- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 603 - 604: กู้หนิงหยอกเล่น
ตอนที่ 603 - 604: กู้หนิงหยอกเล่น
ตอนที่ 603 - 604: กู้หนิงหยอกเล่น
ตอนที่ 603 กู้หนิงหยอกเล่น
แฟนๆ ของเจินรุ่ยอินต่างพากันเงียบเป็นเป่าสากเพราะเจินรุ่ยอินเป็นคนแก้ข่าวซูตงนั่วด้วยตัวเอง
หลังจากละครดราม่าเรื่องนี้จบลง จำนวนผู้ติดตามเวยป๋อของซูตงนั่วก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กู้หนิงก็บอกซูตงนั่วให้โพสต์ตอบกลับอะไรบ้าง
ซูตงนั่ว: ฉันเป็นเกียรติมากค่ะที่ได้เป็น spokesperson ของแบรนด์หยกบิวตี้! พวกเราได้มีการใช้สตูดิโอของถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ในการถ่ายรูป แต่คาดไม่ถึงว่าจะสร้างความเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ตอนนี้ฉันดีใจมากค่ะที่เรื่องกระจ่างแล้ว รักหยกชิ้นนี้จัง! (แนบรูปภาพ)
ซูตงนั่วอัพภาพเซลฟี่กับชุดเครื่องประดับหกชุด แม้ว่าดีไซน์ของเครื่องประดับไม่ได้พิเศษอะไรมาก แต่เครื่องประดับก็ดึงดูดสายตาเป็นอย่างดีเพราะว่ามันทำจากหยกระดับสูง
เมื่อโพสต์ถูกปล่อยออกไป ผู้คนจำนวนมากก็กดรีโพสต์ภายในไม่กี่นาทีพร้อมกับเสียงชื่นชม
“ว๊าว ซูตงนั่วสวยจังเลย นี่หรอเครื่องประดับ”
“ใช่แบรนด์หยกบิวตี้ไหม?”
“แบรนด์นี้ดังนะ เพิ่งกลายเป็นประเด็นร้อนไปเอง! ซูตงนั่ว คุณรู้จักเทพธิดากู้ด้วยเหรอ? โพสต์รูปเธอด้วยสิ?”
“รูปเทพธิดากู้!”
“ได้โปรดดดด!”
ความจริงซูตงนั่วควรเป็นจุดสนใจ แต่กลายเป็นว่ากู้หนิงได้รับความสนใจแทน
หลังจากนั้นหยกบิวตี้และกู้หนิงก็ได้รับความสนใจอีกครั้ง
ตราบใดที่หยกบิวตี้ ซูตงนั่ว กู้หนิง ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนจำนวนมากก็กลายเป็นลูกค้าของหยกบิวตี้มากขึ้นเท่านั้น
แม้ว่าจะมีบางคนที่คิดว่าเป็นการสร้างกระแส แต่แบรนด์หยกบิวตี้ก็ได้รับความนิยมอยู่ดี
กู้หนิงไม่มีบัญชีของเวยป๋อ ผู้คนจึงไปติดตามซูตงนั่วและหยกบิวตี้แทน ภายในไม่กี่ชั่วโมง ซูตงนั่วก็มีผู้ติดตามถึงสิบล้านคน หนึ่งในนั้นก็มีแฟนคลับของกู้หนิงด้วย
หลี่หยวนหมินเกือบจะบ้าไปแล้วเพราะเขาต้องตอบกลับคอมเม้นต์หลายแสนคอมเม้นต์
อีกด้าน เจินรุ่ยอินก็โมโหจนตัวสั่นเพราะซูตงนั่วได้รับความนิยมมากกว่าเธอในตอนนี้
“บอส คุณขโมยซีนฉันซะแล้ว” เมื่ออ่านคอมเม้นต์แฟนๆ ซูตงนั่วก็บ่นอุบอิบ แน่นอนว่าเธอแค่ล้อเล่น ถ้ากู้หนิงเป็นนักแสดงเหมือนกัน บางทีเธออาจอิจฉาก็ได้ แต่ว่ากู้หนิงเป็นเจ้านายของเธอ
กู้หนิงเอามือเสยผมตัวเอง “อืม ก็คนมันสวย” กู้หนิงพูดติดตลก แต่เธอทำให้ทุกคนที่อยู่รอบโต๊ะตะลึง
ปกติเธอจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่มีใครคิดว่าเธอจะทำตัวเซ็กซี่เป็นเหมือนกัน
ซูตงนั่วหายใจเข้ายาวๆ ก่อนที่จะพูดอย่างจริงจังว่า “บอส ฉันนึกไม่ถึงว่าคุณจะมีมุมนี้เหมือนกัน จะเย็นชาหรือน่ารักก็ได้นะคะ ถ้าบอสทำตัวเซ็กซี่ขึ้นมา เดี๋ยวได้กลายเป็นศัตรูของผู้หญิงทั้งโลกได้นะ”
เธอพูดถูก กู้หนิงเป็นคนที่โดดเด่นมาก และทำให้ผู้หญิงหลายคนอิจฉาเธอได้ง่ายๆ
เมื่อกู้หนิงอายุมากขึ้นและกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เธออาจเป็นผู้หญิงในฝันของชายหนุ่มหลายคนแน่นอน
“ใครสนกัน” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย
“บอส คุณอยากให่ฉันโพสต์ภาพคุณหน่อยไหมคะ?” ซูตงนั่วถาม
“ไม่ ฉันไม่ใช่ดาราสักหน่อยและไม่อยากเป็นจุดสนใจด้วย” กู้หนิงตอบ
“โอเค” ในเมื่อกู้หนิงไม่เต็มใจ เธอก็ไม่อยากเซ้าซี้
ห้าโมงกว่า พวกเขาก็ถ่ายรูปเสร็จ
กู้หนิงบอกให้เฟยหนานส่งรูปถ่ายต้นฉบับให้เธอ และเธอจะส่งต่อให้เครีทัชทำโปสเตอร์ สำหรับโฆษณาวิดีโอ ผู้กำกับวิดีโอของถางฮวงเอ็นเตอร์เมนเม้นท์จะเป็นคนถ่ายทำและเคจะเป็นตัดต่อ
ไม่นาน พวกเขาก็พากันออกจากสตูดิโอถ่ายภาพ
“ดูนั่น ใช่ซูตงนั่วรึเปล่า?”
วินาทีที่พวกเขาเดินออกมา พนักงานบางส่วนของถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ก็สังเกตเห็นพวกเขา
“น่าจะใช่นะ ฉันอยากถ่ายรูปกับเธอจัง” ว่าแล้วพวกเธอก็ถ่ายรูปซูตงนั่วหลายรูป แต่ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เพราะนี่คือเวลางาน หัวหน้าอาจตำหนิเอาได้
พวกเธอถ่ายรูปซูตงนั่วและมีกู้หนิงอยู่ในรูปด้วย แม้ว่ากู้หนิงจะไม่อยากถูกถ่ายรูป แต่เธอไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนเพราะเธอไม่ใช่ดารา
“เด็กสาวที่อยู่ข้างเธอสวยจังเลย”
“จริงด้วย รู้ไหมว่าเธอเป็นใคร?” อีกคนเอ่ยถาม
“ไม่รู้สิ อาจเป็นผู้ช่วยของซูตงนั่วก็ได้เพราะเธอหิ้วของด้วย”
“เสียดายความสวย!”
พวกเขาจำกู้หนิงไม่ได้ว่าอันที่จริงแล้วเธอเป็นเจ้าของหยกบิวตี้ แต่พวกเขาก็รู้สึกคุ้นหน้าเธออยู่
คณะของกู้หนิงออกจากตึกถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์และกลับไปที่โรงแรมฮวงเติ้งเพื่อรับประทานอาหาร
กู้หนิงโทรหาโจวเจิ้งหงในขณะที่นั่งอยู่ในรถ
โจวเจิ้งหงมารออยู่ที่โรงแรมแล้ว กู้หนิงบอกให้เขาไปพักผ่อนก่อนแล้วค่อยเจอกันตอนทานข้าว
ตอนที่ 604 เธอคือเทพธิดากู้!
เฟยหนายยังอยู่ที่สตูดิโอถ่ายภาพและพูดกับทุกคนที่อยู่ในห้องด้วยใบหน้าจริงจังว่า “ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้เรื่องในเวยป๋อกันแล้วสินะ หนึ่งในทีมงานของเราเป็นคนปล่อยภาพออกไปนอกสตูดิโอ ผมจะไม่ถามนะว่าเป็นใคร แต่หวังว่าคนนั้นจะเป็นคนมาบอกผมด้วยตัวเองแล้วผมจะทำโทษสถานเบา แต่ถ้าผมรู้ด้วยตัวเอง คนๆนั้นจะต้องถูกไล่ออก”
พูดจบเฟยหนานก็กลับออกไป
กู้หนิงบอกเขาก่อนจากไปว่าคนที่ปล่อยภาพคือหนึ่งในทีมงานของเขา ส่วนคนที่โพสต์ในเวยป๋อเป็นอีกคน
เมื่อคณะของกู้หนิงจากไปแล้ว คนที่ถ่ายรูปพวกเธอก็โพสต์รูปลงบนอินเทอร์เน็ตทันที
วันนี้ซูตงนั่วเป็นประเด็นร้อน ชาวเน็ตหลายคนจึงพากันรีโพสต์และคอมเม้นต์ใต้รูปภาพอย่างถล่มถลาย
พนักงานสาวของถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ก็พิมพ์ข้อความหลายบรรทัดพร้อมกับรูปถ่ายหลายรูปบนเวยป๋อ “เจอซูตงนั่วโดยบังเอิญ! สาวสวยที่อยู่ข้างเธอเด่นสะดุดตามาก น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่ดารา”
คนที่จำกู้หนิงไม่ได้ก็มีความคิดเห็นแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็สังเกตเห็นความงามของเธอได้
“อ๊ะ! เธอคือเทพธิดากู้นี่นา! ก็เธอเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ แน่นอนล่ะว่าเธอไม่สนใจเป็นดาราหรอก”
“จริงเหรอ? เธอสวยสุดๆไปเลย”
คอมเม้นต์นับไม่ถ้วนภายใต้ภาพของกู้หนิง
เมื่อพนักงานสาวอ่านคอมเม้นต์ เธอก็ตกใจ อะไรนะ? สาวสวยคนนี้คือเทพธิดากู้อย่างนั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงจำเธอไม่ได้ล่ะ!
แต่ก็ยังมีคอมเม้นต์เกลียดชังอยู่ ในไม่ช้าก็ถูกด่ากลับจนต้องล่าถอย ดังนั้นคนที่เกลียดชังก็ไม่กล้าด่ากู้หนิงอีก
เพราะซูตงนั่วกะบกู้หนิงตกเป็นข่าวร้อนอยู่บ่อยครั้ง พวกเธอจึงกลายเป็นเฮดไลน์บนเว็บไซต์ภายในเวลาแค่สั้นๆ
ไม่เพียงแต่กู้หนิงเท่านั้น ยังมีใบหน้าของอวี้จื่อแปะหราอยู่ในภาพด้วย
ในขณะนั้นหลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวนกำลังอยู่ในร้านอาหาร จ้าวเซี่ยวซวนเป็นคนชอบนินทา ดังนั้นเธอจึงคุยกับหลินเทียนโหย่วในขณะที่เธอกำลังท่องอินเทอร์เน็ตระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ
หลินเทียนโหย่วไม่ได้สนใจจ้าวเซี่ยวซวนมากนักเพราะอวี้จื่อไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาในช่วงสองวันที่ผ่านมา แม้ว่าเธอจะเป็นอดีตแฟนสาวของเขา แต่เขาก็ยังชอบเธอ ดังนั้นเขาจึงอิจฉาและไม่พอใจที่เธอมีแฟนที่รวยกว่าเขา
“อะไรกัน? อวี้จื่ออยู่กับซูตงนั่วและเจ้าของหยกบิวตี้!” จ้าวเซี่ยวซวนอุทานเสียงดังซึ่งดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง พวกเขาเพียงแค่เหลือบมองเธอ จากนั้นก็กลับไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ
“อะไรนะ? เป็นไปได้ยังไง?” หลินเทียนโหย่วก็ตกใจไม่ต่างกัน อวี้จื่อเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ เป็นไปได้ยังไงที่เธอจะรู้จักนักแสดงและนักธุรกิจ?
ถึงแม้ซูตงนั่วจะไม่ใช่ดาราระดับแถวหน้า แต่ก็ยังเป็นดาราในสายตาประชาชนอยู่ดี ตอนนี้เธอเป็นดาราระดับ B มีชื่อเสียงและเงินทองมากกว่าหลินเทียนโหย่วอยู่แล้ว
หลินเทียนโหย่วเริ่มสงสัยว่าการที่อวี้จื่อรู้จักคนดังเหล่านั้นผ่านผู้ชายที่เลี้ยงดูเธอหรือรู้จักดัวยตัวเธอเอง ถ้าอวี้จื่อรู้จักคนเหล่านั้นดัวยตัวเอง แสดงว่าเธอก็อาจประสบความสำเร็จเหมือนกัน เรื่องนี้ทำให้หลินเทียนโหย่วประหลาดใจมาก เขาเริ่มเสียดายที่ทิ้งอวี้จื่อ
“เป็นไปได้ยังไงที่คนอย่างอวี้จื่อรู้จักซูตงนั่วกับคุณกู้?” ใบหน้าของจ้าวเซี่ยวซวนบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉา เธอคิดว่าเธอมีคุณสมบัติมากกว่าที่จะได้รู้จักคนดังแบบนั้น อวี้จื่อนั้นด้อยกว่าเธอเสมอ และเธอไม่สามารถทนต่อความจริงที่ว่าอวี้จื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเธอในตอนนี้
จ้าวเซี่ยวซวนแสยะยิ้มและคิดกับตัวเองว่า ‘อวี้จื่อ ไว้เราเจอกัน!’
ไม่กี่นาทีต่อมา โจวเจิ้งหงก็มาถึงห้องอาหารที่กู้หนิงและคนอื่นๆอยู่ กู้หนิงแนะนำพวกเขาให้รู้จักกันทีละคนก่อนเริ่มลงมือทานข้าว
เวลาเดียวกันที่บ้านถางเว่ยหยง
ถางซินรุ่ยกลับมาแล้ว และแม่บ้านก็ขึ้นไปบอกถางเว่ยหยงที่ชั้นบนว่าถึงเวลาทานข้าวแล้ว
เมื่อถางเว่ยหยงลงบันไดมา ถางซินรุ่ยก็พูดกับเขาว่า “พ่อคะ มาดูนี่หน่อยค่ะ”
“อะไร?” ถางเว่ยหยงเดินไปหาลูกสาว
“อ่านดูเองแล้วกันค่ะ” ถางซินรุ่ยยื่นโทรศัพท์ให้พ่อของเธอ
ถางเว่ยหยงรับโทรศัพท์มาและตกใจขึ้นมาทันที กู้หนิงมีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ?
ถางเว่ยหยงอ่านข่าวเกี่ยวกับกู้หนิง เขารู้ว่าเธอเป็นเจ้าของร้านเครื่องประดับแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าเธอเชี่ยวชาญกังฟูด้วย
“พ่อคิดว่าไม่ง่ายแล้วที่จะเขี่ยเธอออกไป” ถางเว่ยหยงกล่าวและดูไม่พอใจ เขาไม่เคยคิดยอมแพ้เรื่องทำลายกู้หนิงและกู้ม่าน ยิ่งกู้หนิงเก่งกาจแค่ไหน เขาก็ยิ่งอยากทำลายเธอมากเท่านั้น
“พ่อคะ แผนต่อไปของพ่อคืออะไรคะ? ถ้าถางหยุนฟ่านฟื้นแล้ว แผนของพวกเราจะถูกทำลายไหมคะ?” ถางซินรุ่ยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องห่วง พ่อจัดการทุกอย่างไว้แล้ว” ถางเว่ยหยงยิ้มชั่วร้าย “ครั้งนี้ถางหยุนฟ่านจะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก”
“หาโอกาสที่จะได้เข้าใกล้นังเด็กกู้หนิงด้วยล่ะ” ถางเว่ยหยงถาม
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ที่บ้านตระกูลเฟิง
หลังจากพักฟื้นไปสองสามวัน ใบหน้าของเฟิงซิวฉินก็หายดีแล้ว
แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพดี แต่พี่ชายของเธอ เฟิงปิงฮุยก็เป็นผู้นำครอบครัว เฟิงซิวฉินยังมีน้องชายอีกคน เฟิงปิงหวง ซึ่งอายุ 32 ในปีนี้
เฟิงซิวฉินอยู่เป็นโสดจนอายุ 35 ปี ดังนั้นครอบครัวของเธอจึงไม่พอใจที่ลูกสาวไม่ยอมแต่งงานสักที แต่เพื่อความสามัคคีในครอบครัว จึงต้องอยู่ด้วยกัน