- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 617 - 618: โกวจื่อ, นัดเจอซู่ฉินหยิน
ตอนที่ 617 - 618: โกวจื่อ, นัดเจอซู่ฉินหยิน
ตอนที่ 617 - 618: โกวจื่อ, นัดเจอซู่ฉินหยิน
ตอนที่ 617 โกวจื่อ
หากกู้หนิงไม่บอกเขา แล้วเรื่องถึงสื่อ ครอบครัวของเขาคงเจอปัญหาใหญ่แน่ แม้ว่าครอบครัวของเขาจะมีอำนาจมากเพียงใดก็ตาม แต่ศัตรูของพวกเขาก็มีอำนาจและอิทธิพลพอๆกัน ต่อให้ไม่ใช่ความผิดของจางเจิ้งฮวาโดยตรง เขาก็ย่อมต้องรับผิดชอบเรื่องนี้
เมื่อเจียงเจิ้งฮวาทราบเรื่องจากผู้เป็นพ่อ เขาก็สั่งเลขาให้รีบไปตรวจสอบเรื่องนี้ทันที
ผลตรวจสอบคือบริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลไม่เคยผ่านการทดสอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้
เลขาของเจียงเจิ้งฮวาบอกหัวหน้าที่รับผิดชอบการทดสอบยาและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้ไปที่สำนักงานผู้อำนวยการ
เมื่อหัวหน้าที่รับผิดชอบงานรู้ว่าทำไมอยู่ๆเจียงเจิ้งฮวาถามถึงโคเลน เขาก็รู้สึกกลัวและสารภาพทุกอย่าง ไม่มีอะไรผิดปกติกับยาและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของโคเลน แต่หัวหน้าสำนักงานบอกเขาว่าอย่าปล่อยให้โคเลนผ่านการทดสอบ
หลังจากนั้น เจียงเจิ้งฮวาก็บอกหัวหน้าสำนักงานให้ไปพบเขาที่ห้องทำงาน เนื่องจากแผนดังกล่าวถูกเปิดเผยแล้ว หัวหน้าสำนักงานจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไป เรื่องมีอยู่ว่าโคเลนมีผลกำไรมากเกินไป เจ้าของซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอลจึงรู้สึกอิจฉาโคเลน เขาจึงวางแผนให้โคเลนล้มละลายโดยการไม่ให้ผ่านการทดสอบ
แม้ว่าเจียงเจิ้งฮวาจะรู้ความจริงแล้ว แต่เขาไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถลงโทษซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอลได้ แต่หัวหน้าสำนักงานถูกไล่ออก เนื่องจากบริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลเป็นผู้บริสุทธิ์ เจียงเจิ้งฮวาได้ออกใบรับรองยาให้พวกเขาแล้วค่อยโทรบอกพ่อของเขาในภายหลัง
เจียงจงหยูได้รับโทรศัพท์จากลูกชาย จากนั้นเขาก็โทรบอกกู้หนิงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้วภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรบอกหนิงชางไค่และถามเขาว่า “คุณมีความขุ่นเคืองอะไรกับซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอลหรอคะ?” แม้ว่าเจ้าของซิงเฮ่อจะอิจฉาความสำเร็จของหนิงชางไค่ กู้หนิงก็ยังต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีก
“ไม่มีนะครับ” หนิงชางไค่กล่าว เขาทำธุรกิจของเขาตามกฎหมายและไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร เขาเคยได้ยินแต่บริษัทซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอล แต่ไม่เคยพบกับเจ้าของของบริษัทนี้มาก่อน
“ช่างเถอะ ในเมื่อเราได้รับใบรับรองมาแล้ว เราก็สามารถเริ่มขายยาได้ ฉันคิดว่าเราควรนำมันออกสู่ตลาดในอีกสองวันข้างหน้า เพราะฉันจะบินกลับไปที่เมือง B ในอีกสองวัน” กู้หนิงกล่าว
โคเลนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนทั่วไป แม้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแพ็คเกจ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องโฆษณา ตราบใดที่พวกเขาเริ่มวางขาย ประชาชนก็จะรู้ว่าโคเลนกลับมาแล้ว
สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กู้หนิงวางแผนที่จะโฆษณาโดยส่งตัวอย่างให้ลูกค้าเพียงครั้งเดียว เมื่อลูกค้าทราบถึงประสิทธิภาพของครีม พวกเขาจะกลับมาซื้อซ้ำ หากเธอต้องการมีลูกค้าประจำ คำแนะนำแบบปากต่อปากสามารถโน้มน้าวใจได้มากกว่าการโฆษณาเสียอีก
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชื่อโกวจื่อและเป็นชื่อแบรนด์ที่ใช้จดทะเบียน โกวจื่อเป็นแบรนด์อิสระแต่ก็ยังอยู่ภายใต้ชื่อโคเลน
“ช่วยแพ็คโทนเนอร์ อีมัลชั่น และเซรั่ม 20 ชุด พร้อมแผ่นมาส์ก 20 ชุดก่อนนะคะ ชุดนี้เป็นของขวัญและเดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาด้วย” กู้หนิงกล่าว
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา” หนิงชางไค่เอ่ย และไปเตรียมสิ่งที่เธอขอหลังจากวางสาย
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กู้หนิงบอกให้พวกเขาผลิตต่อไป เพราะเธอมั่นใจว่าพวกมันจะได้รับความนิยม
ต่อมากู้หนิงโทรหาเค และบอกให้เขาตรวจสอบซิงเฮ่อฟาร์มาซูติคอล เธอตัดสินใจรอผลก่อนที่จะลงโทษบริษัทซิงเฮ่อ หากซิงเฮ่อทำธุรกิจผิดกฎหมาย ผลลัพธ์ย่อมรุนแรง หากพวกเขาทำธุรกิจถูกกฎหมาย กู้หนิงก็จะแค่ลงโทษพวกเขาสถานเบาเท่านั้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กู้หนิงก็มาถึงโรงงานยาเพื่อมารับชุดครีมบำรุงผิว
เธอกำลังจะสร้างแบรนด์ระดับไฮเอนด์ ดังนั้นราคาจึงไม่ใช่ถูกๆ หนึ่งชุดประกอบด้วยโทนเนอร์ อิมัลชั่น และเซรั่ม ราคา 3,800 หยวน เป็นราคาที่ยอมรับได้สำหรับคนส่วนใหญ่ มาส์กหน้ามี 6 แผ่นในกล่อง ราคา 288 หยวน แม้ว่าราคาจะสูงกว่ามาสก์หน้าอื่นๆ เล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน
เมื่อกู้หนิงได้ชุดบำรุงผิวมาแล้ว ก็เก็บไว้ในช่องเก็บของกระแสจิต และเหลือไว้เพียงสองชุดในกระเป๋าเป้สะพายหลัง เพราะเธอจะมอบให้กับซ่งหมานหนี่และเซี่ยอวี้ฉู่คนละชุด ดังนั้นกู้หนิงจึงไปที่บริษัทหลังออกจากโรงงานผลิตยา
เมื่อซ่งหมานหนี่ได้รับของขวัญจากกู้หนิง เธอก็มีความสุขมาก
“เจ้านาย ผมได้ของขวัญด้วยเหมือนกันไหม?” เคเดินเข้ามาหาและเอ่ยถาม
“คุณเป็นผู้ชายนะ” กู้หนิงพูดล้อขำขันว่า “หรือคุณอยากเป็นผู้หญิง? งั้นเริ่มจากแต่งหน้าเป็นไง?”
“ฮ่า ฮ่า” ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นต่างพากันหัวเราะ
เคเถียงว่า “ผู้ชายก็ใช้ครีมบำรุงผิวเหมือนกันนะครับคุณผู้หญิง”
“เสียดายจังที่ฉันไม่มีครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชายเลย” กู้หนิงยักไหล่
เคคิ้วกระตุก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
กู้หนิงไม่ได้ให้ของขวัญกับเซี่ยอวี้ฉู่โดยตรง แต่ฝากให้ซ่งหมานหนี่เอาไปให้แทน
เนื่องจากซ่งหมานหนี่และเซี่ยอวี้ฉู่มีเพื่อนหรือญาติไม่มากในเมืองหลวง กู้หนิงหวังว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนกันได้
หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรหาซู่ฉินหยิน เธอจะเอาครีมบำรุงผิวไปให้
ตอนที่ 618 นัดเจอซู่ฉินหยิน
แม้ว่าพวกเธอจะยังไม่ได้สนิทกันแต่ก็มีเบอร์โทรของกันและกัน
ซู่ฉินหยินเกิดในตระกูลซู่ และเธอจะกลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อของกู้หนิง หากเธอกลายเป็นลูกค้าประจำของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของกู้หนิง แบรนด์โกวจื่อของเธอจะได้รับความนิยมในสังคมชั้นสูงในไม่ช้า บรรดาสตรีผู้มั่งคั่งอาจไม่แน่ใจกับครีมของโกวจื่อ แต่พวกเขาไม่มีทางสงสัยซู่ฉินหยิน
กู้หนิงไม่แน่ใจว่าซู่ฉินหยินจะชอบครีมของเธอไหม แต่เธอรู้ว่าซู่ฉินหยินจะต้องลองใช้เพื่อเห็นแก่หน้าเลิ่งเชาถิง ตราบใดที่ซู่ฉินหยินลองใช้ กู้หนิงมั่นใจว่าเธอจะต้องชอบครีมบำรุงผิวชุดนี้อย่างแน่นอน
เมื่อซู่ฉินหยินรับโทรศัพท์ เธอก็ประหลาดใจที่กู้หนิงโทรและแน่นอนว่าเธอยินดีออกไปเจอ
“ซู่ฉินหยิน นั่นลูกกำลังจะไปไหน? ถึงเวลากินข้าวเที่ยงแล้วนะ” เมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังจะออกไปข้างนอก ผู้เป็นแม่ก็ส่งเสียงเรียกเธออย่างดัง
“เพื่อนของหนูโทรมาค่ะ พวกเราจะออกไปกินข้าวด้วยกัน” ซู่ฉินหยินตอบคำถามแม่ของเธอ
“เพื่อนของลูก? ผู้ชายหรือผู้หญิง?”
ซู่ฉินหยินกลอกตามองบน เธอรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ “ผู้หญิงค่ะ”
ได้ยินว่าเป็นผู้หญิง ผู้เป็นแม่ก็ทำหน้าผิดหวัง ตอนนี้ลูกสาวของเธออายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่ยังโสดและไม่เคยออกเดทกับหนุ่มคนไหนเลย
ไม่นานซู่ฉินหยินก็มาถึงร้านอาหาร กู้หนิงรอเธออยู่ด้านในก่อนแล้ว
“ขอโทษที่ทำให้รอนะ” ซู่ฉินหยินเอ่ยขอโทษ
“ไม่เลยค่ะ ฉันเพิ่งมาถึงเหมือนกัน” กู้หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เชิญนั่งค่ะ”
หลังจากสั่งอาหาร ซู่ฉินหยินก็ถามว่า “เชาถิงไปไหนหรอ? เขาไม่ได้มากับเธอเหรอ?”
“อ้อ เขาออกไปปฏิบัติหน้าที่ค่ะ ไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง ฉันมาที่นี่เพราะธุรกิจค่ะ” กู้หนิงตอบพลางเอาชุดครีมบำรุงผิวออกมาจากกระเป๋าเป้ “ฉันเตรียมของขวัญมาให้คุณด้วยค่ะ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทยาของฉันค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณชอบรึเปล่า แต่แนะนำให้ลองใช้ดูนะคะ”
แม้ว่ากู้หนิงต้องการสร้างชื่อเสียงให้โกวจื่อผ่านซู่ฉินหยิน แต่เธอก็ไม่ได้บังคับให้ใช้แต่อย่างใด
“บริษัทยาของเธอเหรอ?” ซู่ฉินหยินต้องประหลาดใจอีกครั้ง เธอคาดไม่ถึงว่ากู้หนิงจะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ด้วยวัยเพียงแค่นี้
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
“โอเค เดี๋ยวฉันจะลองใช้ดูนะ” ซู่ฉินหยินดีใจที่ได้รับเซตครีมบำรุงผิวจากกู้หนิง และเธอไว้ใจกู้หนิงว่าผลิตภัณฑ์ของเธอต้องมีคุณภาพแน่นอน
“อ้อ คืนนี้เธอว่างไหม?”
“ว่างค่ะ”
ซู่ฉินหยินหน้าบานทันที “คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม! เพื่อนของฉันเพิ่งเปิดบาร์ใหม่ เพลงก็น่าฟังมาก”
“ได้สิคะ” กู้หนิงเห็นด้วย เธอโทรหาซู่ฉินหยิน และซู่ฉินหยินก็ออกมาพบโดยไม่ลังเล ดังนั้นหากเธอปฏิเสธคำชวนคงเป็นการไม่สุภาพ อีกอย่างเธอก็ไม่มีอะไรสำคัญที่ต้องทำแล้ว
หลังจากนั้นซู่ฉินหยินก็ขับรถพากู้หนิงไปพบเพื่อนของเธอ
“กู้หนิง เธอได้ยินเรื่องที่อี้ซินเป็นแฟนกับซีหมิงรึยัง? แต่ทั้งคู่ต่างคนต่างยุ่งเลยไม่ค่อยได้เจอกัน ฉันสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาในอนาคต” ซู่ฉินหยินกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพื่อน พูดออกไปแล้วเธอก็นึกได้ว่ากู้หนิงกับเลิ่งเชาถิงก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน “กู้หนิง เธอเองก็ไม่ค่อยได้เจอเชาถิงเหมือนกันใช่ไหม? ไม่รู้สึกเหงาบ้างเหรอ?”
กู้หนิงยิ้มและพูดว่า “ก็มีบ้างค่ะ แต่ก็ไม่บ่อยเพราะฉันเองก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะเลยไม่มีเวลาเหงา ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนี่คะ”
“ก็จริงของเธอ เธออายุแค่สิบแปด ยังต้องเจออะไรอีกเยอะ” ซู่ฉินหยินหยุดเว้นจังหวะไปนิดนึงก่อนพูดต่อว่า “ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ ฉันก็อยากอายุสิบแปดเหมือนกัน แม่จะได้ไม่ต้องเร่งให้ฉันหาแฟนหรือแต่งงาน มันไม่ง่ายเลยที่จะหาแฟนได้”
ซู่ฉินหยินถึงกับหนีออกจากบ้านเพราะเหตุนี้หลายครั้ง แต่เธอก็กลับไปหลังหนีออกมาได้แค่แปบๆ
“พี่ชายของคุณมีเพื่อนที่ยังโสดหลายคนไม่ใช่เหรอคะ? คุณไม่ชอบพวกเขาเลยสักคนเหรอ?” กู้หนิงถาม
ซู่ฉินหยินส่ายหน้าและพูดว่า “ฉันไม่ชอบทหาร พวกเขาไม่ค่อยมีเวลาว่าง ก็เหมือนพี่ชายฉันไง ปีหนึ่งได้เจอแค่ไม่กี่ครั้งเอง”
เธอพูดถูก ทหารมักยุ่งอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่ของพวกเขาต้องทำตัวให้คุ้นชินกับการไม่ได้เจอหน้าลูกชาย
ประมาณสิบนาทีต่อมา กู้หนิงและซู่ฉินหยินก็มาถึงบาร์ที่เพิ่งเปิดใหม่ เป็นบาร์ขนาดใหญ่และเป็นที่นิยมในขณะนี้ เสียงเพลงภายในร้านไม่ดังมาก จึงไม่ได้รู้สึกหนวกหู
กู้หนิงเดินตามซูฉินหยินไปที่บูธ และมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นพร้อมกับขนม ผลไม้ และไวน์หนึ่งขวดบนโต๊ะ ชายคนนั้นอายุประมาณ 30 ปี หน้าตาไม่หล่อ แต่ค่อนข้างมีเสน่ห์ เมื่อเห็นซู่ฉินหยินกำลังมา เขาก็ลุกขึ้นยืนทันที "สวัสดี!"
“ขอแนะนำนะ นี่คือเจ้าของบาร์ ซ่งหนาน” ซู่ฉินหยินพูดกับกู้หนิง จากนั้นให้ไปพูดกับซ่งหนาน “นี่คือเพื่อนของฉัน กู้หนิง”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณซ่ง”
“เช่นกันครับคุณกู้”
“นั่งก่อนๆ” ซ่งหนานพูดกับสองสาว
หลังจากที่กู้หนิงและซู่ฉินหยินนั่งลงแล้ว ซ่งหนานก็ถามขึ้นว่า “มีแค่พวกเธอสองคนแค่นั้นเหรอ?”
“เพื่อนคนอื่นของฉันจะตามมาทีหลังน่ะ”
“อยากนั่งร่วมโต๊ะกับหนุ่มหล่อบ้างไหม? ฉันมีเพื่อนสองคนที่กำลังเดินทางมา ถ้าต้องการ ฉันสามารถบอกให้พวกเขามานั่งที่นี่กับพวกเธอได้นะ” ซ่งหนานถามด้วยรอยยิ้ม
“หล่อไหม?” ซู่ฉินหยินถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
“แน่นอนสิ”
“รอช้าอยู่ไย” ซู่ฉินหยินเห็นด้วยแน่นอน
สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็มาถึง บังเอิญกับที่กู้หนิงเคยพบกับหนึ่งในนั้นมาก่อน