- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 633 - 634: ผู้หญิงที่พยายามฉกเลิ่งเชาถิง, เกาเหวินซินก็มาด้วย
ตอนที่ 633 - 634: ผู้หญิงที่พยายามฉกเลิ่งเชาถิง, เกาเหวินซินก็มาด้วย
ตอนที่ 633 - 634: ผู้หญิงที่พยายามฉกเลิ่งเชาถิง, เกาเหวินซินก็มาด้วย
ตอนที่ 633 ผู้หญิงที่พยายามฉกเลิ่งเชาถิง
แต่พอเห็นเขายืนอยู่ข้างกู้หนิงและในมือยังมีกระเป๋าผู้หญิง สายตาของเขาก็คอยวนเวียนอยู่ที่กู้หนิงตลอดเวลา
แน่นอนว่ากู้หนิงย่อมสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงคนอื่นชอบเลิ่งเชาถิงเพราะความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากตัวผู้หญิงคนนั้น กู้หนิงไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดหรือทำอะไรในตอนนี้
“สวัสดีค่ะ คุณนายซู่ คุณชายซู่และก็คุณกู้” พวกเธอทักทาย
พวกเธอรู้จักคุณนายซู่และซู่จินเฉินอยู่แล้วและก็เพิ่งรู้จักกู้หนิงผ่านซู่ฉินหยิน
มีเพียงเลิ่งเชาถิงคนเดียวที่ยังคงเงียบไม่ปริปากพูดอะไร ส่วนคนอื่นๆทักทายกันตามมารยาท
ผู้หญิงสองคนที่มามีแฟนแล้ว ส่วนอีกสองคนยังโสด ดังนั้นพวกเธอจึงต้องการดึงดูดความสนใจของเลิ่งเชาถิงและผู้ชายคนอื่นๆ
พวกเธอแสร้งทำเป็นเดินผ่านพวกเขาเพื่อดูว่าพวกเขาจะสนใจพวกเธอหรือเปล่า น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ชายคนไหนชำเลืองมองพวกเธอเลย
สิบโมงสิบนาที พิธีเปิดงานก็เริ่มขึ้น
หลังจากนั้นก็เปิดร้านอย่างเป็นทางการ
พิธีเปิดงานในวันนี้ไม่มีบุคคลมาร่วมงานมากเท่ากับตอนเปิดร้านเครื่องประดับที่เมือง G เลิ่งเชาถิงคิดจะชวนคนสำคัญของเมืองหลวงมา แต่กู้หนิงปฏิเสธ เธอไม่ต้องการให้มันเอิกเกริก
มันเป็นเพียงร้านขายยาและมุ่งเป้าไปที่การรักษาโรคและการช่วยเหลือผู้คน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ยิ่งใหญ่ ส่วนแบรนด์โกวจื่อ กู้หนิงตัดสินใจจะโปรโมตในเวลาที่เหมาะสม
ด้วยความช่วยเหลือจากผู้ชายที่หล่อเหลาหลายคน ผู้หญิงหลายคนจึงสนใจซื้อของในร้านขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วยเช่นกัน
“โกวจื่อ? ฉันไม่เคยได้ยินแบรนด์นี้มาก่อน ไม่รู้จะใช้ดีหรือเปล่า?” หญิงสาวที่แอบชอบเลิ่งเชาถิงเหยียดปากพูดดูถูก
“ทำไมพวกเราไม่ลองใช้ดูล่ะ?” หญิงสาวอีกคนเสนอ
หญิงสาวที่แอบชอบเลิ่งเชาถิงไม่ได้สนใจสกินแคร์ของกู้หนิง เธอแค่มองผ่านๆก่อนเดินเข้าไปหาเลิ่งเชาถิง
“สวัสดีค่ะ ขอฉันนั่งด้วยได้ไหมคะ? ตรงนั้นคนเยอะมากเลย ฉันอยากพักขาหน่อยค่ะ” เธอเอ่ยอย่างสุภาพ จากนั้นก็หย่อนก้นนั่งลง “ฉันขอแนะนำตัวเองนะคะ ฉันชื่อตี้ลูน่า เป็นเพื่อนของฉินหยินค่ะ”
“ได้เจอคุณสักทีนะครับคุณตี้” ซู่จินเฉินที่เป็นสุภาพบุรุษทักทายเธอกลับอย่างใจดี ส่วนซินเป่ยและเลิ่งเชาถิงยังคงนั่งเงียบๆ ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอเลยด้วยซ้ำ
ตระกูลตี้เป็นหนึ่งในตระกูลเศรษฐีของเมืองหลวง แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางตระกูลที่ร่ำรวยล้นฟ้าในเมืองหลวงแล้ว ก็ถือว่าไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก
“เอ๊ะ ฉันประหลาดใจนะคะเนี่ยที่คุณรู้จักฉันด้วย” ตี้ลูน่าไม่คิดว่าซู่จินเฉินจะเคยได้ยินชื่อของเธอ หน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
แม้ว่าตระกูลตี้จะเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาลในเมืองหลวง แต่ก็แทบจะไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลซู่ พวกเขามีทรัพย์สินกว่าหนึ่งแสนล้านหยวน ส่วนตระกูลของเธอมีทรัพย์สินน้อยกว่าห้าหมื่นล้าน ระหว่างพวกเขามีช่องว่างขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ตี้ลูน่ารู้สึกผิดหวังมากที่เห็นว่าเลิ่งเชาถิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธอ
“ฉินหยินพูดถึงคุณบ่อยๆน่ะครับ” ซู่จินเฉินตอบ
ตี้ลูน่ายิ้ม จากนั้นปรายตามองเลิ่งเชาถิงและซินเป่ย “ไม่ทราบสุภาพบุรุษสองท่านนี้ชื่อว่าอะไรเหรอคะ?”
“อ้อ สองคนนี้คือคุณเลิ่งกับคุณซินครับ” ซู่จินเฉินเป็นฝ่ายตอบแทนแต่ไม่ได้บอกชื่อเต็มๆของพวกเขา
อันที่จริงตี้ลูน่าต้องการเริ่มการสนทนากับเลิ่งเชาถิง แต่เขาเอาแต่ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์และไม่ได้มองมาที่เธอเลย
เลิ่งเชาถิงไม่ใช่คนติดโทรศัพท์มือถือ แต่เขาเพิ่งได้รู้บางอย่างเกี่ยวกับกู้หนิงจากการพูดคุยก่อนหน้านี้ ดังนั้นเขาจึงค้นหาข่าวทางอินเทอร์เน็ตเพราะเขารู้แค่บางส่วนเท่านั้น
แม้ว่าตอนนี้กู้หนิงจะสบายดี เขาก็โทษตัวเองที่ไม่ได้อยู่ช่วยหรืออยู่ข้างเธอตอนที่เธอเผชิญกับปัญหา
ตี้ลูน่าอยากสร้างความประทับใจแก่เลิ่งเชาถิง แต่เธอไม่มีโอกาสได้ทำอย่างที่หวังเลย หากว่ากันตามจริงตี้ลูน่าก็เหมาะสมกับเลิ่งเชาถิงหากอิงตามรูปร่างหน้าตาและภูมิหลังของครอบครัว แต่ความรักไม่ใช่ข้อตกลงทางธุรกิจ
อีกด้านหนึ่งของร้าน มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอยู่
เธอทำงานข้ามคืนมาหลายวัน เธอจึงมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างหนัก เธอเคยใช้ที่มาสก์ตาแต่ก็ไร้ประโยชน์ แม้แต่การแต่งหน้าก็ไม่สามารถปกปิดรอยคล้ำใต้ตาของเธอได้ในตอนนี้ ดังนั้นพนักงานขายหญิงจึงนำที่มาสก์ตาของโกวจื่อออกมาแนะนำ พนักงานขายได้ถ่ายรูปรอยคล้ำใต้ตาก่อนวางที่มาส์กตาไว้ใต้ตาเป็นเวลา 10 นาที
หลังจากนั้นผู้หญิงอีกคนหนึ่งบอกว่าเธอเพิ่งมีสิวบนใบหน้า ดังนั้นพนักงานขายจึงบอกให้เธอเช็ดเครื่องสำอางออกก่อน แล้วจึงใช้แผ่นมาส์กหน้าโกวจื่อ แน่นอนว่าไม่ลืมถ่ายรูปก่อนและหลัง
คุณนายซู่และกู้อันนาไม่ได้ลองใช้ แต่ซื้อที่มาส์กหน้าสิบกล่องและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ ทุกชิ้น แน่นอนว่าซู่ฉินหยินก็ไม่ยอมกลับมือเปล่าเหมือนกัน
ฝั่งของร้านขายยา ชายคนหนึ่งบอกว่าเข่าของเขาชนกับมุมโต๊ะเมื่อวานนี้โดยบังเอิญ และตอนนี้เขามีรอยฟกช้ำที่หัวเข่า พนักงานขายให้ยาทดลองในร้านและทาที่หัวเข่าของเขา ไม่กี่นาทีต่อมา รอยช้ำครึ่งหนึ่งก็หายไป!
คนที่เป็นหวัดก็หายดีเช่นกันหลังจากกินยาของโคเลน
หลายคนที่ยังลังเลก็ตัดสินใจซื้อทันทีโดยเฉพาะยาแก้หวัด
สิบนาทีต่อมา ผู้หญิงคนนั้นก็ดึงเอาที่มาส์กตาออกและรอยคล้ำใต้ตาของเธอก็จางลงมาก ซึ่งค่อนข้างเห็นชัดเจนเมื่อเทียบกับภาพที่ถูกถ่ายก่อนหน้า ดังนั้นเธอจึงซื้อที่มาส์กตาห้ากล่องโดยไม่ลังเล
ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ซื้อ ผู้หญิงหลายคนที่เห็นประสิทธิภาพของมันก็หยิบที่มาส์กตาใส่ตระกร้าเช่นกัน
ตอนที่ 634 เกาเหวินซินก็มาด้วย
ทุกวันนี้ผู้คนต่างนอนดึกกันมากขึ้น จึงยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีรอยคล้ำใต้ตา
ในเมื่อเลิ่งเชาถิงไม่ยอมคุยกับเธอ ตี้ลูน่าจึงรู้สึกเบื่อและเดินจากไป
ผู้หญิงอีกคนถอดแผ่นมาส์กหน้าออกและสิวบนใบหน้าของเธอก็ยุบหายไปกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในสายตาของผู้หญิง ไม่ว่ามาส์กหน้าจะแพงแค่ไหน แต่กว่าจะกำจัดสิวได้ก็ใช้เวลานาน แต่ที่มาส์กหน้าของโกวจื่อสามารถกำจัดสิวส่วนใหญ่ได้ภายในเวลาเพียงสิบนาที! ไม่มีเหตุผลที่พวกเธอจะไม่ซื้อมัน
แม้ว่ามาสก์หน้าของโกวจื่อจะมีราคาแพงสำหรับพนักงานออฟฟิศทั่วไป ทว่าในสายตาของหญิงสาวผู้ร่ำรวยนั้นราคานี้ถือว่าถูกมาก พวกหล่อนไม่สนว่าจะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวหากมันให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ดังนั้นจึงพากันกว้านซื้อที่มาสก์หน้ากันยกใหญ่
สำหรับผู้หญิงที่เอาที่มาส์กหน้าออก พนักงานขายช่วยเธอทาอิมัลชันพร้อมกับไพรเมอร์และตามด้วยบีบีครีม หลังจากนั้นเธอก็ตัดสินใจซื้อทั้งชุดในคราวเดียว ซึ่งรวมถึงอิมัลชั่น ไพรเมอร์ บีบีครีม และโฟมทำความสะอาดผิวหน้า มีค่าใช้จ่ายรวมกว่าหนึ่งหมื่นหยวน
ผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ซื้อทั้งชุดหลังจากได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งนี้
เมื่อเห็นว่าสินค้าของกู้หนิงได้รับความนิยมอย่างมาก ตี้ลูน่าก็ค่อนข้างไม่พอใจ ไม่ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม เธอจะไม่ซื้อเด็ดขาด
ในบรรดาเพื่อนสาวของกู้อันนา มีคนหนึ่งเป็นบล็อกเกอร์แฟชั่นที่มีชื่อเสียง และเธอได้บันทึกทุกอย่างไว้ก่อนที่จะโพสต์บนอินเทอร์เน็ต เธอเคยชินกับการโพสต์ภาพสินค้าหากมันดีจริง และไม่ได้โฆษณาให้กู้หนิงแต่อย่างใด บางคนคิดว่ามันเป็นการโฆษณาและเธออธิบายว่าไม่ใช่ หากผู้ติดตามของเธอมีข้อสงสัย สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่ร้านเอง
ผู้ติดตามของเธอหลายคนมาที่ร้านของโกวจื่อจริงๆ เพื่อดูว่ามันได้ผลอย่างที่เธอพูดหรือไม่ และผลที่ได้คือสกินแคร์ของโกวจื่อดีมากจริงๆ แต่ก็ยังมีบางคนสงสัยว่าอาจมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือไม่
เมื่อเผชิญกับข้อสงสัย หนิงชางไค่ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง อธิบายกับคุณผู้หญิงเหล่านั้นว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านการทดสอบโดยองค์กรยาแห่งชาติแล้ว ดังนั้นสกินแคร์ของโกวจื่อทุกตัวปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงนี้ยอดขายของโกวจื่อก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น
แค่ช่วงเช้า โกวจื่อก็กวาดเงินไปแล้วกว่าสองแสนหยวน
ส่วนผลิตภัณฑ์ยามีราคาถูกกว่าสกินแคร์ แต่โคเลนฟาร์มาซีก็ยังทำยอดได้เรื่อยๆ ซึ่งทำยอดขายได้มากกว่าสองหมื่นหยวนแล้ว
หลายคนเคยชินกับการโพสต์ทุกอย่างบนโซเชียลมีเดีย ดังนั้นพวกเขาจึงช่วยกู้หนิงโฆษณาแบรนด์ของเธอโดยไม่รู้ตัว
เกือบเที่ยงแล้ว พวกกู้หนิงก็ออกไปหาอะไรกินกันตอนเที่ยง ทิ้งให้หนิงชางไค่ดูแลร้านต่อไป
เธอยังเชิญเพื่อนสาวของกู้อันนาและซู่ฉินหยินไปด้วยกัน แน่นอนว่าพวกเธอย่อมไม่ปฏิเสธโอกาสนี้
ตี้ลูน่าเป็นคนที่ยินดีปรีดามากที่สุด เธอจะได้มีโอกาสเข้าใกล้หนุ่มหล่อของเธอแล้ว
ส่วนคุณนายซู่ไม่ได้ไปด้วย เธอกลับบ้านทันทีหลังจากได้ของที่ต้องการ ดังนั้นทั้งสิบสามคนจึงพากันไปยังโรงแรมที่กู้หนิงจองไว้ กู้หนิงจองห้องส่วนตัวหรูหราขนาดใหญ่ที่โรงแรมฮวงเติ้งซึ่งสามารถรองรับได้ 20 คน
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปข้างในและนั่งลงรอบโต๊ะ เลิ่งเชาถิงดึงเก้าอี้ให้กู้หนิงนั่งลงซึ่งทำให้ตี้ลูน่าไม่พอใจ เธอหวังว่าเขาจะทำแบบนั้นกับเธอบ้าง เธอกำลังจะเดินไปนั่งข้างเขา แต่ซู่จินเฉินไวกว่านั่งลงข้างเลิ่งเชาถิงตัดหน้าเธอ
ไม่ใช่เพราะซู่จินเฉินรู้ว่าเธอให้ความสนใจเลิ่งเชาถิงเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากเป็นนิสัยของพวกเขา บอสไม่ชอบนั่งกับผู้หญิง พวกเขาจึงต้องได้นั่งคั่นแบบนี้จนติดเป็นนิสัย
เนื่องจากตอนนี้มีผู้หญิงจำนวนมากอยู่ในห้องส่วนตัว เขาจึงต้องเร็ว เผื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนนั่งข้างเลิ่งเชาถิง ดังนั้นซู่จินเฉินจึงนั่งข้างขวาของเลิ่งเชาถิงและซินเป่ยนั่งถัดจากซู่จินเฉินอีกที ในขณะที่กู้อันนานั่งข้างซินเป่ย
กู้หนิงนั่งอยู่ข้างเลิ่งเชาถิงทางซ้าย ถัดจากเธอก็เป็นผู้หญิงคนอื่นๆที่เหลือ
ไม่ใช่แค่ตี้ลูน่าเท่านั้น แต่ผู้หญิงคนอื่นๆ ที่สนใจซู่จินเฉินและซินเป่ยก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน แต่พวกเธอไม่สามารถแสดงออกมาได้
ระหว่างทานข้าว เลิ่งเชาถิงก็คอยคีบกับข้าวให้กู้หนิงโดยไม่สนใจสายตาใครว่าจะมอง เขาปอกเปลือกกุ้งให้เธอซึ่งทำให้ตี้ลูน่าถึงกับหมดความอยากอาหาร
กู้หนิงไม่ได้รู้สึกอัดอัดใจ แต่รู้สึกเพลิดเพลินกับอาหารและมีความสุขที่เขาคอยเอาใจใส่เธอ
“ฉันอิจฉาจนกินอะไรไม่ลงแล้วเนี่ย” ซู่จินเฉินบ่น
“งั้นก็วางตะเกียบลงสิคะ” กู้หนิงพูดออกไปตรงๆ
ซู่จินเฉินรู้สึกเจ็บที่หัวใจจี๊ดๆ
ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้น และคนที่โทรมาคือเกาเหวินซิน
“หนิงหนิง พี่ได้ยินมาว่าเธออยู่ที่เมืองหลวง เธออยู่ไหนตอนนี้? พี่ก็อยู่เมืองหลวงเหมือนกัน”
กู้หนิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็เหลือบมองไปที่ซินเป่ยโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
“ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรมฮวงเติ้งค่ะ”
“งั้นเหรอ? พี่ก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน วันนี้เป็นวันเกิดของซินหยู พวกเรากำลังจัดงานเลี้ยงวันเกิด เธอกินอะไรรึยัง?”
“กำลังกินอยู่เลยค่ะ ทำไมพี่ไม่มาหาฉันล่ะคะ? พวกเราอยู่ห้อง 888” กู้หนิงเอ่ย
“หรอ เดี๋ยวไปอีกสองนาที”
“ใครเหรอ?” ซู่ฉินหยินถามด้วยความอยากรู้
“พี่เหวินซินค่ะ” กู้หนิงตอบ จากนั้นก็หันไปมองซินเป่ย
เมื่อซินเป่ยได้ยินชื่อเกาเหวินซิน เขาก็หยุดกินไปครู่หนึ่ง และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจและความสุข
เมื่อเห็นเช่นนั้น กู้หนิงมั่นใจว่าซินเป่ยชอบเกาเหวินซิน บางทีพวกเขาอาจพัฒนาความสัมพันธ์จนเป็นแฟนกันได้
กู้หนิงคิดถูก ซินเป่ยเอาแต่คิดถึงเกาเหวินซินแทบตลอดเวลา แต่เขาปฏิเสธที่จะยอมรับมัน