- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 635 - 636: เกาเหวินซินและซินเป่ย, ต่อยหน้าเธอหากคุณโกรธ
ตอนที่ 635 - 636: เกาเหวินซินและซินเป่ย, ต่อยหน้าเธอหากคุณโกรธ
ตอนที่ 635 - 636: เกาเหวินซินและซินเป่ย, ต่อยหน้าเธอหากคุณโกรธ
ตอนที่ 635 เกาเหวินซินและซินเป่ย
ไม่นานเกาเหวินซินก็เดินเข้ามา เธอไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างในเยอะมากขนาดนี้ ดังนั้นจึงชะงักไปนิดนึงตอนเปิดประตู
เมื่อประตูถูกเปิด ทุกคนก็หันไปมองเธอ
ความอิจฉาริษยาพาดผ่านดวงตาของตี้ลูน่าเมื่อเธอเห็นผู้หญิงอีกคนที่สวยกว่าเธอปรากฏตัวขึ้น
“ยังมีที่นั่งว่างอีกเยอะ เลือกนั่งได้ตามสบายเลยค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
เกาเหวินซินเดินเข้ามา เมื่อซินเป่ยปรากฏตัวเข้าสู่สายตาของเธอ เธอก็ทำหน้าประหลาดใจและรู้สึกประหม่านิดหน่อยแต่ภายในใจนั้นรู้สึกยินดีนิดๆ
ทว่าเมื่อเห็นเขาและซู่จินเฉินล้อมรอบไปด้วยผู้หญิงหลายคน เธอก็ไม่พอใจขึ้นมา “อุ้ยแหม หนุ่มโสดสองคนมีสาวสวยหลายคนมานั่งทานข้าวด้วย ช่างโชคดีอะไรแบบนี้!”
เกาเหวินซินเลือกนั่งห่างจากคนอื่นๆ ในห้องเท่าที่จะทำได้ มีที่นั่งว่างเจ็ดที่นั่ง เธอเลือกนั่งตรงกลางและสองข้างเธอก็เป็นที่นั่งว่างเปล่า
ได้ยินคำพูดประชดประชันของเกาเหวินซิน ทุกคนก็ขมวดคิ้ว ผู้หญิงบางคนไม่ชอบเธอขึ้นมาทันที
“พวกเธอเป็นเพื่อนของฉินหยินและผมไม่รู้จักพวกเธอสักคนเดียว” ซินเป่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากถูกเข้าใจผิด กระนั้นก็ฟังดูค่อนข้างหยาบคายนิดหน่อย
พอได้ยินเช่นนี้ เกาเหวินซินก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ชอบวิธีที่เกาเหวินซินพูดถึงพวกเธอ ดังนั้นเธอจึงแกล้งทำเป็นว่าล้อเล่นและพูดว่า “คุณพูดถูกค่ะ แม้ว่าคุณซินจะไม่รู้จักพวกเราสักคน แต่เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้รับประทานอาหารกับกลุ่มสาวสวยเช่นพวกเรา”
“ใช่แล้วค่ะ คุณซิน คุณไม่คิดว่าตัวเองโชคดีหรือคะวันนี้?” หญิงสาวอีกคนก็เอ่ยเสริมขึ้นมา
ทั้งสองคนพูดด้วยน้ำเสียงล้อเล่น และไม่ได้จับผิดกับพฤติกรรมของเกาเหวินซิน ดังนั้นคนอื่นๆ ต่างก็คิดว่าพวกเธอแค่พูดเล่น แม้แต่ซินเป่ยก็ไม่คิดว่ามันไม่เหมาะสมแต่อย่างใด แต่ไม่ใช่เกาเหวินซิน เธอสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่รุนแรงต่อเธอและรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันใด
"วันนี้เป็นวันดีของคุณซิน แต่ฉันคิดว่าคุณซินควรจัดการกับเรื่องอื่นก่อนที่เขาจะเริ่มเพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้กับผู้หญิงสวยๆ มากมาย” เกาเหวินซินกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
ซินเป่ยขมวดคิ้ว มองไปที่เกาเหวินซินด้วยแววตาสับสน “เรื่องอะไร?”
“เรื่องเกี่ยวกับหยูเหวินจิง” เกาเหวินซินแค่นเสียงเยาะ “ซินเป่ย ถึงแม้ว่าเราจะสะสางความเข้าใจผิดกันแล้ว ฉันเองก็ไม่อยากโทษคุณหรอกนะ”
“หยูเหวินจิงมาที่เมือง B เมื่อหลายวันก่อน และฉันบังเอิญเจอเธอที่ห้างสรรพสินค้า เธอด่าฉันโดยไม่มีเหตุผลและยังบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงชอบล่อลวงผู้ชาย ทั้งยังยืนกรานว่าเราสองคนเดตกัน ฉันปฏิเสธ แต่เธอไม่ยอมปล่อยไปและยังคุกคามฉัน ทั้งโทรและส่งข้อความมาด่าหลายครั้ง ฉันไม่รู้เลยว่าเธอไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน แต่ได้โปรดบอกให้เธอหยุดทีหรือจะให้ฉันต่อยหน้าเธอแทน” เกาเหวินซินพูดด้วยใบหน้าจริงจัง
เธอถูกหยูเหวินจิงคุกคามมาหลายวันแล้ว แม้ว่าหยูเหวินจิงไม่ใช่คู่ชกของเกาเหวินซิน แต่เธอก็ไม่พอใจและรำคาญมากที่ถูกก่อกวนและถูกคุกคามตลอดเวลา กาเหวินซินบล็อกเบอร์หยูเหวินจิงไปแล้ว หล่อนก็ยังใช้เบอร์อื่นโทรมาด่าเธอ
เธอมาที่เมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานวันเกิดเพื่อนรัก ไอ่ซินหยู และแน่นอนว่ามาเอาคืนหยูเหวินจิงด้วย
เมื่อเกาเหวินซินพูดจบ ทุกคนก็คิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างระหว่างเกาเหวินซินและซินเป่ย ไม่อย่างนั้นผู้หญิงที่ชื่อหยูเหวินจิงคงไม่คุกคามและก่อกวนเกาเหวินซินอย่างไม่หยุดหย่อน
หญิงสาวที่แอบชอบซินเป่ยก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขา ต่อให้พวกเธอชอบเขามากแค่ไหน แต่ก็ไม่ชอบผู้ชายที่เดตกับผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน
ซินเป่ยทำหน้าตกใจและถามออกไปว่า “เธอรู้ได้ยังไงว่าเราเดตกัน?”
ได้ยินแบบนั้น สาวๆคนอื่นในห้องก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีเรื่องบางอย่างระหว่างพวกเขาสองคนอย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้เดตกับคุณ!” เกาเหวินซินปฏิเสธเสียงแข็ง
คนอื่นๆรอบโต๊ะมองดราม่านี้อย่างเงียบๆ
ซินเป่ยรู้ตัวว่าพูดผิด เขาละล่ำละลักอธิบายว่า “ก็ไม่ใช่น่ะสิ ผมหมายถึงทำไมเธอถึงยืนกรานว่าเราเดตกัน?”
“เพื่อนของเธอเห็นเราที่งานโคมไฟและถ่ายรูปเราส่งไปให้เธอ” เกาเหวินซินเอ่ย
เกาเหวินซินรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เธออธิบายว่าเธอไม่ได้เดตกับซินเป่ยแต่ทำไมมันฟังเหมือนพวกเธอกำลังเดตกันอยู่ล่ะ?
“พวกเราไปเที่ยวกับครอบครัว ทำไมเธอถึงพูดว่าเราไปเดตกันด้วย?” ซินเป่ยไม่เข้าใจ
ทุกคนเข้าใจแล้วว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด
“ฉันไม่รู้!” น้ำเสียงของเกาเหวินซินฟังดูหงุดหงิดเต็มที
ทันใดนั้นกู้หนิงก็เปิดปากพูดว่า “บางทีเธออาจคิดว่าพวกคุณเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากก็ได้นะคะ”
ทั้งเกาเหวินซินและซินเป่ยต่างชะงักด้วยกันทั้งคู่ เกาเหวินซินรีบปฏิเสธทันที “ไม่จริง! หนิงหนิง เชาถิงปอกเปลือกกุ้งให้เธอตั้งหลายตัว ทำไมเธอไม่ตั้งใจกินไปล่ะ?”
ซินเป่ยไม่พอใจเล็กน้อยที่เกาเหวินซินปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนั้น เขาคิดว่าบางทีเธออาจเกลียดเขามาก
กู้หนิงหันไปมองเลิ่งเชาถิงและถามเขาด้วยใบหน้าใสซื่อว่า “ฉันพูดผิดหรือคะ?”
“เปล่า คุณพูดถูกแล้ว” เลิ่งเชาถิงตอบ
“เอ่อ ฉันเองก็คิดว่าซินเป่ยกับเหวินซินเป็นคู่ที่เหมาะกันดีเหมือนกัน” แม้แต่ซู่ฉินหยินก็ยังเห็นด้วย
“พ่อแม่ของพวกเขาก็ยังคิดเหมือนกันเลยค่ะ” กู้หนิงพูดอีกครั้ง
“หยุดเลยนะ!” เกาเหวินซินหน้าแดง
ซินเป่ยยังคงเงียบราวกับว่าเขาเองก็เห็นด้วย แน่นอนว่าเขารู้ว่าพ่อแม่ของเกาเหวินซินย่อมเห็นด้วย แต่ดูเหมือนว่าลูกสาวของพวกท่านไม่ชอบเขา
คนอื่นๆ รอบโต๊ะยังสังเกตเห็นเคมีระหว่างพวกเขา
ตอนที่ 636 ต่อยหน้าเธอหากคุณโกรธ
อาจจะเพราะความรู้สึกผิดหรืออย่างอื่น ซินเป่ยพูดกับเกาเหวินซินอย่างอ่อนโยนซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “ผมขอโทษสำหรับสิ่งที่เธอทำกับคุณ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรระหว่างเธอกับผมแล้ว”
เกาเหวินซินหยุดกิน เงยหน้ามองเขา “ยังไงก็ช่างเถอะ คุณช่วยบอกเธอให้เลิกก่อกวนฉันได้แล้ว ไม่งั้นครั้งหน้าฉันตั๊นหน้าเธอแน่ ฉันรู้ที่อยู่ของเธอแล้วด้วย”
“คุณจะต่อยเธอก็ได้นะ ที่เหลือผมจัดการต่อเอง” ซินเป่ยเอ่ย เขากำลังเอาใจเธอโดยไม่รู้ตัว
ผู้หญิงบางคนถึงกับกลัวเล็กน้อย
หัวใจของเกาเหวินซินเต้นเร็วขึ้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็น เธอชอบความรู้สึกที่ถูกสปอยแบบนี้ และไม่กล้ามองตาเขา
บ้าจริง! ทำไมจู่ๆเธอก็รู้สึกว่าการมีแฟนแบบซินเป่ยไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เมื่อคิดว่าบางทีเธออาจชอบเขา เธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เธอละสายตาจากเขาและจดจ่อกับอาหารตรงหน้า
เมื่อเห็นอากัปกิริยาเช่นนั้นของเธอ ซินเป่ยไม่แน่ใจว่าเกาเหวินซินเขินหรืออย่างไร แล้วทำไมเธอต้องเขินด้วยล่ะ? ซินเป่ยคิดว่าบางทีเกาเหวินซินอาจชอบตนเอง ก็รู้สึกยินดีและมีความสุขขึ้นมา
เมื่อพวกเขากำลังจะเพลิดเพลินกับอาหารอีกครั้ง โทรศัพท์ของเกาเหวินซินก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง มันเป็นเสียงเตือนข้อความ เกาเหวินซินอ่านข้อความจากหมายเลขแปลกๆ และมันเป็นภาษาหยาบคาย อารมณ์ของเธอพุ่งปรี๊ดขึ้นทันทีและพูดกับซินเป่ยว่า “ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ เธอเพิ่งส่งข้อความหยาบคายด่าฉันอีกแล้ว คุณอยากเคลียร์กับเธอไหม ไม่งั้นฉันจะไปต่อยเธอเดี๋ยวนี้จริงๆนะ”
ซินเป่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นพูดว่า “ผมจะไปกับคุณด้วย”
“คุณจะไปช่วยชี้แจงหรือจะไปต่อยเธอกับฉัน?”
ถ้าเขาจะแค่ชี้แจง เธอจะไม่ไปด้วยเผื่อว่ามันยิ่งเพิ่มความเข้าใจผิดไปอีก นอกเสียจากว่าเขาอยากไปต่อยหยูเหวินจิงกับเธอ แต่ผู้ชายอย่างเขาจะต่อยผู้หญิงหรือ?
“ไปชี้แจง ถ้าเธอไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไป คุณจะต่อยเธอก็ได้ตามแต่ใจคุณ” ซินเป่ยเอ่ย
“ฉันเห็นด้วยค่ะ” กู้หนิงพูดกับเกาเหวินซิน เธอคิดว่าบางทีซินเป่ยแค่อยากใช้เวลาอยู่กับเกาเหวินซินตามลำพัง
เกาเหวินซินและซินเป่ยก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและออกไปข้างนอกพร้อมกัน
“หนิงหนิง เธอจัดฉากพวกเขา!” ซู่ฉินหยินกระพริบตาใส่กู้หนิงและส่งยิ้มอย่างรู้ทันมาให้
กู้หนิงก็ยิ้มเช่นเดียวกันแต่ไม่ได้พูดอะไร
“เธอคิดว่าเหวินซินจะต่อยผู้หญิงที่ชื่อหยูเหวินจิงรึเปล่า?” ซู่ฉินหยินถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิคะ”
“คุณกู้ คุณคิดว่าเป็นความคิดที่ดีแล้วหรือคะที่สนับสนุนผู้หญิงให้ต่อยตีกัน? ไม่รู้หรือว่ามันผิดกฏหมาย?” ตี้ลูน่าตำหนิกู้หนิง
อันที่จริงเป็นความคิดของเกาเหวินซิน แต่ตี้ลูน่ากลับกล่าวโทษกู้หนิงว่ายุยงส่งเสริมเกาเหวินซิน ที่เธอตำหนิกู้หนิงก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอมีเมตตาและเน้นย้ำถึงความใจร้ายของกู้หนิง เธอหวังว่าเลิ่งเชาถิงจะประทับใจในตัวเธอ
สาวๆที่อยู่ในห้องก็คิดว่ามันไม่เหมาะสมที่กู้หนิงสนับสนุนเกาเหวินซินให้ชกผู้หญิงคนอื่น แต่พวกเธอรู้ว่ามันเป็นความคิดของเกาเหวินซิน
กู้หนิงรู้ว่าตี้ลูน่าหาเรื่องเธอ
“คุณตี้ ฉันพนันได้เลยว่าคุณต้องเป็นคนที่อดทนมากและยอมรับได้กับความเข้าใจผิด คำพูดหยาบคาย และการถูกคุกคามใช่ไหมคะ?” กู้หนิงกล่าวเบาๆ ทว่าค่อนข้างแดกดัน
ตี้ลูน่าไม่พอใจ ไม่ใช่แค่ตี้ลูน่า แต่คนอื่นๆต่างก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องที่ใครๆก็รับไม่ได้
กู้หนิงพูดต่อว่า “ในความเห็นของฉัน ไม่อยากให้ถูกปฏิบัติแบบไหนก็อย่าไปปฏิบัติแบบนั้นกับคนอื่น ถ้ามีใครกล้าทำร้ายฉัน ฉันจะเอาคืนให้สาสม” ฟังดูเหมือนเธอพูดถึงเกาเหวินซินแต่ยังเตือนตี้ลูน่ากลายๆ
ตี้ลูน่าไม่คิดว่ากู้หนิงจะรู้ว่าเธอแอบชอบเลิ่งเชาถิง ดังนั้นเธอจึงไม่เฉลียวใจว่าถูกเตือนอยู่
“ฉันเห็นด้วยนะ หยูเหวินจิงหาเรื่องใส่ตัวเอง” กู้อันนาโพล่งขึ้นมา
“เป็นฉันก็ทนไม่ได้เหมือนกัน” ซู่ฉินหยินเอ่ย แม้ว่าเธอจะไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ แต่ถ้ามีใครมาก่อกวนหรือคุกคามเธอ เธอก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆเหมือนกัน
ในเมื่อทั้งกู้อันนาและซู่ฉินหยินเห็นด้วยกับกู้หนิง ตี้ลูน่าก็ไร้คำพูด ว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน
หลังรับประทานอาหารเสร็จ แม้ว่าตี้ลูน่าจะไม่เต็มใจเห็นเลิ่งเชาถิงกลับไปพร้อมกับกู้หนิง เธอก็ทำอะไรไม่ได้
“นายจะไม่ไปทักทายคุณปู่ที่บ้านหน่อยเหรอ?” ซู่จินเฉินถามเลิ่งเชาถิงเพื่อย้ำเตือนเขา เขาควรไปเยี่ยมคุณปู่ก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อกลับมาเมืองหลวง แม้ว่าเขาจะอยากใช้เวลาทุกวินาทีอยู่กับกู้หนิงก็ตาม
ซู่จินเฉินไม่ได้ตัดสินใคร แต่คิดว่าไม่เหมาะที่เลิ่งเชาถิงจะไม่ไปหาปู่ของเขาเลย
เลิ่งเชาถิงนิ่งไปชั่วครู จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ไปหาคุณปู่เลย “อืม ฉันจะไปหาท่านทีหลัง”
หลังจากนั้นกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็กลับไปที่บ้านกับพวกเขา
ซินเป่ยโทรหาหยูเหวินจิงตอนที่เขาออกมาจากโรงแรม
เมื่อหยูเหวินจิงรับสาย เธอก็ตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่นเมื่อเขานัดเธอให้ไปเจอที่คาเฟ่
หยูเหวินจินคิดว่าซินเป่ยเปลี่ยนความคิดแล้ว และอยากให้เธอกลับไปอยู่ข้างกายเขาเหมือนเดิม
“เธอกำลังมา” ซินเป่ยพูดหลังจากวางสาย