- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 619 - 620: ถังชิงหยาง, สู้กันในบาร์
ตอนที่ 619 - 620: ถังชิงหยาง, สู้กันในบาร์
ตอนที่ 619 - 620: ถังชิงหยาง, สู้กันในบาร์
ตอนที่ 619 ถังชิงหยาง
เมื่อหนึ่งในพวกเขาเห็นกู้หนิง ดวงตาของเขาก็สว่างไสว “สวัสดีครับคุณกู้! บังเอิญจังเลยนะครับ”
“ดีใจที่ได้เจอนะคะคุณเจียง” กู้หนิงเอ่ยอย่างสุภาพ แต่รักษาระยะห่างจากเขา ผู้ชายคนที่ทักกู้หนิงก็คือเจียงรุ่ยฉิน
เจียงรุ่ยฉินที่เอาแต่คิดถึงกู้หนิงทั้งวัน และเขาวางแผนจะออกไปวิ่งตอนเช้าพรุ่งนี้เผื่อว่าจะได้เจอกู้หนิงอีก ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เจอกันอีกครั้งในตอนเย็น!
“เอ๊ะ พวกเธอรู้จักกันแล้วเหรอ?!” ซ่งหนานยิ้ม จากนั้นก็มองเจียงรุ่ยฉิน เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่แปลกไปของเจียงรุ่ยฉิน เห็นได้ชัดว่าเขาชอบกู้หนิง ส่วนกู้หนิงยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจอะไร อาจเป็นเพราะพวกเขาเพิ่งเจอกันก็ได้และยังไม่ได้สนิทคุ้นเคย
“เฮ้ ฉันก็อยู่นี่ด้วยเหมือนกันนะ! นายมองไม่เห็นฉันเหรอไง?” ซู่ฉินหยินพูดด้วยน้ำเสียงประชดปนรำคาญ รู้สึกไม่พอใจที่ถูกเมิน
เจียงรุ่ยฉินไม่ได้สังเกตเห็นซู่ฉินหยินจนกระทั่งเธอส่งเสียงทัก นั่นเขาถึงมองเห็นเธอและรู้สึกละอายใจนิดหน่อย “สวัสดี ฉินหยิน!”
ตระกูลเลิ่ง ตระกูลซู่ และตระกูลเจียงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน และเด็กๆก็เติบโตมาด้วยกัน
“พวกเธอก็รู้จักกันด้วยเหรอ?” ซ่งหนานทำหน้าแปลกใจ
“ใช่ พวกเราโตมาด้วยกัน” ซู่ฉินหยินพูดด้วยความภูมิใจ
“งั้นขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือเพื่อนของฉัน ถังชิงหยาง เขาเรียนอยู่ต่างประเทศและเพิ่งกลับมาบ้าน” เจียงรุ่ยฉินแนะนำผู้ชายที่มากับเขาให้คนอื่นๆรู้จัก
ได้ยินชื่อว่าถังชิงหยาง กู้หนิงก็แอบตกใจและมองเขาทันที เขาก็ยังดูเหมือนเดิม เขากลับมาแล้ว! ถังชิงหยางคือลูกพี่ลูกน้องของถังอันหนิงและเป็นเจ้าของหุ้น 15% ของกลุ่มธุรกิจตระกูลถังในเมืองหลวง
ตระกูลถังในเมืองหลวงมีพี่น้องสามคน พี่ชายคนโตคือถังปิงเสิ่น น้องชายคนรองคือพ่อของถังชิงหยาง ‘ถังปิงเชา’ และน้องชายคนสุดท้องคือถังปิงเจียง ซึ่งอายุสี่สิบต้น ๆ และมีลูกชายอายุ 17 ปีและลูกสาวอายุ 13 ปี
นอกจากสัดส่วนการถือหุ้น 51% ของถังปิงเสิ่นในกลุ่มธุรกิจแล้ว ถังปิงเชาและถังปิงเจียงต่างก็มีหุ้นคนละ 15% และหุ่นส่วนที่เหลือถือโดยผู้ถือหุ้นรายอื่น อย่างไรก็ตาม เมื่อสามปีที่แล้วถังปิงเชาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ดังนั้นหุ้น 15% ของเขาจึงตกไปอยู่ในมือของถังชิงหยาง
ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของกู้หนิง เธอมีความคิดว่าจะร่วมมือกับถังชิงหยางเพื่อเข้ายึดครองธุรกิจของตระกูลถังแบบเบ็ดเสร็จ
ถังปิงเสิ่นเป็นผู้บงการเบื้องหลังการเสียชีวิตของถังปิงเชา พ่อของถังชิงหยาง และถังชิงหยางจะต้องรู้สึกอะไรบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศในทันใด ถ้าเป็นเช่นนั้น การที่เขากลับมาตอนนี้ย่อมต้องมีเหตุผล ทว่าการเอาชนะตระกูลถังเพียงลำพังคงเป็นเรื่องยากเกินไป เว้นแต่ว่าเขาจะมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
ชาติก่อน ถังหยาซินและฉีซีเยว่ได้รวบรวมกลุ่มคนติดอาวุธเพื่อฆ่าเธอ ตระกูลถังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มติดอาวุธ แม้ว่าจะเทียบกับแก๊งฉิงและแก๊งคิรินไม่ได้ แต่ก็อันตรายมากแล้วในสายตาของคนทั่วไป
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ชื่อและที่ตั้งของแก๊งติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังตระกูลถัง แม้แต่ตัวเธอเองก็รู้เรื่องนี้น้อยมาก ในชาติก่อนเธอเป็นเพียงเครื่องจักรสังหารในสายตาของถังปิงเสิ่น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมให้เธอรู้มากเกี่ยวกับความลับของเขา
อย่างไรก็ตาม เธอไม่กลัวอำนาจและอิทธิพลของถังปิงเสิ่นเลย เธอกระหายอยากจะทำลายอำนาจของเขามากกว่า และไม่คิดจะขึ้นเป็นประธานกลุ่มธุรกิจของตระกูลถัง เพราะเธอต้องการสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง หากถังชิงหยางต้องครอบครองกลุ่มธุรกิจของตระกูลถัง เธอก็เต็มใจที่จะช่วยเขา
ถังชิงหยางสังเกตเห็นว่ากู้หนิงมองเขาแปลกๆ แต่เขาไม่ได้เก็บมาคิดมาก พวกเขาทักทายกันและกัน จากนั้นก็นั่งลง
ไม่นานนัก เพื่อนอีกคนของซู่ฉินหยินก็มาถึง เธอเป็นสาวสวยเซ็กซี่อายุ 25 ปี สวมชุดรัดรูปซึ่งเน้นรูปร่างสัดส่วนอย่างชัดเจน และเธอก็ดึงดูดความสนใจจากผู้ชายในบาร์เป็นอย่างมากเมื่อเธอเดินผ่านมา แม้แต่ซ่งหนานและคนอื่นๆ ที่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ มานับไม่ถ้วนมาก่อนก็อดละสายตาจากเธอไม่ได้
“สวัสดีค่ะทุกคน!” เธอเดินไปหาพวกเขาพร้อมกับสะบัดผม แม้แต่เสียงก็ยังเซ็กซี่ เธอนั่งถัดจากซ่งหนานและพูดว่า “พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ พ่อรูปหล่อ!”
“คุณไม่เห็นผู้ชายสองคนที่หล่อจริงๆ อยู่ข้างหน้าคุณเหรอ?” ซ่งหนานพูดด้วยความรำคาญ
“แล้วคุณจะหัวเสียทำไมไม่ทราบ? ฉันไม่ได้ล้อเลียนคุณสักหน่อย” เธอกลอกตามองซ่งหนาน ขนาดกลอกตาก็ยังสวยเลย
“คุณ...” ซ่งหนานจนคำพูด เขาเถียงเธอไม่เคยชนะเลย
ซู่ฉินหยินหัวเราะ จากนั้นก็แนะนำผู้มาใหม่ “ขอแนะนำ นี่คือเพื่อนของฉันเอง กู้อันนา”
หลังจากนั้นก็แนะนำคนอื่นๆกับกู้อันนา
“กู้หนิง พวกเราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า? เธอดูหน้าคุ้นมากเลยอ่ะ” กู้อันนาพูดกับกู้หนิง แต่น้ำเสียงคล้ายกำลังจีบกู้หนิงอยู่อย่างไรอย่างนั้น
กู้หนิงมั่นใจว่าพวกเธอไม่เคยพบกัน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอเจอกัน
“ก็อาจจะค่ะ” กู้หนิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
กู้หนิงไม่ได้คิดมาก แต่กู้อันนากลับคิดมาก เธอคิดว่าเธอต้องเคยเห็นใบหน้าของกู้หนิงที่ไหนสักแห่งมาก่อน
ทันใดนั้นกู้อันนาก็หยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาและค้นหาชื่อของกู้หนิงในอินเทอร์เน็ต “โอ้ เป็นเธอจริงๆ เทพธิดากู้!” เธออุทานด้วยความตื่นเต้น
ตอนที่ 620 สู้กันในบาร์
ทุกคนประหลาดใจ มองกู้อันนาด้วยแววตาสับสน จากนั้นก็มองกู้หนิง อะไรนะ?
กู้หนิงพลันนึกได้ว่ากู้อันนาอาจเห็นเธอจากรูปในเน็ต
“เทพธิดากู้ ฉันชอบเธอมากเลยนะ รู้ไหม!” ปรากกฎว่ากู้อันนาเป็นแฟนคลับตัวยงของกู้หนิง “ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยสิ? คราวนี้แหละเพื่อนร่วมงานจะได้อิจฉาจนตายไปเลย” ท่าทางของกู้อันนาน่ารักมาก ใครเล่าจะปฏิเสธเธอลง ก่อนที่กู้หนิงจะทันได้พูดอะไร ซู่ฉินหยินก็ถามขึ้นว่า “เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ?”
“ลองค้นชื่อกู้หนิงในเน็ตดูสิ แล้วเธอก็จะรู้เอง” กู้อันนาเอ่ย จากนั้นก็มองกู้หนิงด้วยสายตาอ้อนวอนราวกับเธอจะร้องไห้ให้ได้หากกู้หนิงปฏิเสธ
คนอื่นๆก็เอาโทรศัพท์ออกมาและค้นหาชื่อกู้หนิงในเน็ตอย่างไม่รอช้า
กู้หนิงไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของกู้อันนาได้ เธอจึงพยักหน้าตกลง กู้อันนาลุกขึ้นและย้ายไปนั่งข้างๆกู้หนิง เธอถ่ายรูปคู่กับกู้หนิงไปหลายรูป
เมื่อซู่ฉินหยินและคนอื่นๆอ่านข่าวเกี่ยวกับกู้หนิง พวกเขาก็พากันตกใจไปตามๆกัน
“คุณกู้ เป็นคุณนี่เองที่ช่วยญาติผู้น้องของผม” เจียงรุ่ยฮวาทั้งตื่นเต้นและประหลาดใจพร้อมๆกัน
“ญาติผู้น้องของคุณหรือคะ?” กู้หนิงไม่รู้ว่าเจียงรุ่ยฉินพูดถึงใคร
“ก็เด็กผู้ชายที่ถูกลักพาตัวไปไงครับ”
“อ้อ เด็กคนนั้นหรอคะ” ตอนนี้กู้หนิงรู้แล้วว่าเจียงรุ่ยฮวาเป็นหลานของนายท่านเจียง
“กู้หนิง เธอสุดยอดไปเลย!” ซู่ฉินหยินทั้งทึ่งและอึ้งกับวีรกรรมของกู้หนิง
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริง” ซ่งหนานเอ่ย “คุณกู้ คุณฝึกกังฟูตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าครับ?”
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
“ผมสงสัยจังว่าคุณสามารถล้มจินเฉินได้ไหม” เจียงรุ่ยฉินเอ่ย
“แน่นอนว่าเธอทำได้” ซู่ฉินหยินชื่นชมกู้หนิงโดยไม่ปิดบัง
“อะไรนะ?” เจียงรุ่ยฉินไม่เชื่อ “พวกเขาลองสู้กันแล้วเหรอ?”
“ใช่ แต่ก็นานมาแล้วล่ะ พี่ชายของฉันสู้เธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” ซู่ฉินหยินเอ่ย
ถังชิงหยางและซ่งหนานรู้ว่าซู่จินเฉินเป็นพี่ชายของซู่ฉินหยิน แต่พวกเขาไม่รู้จักซู่จินเฉินมากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ว้าวกับความเก่งกาจของกู้หนิงมากนัก แต่ว่าเจียงรุ่ยฉินที่สนิทกับซู่จินเฉินค่อนข้างตกใจที่รู้ว่ากู้หนิงสามารถเอาชนะเขาได้ในการต่อสู้ ถ้าเธอเก่งกว่าซู่จินเฉินก็ดูเหมือนว่าเธอน่าจะเหมาะกับเลิ่งเชาถิง
เจียงรุ่ยฉินไม่ว่าความจริงแล้วกู้หนิงก็คือแฟนของเลิ่งเชาถิง และคิดว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้พบกัน ดังนั้นเขาจึงพูดถึงเลิ่งเชาถิง
“ซู่ฉินหยิน เธอไม่คิดจะรักษาหน้าพี่ชายตัวเองบ้างเหรอยะ?” กู้อันนารู้สึกขำ
ซู่ฉินหยินยักไหล่ เธอไม่สนเลยสักนิด
“อ้อ เทพธิดากู้ ร้านเครื่องประดับของเธอเปิดในเมืองหลวงยัง? ฉันเห็นรูปสวยๆในเว็บไซต์ของหยกบิวตี้แหนะ เลยอยากจะซื้อสักชิ้นสองชิ้น เมือง G ก็ไกลไป ฉันไม่มีเวลาบินไปที่นั่นเลย” กู้อันนาถามกู้หนิง เธอเป็นคนที่ชอบเครื่องประดับมาก
“พวกเราจะเปิดสาขาในเมืองหลวงอาทิตย์หน้าค่ะ”
“จริงเหรอ?” กู้อันนาตื่นเต้น “ถ้าเปิดแล้วบอกให้ฉันรู้ด้วยนะ”
พูดจบกู้อันนาก็เอานามบัตรของเธอออกมาและยื่นให้กู้หนิง
“ได้สิคะ” กู้หนิงรับนามบัตรมาด้วยความยินดี กู้หนิงอันนาเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ดังนั้นเธอจึงต้องให้ความสำคัญ
หลังจากนั้นสักพัก ซ่งหนานก็ได้รับโทรศัพท์และขอตัวออกไปรับโทรศัพท์
“เดี๋ยวมานะ ขอไปเข้าห้องน้ำแปบ” กู้อันนาเอ่ย จากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเธอเดินกลับมาก็มีผู้ชายขวางทางเธอเอาไว้
เขาถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สองแก้วในมือ ยื่นแก้วหนึ่งให้กู้อันนาและพูดว่า “เฮ้ คนสวย ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันยังไม่อยากดื่มตอนนี้” กู้อันนาปฏิเสธ
ชายหนุ่มรู้สึกเขินอายเล็กน้อยและมองไปรอบๆ แล้วพูดกับเธอด้วยเสียงต่ำว่า “ถือว่าช่วยผมแล้วกัน ผมเดิมพันกับเพื่อนว่าถ้าคุณดื่มแก้วนี้ พวกเขาจะเสียสองหมื่นหยวน เรามาแบ่งกันคนละหมื่น ดีไหม?”
กู้อันนาแค่นเสียงเยาะ เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้พูดความจริงหรือโกหก เธอไม่อยากเสี่ยงดื่มเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้าในบาร์ ถ้าแก้วเหล้านี้มียาผสมอยู่ เธออาจตกอยู่ในอันตราย
“หนึ่งหมื่นหยวนไม่อยู่ในสายตาฉันหรอกค่ะ กรุณาหลีกทางให้ด้วยค่ะ” กู้อันนาพูดด้วยความรังเกียจ จากนั้นก็เบี่ยงตัวหลบจะเดินจากไป
“ผมว่าคุณยอมฟังผมและดื่มมันซะ ถ้าคุณทำให้ผมขายหน้า ผมจะทำให้คุณกลายเป็นตัวตลก”
กู้อันนาชักสีหน้าไม่พอใจทันที “ฉันว่าคุณหลบไปจะดีกว่านะ เจ้าของบาร์นี้เป็นเพื่อนของฉันเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็กลายเป็นใบ้ไปชั่วครู่ แต่เขาก็ไม่กลัวเช่นกัน “แล้วไง? ซ่งหนานก็แค่ไอ้งั่งคนหนึ่ง”
ซ่งหนานเป็นคนไม่สำคัญในสายตาของผู้ชายคนนี้ แต่สำหรับกู้อันนาไม่ใช่ เธอขมวดคิ้ว รู้สึกถึงอันตรายตรงหน้า
ที่นี่คือบาร์ของซ่งหนาน เธอไม่อยากสร้างปัญหาให้เขา แล้วตอนนี้เธอควนทำอย่างไรดี?
“คุณจะทำอะไร?” กู้อันนาถามเสียงเย็น
“ดื่มซะสิ” เขาพูด ดู้เหมือนว่าเขาจะไม่ปล่อยเธอไปจนกว่าเธอจะยอมดื่ม
กู้อันนากลอกตาเดินออกไปแต่ถูกชายคนนั้นคว้าไว้ เขาตบหน้าเธออย่างแรง และเสียงตบก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนในบาร์เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามไม่มีใครช่วยเธอเพราะไม่มีใครต้องการมีส่วนร่วมกับการทะเลาะของคนอื่น