เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 641 - 642: ปู่ VS แฟน,  พบกับเลิ่งเชาเจี๋ย

ตอนที่ 641 - 642: ปู่ VS แฟน,  พบกับเลิ่งเชาเจี๋ย

ตอนที่ 641 - 642: ปู่ VS แฟน,  พบกับเลิ่งเชาเจี๋ย 


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 641 ปู่ VS แฟน

เมื่อเลิ่งเชาถิงกลับไปที่บ้านตระกูลเลิ่งแล้ว กู้หนิงก็ท่องโลกออนไลน์เพื่อดูปฏิกิริยาของผู้คนที่มีต่อหยกบิวตี้ หลังจากนั้นก็โทรหากู้ม่าน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

กู้ม่านบอกเธอว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

กู้หนิงไม่ได้ถามแม่เรื่องพ่อ เพราะเธอคิดว่าปล่อยให้พวกท่านจัดการกันเองดีกว่า และไม่ลืมบอกเรื่องสกินแคร์จะมาถึงเมือง F ในอีกสองวัน

หลังจากวางสายกับกู้หนิง กู้ม่านก็โทรหากู้ชิงและบอกว่าสกินแคร์จะถึงเมือง F เร็วๆนี้

กู้หนิงนอนพักอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินทางไปที่บริษัทของเธอ

ที่ร้านขายยาของโคเลน แม้ว่าตอนนี้จะมีลูกค้าไม่มากเหมือนในช่วงเช้า แต่ก็ยังเป็นที่นิยม มีลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ข่ายเหยาเฟิงเป็นทายาทของซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอล เขาเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 24 ปี และแฟนสาวของเขาลากเขาไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในร้านโกวจื่อด้วย เมื่อข่ายเหยาเฟิงสังเกตเห็นร้านขายยาของโคเลนที่อยู่ถัดจากร้านโกวจื่อ เขาก็ประหลาดใจ

พ่อของเขาทำลายธุรกิจของโคเลนไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ยาของพวกเขาไม่ผ่านการทดสอบนี่นาและเกือบจะล้มละลายอยู่รอมร่อ ทำไมโคเลนถึงได้มาเปิดร้านที่นี่ตอนนี้และกลายเป็นที่นิยม? พวกเขาจัดการนำยาออกสู่ตลาดได้อย่างไร? หรือว่าโคเลนมีเจ้าของคนใหม่แล้ว?

ข่ายเหยาเฟิงไม่สามารถเข้าใจได้ จากนั้นหนิงชางไค่ก็เดินผ่านประตูเข้าไป ข่ายเหยาเฟิงตกใจและโทรหาพ่อของเขาทันที

“พ่อครับ ไหนพ่อบอกว่าทำลายธุรกิจของโคเลนแล้วยังไงล่ะครับ? ร้านของพวกมันยังเปิดอยู่เลย เมื่อกี้ผมเห็นหนิงชางไค่ด้วย”

“อะไรนะ? ร้านของโคเลนเปิดงั้นเรอะ และแกเพิ่งเห็นหนิงชางไค่?” พ่อของข่ายเหยาเฟิง ‘ข่ายฉินอี้’ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “แกแน่ใจนะ?”

ข่ายฉินอี้ไม่สามารถยอมรับได้ เขาติดสินบนหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว และโคเลนจะไม่มีวันผ่านการควบคุมยา เพราะเหตุนั้น โคเลนจึงเกือบล้มละลาย แต่ทำไมจู่ๆ พวกมันถึงได้เปิดร้านขึ้นมาล่ะ? ใครเป็นคนช่วยหนิงชางไค่?

“ครับ ผมแน่ใจ! แปบนะครับ เดี๋ยวผมส่งรูปให้พ่อดู” ข่ายเหยาเฟิงเอ่ย จากนั้นก็ถ่ายรูปหนิงชางไค่และร้านขายยาของโคเลนก่อนจะส่งให้พ่อของเขา

เมื่อเห็นรูปถ่าย ข่ายฉินอี้ก็ตกตะลึง เขาโทรหาหัวหน้าสำนักงานของ SFDA ทันที แต่ไม่มีใครรับสาย ข่ายฉินอี้อารมณ์เสียเพราะเขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติถ้าหากไม่มีใครรับสายของเขา เขากังวลว่าจะถูกเปิดโปง ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะเห็นหนิงชางไค่ทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเขา

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาต้องทำอะไรบางอย่าง เขาโทรหาเลขาและสั่งว่า “ไปรวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโคเลนและพยายามติดต่อหัวหน้าสำนักงานของ SFDA เดี๋ยวนี้!” เขาอยากรู้ว่าหัวหน้าสำนักงานทรยศเขาหรือไม่

“ครับท่าน” เลขาของเขารับคำสั่งอ

เมื่อเลิ่งเชาถิงมาถึงที่บ้านตระกูลเลิ่ง นายท่านเลิ่งก็อยู่ที่บ้านเพียงลำพังเพราะสมาชิกคนอื่นๆออกไปทำงานหรือไม่ก็ไปเรียนหนังสือ

วันนี้เป็นวันที่มีแดดออก นายท่านเลิ่งจึงออกมาเดินเตร่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านและเห็นหลานชายคนโตเดินเข้ามา

แม้ในใจจะดีใจที่เห็นหน้าหลานสุดที่รัก แต่ก็ว่างท่าทำหน้าเคร่งขรึม “ไม่เห็นหน้าแกตั้งนาน ปู่นึกว่าแกจะไปหาแฟนซะอีก ไม่นึกว่าจะยังจำได้ว่ายังมีปู่คนนี้อยู่”

“ผมเจอเธอมาแล้วครับ” เลิ่งเชาถิงเอ่ย ไม่สนใจว่าคำพูดของตนจะทำร้ายความรู้สึกของปู่ตัวเองหรือไม่

คำพูดของหลานสุดที่รักทำเอาคนเป็นปู่เสียใจ ตอนแรกเขาดีใจที่หลานมาหา แต่พอได้ยินคำพูดของหลานเขาก็เสียใจ ใช่สิตอนนี้แฟนสำคัญกว่าปู่แล้วสิ!

“นี่ครับ ของฝากจากหนิงหนิงถึงคุณปู่” เลิ่งเชาถิงส่งกล่องไม้ให้ปู่

นายท่านเลิ่งมีกำลังใจขึ้นทันทีและหยิบกล่องไป เขาเปิดออกและเห็นทองคำแท่งอยู่ข้างใน ทองคำแท่งเหล่านี้มีตัวอักษรอย่างประณีตพร้อมเครื่องหมายของราชวงศ์ถัง ซึ่งหมายความว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง แม้ว่านายท่านเลิ่งจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ แต่เขาเชื่อว่าแฟนของหลานจะไม่ส่งของปลอมมาให้เขา

นายท่านเลิ่งตื่นเต้นมากที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้จากหลานสะใภ้ของเขา

“แฟนของหลานช่างเป็นเด็กที่ดีจริงๆ” นายท่านเลิ่งกล่าวชม

ได้ยินเช่นนั้น เลิ่งเชาถิงก็มีความสุข

อันที่จริงกู้หนิงยังคงรู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะเธอเก็บเงินจากนายท่านเลิ่งสำหรับของเก่าในร้านของเธอ ดังนั้นเธอจึงส่งของขวัญนี้ให้เขาเพื่อชดเชย เธอรู้ว่านายท่านเลิ่งไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เธอก็ยังคิดว่าควรส่งของขวัญให้ท่านอีกครั้งดีกว่า

กู้หนิงยังรู้ด้วยว่าท่านชอบภาพวาด ดังนั้นเธอจึงคิดจะมอบภาพวาดของถังหยินตอนที่เธอกับท่านได้พบกันอย่างเป็นทางการ

“เข้าไปคุยกันข้างในห้องหนังสือ” นายท่านเลิ่งเอ่ย จากนั้นก็เดินไปที่ห้องหนังสือตามมาด้วยเลิ่งเชาถิง

“สืบเรื่องของตระกูลเจินไปถึงไหนแล้ว?” นายท่านเลิ่งถามเมื่อพวกเขาอยู่ในห้องหนังสือแล้ว

“ผมได้ส่งสายลับไปแฝงตัวที่แก๊งคิริน และตอนนี้เขาทำงานให้กับหลงเทียนหู แต่ยังไม่ได้รับหลักฐานใดๆ ตระกูลเจินนั้นระมัดระวังตัวอย่างมาก เราต้องอดทนต่อไปครับ” เลิ่งเชาถิงเอ่ย

ตอนที่ 642  พบกับเลิ่งเชาเจี๋ย

หากพวกเขาจะกำจัดตระกูลเจิน พวกเขาจะต้องรอโอกาสที่ดีที่สุด เลิ่งเชาถิงจะไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาอยู่รอด พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าตายเพราะศัตรูของพวกเขารอดชีวิตมาได้ และเขาจะไม่ทำผิดพลาดอีก

“แกพูดถูก” นายท่านเลิ่งถอนหายใจ

“อ้อ แล้วครั้งนี้แกจะอยู่กับปู่นานแค่ไหนล่ะ?” นายท่านเลิ่งถาม

“กินข้าวเสร็จก็ไปแล้วครับ ผมมีเรื่องต้องไปจัดการต่อ” เรื่องที่จัดการต่อคือกู้หนิงนั่นเอง

“ทำไมต้องรีบร้อนอะไรขนาดนั้น?” นายท่านเลิ่งผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้หลานชายไป

ที่โรงพยาบาล

เกาเหวินซินจำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของไอ่ซินหยู จนกระทั่งเธอได้รับโทรศัพท์ประมาณห้าโมงเย็น เธอมาที่เมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน แต่ตอนนี้เธอกลับหายตัวไป! แต่จะให้เธอทิ้งซินเป่ยไว้ที่โรงพยาบาลคนเดียวก็ดูไม่เหมาะ

เมื่อเห็นเกาเหวินซินกระสับกระส่าย ซินเป่ยก็ถามเธอว่า "เกิดอะไรขึ้น?"

“อ๋อ วันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนฉันน่ะ” เกาเหวินซินตอบเสียงอ่อย

“อ้อ งั้นเหรอ คุณไปเถอะ ไม่ต้องห่วงผม” ซินเป่ยเข้าใจว่าเธอลังเลเพราะเขา

คุณแน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้?” เกาเหวินซินรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอรับปากว่าจะดูแลเขา แต่เธอกำลังจะทิ้งให้เขาอยู่คนเดียว

“ถ้าคุณห่วงผม หลังจบงานเลี้ยงค่อยกลับมาก็ได้” อันที่จริง เธอไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดเวลา แต่เขามีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ

“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวคืนนี้ฉันกลับมานะ” เกาเหวินซินเอ่ย “โอ้ คุณอยากกินอะไรไหม? เดี๋ยวฉันช่วยสั่งให้”

ซินเป่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “อืม ว่ากันว่าสิ่งที่กินเข้าไปช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ผมคิดว่าผมต้องพัฒนาสมองตอนนี้ ดังนั้นโปรดช่วยสั่งแกงหัวปลาให้ด้วย”

“ฮ่า ฮ่า” เกาเหวินซินหังเราะเสียง “ได้เลย!”

เธอโทรไปที่โรงแรมฮวงเติ้งและบอกพวกเขาให้เตรียมแกงหัวปลาและส่งมาที่โรงพยาบาล

ขณะที่คุยโทรศัพท์ เธอก็ยิ้มแย้มไปด้วย รอยยิ้มของเธอทำเอาซินเป่ยถึงกับตะลึงงัน

หกโมงเย็น สมาชิกคนอื่นๆ ก็กลับบ้านหลังเลิกงาน ครอบครัวของเลิ่งหยวนเฉียนไม่พอใจที่เห็นเลิ่งเชาถิงอยู่ที่บ้านและมีเพียงครอบครัวของเลิ่งหยวนเจินเท่านั้นที่ทักทายเขาอย่างใจดี

เลิ่งเชาถิงทักทายพวกเขากลับแบบเดียวกัน

เลิ่งเชาซุนและเลิ่งเชาซีอยู่ที่มหาวิทยาลัย ส่วนเลิ่งเชาเจี๋ยกำลังสนุกสนานกับเพื่อนๆ ของเธอ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงไม่อยู่

กู้หนิงออกไปกินข้าวกับซ่งหมานหนี่และเซี่ยอี้ฉู่

เซี่ยอี้ฉู่อยู่ในเมืองหลวงมาสองสามวันแล้ว และในที่สุดเธอก็มีโอกาสได้พบกู้หนิง กู้หนิงเป็นไอดอลของเธอ ไม่ใช่แค่เรื่องที่กู้หนิงช่วยเธอเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะข่าวเกี่ยวกับกู้หนิงด้วย

เนื่องจากข่าวเกี่ยวกับกู้หนิง นักข่าวหลายคนต้องการสัมภาษณ์เธอและแม้แต่ไปโรงเรียนของเธอ น่าเสียดายที่กู้หนิงไม่อยู่ และอาจารย์ใหญ่ปฏิเสธที่จะให้หมายเลขโทรศัพท์ของกู้หนิงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกู้หนิงก่อน

เซี่ยอี้ฉู่ยังขอบคุณกู้หนิงสำหรับครีมบำรุงผิวที่ส่งมาให้เธอ

แม้ว่าตอนนี้เซี่ยอี้ฉู่จะยังไม่ได้เดบิวต์ และเธอสามารถออกไปเที่ยวได้ทุกที่ทุกเวลาที่เธอต้องการ แต่เมื่อมีชื่อเสียงแล้ว เธอก็จะไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว

พวกเธอไม่ได้ไปทานข้าวในโรงแรมหรู แต่ไปที่ย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มันไม่ได้อยู่ไกลจากตึกออฟฟิศของกู้หนิงมากเท่าไหร่ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็มาถึงแล้ว

กู้หนิงยังคงใช้รถของเฉินข่ายอี้ เนื่องจากว่าเธอบริษัทของเธอยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เอารถมาใช้งาน

ย่านการค้าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีร้านค้าที่มีชื่อเสียงมากมายตามท้องถนน

มีอาหารอร่อยมากมายที่นี่ ให้บริการอาหารแบบดั้งเดิมที่หลากหลายและอาหารหน้าตาแปลกใหม่

พวกเธอไม่รู้จะทานอะไรจึงพากันเดินดูรอบๆว่ามีอะไรน่าทานบ้าง ในที่สุดก็เจอร้านหม้อไฟแบบท้องถิ่น แม้ว่าจะไม่มีห้องส่วนตัว ทุกคนต้องนั่งทานรวมกันในห้องใหญ่ ร้านก็ยังได้รับความนิยมมาก

“สวัสดีค่ะ มีโต๊ะว่างไหมคะ?” กู้หนิงถาม

“คุณหนู วันนี้คุณโชคดีมากเลยค่ะ มีโต๊ะว่างหนึ่งโต๊ะพอดี” พนักงานตอบกู้หนิงพร้อมกับรอยยิ้ม

“งั้นฉันจองแล้วกัน” กู้หนิงยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเธอ

กู้หนิงหันกลับไปมอง ผู้หญิงคนนั้นมากับเพื่อนอีกสองคน อายุประมาณยี่สิบต้นๆ

กู้หนิงจ้องตรงไปที่ผู้หญิงที่เพิ่งจองโต๊ะตัดหน้าเธอ ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก แต่มีโหงวเฮ้งไม่ดี ใบหน้าของเธอผอมเพรียวด้วยโหนกแก้มและคางที่แหลมคม นอกจากนี้ยังมีรอยย่นตรงกลางคิ้ว โหงวเฮ้งของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ใช่คนจิตใจดี แม้ว่าโหงวเฮ้งโหงวเฮ้งจะไม่ได้หมายถึงทุกอย่าง กู้หนิงก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนก้าวร้าว หยาบคายและอารมณ์ร้อนจากพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของเธอ

“ขอโทษนะคะ แต่พวกเรามาก่อนคุณ” กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฉันไม่ได้ยินว่าเธอจองก่อนนะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดและมองมาที่กู้หนิงสายตารังเกียจ ผู้หญิงคนนั้นก็คือเลิ่งเชาเจี๋ย

เลิ่งเชาเจี๋ยแย่งโต๊ะกับกู้หนิงไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบกู้หนิง แต่เพราะเธอคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญและตอนนี้เธอก็หิวมาก

“ตลกแล้ว ฉันเพิ่งถามพนักงานว่ามีโต๊ะว่างไหมและกำลังจะจองโต๊ะ แต่คุณดันพูดแทรกขึ้นมาก่อน”

“คุณคะ กรุณารอสักครู่ได้ไหมคะ? ลูกค้าบางโต๊ะกำลังจะทานเสร็จแล้ว มีโต๊ะว่างเมื่อไหร่ ดิฉันจะรีบแจ้งค่ะ” พนักงานร้านพูดกับเลิ่งเชาเจี๋ย

“ไม่ ฉันต้องการโต๊ะว่างตอนนี้” เลิ่งเชาเจี๋ยไม่ยอม

จบบทที่ ตอนที่ 641 - 642: ปู่ VS แฟน,  พบกับเลิ่งเชาเจี๋ย

คัดลอกลิงก์แล้ว