เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 639 - 640: บาดนิ้ว, ค้นตัว

ตอนที่ 639 - 640: บาดนิ้ว, ค้นตัว

ตอนที่ 639 - 640: บาดนิ้ว, ค้นตัว


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 639 บาดนิ้ว

ร้านคาเฟ่ไม่ได้มีข้าวของเสียหายในร้าน ทว่าพวกเขาได้สร้างปัญหาให้กับร้าน ซินเป่ยควักเอาเงินแปดร้อยหยวนออกมาแล้วยื่นให้ผู้จัดการร้านก่อนจะจากไป

ผู้จัดการร้านรับเงินมาและปล่อยพวกเขาไป

หยูเหวินจิงไปโรงพยาบาลคนเดียว ทางโรงพยาบาลจึงต้องแจ้งให้ครอบครัวเธอทราบ เธอไม่ต้องการให้พ่อกับแม่รู้ จึงบอกให้โรงพยาบาลโทรหาพี่ชายของเธอแทน

กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงมาถึงโรงพยาบาลหลังจากเกาเหวินซินมาถึงไม่นาน พยาบาลสาวหลายคนเห็นหนุ่มหล่อก็ดวงตาพราวระยิบระยับ เดินเข้ามาถามเขาว่า “คุณคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?”

กู้หนิงเป็นฝ่ายตอบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่จำเป็นค่ะ”

ในขณะนั้นเอง หมอก็กำลังช่วยจัดการแผลของซินเป่ย

เมื่อรู้ว่าเลิ่งเชาถิงมาที่โรงพยาบาล ซินเป่ยก็ประหม่า เขาไม่กล้าเงยหน้ามองเลิ่งเชาถิงตอนที่เลิ่งเชาถิงเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย ในฐานะสมาชิกทีมเรดเฟลม การถูกตีด้วยที่เขี่ยบุหรี่เป็นอะไรที่อับอายขายหน้า

“นายถูกตีด้วยที่เขี่ยบุหรี่?” เลิ่งเชาถิงมองซินเป่ยด้วยใบหน้าจริงจัง

“เอ่อ...” ซินเป่ยกำลังจะพูดบางอย่างแต่ถูกเกาเหวินซินขัดจังหวะก่อน “เชาถิง เขาถูกที่เขี่ยบุหรี่ฟาดก็เพราะฉัน” เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับซินเป่ยที่เป็นถึงทหารระดับสูงแต่กลับถูกที่เขี่ยบุหรี่ฟาดหัว

เลิ่งเชาถิงปรายตามองเธอแค่แวบเดียว จากนั้นก็เงียบไป

“หยูเหวินจิงใช้ที่เขี่ยบุหรี่ทำร้ายพี่เหรอคะ?” กู้หนิงถาม

“ใช่” เกาเหวินซินกัดฟันตอบ

“แล้วตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?” กู้หนิงถามอีกครั้ง

“พี่เตะเธอไปเต็มแรง น่าจะเจ็บมากทีเดียว” เกาเหวินซินตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้น

กู้หนิงก็คิดว่าไม่ผิดเหมือนกัน ถ้าหากเธอเป็นเกาเหวินซิน เธออาจลงมือรุนแรงมากกว่านี้อีก

หมอจัดการกับบาดแผลบนศีรษะของซินเป่ยเสร็จแล้ว ขณะที่กำลังจะใส่ยา กู้หนิงก็บอกว่าหยุดก่อน และหยิบขวดพลังคริสตัลออกมา เธอเทน้ำเข้าไป และทาลงบนแผลของซินเป่ย

ด้วยสมรรถภาพทางกายที่แข็งแรงของซินเป่ย จึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องกินยา ดังนั้นกู้หนิงจึงนำมาทาที่บาดแผลภายนอกของเขาแทน

หมอพยายามห้ามกู้หนิงเพราะเธอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ตัวซินเป่ยซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บอนุญาต ดังนั้นหมอจึงทำอะไรไม่ได้และปล่อยให้กู้หนิงทำตามที่เธอต้องการ ไม่นานเลือดที่แผลก็หยุดไหลซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่หมอ

“ไม่น่าเชื่อ” หมอเบิกตากว้าง เขาหันไปหากู้หนิงและถามเธอด้วยความสงสัย “คุณหนู ขอทราบได้ไหมว่ายาตัวนี้เป็นยาประเภทไหน? มันได้ผลดีมากเลยทีเดียว”

“ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ได้มาจากเพื่อนอีกที” ในเมื่อกู้หนิงตอบแบบนั้น หมอก็ไม่ได้เซ้าซี้อยากจะรู้ให้ได้

“หนิงหนิง ตอนนี้แผลของเขาเป็นยังไงบ้าง?” เกาเหวินซินถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ แต่ฉันคิดว่าทีซีสแกนดูสักหน่อยน่าจะดีกว่า”

หลังจากนั้นซินเป่ยก็ไปทำทีซีสแกน

ไม่นานผลทีซีสแกนก็ออกมา หมอบอกว่าซินเป่ยไม่เป็นอะไรมาก แต่นอนที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนก่อนเพื่อดูอาการดังนั้นซินเป่ยจึงต้องอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน

เลิ่งเชาถิงต้องกลับไปที่บ้านตระกูลเลิ่ง ดังนั้นกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงจึงไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลนาน

กู้หนิงพูดว่า “เขาบาดเจ็บก็เพราะพี่ พี่ควรอยู่โรงพยาบาลคอยดูแลเขานะคะ เชาถิงกับฉันจะกลับไปก่อน”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา”

“นี่ค่ะ เอาไว้ทาตอนบ่ายและตอนเย็นนะคะ” กู้หนิงยื่นขวดยาให้เกาเหวินซิน

“ขอบใจมาก” เกาเหวินซินรับขวดยามาประหนึ่งว่ายานี้เป็นของล้ำค่า

เมื่อกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงกลับไปแล้ว เกาเหวินซินก็รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยเมื่ออยู่กับซินเป่ยตามลำพัง “เอ่อ ฉันดูแลคนอื่นไม่เก่งเท่าไหร่ ถ้าคุณอยากได้อะไรก็บอกฉันตรงๆได้เลยนะ”

“ขอบคุณ” ซินเป่ยยิ้มในใจ

“ฉันต่างหากที่ควรขอบคุณ”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมรู้สึกผิดที่คุณถูกคุกคามเพราะผม” ซินเป่ยรู้สึกเสียใจจริงๆ

“ช่างเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ คุณอยากกินแอปเปิ้ลไหม? ฉันช่วยปอกให้ได้นะ”

“ขอบคุณมาก” ไม่พูดเปล่า เขายังยิ้มให้เธอ

เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใส เกาเหวินซินก็หน้าแดงและรีบหันหน้าหนีเผื่อว่าเขาจะสังเกตเห็น แต่ไม่ทันแล้ว เขาเห็นหน้าเธอแดงแล้ว

ซินเป่ยไม่ใช่คนประสีประสาเรื่องความรัก เขารู้ว่าเธอหน้าแดงเพราะเธอชอบเขา ใจอยากจะถามออกไปตรงๆ แต่กลัวว่าเธอจะหงุดหงิดขึ้นมา เขาเลยตัดสินใจให้มันค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน

ขณะปอกแอปเปิ้ล เกาเหวินซินทำมีดบาดมือตัวเองและส่งเสียงร้องออกมา

“เป็นอะไรไหม?” ซินเป่ยกระโดดจากเตียง เมื่อเห็นนิ้วเธอถูกมีดบาด เขาก็ใจเสีย

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ทำมีดบาดนิ้วเฉยๆ” เกาเหวินซินไม่ใช่หญิงสาวบอบบาง ก็แค่มีดบาดนิ้ว ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร

“แต่เลือดคุณไหล!” ซินเป่ยหน้าบึ้ง

“ยาที่กู้หนิงให้คุณอยู่ที่ไหน?” ซินเป่ยถาม

“ฉันขอยากับที่พันแผลกับพยาบาลได้ค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ ยาที่หนิงหนิงให้มานั่นสำหรับแผลของคุณ” เกาเหวินซินคิดว่าแผลที่นิ้วของเธอเทียบไม่ได้กับแผลที่ศีรษะของซินเป่ยเลยสักนิดเดียว

ตอนที่ 640 ค้นตัว

“เอามาให้ผม หรือคุณจะให้ผมค้นตัวคุณ?” ซินเป่ยสบตากับเธอ

เกาเหวินซินแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง และหน้าของเธอก็แดงอีกครั้ง

ซินเป่ยรอคำตอบอยู่สองสามวินาที เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนนิ่งอยู่เฉยๆ เขาก็พูดว่า “คุณเงียบ แสดงว่าอยากให้ผมค้นตัวคุณสินะ” พูดจบเขาก็เดินเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว

“ให้ก็ได้” เกาเหวินซินยอมแพ้ เธอล้วงเอาขวดยาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและซินเป่ยก็รับขวดยาไป จากนั้นก็ทายาที่นิ้วของเธอ

เมื่อเห็นเขาเป็นห่วงเป็นใย หัวใจของเธอก็เต้นเร็วอีกครั้งและเธอก็ชอบความรู้สึกนี้มาก

เมื่อยาสัมผัสกับแผลที่นิ้วมือ เกาเหวินซินรู้สึกถึงความเย็นที่ไหลเข้ามา ภายในไม่กี่วินาที ความเจ็บปวดก็ลดลง เลือดก็หยุดไหลและแผลที่บาดก็หายเป็นปกติเช่นกัน เหลือเพียงเส้นบางๆบนนิ้วของเธอ

ถึงจะรู้ว่ายาของกู้หนิงมีประสิทธิภาพมาก ซินเป่ยและเกาเหวินซินก็ยังอดทึ่งไม่ได้

ในจังหวะนั้นเองประตูถูกเปิดออกอย่างแรง และผู้ชายวัยสามสิบก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง เมื่อเห็นซินเป่ยยืนแนบชิดเกาเหวินซิน เขาก็โมโหมากกว่าเดิม “ซินเป่ย แกกล้าดียังไงมาทำร้ายน้องสาวของฉันแบบนั้น?” พูดจบ เขาก็พุ่งตัวมาจะต่อยซินเป่ย

ซินเป่ยกลัวว่าเขาจะทำร้ายเกาเหวินซินไปด้วย จึงล็อคตัวพี่ชายของหยูเหวินจิงเอาไว้

“ซินเป่ย แกปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เขาดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ไร้ประโยชน์ “ซินเป่ย ไอ้ลูกหมา! แกยังเป็นผู้ชายอยู่ไหมวะ? แกกล้าปล่อยให้ผู้หญิงอื่นเตะน้องสาวของฉันได้ยังไง? ต่อให้แกเลิกกับน้องฉันไปแล้ว แกก็ไม่ควรเลือดเย็นกับน้องสาวฉันแบบนี้!”

“หยูเหวินคัง ฉันคิดว่านายเป็นคนอ่อนไหวพอควรแต่นึกไม่ถึงว่านายจะไม่รู้ถูกผิด นายเห็นแค่น้องสาวของนายบาดเจ็บ แต่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นรึยังล่ะ?” ซินเป่ยถามคืนด้วยความโมโห

หยูเหวินคังเป็นพี่ชายของหยูเหวินจิง และเขาก็เข้ามาสร้างปัญญาถึงที่นี่ทันทีที่ได้ยินว่าน้องสาวของตัวเองถูกผู้หญิงเตะ

“ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง แกก็ไม่ควรมองดูผู้หญิงอื่นเตะน้องสาวของฉันโดยที่ไม่ทำอะไร! เหวินจิงรักแกมาก และนี่หรือคือสิ่งที่แกทำกับเธองั้นเรอะ?” หยูเหวินคังเถียงแทนน้องสาว ราวกับว่าซินเป่ยไม่คู่ควรกับความรักของน้องสาวของเขา

“การที่ฉันอยู่กับน้องสาวของนายคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต” ซินเป่ยพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเยาะหยันว่า “หยูเหวินคัง ฉันพนันได้เลยว่านายต้องอยากรู้แน่ว่าน้องสาวของนายเป็นผู้หญิงแบบไหน ฉันก็ไม่ได้อยากตัดสินเธอหรอกนะ แต่ขอร้องล่ะ ช่วยบอกเธอให้เลิกคุกคามเพื่อนของฉันได้แล้ว วันนี้เธอขว้างที่เขี่ยบุหรี่ใส่เพื่อนของฉันก่อนต่อหน้าคนมากมาย ถ้านายเป็นฉัน  นายจะปล่อยให้คนแปลกหน้ามาทำร้ายโดยที่ยืนอยู่เฉยๆงั้นเหรอ?”

“อะไรนะ?” หยูเหวินคังตกใจ เขาไม่รู้เลยว่าหยูเหวินจิงทำอะไรลงไป หยูเหวินจิงบอกเขาแค่ว่าผู้หญิงที่อยู่กับซินเป่ยเป็นคนเตะเธอจนเจ็บหนักแบบนี้

หยูเหวินคังทราบดีว่าน้องสาวของเขาเป็นคนทิ้งซินเป่ยก่อน และเขาก็สนับสนุนน้องสาวให้เอาซินเป่ยกลับคืนมาหลังจากรู้ว่าซินเป่ยเป็นนายทหารระดับสูง เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวก็จริงแต่ไม่ได้บังคับน้องสาวให้ตามตื้อซินเป่ยไม่หยุดหย่อนแบบนี้

ที่เขาโกรธมากเพราะคิดว่าเธอถูกผู้หญิงของซินเป่ยทำร้าย ถ้าสิ่งที่ซินเป่ยพูดเป็นความจริง ก็เป็นความผิดของหยูเหวินจิง พอเขาระงับสติอารมณ์ได้แล้ว เขาก็มองไปที่ศีรษะของซินเป่ยที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ ซินเป่ยคงปกป้องผู้หญิงคนนี้ตอนที่น้องสาวของเขาขว้างที่เขี่ยบุหรี่ใส่เธอ

“นายแน่ใจนะ?” หยูเหวินคังถามด้วยความเคลือบแคลงใจ

“นายไปเช็คกล้องวงจรปิดที่ร้านคาเฟ่ได้เลย” พูดจบ ซินเป่ยก็ปล่อยตัวหยูเหวินคังให้เป็นอิสระ

หยูเหวินคังไม่พูดอะไรอีก และหมุนตัวกลับเดินออกไป

“เดี๋ยวก่อน” ซินเป่ยเรียกเขา “บอกน้องสาวนายด้วยว่าอย่าได้มาก่อกวนหรือคุกคามเพื่อนของฉันอีก เพื่อนของฉันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมายุ่งด้วยได้ ถ้าหากยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งน้องสาวและครอบครัวของนายแบกรับผลที่ตามมาไม่ได้แน่นอน”

หยูเหวินคังหน้าถอดสี เขาเชื่อซินเป่ยและรู้ว่าซินเป่ยคงไม่โกหกเขา ยิ่งไปกว่านั้นคือซินเป่ยเป็นนายทหารระดับสูงและย่อมรู้จักกับคนสำคัญมากมาย ครอบครัวของเขาเป็นแค่ครอบครัวคนธรรมดาทั่วๆไป ไม่กล้ามีเรื่องกับพวกคนรวยหรือมีอำนาจ

หลังจากที่ออกมาจากห้องของซินเป่ย เขาไม่ได้ไปที่คาเฟ่ แต่มาหาหยูเหวินจิงที่ห้องผู้ป่วยอีกห้อง และบอกเธอถึงสิ่งที่ซินเป่ยบอกเขา

หยูเหวินจิงไม่ได้ปฏิเสธว่าเธอเป็นคนลงมือทำร้ายเพื่อนของซินเป่ยก่อน และหยูเหวินคังก็โมโหเธอมาก

“หยูเหวินจิง ทางที่ดีเธอหยุดตอนนี้จะดีกว่า ผู้หญิงที่เธอไปหาเรื่องด้วยมาจากครอบครัวที่มีเงินและอำนาจ ถ้าขืนเธอยังไปก่อกวนไม่หยุดหย่อน ครอบครัวของเราจะพลอยซวยไปด้วย!” หยูเหวินคังเตือนน้องสาว

หยูเหวินจิงที่สติสตังกลับมาแล้วก็เกิดกลัวขึ้นมา อย่างไรก็ตามเธอไม่อยากยอมแพ้ไปแบบนี้ แต่ว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้

เลิ่งเชาถิงขับรถไปส่งกู้หนิงที่บ้านของเขาก่อน จากนั้นเขาจะขับรถไปที่บ้านตระกูลเลิ่ง

เลิ่งเชาถิงบอกกู้หนิงให้รอเขากลับมากินข้าวด้วย แต่กู้หนิงคิดว่าเขาควรอยู่ทานข้าวกับคุณปู่ของเขาก่อน

ยืดเยื้อกันอยู่นาน ในที่สุดเลิ่งเชาถิงก็รับปากว่าจะอยู่ทานข้าวกับคุณปู่

ก่อนที่เลิ่งเชาถิงจะออกไป กู้หนิงให้ทองคำแปดแท่งแก่เขาและบอกเขาว่ามันเป็นของขวัญสำหรับคุณปู่เลิ่ง แม้ว่าทองคำจะไม่มีค่ามากนักในทุกวันนี้ แต่ทองคำแท่งโบราณเป็นของสะสมล้ำค่า

เลิ่งเชาถิงเข้าใจว่ากู้หนิงได้มาจากหลุมฝังศพโบราณ ดังนั้นเขาจึงไม่ถามอะไรเพิ่มเติม

จบบทที่ ตอนที่ 639 - 640: บาดนิ้ว, ค้นตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว