- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 663 - 664: ความหวังลมๆแล้งๆ, พิธีเปิดในเมือง B
ตอนที่ 663 - 664: ความหวังลมๆแล้งๆ, พิธีเปิดในเมือง B
ตอนที่ 663 - 664: ความหวังลมๆแล้งๆ, พิธีเปิดในเมือง B
ตอนที่ 663 ความหวังลมๆแล้งๆ
“หยกบิวตี้? ไม่เคยได้ยินมาก่อน แบรนด์ใหม่หรอ? ฉันไม่สนใจหรอก” เฟิงซิวฉินเหยียดปากพูดดูถูก เธอเกิดในตระกูลเฟิงและใช้แต่ของแบรนด์ต่างประเทศเท่านั้น
ต่อให้เครื่องประดับของหยกบิวตี้มีคุณภาพสูงก็ยังไม่สมฐานะคนอย่างเธอ
“เป็นแบรนด์ใหม่แต่หยกน้ำงามทีเดียว ทั้งเจียงหลี่ฮวาและถางหยุนหรงต่างสวมเครื่องประดับจากแบรนด์นี้ตอนไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านตระกูลเล่ย”
“จริงหรือ?” เฟิงซิวฉินประหลาดใจที่คนอย่างเจียงหลี่ฮวาและถางหยุนหรงสวมใส่แบรนด์เครื่องประดับโนเนม
“ก็จริงน่ะสิ! วันนั้นเธอกลับไปก่อน ฉันได้ยินมาว่าเจ้าของแบรนด์เป็นหลานสาวของพวกเขา สงสัยจังว่าจะใช่ลูกสาวของถางหยุนฟ่านรึเปล่านี่สิ ถ้าใช่ล่ะก็ ถางหยุนฟ่านต้องไปร่วมพิธีเปิดร้านของลูกสาวเขาแน่นอน” อู๋จินอี้ไม่เล่นเน็ต ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตามข่าวของกู้หนิง
เฟิงซิวฉินขมวดคิ้ว อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้ ผู้หญิงของถางหยุนฟ่านจะต้องไปร่วมงานแน่ ฉันอยากรู้ว่านังนั่นหน้าตาเป็นยังไง” เฟิงซิวฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
คุยต่อสักพัก ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับ
เฟิงซิวฉินขึ้นรถ หลิวซินฉีก็โทรหาเธอได้จังหวะพอดี เขาบอกเธอให้ไปเจอกันที่บ้านที่เจอกันครั้งก่อน
เมื่อคืนเฟิงซิวฉินมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายแต่เธอไม่ค่อยรู้สึกเพลิดเพลินเท่าไหร่ และคืนนี้เธอมีนัดกับหลิวซิวฉิน แน่นอนว่าเธอดีใจ ตอบรับคำเชิญเขาอย่างไม่ลังเล
กู้หนิงนั่งเล่นอยู่ที่บ้านตระกูลถางได้พักใหญ่ก็พากันกลับ กู้หนิงและกู้ม่านขึ้นรถของเลิ่งเชาถิง ส่วนเฉียวหยาขับรถของกู้หนิงให้เกาเหวินซินนั่ง
ณ เวลาเดียวกัน เจียงรุ่ยฉินก็กลับมาที่บ้านของเขาและดูเศร้าผิดหูผิดตา ถังชิงหยางขมวดคิ้วและรู้สึกว่าเพื่อนอาการหนักกว่าเดิม สองวันที่ผ่านมาเจียงรุ่ยฉินแค่เหม่อลอยแต่วันนี้ดูเจ็บปวดทรมาน เป็นเพราะกู้หนิงหรือเปล่า?
“เกิดอะไรขึ้น?” ถังชิงหยางถามด้วยความเป็นห่วง
“วันนี้คุณปู่ของฉันหมดสติ ลิ่มเลือดอุดตัน” เจียงรุ่ยฉินตอบ
“ว่าไงนะ?” ถังชิงหยางตกใจ เขาคิดว่าเจียงรุ่ยฉินเศร้าเพราะกู้หนิงเสียอีก ที่แท้เป็นนายท่านเจียงหรือนี่! “ตอนนี้คุณปู่ของนายเป็นยังไงบ้าง?” เขาถามด้วยความตื่นตระหนก
“ตอนนี้คุณปู่ไม่เป็นอะไรแล้ว” เจียงรุ่ยฉินตอบ “มีอีกเรื่อง”
“อะไร?” ถังชิงหยางเห็นเพื่อนทำหน้าเจ็บปวด
“กู้หนิงมีแฟนแล้ว” เจียงรุ่ยฉินเอ่ย เขาไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาอธิบายความรู้สึกของเขาในตอนนี้
“เอ่อ...” ถังชิงหยางรู้สึกเซอร์ไพรส์
ในสายตาของพวกเขา กู้หนิงยังเด็กอยู่เลย
“กู้หนิงยังเด็กอยู่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาอาจไม่ยืนยาวก็ได้ นายจะรอเธอก็ได้นะถ้านายชอบเธอจริงๆ” ถังชิงหยางพูดปลอบเพื่อน
“ไม่” เจียงรุ่ยฉินส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มขมขื่น “ความหวังลมๆแล้งๆ แฟนของเธอก็คือเลิ่งเชาถิง หลานคนโตของตระกูลเลิ่ง”
“อะไรนะ?” ถังชิงหยางตะลึง ถึงเขาจะไม่รู้จักเลิ่งเชาถิง แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม
แบบนี้เพื่อนของเขาก็เทียบไม่ติดเลยน่ะสิ
“ตระกูลเลิ่งเห็นชอบด้วยรึยัง? ระหว่างพวกเขามีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่นะ” ถังชิงหยางสงสัย กู้หนิงเป็นคนเก่งก็จริงแต่เธอเกิดในครอบครัวธรรมดาๆ ยังไงคนรวยย่อมแต่งงานกับคนรวยด้วยกันหากเลือกได้
“นายท่านเลิ่งเห็นชอบกับการคบหาของพวกเขา นายท่านซู่ยังล้อเลียนให้ซู่จินเฉินแย่งแฟนของเลิ่งเชาถิงอยู่เลย แต่ว่านายท่านเลิ่งไม่พอใจมาก” เจียงรุ่ยฉินเอ่ย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านายท่านเลิ่งชื่นชอบกู้หนิงมากแค่ไหน
หากเป็นเช่นนั้นถังชิงหยางก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ทำได้เพียงพูดปลอบเพื่อน “ทำใจให้สบายเถอะว่ะ เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างเอง
เจียงรุ่ยฉินยิ้มแห้งๆ เขารู้ว่าเวลาช่วยเยียวยาทุกอย่าง แต่ตอนนี้เขาเจ็บเหลือเกิน
กู้หนิงกลับมาถึงบ้านของเธอ เลิ่งเชาถิงนอนในห้องที่เคยนอน ส่วนห้องของเฉียวหยา กู้ม่านจัดเตรียมไว้ให้อีกห้อง
คืนนี้เลิ่งเชาถิงนอนคนเดียวและไม่กล้าแอบเข้าไปหากู้หนิงในห้องของเธอ เขาไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ของกู้หนิง
วันต่อมากู้หนิงไม่ได้ตื่นไปวิ่งตอนเช้า ทุกคนตื่นราวๆเจ็ดโมงยกเว้นเลิ่งเชาถิง เขาตื่นเร็วกว่านั้นเล็กน้อยเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคน
“เชาถิง เธอตื่นมาหาทำอาหารเช้าหรือจ้ะ” กู้ม่านคาดไม่ถึงและรู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่ปล่อยให้แขกเป็นคนทำอาหารเช้า
“พวกเราครอบครัวเดียวกันครับ แค่นี้เล็กน้อยมาก” เลิ่งเชาถิงตอบ
กู้ม่านนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ยิ้มให้ว่าที่ลูกเขย แม้ว่าจะยังเร็วไปที่จะพูดว่าครอบครัวเดียวกัน แต่อีกไม่นานก็คงใช่แล้ว กู้ม่านดีใจที่เห็นเลิ่งเชาถิงยอมตื่นเช้าเพื่อทำอาหาร ผู้ชายน้อยคนนักที่จะยอมเข้าครัว
ตอนที่ 664 พิธีเปิดในเมือง B
เกาเหวินซินมาทานอาหารเช้าด้วยและพวกเขาจะออกไปข้างนอกด้วยกันหลังจากนั้น แต่เกาเหวินซินบอกว่าจะไปรับเพื่อนก่อน เธอจึงแยกไปคนเดียว
กู้หนิงมาถึงที่ร้านตอนประมาณเก้าโมง เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงก่อนงานจะเริ่ม นักข่าวและผู้คนต่างรออยู่ที่ร้านแล้ว
“ดูนั่นสิ ใช่คุณกู้รึเปล่า?” มีคนถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างหันไปดู
“โอ้ ใช่ เธอคือเทพธิดากู้!”
หลังจากแน่ใจแล้วว่าเด็กสาวคนนั้นคือกู้หนิง คนหลายคนก็ตื่นเต้นและเริ่มถ่ายรูปเธอ นักข่าวกรูเข้าไปสัมภาษณ์กู้หนิงทันที
เห็นนักข่าวกรูเข้ามา กู้หนิงและเฉียวหยาใช้ร่างบังกู้ม่านไว้ด้านหลัง เผื่อว่ากู้ม่านจะตกใจตื่น
กู้ม่านทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตกใจอย่างที่กู้หนิงคิด
“คุณกู้ ขอสัมภาษณ์ได้ไหมครับ?”
ไมโครโฟนหลานอันจ่อมาที่กู้หนิงและแสงแฟลชจากกล้องก็ส่องวูบวาบรัวๆ
“ได้ค่ะ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ รบกวนไปรวมตัวที่ห้องจัดเลี้ยงนะคะ ฉันจะตอบคำถามที่นั่น” กู้หนิงยิ้ม
นักข่าวไม่ทู่ซี้ต่อ ปล่อยให้กู้หนิงเดินเข้าไปในงาน
“เทพธิดากู้สง่างามมาก สวยยิ่งกว่าในรูปซะอีก”
“ใช่! เธอน่าทึ่งมาก”
“อายุเท่านี้ก็ประสบความสำเร็จมากมายแล้ว”
ในขณะเดียวกันก็มีคนสังเกตเห็นเลิ่งเชาถิงที่อยู่ข้างกู้หนิง
“ผู้ชายที่อยู่ข้างๆคุณกู้หล่อจังเลย”
“สงสัยจังว่าเป็นพี่ชายหรือแฟนของเทพธิดากู้”
“อาจเป็นพี่ชายล่ะมั้ง เทพธิดากู้อายุแค่สิบแปดเองมั้ง”
“สิบแปดไม่เด็กแล้ว มีแฟนได้แล้ว”
“ฉันคิดน่าจะเป็นแฟนเธอนะ”
กู้หนิงบอกเฉียวหยาให้พากู้ม่านไปพักผ่อนในร้าน เลิ่งเชาถิงอยู่กับกู้หนิงที่ประตูเพื่อต้อนรักแขกเหรื่อ ผู้หญิงหลายคนต่างโฟกัสมาที่เขา กู้หนิงไม่ได้รู้สึกหึงหวงแต่อย่างใดตราบใดที่ผู้หญิงเหล่านั้นยังรักษามารยาทอยู่
เวลาผ่านไป คนก็ยิ่งหลั่งไหลมามากขึ้นพร้อมกับดอกไม้แสดงความยินดี
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณกู้! ขอโทษด้วยที่ครั้งนี้ผมมาโดยที่ไม่มีบัตรเชิญ”
เป็นจ้าวหยูเฟิงนั่นเอง กู้หนิงไม่ได้บอกเขาว่าวันนี้มีพิธีเปิดร้านหยกบิวตี้ แต่จ้าวหยูเฟิงมาร่วมงานหลังจากทราบข่าว เลขาของจ้าวหยูเฟิงและคนขับรถถือดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ
“ยินดีต้อนรับค่ะประธานจ้าว!” กู้หนิงเดินมาหาเขาและจับมือทักทาย
“ยินดีที่ได้พบครับประธานจ้าว”
“เช่นกันๆ ผู้จัดการโจว”
จ้าวหยูเฟิงและโจวเจิ้งหงทักทายซึ่งกันและกัน
จ้าวอยูเฟิงไม่ใช่นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมาก ผู้คนจึงไม่ได้แปลกใจที่เห็นเขา
ไม่นานซู่จินเฉินและซินเป่ยก็มาถึงซึ่งทำให้เกิดเสียงฮือฮาอีกรอบ
“สวัสดี กู้หนิง” ซู่จินเฉินและซินเป่ยเอ่ยทักทายกู้หนิงพร้อมกัน พวกเขาไม่ได้ถือดอกไม้มาแต่เตรียมของขวัญราคาแพงมาให้เธอแทน
“กู้หนิง เธออยากให้พวกเราเป็นนายแบบไหม?” ซู่จินเฉินพูดหยอก
“ขอบคุณแต่ไม่ต้อง เชิญนั่งตามสบายนะคะ” กู้หนิงยิ้มให้พวกเขา
“ไม่เป็นไร พวกเรายืนอยู่ที่นี่แล้วกัน” ซู่จินเฉินเอ่ย เขายังไม่อยากเดินเข้าไปข้างใน
หลังจากนั้นซีหมิงและฉิวอี้ซินก็มาถึง
ฉิวอี้ซินเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง แต่เธอไม่เคยปิดบังเรื่องความสัมพันธ์เพราะอาชีพนางแบบก็แค่งานอดิเรกของเธอ และเป็นแค่ใบเบิกทางให้เธอ
ฉิวอี้ซินกำลังจะเปิดบริษัทบันเทิง เธอชอบการเดินแบบและวงการบันเทิง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเป็นนายตัวเอง
“นั่นไม่ใช่นางแบบดัง ฉิวอี้ซินหรอกหรือ?”
“ใช่! ผู้ชายที่มากับเธอใช่แฟนเธอรึเปล่า?”
“อาจจะใช่”
นักข่าวกรูไปทางฉิวอี้ซินทันที
ซีหมิงปกป้องฉิวอี้ซินตอนที่นักข่าวกรูเข้ามาหา เขาไม่ได้ไล่นักข่าวให้ออกไป เขาแค่บอกว่าอย่าเข้ามาใกล้มาก
นักข่าวชินกับสถานการณ์แบบนี้ดี “คุณฉิว ช่วยบอกพวกเราหน่อยค่ะว่าผู้ชายคนนี้ใช่แฟนของคุณหรือเปล่า?”
“ใช่ค่ะ เขาเป็นแฟนฉันเอง” ฉิวอี้ซินยอมรับตรงๆ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้นักข่าว
“แฟนของคุณหล่อมากเลย และคุณสองคนเหมาะกันมาก แต่คุณไม่กลัวหรือคะว่าความสัมพันธ์ของคุณจะมีผลกระทบต่ออาชีพการงานของคุณ?” นักข่าวถาม
“ไม่เลยค่ะ” ฉิวอี้ซินตอบโดยไม่ต้องคิด
“คุณฉิว คุณเป็นเพื่อนกับเจ้าของหยกบิวตี้หรือเปล่าครับ?” นักข่าวอีกคนถาม
“อ๋อ ใช่แล้วค่ะ” ฉิวอี้ซินตอบคำถามง่ายๆ จากนั้นก็เอ่ยว่า “ขอบคุณนะคะทุกคน รบกวนขอทางให้พวกเราเดินด้วยค่ะ”
นักข่าวขยับออกไปอยู่ด้านข้าง หลีกทางให้เธอเดิน
ซีหมิงและฉิวอี้ซินถือของขวัญมาด้วย
ฉิวอี้ซินเป็นนางแบบของวันนี้ กู้หนิงจึงบอกเธอให้เขาไปพักข้างใน
สักพักเกาเหวินซินก็มาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเธอที่กู้หนิงเคยเจอมาก่อนหน้านี้
โกวเจิงหยุน อ้ายหลัน เจียงซีเจิง ฉูหยวนเจินและถงเจียเหยาที่มีเป้าหมายคือการแย่งเลิ่งเชาถิงมาจากกู้หนิง พวกเธอได้ยินข่าวเกี่ยวกับกู้หนิงเมื่อไม่กี่วันก่อนและค่อนข้างตะลึง
แม้แต่ถงเจียงเหยาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเธอจะเอาชนะกู้หนิงในสนามรักได้หรือไม่
ตระกูลถงมีทรัพย์สินกว่า 1 แสนล้านหยวน ซึ่งหยกบิวตี้จิวเวลรี่นั้นเทียบไม่ติดเลย และเธอก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล
เธอเคยคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่หายากและเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งคนหนึ่ง เลิ่งเชาถิงกับเธอคงจะเข้ากันได้ดี แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเธอไม่มีอะไรดีไปกว่ากู้หนิงเลยล่ะ นอกจากภูมิหลังของครอบครัวและความร่ำรวยมหาศาลแล้ว เธอสู้เด็กสาวคนหนึ่งไม่ได้เลย