เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 601 - 602: สายลับ, นี่โง่หรือเปล่า?

ตอนที่ 601 - 602: สายลับ, นี่โง่หรือเปล่า?

ตอนที่ 601 - 602: สายลับ, นี่โง่หรือเปล่า?  


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 601 สายลับ

พวกเขารู้จักนิสัยของเจินรุ่ยอินในระดับหนึ่ง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนแย่งสตูดิโอและช่างภาพจากเธอได้เพราะเธอจะต้องโวยวายเสียงดังไปแล้ว และพวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเจินรุ่ยอินถึงเงียบ ไม่ออกมาพูดอะไร

อีกอย่างภายในถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ก็มีหลายสตูดิโอและมีช่างภาพหลายคน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแย่งกันเลย เห็นได้ชัดว่ามีคนโพสต์ย่อมมีจุดประสงค์บางอย่าง

แต่ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของซูตงนั่ว พวกเขาก็พูดอะไรไม่ได้เพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าเป็นการสร้างกระแสขึ้นมารึเปล่าเพราะการสร้างกระแสเป็นอะไรที่อยู่คู่กับดารา พวกเขาจึงยังไม่เข้าข้างใครในตอนนี้

สมาชิกทีมถ่ายภาพของเฟยหนานต่างก็คิดว่ามันไร้สาระมากเมื่ออ่านหัวข้อยอดนิยมบนเวยป๋อ เพราะความจริงแตกต่างจากเนื้อหาในข่าวมาก มีคนอยากช่วยซูตงนั่วแต่ก็ไม่อยากให้เจินรุ่ยอินได้ผลกระทบ เพราะเธอยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำ

“ทุกคนใจเย็นและคิดดูให้ดี สตูดิโอถ่ายภาพอยู่ในตึกถางฮวงเอ็นเตอร์เมนเม้นท์ พวกคุณคิดว่านักแสดงจากบริษัทอื่นจะเข้ามาใช้ได้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากถางฮวงงั้นหรือ?”

เมื่อคอมเม้นต์นี้ถูกโพสออกไป คนจำนวนมากก็เพิ่งนึกได้ว่าสตูดิโอถ่ายภาพอยู่ในตึกของถางฮวง หากไม่ได้รับอนุญาต ใครเลยจะกล้าเข้ามาใช้

เจินรุ่ยอินอยากจะทำลายชื่อเสียงของซูตงนั่วมากเกินไปจนลืมนึกถึงข้อนี้ แน่นอนว่าบางคนก็เชื่อว่าซูตงนั่วจะต้องตกลงบางอย่างกับผู้บริหารของถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ก่อนจะใช้สตูดิโอถ่ายภาพ

อย่างไรก็ตาม บางคนยังชี้ให้เห็นว่าเป็นการละเมิดกฎของถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ หากผู้บริหารอนุญาตให้นักแสดงจากบริษัทอื่นใช้สตูดิโอถ่ายภาพของพวกเขา บางคนเห็นด้วยในขณะที่บางคนยังไม่เชื่อ

วงการบันเทิงใครๆต่างก็รู้ว่าเป็นสถานที่สกปรก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนอื่นๆ ที่จะเชื่อว่าซูตงนั่วเป็นผู้บริสุทธิ์

ในฐานะนักแสดงสังกัดเฟิ่งหัวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ แน่นอนว่าทางเฟิ่งหัวให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของนักแสดงในสังกัด ขณะที่เรื่องอื้อฉาวกลายเป็นประเด็นร้อน ทางเฟิ่งหัวก็สังเกตเห็นเช่นกัน แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไม่ได้ดำเนินการในทันที พวกเขาต้องการให้ข่าวมันดังและได้รับความสนใจมากกว่านี้ จนกว่าข่าวจะเริ่มบิดเบือนมากขึ้น พวกเขาถึงออกโรง

กู้หนิงไม่รู้เรื่องจนกระทั่งฉวนหมิงข่ายโทรหาเธอในภายหลัง

ตอนที่เธอรับสายจากฉวนหมิงข่าย เธอกำลังกินข้าวเย็นกับซูตงนั่ว หลินเสี่ยวเซี่ย อวี้จื่อ และเฟยหนาน

เมื่ออ่านข่าว กู้หนิงก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ เจินรุ่ยอินต้องการแก้แค้นคืน

“คุณหนู ผมจะให้คนแก้ข่าวเรื่องของซูตงนั่วเองครับ” น้ำเสียงของฉวนหมิงข่ายดูเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ

“ไม่ต้องค่ะ” กู้หนิงปฏิเสธ “ตอนนี้ซูตงนั่วต้องการกระแสข่าว ปล่อยไว้แบบนี้แหละค่ะ”

“อยากให้ผมช่วยโปรโมทไหมครับ?” ฉวนหมิงข่ายเสนอตัวช่วย

“ขอบคุณค่ะลุงฉวน แต่ไม่ดีกว่า ถ้าถางฮวงออกหน้าออกตามากเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้อาจจบลงด้วยผลเสีย”

ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น ฉวนหมิงข่ายก็ไม่เซ้าซี้ “ก็ได้ครับ ว่าแต่พวกเรายังต้องหาว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้อยู่ไหมครับ?”

กู้หนิงคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็พูดว่า “ยังไม่ต้องค่ะ รอดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นไปก่อนแล้วกัน”

กู้หนิงอยากรู้ว่าเจินรุ่ยอินคิดจะทำอะไรต่อไป ถ้าเจินรุ่ยอินหยุดอยู่แค่นี้ เธอก็จะให้โอกาสเจินรุ่ยอินอีกครั้ง แต่ถ้าไม่หยุดก็รอดูต่อไปได้เลยว่าเธอจะจัดการกับเจินรุ่ยอินคนนี้อย่างไร

เมื่อกู้หนิงบอกแผนของเธอให้ซูตงนั่วทราบ ซูตงนั่วก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เธอเชื่อกู้หนิงเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และกู้หนิงก็แก้ปัญหาได้ดีมาโดยตลอด

“ตงนั่ว ทำไมเธอไม่กังวลอะไรเลยล่ะ?” เมื่อเห็นซูตงนั่วยังเบิกบานใจ อวี้จื่อก็เป็นกังวลแทน เธอคิดว่าซูตงนั่วอาจไม่ทราบว่าวงการบันเทิงนั้นอันตรายและสกปรกมากแค่ไหน

ซูตงนั่วยิ้มและพูดด้วยความมั่นใจว่า “ก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไรนี่นา บอสอยู่ที่นี่ด้วย หายห่วง”

อวี้จื่อเลื่อนสายตามามองกู้หนิงที่ยังคงสงบนิ่ง ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ จากนั้นเธอก็พลันนึกได้ว่าเจ้านายของเธอไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาๆ ดังนั้นเธอจึงเลิกกังวล

“เอาล่ะ” ทันใดนั้นกู้หนิงก็เปิดปากพูดอีกครั้ง เธอมองเฟยหนายด้วยสายตาที่แฝงความหมาย “ฉันคิดว่าในทีมของคุณมีหนอนบ่อนไส้”

ต้องมีหนอนในสตูดิโอถ่ายภาพเป็นคนปล่อยภาพออกไป

ใบหน้าของเฟยหนานเปลี่ยนเป็นตกตะลึง

“ผมจะหาให้เจอเอง” เขาเหยียดปากพูดอย่างเย็นชา เขาเกลียดคนที่ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ที่สุด

“พระเจ้า หยกบิวตี้จิวเวอร์รี่ก็เป็นประเด็นร้อนในเวยป๋อเหมือนกัน!”

หลินเซี่ยอุทานเสียงดังอย่างตกอกตกใจ ทุกคนหันไปมองกู้หนิงเป็นตาเดียว มันไม่ง่ายเลยที่จะขึ้นเป็นประเด็นร้อนในเวยป๋อโดยเฉพาะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ

กู้หนิงเองก็แปลกใจเช่นกัน เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ตอนที่ 602 นี่โง่หรือเปล่า?

“พระเจ้า!” หลินเสี่ยวเซี่ยอุทานตกใจอีกครั้ง

“อะไรอีก?” ซูตงนั่วเริ่มตกใจบ้างแล้ว

“อ่านดูเองค่ะ” หลินเสี่ยวเซี่ยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เธอวางโทรศัพท์บนโต๊ะ ทุกคนโน้มตัวมาดูและอ่านทันที

เป็นข่าวเกี่ยวกับกู้หนิงและหยกบิวตี้ หลังอ่านข่าวจบ กู้หนิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเป็นคนเดียวที่ไม่ตกใจ ส่วนคนอื่นๆตาแทบถลนออกจากเบ้าแล้ว

“บอส นี่คุณเชี่ยวชาญกังฟูด้วยเหรอ?”

“บอส คุณเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือเปล่าเนี่ย?”

กู้หนิงรู้สึกขำ เอาล่ะ เธอยอมรับก็ได้ว่ามันดูน่าเหลือเชื่อสำหรับสายตาคนธรรมดาทั่วไป

เฟยหนานก็ตะลึงเช่นกัน เขาเป็นทหารสามปีและออกกำลังกายทุกวัน แต่เมื่อเทียบกับกู้หนิงแล้ว เขาแทบเทียบเธอไม่ติดเลยด้วยซ้ำ

ที่สำคัญคือเธอยังเด็กมาก! อายุแค่นี้ก็เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับหรูแล้ว และยังเปิดบริษัทบันเทิงอีก นี่ยังไม่รวมถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์อีกนะ

เวลาผ่านไป ซูตงนั่วก็กลายเป็นหัวข้อร้อนในเวยป๋อ ดาราหลายคนต่างอิจฉาเธอเป็นแถบๆ เพราะชื่อของเธอเป็นหัวข้อร้อนหลายครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือน อีกอย่างมีคนสนับสนุนเธอมากกว่าคนเกลียดเธอเสียอีก

อาจเป็นเพราะข่าวที่คดีพลิกครั้งก่อน ซูตงนั่วได้สร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้คนมากมาย ในขณะที่เจินรุ่ยอินมีชื่อเสียงที่ไม่ดี

สรุปแล้วก็ยังไม่ชัดเจนว่าซูตงนั่วได้แย่งสตูดิโอถ่ายภาพและช่างภาพจากเจินรุ่ยอินหรือไม่ แม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องจริง ถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ควรเป็นคนแรกที่ออกมาอธิบายเรื่องนี้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าซูตงนั่วเป็นผู้บริสุทธิ์

ทว่าก็ยังมีบางคนคิดว่าซูตงนั่วต้องทำข้อตกลงสกปรกบางอย่างกับผู้บริหารถางฮวงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เพื่อที่เธอจะได้ใช้สตูดิโอถ่ายภาพ

หวางเว่ยไม่รู้ว่าเจินรุ่ยอินก่อปัญหาใหญ่บนเวยป๋อจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เขารู้ว่าเป็นฝืมือเธออย่างไม่ต้องสงสัย  ดังนั้นเขาจึงโทรหาเธอโดยไม่ชักช้า “รุ่ยอิน คุณโพสต์ภาพบนเวยป๋อหรือเปล่า?”

“ใช่” เจินรุ่ยอินไม่คิดปิดบัง ก็เหมือนกับความสัมพันธ์ของเธอกับหวางเว่ย

“คุณโง่รึเปล่า? ใช้ลูกไม้ตื้นๆแบบนี้เนี่ยนะ? ถ้าบริษัทเราแก้ข่าวเรื่องซูตงนั่ว คุณซวยแน่!” หวางเว่ยตวาดใส่เธอ เขาไม่คิดว่าเธอจะโง่ขนาดนี้

“ฉันไม่ได้ใช้บัญชีเวยป๋อของตัวเองสักหน่อย ไม่มีใครรู้หรอกน่า” เจินรุ่ยอินตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำเสียหน่อย

“คุณนี่มันโง่จริงๆ! ไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในเรื่องนี้? รูปภาพถูกถ่ายที่สตูดิโอถ่ายภาพ คิดเหรอว่าเฟยหนานจะหาคนถ่ายรูปไม่เจอ? ถ้าคนๆ นั้นหักหลังคุณ อาชีพของคุณก็จะพังไปด้วย!” หวางเว่ยคำรามด้วยโมโห

ตอนที่เขาเซ็นสัญญากับเจินรุ่ยอินเมื่อหนึ่งปีก่อน เธอเป็นคนที่ถ่อมเนื้อถ่อมตัว เฉลียวฉลาด แต่ว่าเธอในตอนนี้กลายเป็นคนเย่อหยิ่งและอวดดีหลังจากมีขื่อเสียง

“แล้ว แล้วพวกเราควรทำยังไงกันดี?”

“คุณคิดว่าพวกเราจะทำอะไรได้อีกยังงั้นเหรอ? ลบโพสต์นั่นซะและโพสต์คำขอโทษ บอกว่าเป็นความผิดพลาดและใช้บัญชีของคุณรีโพสต์ ใช้ข้ออ้างว่าคุณยุ่งทั้งวันก็เลยไม่เห็นข่าวจนกระทั่งเดี๋ยวนี้และมันไม่ใช่เรื่องจริง” ตอนนี้หวางเว่ยรู้สึกเสียใจที่เซ็นสัญญากับเจินรุ่ยอิน

“ดะ ได้” แม้ว่าเจินรุ่ยอินยังลังเลอยู่บ้าง เธอต้องยอมเชื่อฟังหวางเว่ยในครั้งนี้เพื่อเห็นแก่อาชีพของเธอgv’

ไม่นานเจินรุ่ยอินก็ยอมลบโพสต์และโพสต์คำขอโทษทันที

“ฉันขอโทษนะคะ ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดและไม่จริงเลยที่ซูตงนั่วแย่งสตูดิโอถ่ายภาพไปจากเจิยรุ่ยอิน ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยนะคะ”

เมื่อโพสถูกปล่อยออกไปแล้ว ก็เปรียบเสมือนโยนลูกระเบิดอีกลูกใส่เวยป๋อ

ชาวเน็ตส่วนใหญ่เชื่อว่าซูตงนั่วเป็นผู้บริสุทธิ์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงเริ่มโจมตีผู้ใช้บัญชีนี้ที่โพสต์เรื่องโกหก

ในเวลาเดียวกัน แฟน ๆ ของเจินรุ่ยอินก็ถูกด่ากลับเช่นกัน

“ฮ่าฮ่า! ข่าวพลิกอีกแล้ว!”

“ตอนนี้ฉันควรพูดอะไรดี?”

“ไงล่ะเป็นหมาเลย!”

“บางทีผู้ใช้บัญชีเวยป๋อคนนี้อาจขอโทษเพราะถูกคุกคามก็ได้นะ”

“ฉันเห็นด้วย”

“ทำไมพวกคุณถึงเชื่อโพสต์ที่ซูตงนั่วแย่งสตูดิโอถ่ายภาพจากเจินรุ่ยอินแต่กลับไม่เชื่อโพสต์นี้ว่ามันไม่เป็นความจริงล่ะ?”

“คนพวกนี้ก็แค่แฟนคลับถูกล้างสมอง พวกเขาอยากเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อเท่านั้น”

“ใจเย็นพวก ตอนนี้ทั้งซูตงนั่วกับเจินรุ่ยอินยังเงียบกันอยู่”

หลินเสี่ยวเซี่ยติดตามกระแสประเด็นร้อนในเวยป๋อตลอดเวลา ดังนั้นเธอจึงเห็นคำขอโทษทันที กู้หนิงและคนอื่นๆ อ่านหลังจากข้อความ พวกเขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร

กู้หนิงแค่อยากรู้ว่าจากนี้เจินรุ่ยอินจะทำอะไรต่อ ถ้าเธอแก้ข่าวด้วยตัวเอง ครั้งนี้กู้หนิงก็จะปล่อยเธอไป

ราวๆ สิบนาทีต่อมา เจินรุ่ยอินใช้บัญชีเวยป๋อของเธอเองเพื่อโพสต์ข้อความขอโทษอีกครั้งพร้อมกับคำพูดหลายบรรทัด "ขอโทษทุกคนด้วยนะคะ ฉันยุ่งมากในช่วงสองสามชั่วโมงที่ผ่านมา ดังนั้นฉันจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนถึงตอนนี้ ส่วนเรื่องสตูดิโอถ่ายภาพนั้นไม่เป็นความจริงเลย! ได้โปรดหยุดเผยแพร่ข่าวปลอมได้แล้วค่ะ”

คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเชื่อว่ามันเป็นความเข้าใจผิด เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นละครที่เจินรุ่ยอินสร้างขึ้นมา

หลังจากนั้นแฟนๆของซูตงนั่วก็เข้าไปถล่มแฟนๆของเจินรุ่ยอิน

“ไง่ล่ะ แฟนๆของเจินรุ่ยอินรู้สึกยังไงบ้างล่ะ?”

“อ้าว ทำไมตอนนี้ถึงเงียบไปล่ะ?”

จบบทที่ ตอนที่ 601 - 602: สายลับ, นี่โง่หรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว