- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 611 - 612: ชื่อจริงของเค, พี่สะใภ้ในอนาคต
ตอนที่ 611 - 612: ชื่อจริงของเค, พี่สะใภ้ในอนาคต
ตอนที่ 611 - 612: ชื่อจริงของเค, พี่สะใภ้ในอนาคต
ตอนที่ 611 ชื่อจริงของเค
ใช่ เขามันหน้าไม่อาย หากเขาเป็นเพื่อนของอวี้จื่อจริง การพูดแบบนั้นก็ไม่ถือว่าแปลก แต่นี่เขาไม่ใช่เพื่อนของเธอ เป็นคนที่เธอเกลียดขี้หน้าต่างหาก
“หลินเทียนโหย่ว คุณไม่ละอายแก่ใจหน่อยเหรอ? พวกเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” อวี้จื่อทนไม่ไหวและตวาดใส่เขาหนึ่งที
“อวี้จื่อ ถึงเราจะเลิกกันแล้ว พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยผ่านเรื่องที่แล้วมาไปล่ะ?” หลินเทียนโหย่วถามเสียงใสซื่อ
“อ้อ งั้นเหรอ ถ้าแฟนของคุณนอกใจ คุณยังอยากจะเป็นเพื่อนกับเธออยู่ไหมคะ? คุณหลิน คุณนี่หน้าด้านจริงๆเลย” กู้หนิงพูดประชดเขาซึ่งทำให้หลินเทียนโหย่วหน้าแตกอีกครั้ง
“พอดีว่าฉันไม่ชอบมีเพื่อนเป็นผู้ชายเฮงซวยเพราะฉันกลัวจะอดใจไม่ไหวต่อยหน้าเขาน่ะค่ะ” ยามที่กู้หนิงเอ่ย สายตาเย็นชาก็มองหลินเทียนโหย่วไปด้วย
หลินเทียนโหย่วแอบกลัวกู้หนิง ไม่ใช่เพราะเธอคือเจ้าของหยกบิวตี้ แต่เพราะเธอเชี่ยวชาญกังฟูต่างหากล่ะ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่ากู้หนิงไม่ชอบเขาเพราะสิ่งที่เขาทำกับอวี้จื่อ
“อวี้จื่อ ไปกันเถอะค่ะ” กู้หนิงเอ่ย จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
หลินเทียนโหย่วไม่กล้าหยุดพวกเธอ ได้แต่มองพวกเธอเดินหายไปจากสายตา
“บอสคะ ฉันว่าเป้าหมายของเขาคืออยากเข้าหาบอสมากกว่า” อวี้จื่อเอ่ย เธอรู้ว่าเธอไม่ใช่เป้าหมายของหลินเทียนโหย่ว
กู้หนิงก็พอจับสังเกตได้เหมือนกัน แต่เธอเกลียดคนประเภทนี้
“เมื่อชาร์มเข้าตลาด เขาก็จะรู้ว่าคุณเป็นใคร ถึงเวลานั้นเขาก็จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เขาทำกับคุณ” กู้หนิงยิ้ม “เลิกกับคนแบบนั้นถือว่าโชคดีแล้วล่ะค่ะ ไม่งั้นตอนนี้เขาก็คงจะเป็นภาระของคุณ”
อวี้จื่อก็รู้สึกว่าการที่หลินเทียนโหย่วนอกใจเธอกลับกลายเป็นเรื่องดีขึ้นมาซะอย่างนั้นจากคำพูดของกู้หนิง
เมื่อสั่งอาหารแล้ว กู้หนิงก็โทรหาเคและบอกเขาว่าพรุ่งนี้เธอจะบินไปเมืองหลวง ถ้าพวกเขาพร้อมทำงานให้เธอ ก็ให้มาเจอกันที่เมืองหลวง
เคและเฉินข่ายอี้พร้อมแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงจองตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงทันทีหลังวางสายจากกู้หนิง
เลิ่งเชาถิงไม่ได้ติดต่อกู้หนิงมาสามวันแล้ว กู้หนิงรู้ว่าเขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ บางครั้งอาจกินเวลาหลายวันหรือครึ่งเดือน หรือบางครั้งก็หลายเดือน
วันต่อมากู้หนิงขับรถไปส่งกู้ม่านที่บ้านตระกูลถางในตอนเช้าตรู่ จากนั้นเธอก็ไปสนามบิน เที่ยวบินของเธอคือ 10.20 น. และเครื่องบินจะลงจอดที่สนามบินเมืองหลวงตอน 12.30 น.
เคและเฉินข่ายอี้มาถึงก่อนหน้ากู้หนิงเล็กน้อย พวกเขารอเธออยู่ที่สนามบิน
กู้หนิงโทรหาเคเมื่อเธอลงจากเครื่อง และเดินไปพบพวกเขาโดยไม่รอช้า
เมื่อกู้หนิงเดินมาถึง เคและเฉินข่ายอี้ก็ลงจากรถมาต้อนรับเธอ “บอส อรุณสวัสดิ์!”
“เฉินข่ายอี้ เป็นยังไงบ้างคะ?” กู้หนิงถามอาการเฉินข่ายอี้อย่างเอาใจใส่
“ดีมากๆเลยครับ” เฉินข่ายอี้ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส “ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นขาของผมคงถูกตัดไปแล้ว” หมอได้ทำการวินิจฉัยแล้วว่าขาของเขาจำเป็นต้องตัดออก โชคดีที่เขาได้เจอกับกู้หนิงและเธอก็เต็มใจช่วยเหลือเขา
“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะคะ”
“ขึ้นรถกันเถอะ” เคเอ่ย จากนั้นก็เปิดประตูรถให้กู้หนิง
เมื่อพวกเขาขึ้นรถแล้ว กู้หนิงก็เสนอว่า “ไปกินข้าวกันก่อนแล้วกัน”
พวกเขาไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารถัดจากตึกออฟฟิศของกู้หนิง กู้หนิงกะว่าจะพาพวกเขาเยี่ยมชมรอบๆตึกก่อนที่จะไปโรงงานผลิตยา
เนื่องจากในรถมีคนขับรถอยู่ด้วย พวกเขาจึงไม่ได้พูดคุยกันเรื่องงาน
“พวกคุณมาที่นี่โดยไม่มีผู้ช่วยสักคนเลยเหรอคะ?” กู้หนิงถาม
“พวกเขาจะขับรถตามมา น่าจะถึงพรุ่งนี้” เคกล่าว
เนื่องจากเคและเฉินข่ายอี้กำลังจะตั้งรกรากในเมืองหลวง พวกเขาจึงควรนำรถของพวกเขามาใช้ที่นี่ด้วย เมือง D อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงเล็กน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงขึ้นเครื่องบินล่วงหน้ามาก่อน
ทั้งสามคนได้ทำการจองห้องอาหารไว้แล้ว
“เค ชื่อจริงของคุณคืออะไร? ฉันเรียกคุณว่าเคในบริษัทไม่ได้ เดี๋ยวตัวตนที่ว่าคุณเป็นแฮคเกอร์แดงออกมา” กู้หนิงเอ่ย เคเป็นชื่อของแฮคเกอร์ที่มีชื่อเสียง
“มู่เย่” เคตอบ
“กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะพาพวกคุณไปเดินชมออฟฟิศที่ทำงาน จากนั้นพวกคุณก็ไปหาซื้ออพาร์ทเม้นท์ บริษัทจะเป็นคนออกเงินให้เอง” กู้หนิงเอ่ย
ทั้งเคและเฉินข่ายอี้เป็นคนที่กู้หนิงจ้างมาโดยตรง แน่นอนว่าพวกเขาย่อมถูกปฏิบัติแตกต่างจากพนักงานคนอื่น
“ได้” เคและเฉินข่ายอี้ไม่ปฏิเสธ แม้ว่าเขาจะรวยล้นฟ้าอยู่แล้ว
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว กู้หนิงก็พาพวกเขาสองคนไปที่บริษัทและไปพบกับจางชุนเจี๋ย
“ดีใจที่เจอครับ บอส!” จางชุนเจี๋ยทักทายกู้หนิงด้วยความเคารพ
“ชุนเจี๋ย นี่คือเฉินข่ายอี้ เขาจะเป็นประธานบริหารของบริษัทเรา ส่วนนี่คือมู่เย่ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูล” กู้หนิงพูดกับจางชุนเจี๋ย จากนั้นก็หันไปทางเคและเฉินข่ายอี้ “นี่คือจางชุนเจี๋ย เลขาของประธานบริษัทอสังหาฯ หนึ่งในบริษัทของฉัน”
จางชุนเจี๋ยรีบทำความเคารพอย่างไว “ยินดีที่ได้พบครับ ประธานเฉินและผู้อำนวยการมู่”
“เช่นกันครับ”
“ห้องทำงานของฉันอยู่ชั้นสิบแปด พวกคุณสองคนสามารถใช้ห้องทำงานชั้นสิบเจ็ดได้” กู้หนิงเอ่ย “ลองไปดูก่อนได้และบอกนักออกแบบของเราว่าคุณอยากตกแต่งแบบไหน ถ้ามีอะไรก็บอกชุนเจี๋ยได้เลย”
“ได้” จากนั้นเฉินข่ายอี้และเคก็ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสิบเจ็ดพร้อมกับจางชุนเจี๋ย
กู้หนิงมีเรื่องต้องไปจัดการ ดังนั้นเธอจึงขอตัวไปทำธุระก่อน
เมื่อเธอเดินออกจากลิฟต์ เธอก็สวนกับซ่งหมานหนี่ที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก
ซ่งหมานหนี่ประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงที่นี่ “สวัสดีค่ะบอส มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“ตอนบ่ายนี่เองค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังจะออกไปทำธุระข้างนอก”
“งั้นเย็นนี้เราทานข้าวด้วยกันไหมคะ?” ซ่งหมานหนี่ถาม
“ได้ค่ะ” กู้หนิงตอบ “ฉันจะพาคนไปด้วย เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก เจอกันที่โรงแรมฮวงเติ้งนะคะ”
กู้หนิงเป็นนักธุรกิจหญิงที่ชาญฉลาดเพราะเธอเลือกรับประทานอาหารที่โรงแรมของพ่อของตัวเอง
ตอนที่ 612 พี่สะใภ้ในอนาคต
คนที่กู้หนิงจะพาไปเจอซ่งหมานหนี่คือหนิงชางไค่ ในฐานะผู้จัดการของบริษัทย่อย พวกเขาจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” ซ่งหมานหนี่เอ่ย
หลังจากนั้นกู้หนิงก็นั่งแท็กซี่ไปยังโรงงานผลิตยา ระหว่างทางเธอโทรหาลู่เซียวและชวนเขามาทานข้าวด้วยกันตอนเย็น แม้ว่าลู่เซียวจะเป็นคนที่เลิ่งเชาถิงแนะนำมา อย่างไรเขาก็ทำงานให้เธอ ดังนั้นเขาควรทำความรู้จักกับคนอื่นไว้บ้าง
เมื่อลู่เซียวรู้ว่ากู้หนิงอยู่เมืองหลวงและยังชวนเขาไปทานข้าวด้วยกัน เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาเพราะเขาอยากเจอเธอตั้งนานแล้ว เขาสงสัยว่าผู้หญิงแบบไหนที่คว้าใจเจ้านายของเขาได้
กู้หนิงมาถึงโรงงานผลิตยาก็เป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว
ยาและครีมบำรุงผิวเกือบเสร็จแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้คือรอผลทดสอบก่อนวางขายในตลาด
เมื่อเช้าวานนี้กู้หนิงได้บอกหนิงชางไค่ให้ส่งตัวอย่างบางส่วนไปที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และพวกเขาจะได้รับผลในอีกหนึ่งหรือสองวันถัดมา
กู้หนิงเข้าใจว่ามีคนต้องการขัดขวางการทำธุรกิจของหนิงชางไค่ ตอนแรกกู้หนิงยากจะใช้เครือข่ายของเธอเพื่อช่วยเขา แต่เธอคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าพวกเขาสามารถหาได้ว่าใครเป็นวางแผนร้ายกับเขากันแน่
ถ้าพวกเขาผ่านการทดสอบ ก็ถือว่าเป็นผลดี ถ้าไม่ กู้หนิงจะต้องหาว่าใครเป็นคนแทงข้างหลัง
วันนี้เป็นวันที่สองหลังการทดสอบ และพวกเขาจะรู้ผลภายในพรุ่งนี้อย่างช้าที่สุด
แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้รับอนุญาต แต่กู้หนิงรู้ว่ายาของเธอได้มาตรฐาน ดังนั้นเธอจึงบอกหนิงชางไค่ให้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวก่อน เธอจำเป็นต้องส่งผลิตภัณฑ์ให้กับกาเม่ยบิวตี้ซาลอนก่อน
หนิงชางไค่ไว้วางใจกู้หนิง ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติตามคำสั่งของเธอ
ห้าโมงกว่ากู้หนิงก็พาหนิงชางไค่ไปที่โรงแรมฮวงเติ้ง ระหว่างทางกู้หนิงโทรหาลู่เซียวและบอกเลขห้องอาหารส่วนตัวให้เขาทราบ ถ้าเขามาถึงก่อนก็ให้รอพวกเธอที่ห้องอาหารได้เลย
แน่นอนว่าลู่เซียวไปกล้าปล่อยให้กู้หนิงรอ ดังนั้นเขาจึงมาถึงก่อนเวลานัด แต่เขารอเธอที่ห้องโถงเพราะเขาอยากเห็นเธอก่อน
บนท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยรถมากมายและรถก็ติดหนักมาก กู้หนิงใช้เวลาสี่สิบนาทีกว่าจะมาถึง ส่วนลู่เซียวมาถึงก่อนหน้าเธอสิบนาที
เมื่อกู้หนิงมาถึง เธอก็โทรหาลู่เซียว
เสียงโทรศัพท์ของลู่เซียวดังขึ้น กู้หนิงได้ยินเสียงจึงหันไปมองตามเสียง สายตาของเธอตกอยู่ที่ชายหนุ่มหน้าตาตี และลู่เซียวก็มองมาที่เธอพอดี ลู่เซียวคิดว่าแฟนของเจ้านายสวยมากจริงๆ สมแล้วที่เป็นพี่สะใภ้ในอนาคตของเขา
แม้ว่าทั้งคู่จะเห็นกันแล้วแต่กู้หนิงยังไม่กดวางสายเพื่อให้แน่ใจว่าถูกคน ลู่เซียวรีบเดินมาหาเธอทันที “สวัสดีครับพี่สะใภ้!”
กู้หนิงประหลาดใจที่ลู่เซียวเรียกเธอแบบนั้น แต่ก็ดีใจที่ได้ยินที่เขาเรียกเธอว่าพี่สะใภ้ “เรียกฉันว่าคุณกู้ตอนที่เราอยู่ในที่สาธารณะเถอะค่ะ หรือจะเรียกบอสก็ได้แล้วแต่”
“ครับ บอส”
“นี่คือผู้จัดการทั่วไปของบริษัทการแพทย์ภายใต้ชื่อบริษัทของฉัน หนิงชางไค่” กู้หนิงกล่าว “และนี่คือผู้จัดการทั่วไปของเฟิ่งหัวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ลู่เซียว”
พวกเขาทักทายซึ่งกันและกันก่อนจะขึ้นไปยังชั้นบน
“บอส ผมสงสัยมาตลอดว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบไหนและขโมยหัวใจเจ้านายของผมไปได้อย่างไร ผมไม่เคยเห็นเขาสนใจผู้หญิงขนาดนี้มาก่อน ตอนที่ผมเห็นคุณวันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไม คุณยังเด็กและสวยมาก และผมพนันได้เลยว่าไม่มีใครสามารถต้านทานเสน่ห์ของคุณได้!” ลู่เซียวเก่งในการเข้าสังคม ที่สำคัญที่สุด เขาต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่สะใภ้ในอนาคตของเขา
“อ้อ” กู้หนิงอุทาน “คุณหมายความว่าเจ้านายของคุณตกหลุมรักฉันเพราะฉันยังเด็กและสวยเท่านั้นเหรอคะ?”
“ไม่ใช่แน่นอน เจ้านายผมไม่ดูคนแค่ภายนอก ผมคิดว่าเขาถูกความสามารถของคุณดึงดูดมากกว่า ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นเป็นรองครับ”
กู้หนิงยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอแค่รู้สึกขบขันลู่เซียว
เมื่อพวกเขาเดินไปยังห้องอาหาร เค เฉินข่ายอี้ ซ่งหมานหนี่ และจางชุนเจี๋ยก็อยู่ที่ห้องอาหารแล้ว เมื่อเห็นกู้หนิงพวกเขาก็ลุกขึ้นทำความเคารพเธอ
หลังจากนั้นกู้หนิงก็แนะนำพวกเขาให้รู้จักกัน
เมื่อหนิงชางไค่ได้รู้จักกับทุกคน เขาตระหนักว่ากู้หนิงกำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจ เขาตะลึงแต่ก็ยังเชื่อมั่นในตัวกู้หนิง
ทุกคนที่มาวันนี้ล้วนเป็นระดับผู้จัดการและผู้บริหาร แน่นอนว่ายังมีผูจัดการที่สำคัญคนอื่นที่ไม่ได้มาด้วย
กู้หนิงพลันนึกถึงเฉินต้าหรงขึ้นมาแต่จะโทรเรียกเขามาตอนนี้ก็สายไปแล้ว เธอตัดสินใจจะไปที่ร้านเซียนหยุนในวันพรุ่งนี้แทน
กู้หนิงไม่ได้ลืมว่ามีกล่องโบราณอยู่ที่ก้นทะเลสาบในสวนสาธารณะ เธอวางแผนที่จะเอามาขึ้นมาในตอนกลางคืน
ระหว่างมื้ออาหาร ทุกคนสนุกสนานเพลิดเพลินและไม่ได้แข่งขันกันเพื่อแย่งความสนใจจากกู้หนิง แน่นอนว่ากู้หนิงไม่รู้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตหรือไม่ แต่พวกเขาทั้งหมดเป็นหนี้เธอ ตราบใดที่พวกเขายังคงรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในน้ำใจที่กู้หนิงมีต่อพวกเขา พวกเขาจะไม่ทะเลาะต่อสู้กันเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและทำลายธุรกิจของกู้หนิง นอกจากนี้พวกเขาไม่ได้ทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกัน