- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 615 - 616: บังเอิญเจอนายท่านเลิ่ง, ขอความช่วยเหลือจากเจียงจงหยู
ตอนที่ 615 - 616: บังเอิญเจอนายท่านเลิ่ง, ขอความช่วยเหลือจากเจียงจงหยู
ตอนที่ 615 - 616: บังเอิญเจอนายท่านเลิ่ง, ขอความช่วยเหลือจากเจียงจงหยู
ตอนที่ 615 บังเอิญเจอนายท่านเลิ่ง
“บอส เรียบร้อยแล้วครับ” เคยื่นแฟลชไดร์ฟให้กู้หนิง
“รวดเร็วทันใจมาก” กู้หนิงประหลาดใจ
“ของกล้วยๆ” เคเอ่ย ความขี้เล่นซุกซนฉายอยู่ในแววตาของเขา
“โอเค” กู้หนิงยอมรับว่าเคเป็นปรมาจารย์ด้านคอมพิวเตอร์จริงๆ หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรหาฉวนหมิงข่ายและบอกว่าโฆษณาเสร็จเรียบร้อยแล้วและเธอจะส่งให้เขาภายหลัง เธอจะส่งคนไปเซ็นสัญญาและจ่ายเงินด้วย
ฉวนหมิงข่ายทึ่งกับการทำงานที่รวดเร็วของกู้หนิง ทว่ายังมีความสงสัยว่าโฆษณาจะออกมาดีจริงไหมภายในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นภาพโปสเตอร์และวิดีโอ เขาถึงกับนิ่งตะลึงเพราะนี่คือผลงานชิ้นเอก
กู้หนิงโทรหาโจวเจิ้งหง บอกให้เขาไปจัดการธุระกับฉวนหมิงข่าย
หลังทานอาหารกลางวัน กู้หนิงก็ไปที่ถนนขายของเก่าแต่เธอขับรถของเฉินข่ายอี้ไปแทน
ผู้ช่วยของเคและเฉินข่ายอี้มาถึงเมื่อคืนนี้พร้อมกับรถส่วนตัวของพวกเขา รถของเคสะดุดตาเกินไปและเธอก็ไม่ชอบมัน ดังนั้นจึงเลือกเอารถของเฉินข่ายอี้แทน เพราะเรื่องนี้ เคจึงต่อว่ารสนิยมของกู้หนิงอยู่นานสองนาน ปกติเคไม่ให้ใครยืมรถของตัวเอง แต่กู้หนิงถึงกับปฏิเสธไม่ยอมใช้รถของเขา นี่มันหักหน้ากันชัดๆ
กู้หนิงขับรถแลนด์โรเวอร์ของเฉินข่ายอี้ไปยังถนนขายของเก่า เธอจอดรถไว้ที่ลานจอดรถข้างทางเข้า จากนั้นก็เอากล่องไม้มะฮอกกานีจากช่องเก็บของกระแสจิตออกมาก่อนจะเดินเข้าไปยังถนนขายของเก่า
กล่องไม้มะฮอกกานีมีขนาดเท่ากับกระเป๋าเดินทางยี่สิบสี่นิ้ว น้ำหนักของมันไม่ได้เบาเลย แต่กู้หนิงก็ยังถือมันได้สบายๆ
ถึงแม้กู้หนิงจะมีของเก่าในมือมากมายแล้วแต่ก็ยังอดใช้ตาทิพย์มองหาของเก่าตามข้างทางไม่ได้ เธอไม่ได้มาที่นานพักใหญ่แล้วเลยคิดว่าลองหาของเก่าอีกสักชิ้นสองชิ้นเพิ่มน่าจะดี
ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นของเก่าของแท้อยู่ข้างท้าง หนึ่งคือที่ใส่พู่กันกระเบื้องสีฟ้าและสีขาว ในขณะที่อีกอันคือกาน้ำชาดินเหนียว กู้หนิงไม่รอช้ารีบจ่ายเงินซื้อมาทันที
“ใช่หนูกู้หนิงไหม?”
กู้หนิงกำลังจะออกเดินต่อ ทันใดนั้นก็มีเสียงชายสูงวัยดังขึ้นจากด้านหลัง เธอหันหลังกลับมาดูและเห็นเจียงจงหยู นายท่านเลิ่งและนายท่านซู่พร้อมด้วยบอดี้การ์ด
แม้ว่ากู้หนิงจะยังไม่เคยเจอนายท่านเลิ่งอย่างเป็นทางการ เธอก็เคยเห็นท่านผ่านรูปถ่ายในข่าว ดังนั้นเธอจึงจำท่านได้ตั้งแต่วินาทีแรก กู้หนิงเกิดประหม่าขึ้นมา ถึงจะรู้ว่าท่านยังไม่รู้จักเธอ แต่ก็อดประหม่าไม่ได้เพราะเธอกลัวว่าคุณปู่ของเลิ่งเชาถิงจะไม่ชอบเธอ
กู้หนิงไม่เคยประหม่าอย่างนี้มาก่อน เธอพยายามสงบสติอารมณ์และเดินเข้าไปหาพวกเขาพลางยิ้มให้ “สวัสดีค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า หนูกู้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” นายท่านซู่เอ่ย เขาดีใจที่ได้เจอกู้หนิงอีกครั้ง
สายตาของเจียงจงหยูก็ไปหยุดอยู่ที่กล่องไม้มะฮอกกานีในมือของกู้หนิง “หนูกู้ ของเก่าอยู่ในกล่องไม้นั่นเหรอ?”
“ค่ะ หนูเพิ่งได้มันมา กำลังจะเอาไปไว้ที่ร้านเซียนหยุนค่ะ” กู้หนิงตอบ
ได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสทั้งสามท่านก็ดวงตาเปล่งประกาย เจียงจงหยูถึงกับรีบพูดว่า “งั้นไปด้วยกันเถอะนะหนูกู้”
“ค่ะ ไปกันค่ะ” กู้หนิงยิ้มและเดินนำพวกเขาไปที่ร้าน แน่นอนว่านายท่านทั้งสามรู้ว่าร้านเซียนหยุนอยู่ตรงไหน แต่พวกเขาให้เกียรติกู้หนิงเพราะในตอนนี้เธอคือเจ้าของคนใหม่แล้ว
“หนูกู้ ฉันขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของฉันเอง นายท่านเลิ่ง”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะนายท่านเลิ่ง” กู้หนิงทักทายเขาอย่างสุภาพแม้ว่าในใจจะตื่นเต้นมากแค่ไหน
“อ้อ หนูคือเจ้าของร้านคนใหม่ของเซียนหยุนสินะ ใช่ไหม?” นายท่านเลิ่งเปิดปากถาม เขาคิดในใจว่ากู้หนิงช่างเป็นเด็กสาวหน้าตางดงาม ถ้าเขารู้ว่าเธอเป็นแฟนของหลานชายคนโตของเขา เขาคงมีท่าทีเปลี่ยนไป
“ใช่ค่ะ หนูเองค่ะ” กู้หนิงตอบเบาๆ
“ดีๆ ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุเท่านี้ เก่งมาก” นายท่านเลิ่งกล่าวชมความสามารถของเธอ ใช่ว่าจะมีคนหนุ่มสาวที่ชื่นชอบของเก่า และร้านเซียนหยุนก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหลังจากที่เด็กคนนี้เข้ามาดูแล
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงร้านเซียนหยุน
“อรุณสวัสดิ์ครับ เจ้านาย!” เฉินต้าหรงกล่าวต้อนรับกู้หนิง
เมื่อเขาเห็นกลุ่มคนทางด้านหลังกู้หนิง เขาก็ส่งเสียงทักทายด้วยความเคารพ “ยินดีต้อนรับครับ นายท่านซู่ นายท่านเจียง และนายท่านท่านนี้ด้วยครับ เชิญครับๆ”
เฉินต้าหรงไม่รู้จักนายท่านเลิ่งเพราะนายท่านเลิ่งเกษียณตัวเองไปนานแล้ว และแทบไม่ค่อยปรากฏตัวตามสื่อสาธารณะ คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้จักเขา
“ขึ้นไปข้างบนกันเถอะค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เนื่องจากผู้อาวุโสทั้งสามท่านต่างก็เป็นมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆของประเทศ จะปล่อยให้ปะปนอยู่กับแขกท่านอื่นได้อย่างไร
หลังจากนั้นเฉินต้าหรงก็พาพวกเขาไปยังชั้นสอง
มีคนสังเกตเห็นเจียงจงหยูและผู้อาวุโสอีกสองท่านเดินเข้าไปในร้านเซียนหยุน พวกเขาจึงเดินตามเข้ามาไปด้วย แต่กลุ่มของเจียงจงหยูขึ้นไปชั้นสองเรียบร้อยแล้ว บางคนไม่อยู่รอและกลับออกไปทันทีเมื่อเขาไม่สามารถพบกับนายท่านเจียงได้ ส่วนบางคนก็ได้ของติดไม้ติดมือก่อนกลับ
เมื่อพวกเขานั่งลง เฉินต้าหรงก็รินน้ำชาให้พวกเขาอย่างขยันขันแข็งในขณะที่กู้หนิงลงมือเปิดกล่องไม้
“นี่คือม้าเคลือบทองเหลือง ถังซานไค่”
“นี่คือแก้วบรอนซ์นกฟีนิกซ์”
“นี่คือแท่นฝนหมึกทำจากหยกจากราชวงศ์ชิง”
“นี่คือ....”
หลังจากเห็นโบราณวัตถุสิบชิ้นในกล่อง นายท่านทั้งสามก็มองตากันด้วยความตกใจ
“ให้ตายเถอะ! หนูกู้ หนูไปได้ของพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?” เจียงจงหยูถามด้วยความประหลาดใจมาก
“เอ่อ ก็หลายๆที่ค่ะ และ...” จากนั้นวางกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอและหยิบของเก่าสองชิ้นที่เธอเพิ่งซื้อออกมา “หนูเพิ่งซื้อพวกนี้มาจากริมถนน”
“หนูเพิ่งซื้อมันมาที่นี่เหรอ” ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจอีกครั้ง พวกเขาเดินไปตามถนนขายของเก่าตั้งนานแต่ก็ไม่พบสิ่งของมีค่า ทว่าเด็กคนนี้กลับพบโบราณวัตถุสองชิ้น!
ตอนที่ 616 ขอความช่วยเหลือจากเจียงจงหยู
แม้ว่าเจียงจงหยูจะเป็นผู้เชี่ยวชาญของเก่า เขาก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่มีพลังวิเศษใดๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะพลาดไปบ้าง
เจียงจงหยูหยิบที่ใส่พู่กันกระเบื้องขึ้นมาดูและไม่สามารถวางมันลงได้หลังจากที่เขาแน่ใจแล้วว่ามันเป็นของจริง
“หนูกู้ แท่นฝนหมึกหยกชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?” นายท่านเลิ่งเป็นฝ่ายถามกู้หนิง
“เอ่อ...” กู้หนิงไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร นายท่านเลิ่งเป็นคุณปู่ของเลิ่งเชาถิง และเธอไม่อยากให้ท่านต้องเสียเงินซื้อ
“เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ พวกท่านลองเลือกสักชิ้นสิคะ ถือว่าเป็นของขวัญจากหนูแล้วกันค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“อะไรนะ?” พวกเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นายท่านเลิ่งถึงกับถามด้วยความสงสัย “หนูกู้ หนูพูดจริงหรือเปล่า?”
“ค่ะ เชิญเลือกได้เลยนะคะ” กู้หนิงยิ้มพลางพูดกับพวกเขา
“พวกเราทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะหนู” นายท่านเลิ่งดูไม่พอใจ “นี่ไม่ใช่ถูกๆ พวกเรารับไปฟรีๆไม่ได้หรอก”
กู้หนิงตกใจ
“หนูกู้ พวกเราเข้าใจว่าหนูมีน้ำใจ แต่พวกเรารับไปโดยไม่จ่ายเงินไม่ได้หรอกนะ” เจียงจงหยูเห็นด้วยกับเพื่อน
“ฉันไม่รู้ว่าหนูใจกว้างหรือโง่กันแน่ ของพวกนี้เป็นของเก่ามีคุณค่ามีราคา หนูจะให้พวกเราเป็นของขวัญเนี่ยนะ?” นายท่านซู่เอ่ย
พวกเขาไม่อยากเอาเปรียบเด็กสาวอย่างกู้หนิง ดังนั้นจึงปฏิเสธน้ำใจของเธอ “ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ หนูเองก็ซื้อมาไม่ได้แพงอะไร ของเหล่านี้ไม่ได้แพงในสายตาหนูค่ะ”
“นั่นน่ะหนูคิดเอง อย่างไรพวกเราก็จะจ่ายเงินตามราคาตลาด” เจียงจงหยูก็ไม่ยอมเช่นกัน
“ใช่ เอาแบบนี้เถอะนะ” นายท่านทั้งสองก็ยังยืนยันตามเดิมคือจ่ายเงิน
“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ชิ้นละหนึ่งแสน” กู้หนิงเอ่ย แน่นอนว่าเธอไม่ได้ขายตามราคาตลาด
“หนึ่งแสนหยวนต่อชิ้น? นี่มันได้แค่ค่าธรรมเนียมเองนี่” นายท่านเลิ่งก็ยังไม่พอใจอยู่ดี
“หนึ่งแสนต่อชิ้นเท่านั้นคะ จะซื้อหรือไม่ซื้อดีคะ?” ถ้านายท่านเลิ่งรับไม่ได้ เธอก็กะว่าจะให้เลิ่งเชาถิงมอบมันให้เขาแทน และไม่สนใจว่าจะเป็นการเปิดเผยเรื่องที่เธอเป็นแฟนกับหลานชายของท่านหรือไม่
“เอ่อ...”
นายท่านเลิ่งและนายท่านอีกสองท่านก็ยอมแพ้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรกู้หนิงก็ไม่เก็บเงินกับพวกเขามากไปกว่านี้แล้ว ไม่ง่ายเลยที่จะเจอของเก่าแบบที่พวกเขาชอบ และพวกเขาก็ไม่อยากกลับบ้านมือเปล่า แต่หากพวกเขาได้มันมาในราคาต่ำก็อดรู้สึกผิดไม่ได้
เมื่อเห็นว่านายท่านทั้งสามยังลังเล กู้หนิงก็พูดจาขุดหลุมต่อไปว่า “หนูจะติดป้ายราคาชิ้นละแสนหยวน ถ้าพวกท่านไม่ต้องการซื้อมัน หนูเชื่อว่าพวกมันจะขายหมดแปบเดียวเมื่อหนูนำออกมาขาย”
ได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
“ซื้อๆ พวกเราซื้อ”
“ห่อของเลย”
พวกเขากลัวว่ากู้หนิงจะเอาไปขายให้คนอื่นก่อน จึงรีบซื้อไว้
“หนูกู้ ถ้าหนูมีปัญหาอะไรที่เมืองหลวง บอกพวกเราได้ทุกเมื่อเลยนะ พวกเราจะช่วยหนูเอง” นายท่านซู่เอ่ย
“ขอบคุณค่ะ หนูจะจำไว้”
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้นและคนที่โทรมาคือหนิงชางไค่ กู้หนิงเอ่ยขอตัว จากนั้นก็ลุกออกไปรับโทรศัพท์
“บอส ผลออกมาแล้วนะครับ พวกเราไม่ผ่านทดสอบ” น้ำเสียงของหนิงชางไค่ราบเรียบเพราะเขานึกไว้อยู่แล้ว
กู้หนิงไม่พอใจ “ไม่ต้องกังวลค่ะ ผลิตต่อไป ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ได้ครับ” แม้ว่าหนิงชางไค่จะรู้สึกไม่สบายใจ แต่เขาก็ไม่สิ้นหวังเพราะเขาเชื่อใจกู้หนิงว่าต้องสามารถแก้ปัญหานี้ได้แน่นอน
หากกู้หนิงเปลี่ยนชื่อของยาและแทนที่หนิงชางไค่ด้วยบุคคลอื่น เรื่องราวเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น แต่กู้หนิงไม่คิดทำเช่นนั้น เธอควรกำจัดศัตรู ไม่ใช่พันธมิตร
กู้หนิงกลับไปนั่งที่โซฟาและพูดกับนายท่านทั้งสามว่า “แหม บังเอิญจังเลย พอดีหนูมีเรื่องให้ช่วยค่ะ”
“หืม อะไรหรือ?”
“คืองี้ค่ะ หนูซื้อโรงงานผลิตยาได้สักพักแล้วเพราะมีคนกลั่นแกล้งเจ้าของโรงงานคนเก่าโดยไม่ให้ผ่านการทดสอบตัวยา พอหลังจากที่หนูเข้ามาซื้อกิจการ เรื่องก็เกิดขึ้นอีกเหมือนเดิม คือไม่ผ่านการทดสอบ”
นายท่านทั้งสามไม่พอใจทันทีโดยเฉพาะเจียงจงหยู เพราะลูกชายของเขา เจียงเจิ้งฮวา เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งชาติ หากมีใครกล้ากลั่นแกล้งกันในข้อตกลง SFDA มันจะเป็นความผิดพลาดของเจียงเจิ้งฮวา ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาร้ายแรง
“หนูกู้ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้เองและจะให้ผลทดสอบที่ถูกต้องแก่หนู” เจียงจงหยูรับปากจะช่วย เขารับปากว่าจะให้ผลทดสอบที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้บอกว่ายาของเธอผ่านหรือไม่ผ่าน จะสามารถวางขายในท้องตลาดได้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก
“ขอบคุณมากค่ะนายท่านเจียง” กู้หนิงมั่นใจว่ายาของเธอมีคุณภาพ ดังนั้นเธอจึงไม่กลัวผลทดสอบที่ออกมา
“ว่าแต่บริษัทยาของหนูชื่อว่าอะไรล่ะ?”
“บริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลค่ะ” กู้หนิงตอบ “กรุณาช่วยหนูหาว่าใครที่เป็นคนกลั่นแกล้งผลทดสอบยาของบริษัทหนูให้ด้วยนะคะ”
“ได้สิ ไม่ต้องห่วงนะ” เจียงจงหยูเอ่ย
หลังจากนั้นนายท่านทั้งสามก็กลับออกไป เมื่อเจียงจงหยูขึ้นรถของตัวเอง เขาก็โทรหาลูกชายและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทของกู้หนิง
อันที่จริงไม่ใช่แค่เจียงจงหยูที่ช่วยกู้หนิง แต่กู้หนิงก็ช่วยเขาด้วยเช่นกัน เมืองหลวงเป็นศูนย์กลางของการเมืองและอำนาจ และทุกคนก็ประพฤติตนด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อป้องกันมิให้เข้าไปพัวพันกับปัญหา การแข่งขันทางการเมืองไม่ได้รุนแรงน้อยกว่าในภาคธุรกิจเลย