระดับนานาชาติ และมีแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงมากมายที่นี่ ดังนั้นหยกบิวตี้จึงจำเป็นต้องคงความหรูหราให้มากที่สุดเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า ผู้หญิงหลายคนที่เดินซื้อของอยู่ด้านนอกต่างมองเข้าไปที่ร้านหยกบิวตี้อย่างสนใจ
พวกกู้หนิงเดินเข้าไปข้างในร้านอย่างไม่ลังเล
“ยินดีที่ได้พบค่ะบอส!” พนักงานขายคนหนึ่งทักทายกู้หนิงด้วยความเคารพเมื่อเธอปรากฏตัว
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่พนักงานที่ทำงานในร้านได้เห็นกู้หนิงตัวเป็นๆ แต่พวกเขาเคยเห็นเธอผ่านรูปถ่ายในข่าวมาก่อน เมื่อเห็นเธอที่ร้านจึงจำได้ทันที
จากนั้นพนักงานคนอื่นๆต่างทำความเคารพกู้หนิง
ได้ยินเสียงทักทายของพนักงาน โจวเจิ้งหงก็หันหน้าไปดูและเดินเข้าไปหากู้หนิง “ยินดีต้อนรับครับบอส คุณเลิ่ง”
“ทุกอย่างเป็นยังไงบ้างคะ?” กู้หนิงถาม “เกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” โจวเจิ้งหงตอบ
“เชิญพวกคุณเดินดูรอบๆไปก่อนนะคะ ฉันขอคุยอะไรกับลุงโจวหน่อย” กู้หนิงหันไปพูดกับคณะของเธอ
“ได้สิ” เกาเหวินซินเอ่ย จากนั้นก็เดินสำรวจเครื่องประดับรอบๆอย่างตื่นเต้น
เลิ่งเชาถิงกับซินเป่ยไม่สนใจเครื่องประดับ พวกเขาจึงไปนั่งรอที่ห้องรับรองโดยมีผู้จัดการร้านเสิร์ฟน้ำชาให้พวกเขา
ห้องรับรองของร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่ประมาณสิบตารางเมตรได้
ค่าเช่าต่อตารางเมตรในห้างสรรพสินค้าเฟิงจางนั้นสูงมาก ดังนั้นค่าเช่าร้านที่มีขนาดเท่ากับห้องรับรองของร้านหยกบิวตี้จึงสูงกว่าหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน!
โจวเจิ้งหงพากู้หนิงเดินดูรอบๆร้านและรายงานงานของเขาให้เธอทราบ
พิธีเปิดจะเริ่มเวลา 10.00 น. ในวันพรุ่งนี้ และการเดินแบบโชว์เครื่องประดับจะจัดขึ้นตอน 12.00 น. ที่ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมฮวงเติ้ง
สำหรับจดหมายเชิญ โจวเจิ้งหงคิดว่ามันคงยากที่จะแจกให้หมด แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนถามหาบัตรเชิญอย่างล้นหลาม คงเป็นเพราะอิทธิพลของตระกูลถาง
คุณกู้ผู้ลึกลับจะปรากฏตัวที่งานเดินแบบ ผู้คนจำนวนมากต้องการเห็นเธอ เพราะสิ่งที่เธอทำนั้นล้วนน่าทึ่งไปเสียทุกอย่าง
หลังจากนั้นพวกกู้หนิงไปเดินไปที่ร้านชาร์มเพื่อตรวจดูชุดราตรี
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า พวกเขาก็เป็นจุดสนใจของผู้คนตามปกติ
“ดูสิๆ ผู้ชายสองคนนั้นหล่อมากเลย!” หญิงสาวส่วนใหญ่ต่างถูกเลิ่งเชาถิงและซินเป่ยดึงดูด
“จริงด้วย! ฉันไม่เคยเห็นใครหล่อขนาดนี้มาก่อนเลย”
นักช็อปปิ้งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และมีบางคนจำกู้หนิงได้
“ดูสิ! นั่นใช่เทพธิดากู้หรือเปล่า?” เด็กสาวที่อายุเท่ากู้หนิงรู้สึกประหลาดใจและแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอจึงถามเพื่อนของเธอที่อยู่ข้างๆ
เพื่อนของเธอมองตาม "ใช่! เธอคือเทพธิดากู้ OMG ไม่คิดว่าจะได้เจอไอดอลของฉันในวันนี้! ดูผู้ชายข้างๆเธอสิ! หล่อมาก! ฉันต้องถ่ายรูปพวกเขาเก็บไว้แล้ว”
พูดจบ พวกเธอก็ถ่ายรูปกู้หนิงไปหลายภาพ
กู้หนิงได้ยินการสนทนาของพวกเขาแต่เลิ่งเชาถิงและซินเป่ยไม่มีท่าทีใดๆ ส่วนเกาเหวินซินรู้สึกขบขัน
คนที่อยู่รอบๆไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเทพธิดากู้ แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่ากลุ่มของกู้หนิงดูดีทุกคนจริงๆ หรือว่าพวกเขาเป็นดารา ถ้าเป็นดารา ทำไมถึงมาโผล่ในห้างโดยไม่มีผู้ช่วยหรือบอดี้การ์ดเลยล่ะ? ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ ผู้คนก็ตะลึงกับรูปร่างหน้าตาที่หล่อและสวยของพวกเขาไปแล้ว และถ่ายรูปเก็บไว้มากมาย
หญิงสาวทั้งสองต่างให้ความสนใจกับกู้หนิงอย่างเต็มที่ และไม่ทันสังเกตเห็นว่าพื้นเป็นหินอ่อน หนึ่งในนั้นลื้นและถอยหลังโดยไม่ทันตั้งตัว ข้างหลังหญิงสาวเป็นบอนไซขนาดใหญ่ หากเธอล้มลงไป คงหัวแตกแน่ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันมากจนเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่ข้างๆดึงตัวเธอไว้ไม่ทัน คนที่อยู่บริเวณรอบๆ ต่างก็ยืนนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ
กู้หนิงเหลียวไปเห็นเข้าพอดี เธอรีบพุ่งตัวไปทางสองสาวและคว้าตัวหญิงสาวที่กำลังจะล้มฟาดบอนไซด้านหลัง
ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้างอีกครั้งก่อนจะตั้งสติได้ มีคนตะโกนชมกู้หนิง บางคนถึงกับปรบมือให้ ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของพวกเขาแล้ว
“ชิงชิง เธอเป็นอะไรไหม?” เพื่อนสาวของเธอถามด้วยความเป็นห่วง
“มะ ไม่..” เสียงของหญิงสาวสั่นและหน้าของเธอก็ซีดด้วยความตกใจ จากนั้นมองไปที่กู้หนิงด้วยความซาบซึ้งและกล่าวขอบคุณเธอ “ขอบคุณมากค่ะ เทพธิดากู้”
“เทพธิดากู้ คุณสุดยอดมากเลยค่ะ” หญิงสาวอีกคนมองกู้หนิงด้วยความปลาบปลื้มใจ
“ด้วยความยินดีค่ะ ระวังตัวด้วย” กู้หนิงยิ้ม จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป ทว่ารอยยิ้มของกู้หนิงกลับทิ้งให้สองสาวตาลอยด้วยความปลาบปลื้ม
“โอ้ ไม่นะ ฉันชักเริ่มสงสัยในรสนิยมทางเพศของตัวเองแล้วสิ ฉันคิดว่าฉันตกหลุมรักรอยยิ้มเทพธิดากู้เข้าแล้ง”
“ฉันก็เหมือนกัน”
คณะของกู้หนิงยังเดินไปได้ไม่ไกลและพวกเขาก็ยินสิ่งที่สองสาวเพิ่งพูด
กู้หนิงไร้คำพูด ส่วนเลิ่งเชาถิงหน้าบึ้งเพราะเขาไม่ชอบให้ใครก็ตามมาชอบแฟนของเขา ต่อให้เป็นผู้หญิงก็ไม่เว้น
ซินเป่ยรู้สึกตลกดีเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเลิ่งเชาถิงหึงแม้กระทั่งผู้หญิง