- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 613 - 614: วัตถุโบราณที่ก้นทะเลสาป, เจียงรุ่ยฉิน
ตอนที่ 613 - 614: วัตถุโบราณที่ก้นทะเลสาป, เจียงรุ่ยฉิน
ตอนที่ 613 - 614: วัตถุโบราณที่ก้นทะเลสาป, เจียงรุ่ยฉิน
ตอนที่ 613 วัตถุโบราณที่ก้นทะเลสาป
หลังทานอาหารเย็นเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายกันไป เฉินข่ายอี้และเคพักที่โรงแรม ส่วนกู้หนิงไปที่บ้านของเลิ่งเชาถิง
ก่อนที่เธอจะจากไป กู้หนิงได้มอบภาพถ่ายและวิดีโอโฆษณาให้กับเค
ยังไม่ค่ำมากจึงมีผู้คนมากมายเดินเตร็ดเตร่อยู่รอบๆ ทะเลสาบ ดังนั้นกู้หนิงจึงวางแผนที่จะไปที่นั่นหลังห้าทุ่ม
เมื่อกู้หนิงมาถึงบ้านของเลิ่งเชาถิง เธอรู้สึกเหงาเล็กน้อยเพราะเขาไม่อยู่ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาอยากจะโทรหาเขา แต่เขาอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ ดังนั้นเธอจึงเก็บโทรศัพท์ลงที่เดิม
กู้หนิงไปที่ห้องนอนเป็นอย่างแรกและสวมเสื้อผ้ากันน้ำเผื่อว่าเธอจะเปียกหลังจากดำน้ำ หลังจากนั้นเธอก็สวมเสื้อโค้ทขนสัตว์ เนื่องจากชุดกันน้ำเป็นสีดำ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันแตกต่างจากเสื้อสเวตเตอร์ทั่วไป
ห้าทุ่มครึ่ง กู้หนิงนั่งแท็กซี่ไปยังโรงแรมที่อยู่ใกล้ จากนั้นเดินไปยังสวนสาธารณะ
มีคนเหลืออยู่ไม่กี่ภายในสวนเป่ยไห่ในเวลานี้ และถึงแม้ว่าสวนเป่ยไห่จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับกู้หนิงที่จะหาที่ซ่อน
เธอสวมหน้ากากเมื่อปรากฏตัวที่สวนสาธารณะ เนื่องจากอากาศยังหนาวอยู่ จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะสวมหน้ากาก
กู้หนิงมาถึงฝั่งที่เธอพบกล่องโบราณแล้วเหลือบมองไปรอบๆ เธอพบพุ่มไม้สำหรับซ่อนตัวอย่างดี หลังจากนั้นเธอก็ถอดเสื้อคลุมออกแล้วใส่ลงในช่องเก็บของกระแสจิตก่อนจะลงไปในน้ำ เธอค่อยๆหย่อนตัวลงน้ำอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังมากเกินไป
ด้วยความช่วยเหลือจากพลัง กู้หนิงสามารถหายใจในน้ำได้ ดังนั้นเธอจึงว่ายไปที่กล่องไม้โบราณ ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็เจอกล่องไม้และเก็บมันเข้าไปในช่องเก็บของกระแสจิตก่อนที่จะว่ายกลับขึ้นไป
เมื่อเธอกลับมาที่พุ่มไม้ เธอก็สวมเสื่อโค้ทและเดินออกจากพุ่มไม้ ทว่าดันมีผู้ชายสามคนล้อมกู้หนิงเอาไว้ พวกเขาเมาและกลิ่นตัวก็มีแต่กลิ่นเหล้าหึ่ง
“โอ๊ะ สาวสวยนี่นา! สาวน้อย ทำไมถึงออกมาอยู่ข้างนอกตอนดึกดื่นแบบนี้จ๊ะ? เธอเหงารึเปล่า? มาสนุกด้วยกันไหมจ๊ะ?” หนึ่งในชายสามคนพูดจาแทะโลมกู้หนิง
“มาสนุกด้วยกันเถอะ” ผู้ชายอีกสองคนก็เอ่ยขึ้นและมองมาที่กู้หนิงด้วยสายตาหื่นกาม
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเมา กู้หนิงก็ไม่อยากเสียเวลาเถียงด้วย เธอเดินหนี แต่คนเมาพวกนั้นก็ไม่ยอมปล่อยเธอไป
“หลบไปให้พ้นทางฉัน!” กู้หนิงตวาดใส่พวกเขา
เนื่องจากว่าตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิแต่อากาศยังคงหนาวเย็น พวกเขารู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาแต่ไม่คิดว่าเป็นเพราะสายตากู้หนิง คิดว่าเป็นเพราะอากาศ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ถอยหนี
“อย่าดุหน่อยเลยน่า ไปสนุกกับพวกพี่เถอะน้อง!” ยิ่งเมาก็ยิ่งคึก สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศ
ขณะที่กู้หนิงกำลังจะปล่อยหมัด รถมาเซราติที่ไม่รู้มาจากไหนก็โผล่มา ชายคนหนึ่งลงจากรถและตะคอกใส่คนเมาทั้งสามคน “ไอ้พวกเวร!”
ใช่ เขากำลังปกป้องกู้หนิง แต่เมื่อกู้หนิงเห็นเขา ความเดือดดาลของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่เป็นฉีซีเยว่ กู้หนิงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อซ่อนความเกลียดชังรุนแรงและระงับสติอารมณ์ของตัวเอง
“คุณ คุณชายฉี”
เมื่อคนเมาเหล่านั้นสังเกตเห็นฉีซีเยว่ พวกเขาก็สร่างเมาทันทีและทักทายเขาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ฉีซีเยว่เป็นเย่อหยิ่งและมีชื่อเสียงในเมืองหลวง ตอนนี้เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจของตระกูลถังในเมืองหลวงและเป็นแฟนของถังหยาซินด้วย ว่ากันว่าทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน เมื่อพวกเขาแต่งงานกันแล้ว สถานะทางสังคมของฉีซีเยว่ก็จะสูงขึ้นไปอีก
ถังหยาซินไม่รู้วิธีการทำธุรกิจ และเป็นไปไม่ได้ที่ถังปิงเสิ่งจะปล่อยให้พี่น้องหรือญาติของเขาครอบครองทรัพย์สินของเขาและทำธุรกิจแทน ดังนั้นฉีซีเยว่จะได้ขึ้นเป็นประธานกลุ่มธุรกิจของตระกูลถังแทนถางปิงเสิ่นเมื่อเขาแต่งงานกับถังหยาซิน
แน่นอนว่ามันเป็นแค่ความคิดของคนอื่น แม้ว่าถังหยาซินจะเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลถัง แต่ถังปิงเสิ่นเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะปล่อยให้ชายอื่นที่มีแซ่ต่างกันสืบทอดกลุ่มธุรกิจของเขา ถังปิงเสิ่นมีลูกชายนอกสมรสอยู่หนึ่งคนและเขาคิดจะมอบทรัพย์สินของเขาให้กับลูกชายของเขาเองเท่านั้น
ไม่มีใครรู้ความลับนี้โดยเฉพาะฉีซีเยว่ ถางหยาซินและแม่ของหล่อน หากพวกเขารู้เรื่องนี้ อาจทำลายแผนการของเขาได้
“ไสหัวไปซะ!” ฉีซีเยว่ตะโกนอย่างเหลืออด
“คะ ครับ” คนเมาทั้งสามคนวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“คุณหนู เป็นอะไรไหมครับ?” ฉีซีเยว่ถามด้วยความเป็นห่วง แน่นอนว่าฉีซีเยว่ช่วยเธอด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจำได้ว่ากู้หนิงคือผู้หญิงที่นั่งอยู่กับตระกูลซู่ในการประมูลครั้งล่าสุด หากเขาอยากจะมีตำแหน่งที่มั่นคงมากขึ้นในเมืองหลวง เขาต้องขยายเครือข่ายของเขา และโอกาสก็ประจวบเหมาะทำให้เขาได้เจอกับกู้หนิงในคืนนี้
ฉีซีเยว่คิดว่ากู้หนิงจะขอบคุณสำหรับสิ่งที่เขาทำและพวกเขาจะแลกเปลี่ยนเบอร์โทรกัน หรือบางทีเธออาจเลี้ยงข้าวเพื่อขอบคุณเขา จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นเพื่อนกัน หลังจากนั้นเธอก็จะแนะนำให้เขารู้จักกับเพื่อนคนอื่นๆ ของเธอ ฉีซีเยว่มั่นใจในตัวเองเกินกว่าจะตระหนักว่าเขาไม่ได้สำคัญขนาดนั้น นอกจากไม่สำคัญแล้วยังเป็นคนที่กู้หนิงเกลียดชังและอยากฆ่าให้ตายมากที่สุดในโลกนี้
กู้หนิงข่มอารมณ์ ยังไม่ถึงเวลาแก้แค้นตอนนี้ ดังนั้นกู้หนิงจึงเอ่ยขอบคุณเขาแล้วเดินจากไปโดยไม่ได้เหลียวกลับมามองเขาอีกเลย
“เดี๋ยวก่อนครับคุณหนู!” ฉีซีเยว่ร้องห้ามกู้หนิงไม่ให้ไป “ตอนนี้ดึกมากแล้ว อยู่คนเดียวไม่ปลอดภัยนะครับ ให้ผมไปส่งคุณที่บ้านเถอะ”
ตอนที่ 614 เจียงรุ่ยฉิน
“ขอบคุณค่ะแต่ฉันนั่งแท็กซี่กลับบ้านเองได้” กู้หนิงบอกปัด และโบกมือเรียกแท็กซี่
แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามที่คิด ฉีซีเยว่ก็ไม่ได้ดันทุรังตื้อเธอต่อ เขาไม่อยากให้กู้หนิงรู้สึกไม่ดีต่อเขา
เมื่อเห็นกู้หนิงขึ้นรถแท็กซี่จากไปแล้ว ฉีซีเยว่ก็กลับไปที่รถของเขา เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ถังหยาซินซึ่งอยู่ในชุดนอนบางเบาก็โผเข้าหาเขาและบ่นว่า “ทำไมคุณกลับบ้านดึกจังคะ?” ฉีซีเยว่กอดเธอตอบ "คุณรอผมอยู่หรือ?”
“ค่ะ ฉันไม่ได้เจอคุณเป็นอาทิตย์แล้ว ฉันคิดถึงคุณมากเลยค่ะ” ขณะที่พูดเธอก็เงยหน้ามองเขาพลางทำสายตาหวานหยดย้อย
ฉีซีเยว่อดใจไม่ไหว จูบเธออย่างดุเดือด ในระหว่างที่ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม ชุดนอนบางเบาของถังหยาซินก็หลุดออกจากตัว ฉีซีเยว่ใช้มือลูบไล้หน้าอกนุ่มของเธอไปมาอย่างเมามัน
กู้หนิงกลับมาถึงบ้านของเลิ่งเชาถิงแล้วก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จก็สวมชุดนอนก่อนจะเอากล่องไม้โบราณจากช่องเก็บของกระแสจิตออกมาเปิดดู
แม้ว่ากล่องไม้จะจมอยู่ที่ก้นทะเลสาปมานานกว่าร้อยปีแล้ว แต่ไม่มีน้ำเข้าไปข้างในกล่องเพราะมีขี้ผึ้งหนาฉาบบนพื้นผิวกล่อง
หลังจากตรวจสอบวัตถุโบราณแล้ว กู้หนิงก็เก็บบางส่วนลงในกล่องไม้มะฮอกกานีซึ่งเธอจะนำไปที่ร้านเซียนหยุนในวันพรุ่งนี้แล้วจึงเข้านอน
วันรุ่งขึ้น กู้หนิงตื่นตีห้าครึ่งและข่มตานอนไม่หลับอีก ดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นไปวิ่งออกกำลังกาย
บริเวณที่เลิ่งเชาถิงอาศัยอยู่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มาก ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งเรียงราย ทิวทัศน์งดงามสบายตา ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่หากไม่ใช่เศรษฐีก็ต้องมีอำนาจมากพอตัว เพราะบ้านแต่ละหลังราคาไม่ต่ำกว่าร้อยล้านหยวน
มีทางสำหรับวิ่งออกกำลังกายอยู่ในพื้นที่ ดังนั้นกู้หนิงจึงวิ่งไปตามเส้นทางนั้น
ณ เวลานี้ มีนักวิ่งมากมาย
ภายในจัตุรัส มีชายหญิงสูงอายุจำนวนมากที่กำลังฝึกไทเก็ก เมื่อเห็นเด็กสาวหน้าตาดีวิ่งมาแต่เช้า ทุกคนต่างชื่นชมเธอกันยกใหญ่เพราะหายากที่จะเห็นเด็กรุ่นใหม่ตื่นแต่เช้ามาวิ่งออกกำลังกาย
ในตอนนั้นเอง ลูกขนไก่ก็ลอยไปทางกู้หนิง กู้หนิงหยุดวิ่งและหมุนตัวเตะมันกลับไปทางเดิม ซึ่งทำให้ทุกคนในจัตุรัสถึงกับทึ่ง
“เตะได้เยี่ยม!” เสียงของผู้หญิงดังขึ้น
กู้หนิงยิ้มให้เธอและออกวิ่งต่อ
เมื่อกู้หนิงวิ่งผ่านไปแล้ว กลุ่มผู้หญิงสูงวัยต่างรวมตัวกันพูดเรื่องกู้หนิง
“เด็กคนนั้นสวยมากเลยว่าไหม”
“ใช่ ฉันไม่ค่อยเห็นเด็กสาวอย่างเธอออกมาวิ่งตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้เลยสักคน”
“เหมือนกัน หลายชายฉันนะเกลียดการออกกำลังกายมาก”
“เฮ้อ ฉันอยากให้หลานชายของฉันกระตือรือร้นเหมือนแม่หนูคนนั้นจัง”
วันนี้เจียงรุ่ยฉินก็ออกมาวิ่งออกกำลังเช่นกัน ที่ผ่านมาเขาทำงานหนักมากและไม่ค่อยมีเวลาว่าง ดังนั้นวันนี้เขาจึงตื่นแต่เช้าเพื่อไปวิ่ง ทันใดนั้นก็มีสาวสวยวิ่งผ่านตัวเขาไป หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะ ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรและตั้งใจวิ่งต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอคนนั้นวิ่งผ่านหน้าเขาอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้เขาถึงกับวิ่งตามเธอแทน
ไม่นานนักกู้หนิงก็สังเกตว่ามีใครบางคนกำลังวิ่งตามเธออยู่ แต่เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ใส่ใจ
เจียงรุ่ยฉินวิ่งตามเธออยู่พักหนึ่งและพยายามพูดคุยกับกู้หนิง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อเวลาผ่านไปกู้หนิงก็ยังวิ่งด้วยความเร็วปกติ และระยะก้าวที่เธอวิ่งก็ยาวเท่ากัน
หรือว่าเธอเป็นนักวิ่งอาชีพ? เจียงรุ่ยฉินคิดในใจ
เจียงรุ่ยฉินวิ่งตามกู้หนิงประมาณสิบนาทีและรู้สึกเหนื่อย แต่เธอยังคงวิ่งไปข้างหน้าราวกับว่าเธอไม่เคยหมดเรี่ยวแรง
เจียงรุ่ยฉินเร่งฝีเท้าจนวิ่งตีคู่ข้างกู้หนิงจนสำเร็จ
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมวิ่งตามคุณอยู่สักพักใหญ่และสังเกตเห็นว่าคุณวิ่งโดยไม่ลดความเร็วเลย แต่คุณดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด ไม่ทราบว่าคุณวิ่งประจำรึเปล่าครับ?” เจียงรุ่นฉินเกือบหมดแรงยามที่อ้าปากพูด
“ค่ะ ฉันวิ่งประจำตลอด” กู้หนิงตอบและหันไปมองเขา
เมื่อเห็นกู้หนิงยังคงสงบนิ่งและเย็นชาเล็กน้อย ในใจเจียงรุ่ยฉินพลันรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเพราะเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามและมีเด็กสาวๆมาชอบมากมาย แต่ดูเหมือนว่าสาวสวยคนนี้จะเป็นข้อยกเว้น
หัวใจของกู้หนิงถูกเลิ่งเชาถิงครอบครองหมดแล้ว เธอจึงไม่สนใจชายอื่น ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะหล่อมากเพียงใดก็ตาม
“โอ้ อย่างนั้นหรือครับ” เจียงรุ่ยฉินได้คำตอบที่ต้องการแล้ว จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ผมชื่อเจียงรุ่ยฉิน ไม่ทราบว่าคุณชื่อ...?”
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะครับ”
กู้หนิงยิ้มและพูดว่า “ฉันชื่อกู้หนิงค่ะ”
หลังจากนั้นเจียงรุ่ยฉินก็วิ่งไปกับกู้หนิง และพวกเขาก็คุยกันเป็นครั้งคราว หลังจากวิ่งครบหนึ่งรอบ กู้หนิงก็จากไป
เนื่องจากว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอกัน เจียงรุ่ยฉินจึงยังไม่กล้าขอเบอร์กู้หนิง หากเธอพักอาศัยอยู่แถวนี้ เขามั่นใจว่าจะได้เจอเธออีกในไม่ช้า
กู้หนิงกลับมาบ้านเพื่ออาบน้ำก่อนจะออกไปหาข้าวเช้าทานและจากนั้นก็ไปที่บริษัท
เมื่อเธอมาถึงบริษัท จางชุนเจี๋ยก็ถามขึ้นว่า “บอสคะ ร้านสาขาที่เมืองหลวงกำลังจะก่อสร้างเสร็จแล้ว เราจะเปิดร้านได้เมื่อไหร่คะ?”
“ต้องรอไปก่อนจนกว่าสาขาที่เมือง B จะเปิดในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า ไว้หลังจากนั้นเราค่อยเปิดสาขาที่นี่” กู้หนิงตอบ
วันนี้เป็นวันจันทร์ อีกสี่ห้าวันก็จะถึงและวันเปิดสาขาหยกบิวตี้ที่เมือง B