เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 647 - 648: ห่วงชื่อเสียงตัวเอง, อ้าออกอีก

ตอนที่ 647 - 648: ห่วงชื่อเสียงตัวเอง, อ้าออกอีก

ตอนที่ 647 - 648: ห่วงชื่อเสียงตัวเอง, อ้าออกอีก


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 647 ห่วงชื่อเสียงตัวเอง

เวลาที่ครึกครื้นที่สุดสำหรับนักท่องราตรีคือเที่ยงคืน

เลิ่งเชาเจี๋ยและเพื่อนของเธอดื่มเหล้าอยู่ที่บาร์เพลงแต่ยังรู้สึกยังไม่หนำใจ อยากจะไปสนุกกันต่อที่ไนท์คลับ

เพื่อนผู้ชายหลายคนชวนพวกเธอมาสนุกด้วยกันและพวกเขาก็เป็นทายาทเศรษฐีเหมือนกัน แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่ถูกกัน แต่ก็ต้องรักษามิตรภาพกับอีกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของครอบครัว

ภายในไนท์คลับเสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครมและไฟหลากสีส่องสลับไปมา ผู้ชายและผู้หญิงหลายคนต่างยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงราวกับว่าค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนสุดท้ายของชีวิต

แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่ข้างนอกอากาศก็ยังคงหนาวเย็น ทว่าในไนท์คลับนั้นเป็นฤดูร้อนเสมอและผู้หญิงทุกคนก็นุ่งน้อยห่มน้อย อวดทรวดทรงองค์เอวของตน เครื่องปรับอากาศในไนต์คลับต้องเปิดตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครอยากมาสนุกที่นี่

เลิ่งเชาเจี๋ยและเพื่อนๆ ของเธอเปลี่ยนเสื้อผ้ามาสวมเดรสสั้น รัดรูป เซ็กซี่ และแต่งหน้าจัด ตอนนี้พวกเธอดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้พวกเธอดูสง่างาม แต่ตอนนี้พวกเธอแปลงร่างเป็นสาวฮอตที่กำลังมองหาความตื่นเต้นในไนท์คลับแห่งนี้

ฉีหยวนหยวนเซ็กซี่ที่สุด ชุดของเธอสั้นมากจนมองเห็นชุดชั้นในได้ง่ายเพียงแค่เธอก้มลงเล็กน้อย และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ

เลิ่งเชาเจี๋ยสวยกว่าฉีหยวนหยวน แต่ฉีหยวนหยวนหุ่นดีกว่า ตอนที่ฉีหยวนหยวนสะบัดผมสีแดงไวน์ของเธอ ผู้ชายที่อยู่รอบๆต่างมองมาที่เธออย่างสนใจ

“เฮ้ คนสวย อยากดื่มด้วยกันหน่อยไหม?” ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาและชวนพวกเธอคุย

“ขอโทษนะคะ ตอนนี้พวกเราไม่ว่าง ไว้ค่อยดื่มด้วยกันทีหลังนะคะ” ฉีหยวนหยวนส่งยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้เขา เธอค่อนข้างอัธยาศัยดี ผู้ชายจึงไม่เคยโกรธเธอเมื่อถูกปฎิเสธ

ไม่นานพวกเธอก็เดินไปที่บูธที่เพื่อนจองไว้ มีผู้ชายและผู้หญิงสามคน ผู้หญิงคนหนึ่งสวมมินิเดรสสีแดงรัดรูปและหน้าอกของเธอเกือบจะล้นออกมา เธอกำลังมีอะไรกับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่อหน้าทุกคน เรื่องอย่างว่าถือเป็นเรื่องธรรมดามากในไนท์คลับ

แม้ว่าเลิ่งเชาเจี๋ยและเพื่อนๆจะไม่ได้มาสนุกที่ไนท์คลับบ่อยๆ แต่ก็แวะมาเที่ยวอยู่เนืองๆ ดังนั้นพวกเธอจึงคุ้นชินกับภาพเหล่านี้

“โอ๊ะ พวกเขากำลังสนุกกันแหน่ะ!” ฉีหยวนหยวนพูดขำๆ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายและหญิงที่กำลังมีอะไรกันก็หยุดเคลื่อนไหวและมองไปที่ฉีหยวนหยวน ผู้หญิงคนนั้นปัดผมที่ปรกหน้าอกของเธอออกไป และพูดด้วยน้ำเสียงสบายอกสบายใจว่า “ไม่เอาน่า เธอไม่ได้เพิ่งรู้สักหน่อย อย่าทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจขนาดนั้นสิ”

“ห่วงชื่อเสียงของตัวเองบ้างสิ! ทำไมถึงไม่ไปเปิดห้องแล้วค่อยทำดีกว่าไหม?” ฉีหยวนหยวนเอ่ย

ฉีหยวนหยวนมีประสบการณ์ทางเพศอย่างโชกโชน น้อยมากที่ลูกคนรวยจะไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าจะทำกันอย่างโจ๋งครึ่ม อย่างน้อยก็ต้องรักษาหน้าตาของชื่อเสียงวงศ์ตระกูล

เลิ่งเชาเจี๋ยและฉินเป่ยซินไม่ได้มีคู่นอนมากเหมือนฉีหยวนหยวน พวกเธอสองคนจึงยังรักษาชื่อเสียงที่ดีของตัวเองไว้ได้อยู่

“เฮ้ ยินดีต้อนรับ มาเถอะ เชิญนั่งๆ” ชายหนุ่มหน้าตาดีลุกขึ้นยืนและเอ่ยปากชวนพวกเธอให้มานั่งด้วยกัน

“สวัสดีคนสวย ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะ” ชายหนุ่มผมบลอนด์ทักทายพวกเธอ

“สมิธ คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เมื่อเห็นชายผมบลอนด์ ทั้งฉีหยวนหยวนและฉินซินเป่ยต่างก็ตื่นเต้น แต่เลิ่งเชาเจี๋ยรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ความอายพาดผ่านใบหน้าของเธอแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป

สมิธมองดูพวกเธอ แต่ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่เลิ่งเชาเจี๋ย ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความรักใคร่ “ผมเพิ่งมาถึงวันนี้ ตู้เชิญพวกคุณมาสนุกด้วยกัน ที่ผมไม่ได้บอกก็เพราะอยากทำให้พวกคุณตกใจเล่น” ตู้ก็คือชายหนุ่มรูปงามที่เชิญพวกเธอให้นั่งลง

อันที่จริงสมิธกลัวว่าเลิ่งเชาเจี๋ยจะไม่มา ดังนั้นเขาจึงบอกให้ตู้เก็บเป็นความลับ เขาจะกลัวไปทำไม? หรือว่ามีความลับระหว่างพวกเขา ดังนั้นเลิ่งเชาเจี๋ยจึงรู้สึกอายและไม่สบายใจเมื่อเห็นเขาอยู่ที่นี่

“ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก” ฉีหยวนหยวนและฉินซินเป่ยหัวเราะพร้อมกัน

หลังจากนั้นตู้ก็รินเครื่องดื่มให้สามสาว พวกเขาชนแก้วและกระดกมันลงคอ ของเหลวไหลลงท้อง ความอุ่นแผ่ซ่านทั่วตัว

สามสาวเริ่มเมาหลังจากดื่มไปหลายแก้ว แต่ก็ยังมีสติอยู่ ในตอนนี้สมิธย้ายมานั่งข้างเลิ่งเชาเจี๋ย ภายใต้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ความอึดอัดไม่สบายใจของเลิ่งเชาเจี๋ยก็หายไป สมิธโน้มตัวลงมา ริมฝีปากจ่อที่หูของเลิ่งเชาเจี๋ย “คืนนี้คุณจะไปกับผมไหม?”

ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่หูของเธอ เลิ่งเชาเจี๋ยรู้สึกถูกกระตุ้น ความพึงพอใจฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ กระนั้นเธอก็ยังคงปฏิเสธ “ฉันไม่คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีเท่าไหร่”

สมิธสัมผัสประกายความพอใจในดวงตาของเลิ่งเชาเจี๋ยได้ เขายิ้มออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “คุณรู้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง คุณควรปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ เราเคยสนุกด้วยกันมาก่อน ไม่มีอะไรต้องกังวล จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้และผมจะไม่บังคับคุณ”

คำพูดของสมิธทำให้ความเชื่อของเลิ่งเชาเจี๋ยสั่นคลอน เขาเก่งเรื่องบนเตียงจริงๆ และเธอก็ติดใจมาก แต่เธอไม่อยากมีนอนกับเขาอีก หากเจียงรุ่ยฉินรู้เข้า เขาอาจไม่ยอมรับเธอ

แม้ว่าสมิธจะมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และหล่อเหลา แต่เธอไม่ชอบเขาเท่าไหร่ เขาหย่ากับภรรยาและเธอคบกับเขาไม่ได้ เพราะเธอคิดว่ามันน่าอาย

พวกเขาเคยนอนด้วยกันมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะเธอเมาและรู้สึกเหงาในวันนั้น

 

ตอนที่ 648 อ้าออกอีก

เมื่อเห็นว่าความเชื่อของเลิ่งเชาเจี๋ยสั่นคลอน สมิธก็ภูมิใจในตัวเองมาก “ผมได้ยินมาว่าคุณยังโสด ในเมื่อคุณไม่มีแฟนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้เลยที่รัก นี่ไม่ใช่การนอกใจเสียหน่อย”

เลิ่งเชาเจี๋ยคิดตามคำพูดของเขาและคิดว่ามันสมเหตุสมผล อีกอย่างคือเธอต้องการแก้แค้นเจียงรุ่ยฉินและเธอก็ถูกเขามอมเมาด้วยคำพูด ดังนั้นเธอจึงเห็นด้วย “ได้สิ!”

สมิธมีความสุขที่ได้ยินคำตอบของเธอ อันที่จริงถึงแม้ว่าเขาจะชอบเธอ แต่เขาสนใจแค่นอนกับเธอเท่านั้น และไม่มีเจตนาที่จะสานสัมพันธ์ที่จริงจังกับเธอ อดีตภรรยาของเขาทิ้งเขาไปเพราะว่าเขานอกใจนั่นเอง

ในสายตาของสมิธ เขาต้องใช้ชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเขาจะไม่มีแรงพอที่จะเล่นสนุกอีกครั้งเพราะเขาอายุเยอะแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเขามีเงินมากมายและสามารถจ่ายได้เท่าที่อยากจ่าย เขารู้ว่าเลิ่งเชาเจี๋ยไม่ชอบเขา แต่กลับชอบทักษะบนเตียงของเขาซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบเรื่องนี้

ไม่นานฉีหยวนหยวนก็จากไปพร้อมกับชายหนุ่มรูปงาม ส่วนฉินเป่ยซินก็เมาแล้วและตู้ก็เป็นคนส่งเธอกลับบ้าน

ตอนนี้เหลือเพียงเลิ่งเชาเจี๋ยและสมิธอยู่ด้วยกันสองคน

“ดื่มกับฉันอีกสิ ฉันยังดื่มไม่พอเลย” เลิ่งเชาเจี๋ยอารมณ์ไม่ดี เธออยากจะดื่มเพื่อให้ลืมความเจ็บปวด

“ทำไมล่ะ แต่ผมคิดว่าคุณไม่ควรดื่มมากเกินไป เดี๋ยวไม่ตื่นเต้นเอานะ” สมิธเอ่ย เขาไม่ต้องการนอนกับผู้หญิงที่เมาไม่รู้เรื่อง เขาต้องการผู้หญิงที่ยั่วยวน พูดจบเขาก็เอามือวางที่ขาของเธอ จากนั้นขยับมือขึ้นไปต้นขาด้านในของเธอ

เลิ่งเชาเจี๋ยปฏิเสธ แต่สมิธไม่ยอมหยุด “คุณไม่คิดว่ามันน่าตื่นเต้นเหรอ? ไม่มีใครเห็นหรอกน่า”

เลิ่งเชาเจี๋ยหยุดขัดขืนและเริ่มรู้สึกตื่นเต้น พวกเขานั่งอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดโดยมีม่านแยกพวกเขาออกจากคนอื่นๆ แสงไฟสลัวและมีโต๊ะอยู่ข้างหน้า ดังนั้นจึงยากที่จะมีใครสังเกตเห็นพวกเขา เลิ่งเชาเจี๋ยไม่ได้หยุดเขาอีกต่อไป แต่ว่าขาของเธอยังหุบแน่น “อ้าขาให้กว้างขึ้นสิ ผมจะได้ขยับเข้าไปได้”

หลังจากพลอดรักกันเต็มที่แล้ว ทั้งสองคนก็เต็มไปด้วยใคร่เสน่หา แต่สถานที่นี้ไม่เหมาะที่จะมีอะไรกัน ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดอยู่แค่นั้นและยกแก้วเหล้าดื่มต่อ

“ดูสิ พวกเขากล้ามากจริงๆ” สมิธเหลือบมองไปที่โต๊ะข้างๆและเลิ่งเชาเจี๋ยก็มองตาม

ผู้หญิงคนหนึ่งก้มศีรษะลงระหว่างขาของผู้ชาย แม้ว่าจะมองเห็นไม่ชัด แต่เธอก็เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทำในแวบแรก ดูเหมือนว่าชายผู้นี้กำลังสนุก และมีคนอื่นๆ อยู่รอบตัวพวกเขา และส่งเสียงล้อเล่นกันขำขัน

จากบทสนทนา เลิ่งเชาเจี๋ยก็รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นเกม truth or dare และผู้หญิงคนนั้นเป็นคนแพ้

มันมากเกินไปในสายตาของเลิ่งเชาเจี๋ย เธอไม่มีทางทำแบบนั้นได้

หลังจากนั้นไม่นาน เลิ่งเชาเจี๋ยก็ออกจากไนท์คลับพร้อมกับสมิธ เขาได้จองห้องพักที่โรงแรมใกล้เคียงแล้ว ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงโรงแรม สมิธใช้เท้าเตะประตูให้เปิดออกและโยนเลิ่งเชาเจี๋ยลงบนเตียง เนื่องจากว่าเตียงค่อนข้างนุ่ม เธอจึงไม่รู้สึกเจ็บ

วันต่อมา เจียงรุ่ยฉินตื่นไปวิ่งแต่เช้า แต่กู้หนิงไม่ปรากฏตัวเหมือนเดิม

สามวันแล้วที่เธอไม่มาวิ่ง เธอกำลังหลบหน้าเขาหรือเปล่า? เมื่อวานนี้พวกเขาทานข้าวด้วยกันแต่มันเป็นแค่เหตุบังเอิญ ไหนเธอเคยบอกว่าเธอวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าประจำ ทำไมเธอถึงหายไป?

บางทีเธออาจไม่ว่าง แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเธอหลบหน้าเขา

เกาเหวินซินโทรหาซินเป่ยตอนตื่นนอนและถามเขาว่าอยากกินอะไรไหม ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ซินเป่ยจึงอยากกินโจ๊ก

เกาเหวินซินซื้อโจ๊กไปเยี่ยมซินเป่ยที่โรงพยาบาลก่อนที่เขาจะทำทีซีสแกน สิบโมง ผลทีซีสแกนก็ออกมาว่าเขาสบายดี ดังนั้นตอนนี้เขาสามารถออกจากโรงพยาบาลได้

เกาเหวินซินและซินเป่ยเดินไปที่ลานจอดรถด้วยกัน ไม่ไกลกันนัก หยูเหวินคังก็กำลังหิ้วมื้อกลางวันที่เตรียมโดยหยูเหวินจิงสำหรับซินเป่ย

หยูเหวินคังรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อเห็นซินเป่ย ซินเป่ยพยักหน้าให้เขาอย่างสุภาพก่อนจะขึ้นรถ

เกาเหวินซินขับรถมาเซราติราคาหลายล้านหยวน เป็นรถยนต์หรูเฉพาะสำหรับผู้บริหารระดับสูงของถางฮวงกรุ๊ปดังนั้นเมื่อหยูเหวินคังเห็นโลโก้ของรถ เขาก็ตกใจจนหน้าซีด

ถ้าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขามีรถหรูขับ แสดงว่าเธอต้องเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล ตอนนี้เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องสาวจะฟังเขา และหยุดล่วงละเมิดผู้หญิงคนนี้

เมื่อพวกเขามาถึงโรงแรม เกาเหวินซินก็โทรหากู้หนิง กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเพิ่งออกจากบ้าน กู้หนิงจึงบอกให้เกาเหวินซินสั่งอาหารก่อนได้เลย

ออกมาจากเขตรั้วบ้านได้มานาน กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็สังเกตว่าคนกำลังตามพวกเขามา

กู้หนิงเริ่มอารมณ์เสียเพราะช่วงนี้เธอถูกคนตามบ่อยเกินไปแล้ว แต่ครั้งนี้เธอไม่รู้ว่าใครเป็นเป้าหมาย เธอหรือเลิ่งเชาถิง

เธอหันหน้ากลับไปมองและใช้ตาทิพย์ส่องดู มีผู้ชายสองคนอยู่ในรถด้านหลัง และพวกเขาก็มีปืนซึ่งทำให้กู้หนิงนึกถึงพวกรับจ้างล่ารางวัล

กู้หนิงเป็นกังวลแต่เธอยังไม่สามารถบอกเลิ่งเชาถิงได้ในตอนนี้ เธอไม่อยากให้พวกมันรู้ตัว

“ฉันคิดว่าเราควรขับรถไปยังสถานที่ห่างไกลและจัดการกับพวกมันก่อน” กู้หนิงเอ่ย หากพวกมันเป็นเพียงผู้สะกดรอยตามธรรมดา เธอก็จะปล่อยไป แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ชายสองคนนี้เป็นนักฆ่า

เลิ่งเชาถิงก็คิดแบบเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงขับรถออกนอกเมือง

ชายสองคนในรถที่อยู่ข้างหลังยังไม่รู้ตัวว่าถูกจับได้แล้ว ถึงกับรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะฆ่ากู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเงียบๆ ในพื้นที่ห่างไกลผู้คน

กู้หนิงไม่บอกเลิ่งเชาถิงตรงๆว่าพวกมันมีปืน เธอจึงพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าพวกมันมีปืนหรือเปล่า ทางที่ดีพวกเราระมัดระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า”

จบบทที่ ตอนที่ 647 - 648: ห่วงชื่อเสียงตัวเอง, อ้าออกอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว