- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 589 - 590: มิสเตอร์อากิโนะ, โทษประหารชีวิต
ตอนที่ 589 - 590: มิสเตอร์อากิโนะ, โทษประหารชีวิต
ตอนที่ 589 - 590: มิสเตอร์อากิโนะ, โทษประหารชีวิต
ตอนที่ 589 มิสเตอร์อากิโนะ
“พวกเราไม่ต้องการให้ลูกเป็นห่วง” ถางหยุนฮางเอ่ย
ถางเจียข่ายขยี้ตา “ผมต้องห่วงสิครับ ผมรู้สึกผิดที่เอาแต่ใช้ชีวิตสนุกสนานในขณะที่ครอบครัวของเราตกอยู่ในอันตราย”
“ตอนนี้พวกเราไม่เป็นไรแล้วล่ะ อย่าบอกเจียหยางก็พอ” ถางหยุนฮางเอ่ย
“ครับ” ถางเจียข่ายรับปาก เขาเข้าใจว่าทำไมครอบครัวของเขาไม่บอกเขา เพราะเขาไม่อยากให้เจียข่ายเป็นห่วง
“อ้อ มีอีกเรื่อง...” ถางหยุนฮางอ้าปากพูดอีกครั้ง แต่ถางเจียข่ายทำตาโต คล้ายว่ายังมีเรื่องแย่กว่านี้อีกเหรอ
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกขบขัน
“ไม่ต้องตระหนก ครั้งนี้เป็นข่าวดี” ถางหยุนฮางยิ้มให้ลูกชาย
ได้ยินแบบนั้น ถางเจียข่ายก็โล่งอก “เรื่องอะไรหรอครับ?”
“เรื่องของหนิงหนิงน่ะ” ถางหยุนฮางเอ่ย ถางเจียข่ายหันไปมองกู้หนิงด้วยแววตาสับสน “ความจริงแล้วหนิงหนิงคือลูกสาวแท้ๆของลุงหยุนฟ่านของลูก” ถางหยุนฮางเอ่ย
“อะไรนะครับ?” ถางเจียข่ายตกใจจนลุกขึ้นยืน “จะ จริง เหรอครับ?”
“ใช่ แต่ลูกอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด” ถางหยุนฮางเตือนลูกชาย
“ไม่อยู่แล้วครับ” ถางเจียข่ายเข้าใจว่าการที่พ่อของเขาพูดเช่นนั้นย่อมต้องมีเหตุผล
ถางเจียข่ายรู้สึกร่าเริงขึ้นมาภายในเสี้ยววินาที เขาไปนั่งข้างกู้หนิงและผลักเกาเหวินซินออกไป
“หนิงหนิง เธอคือน้องสาวของฉันจริงๆสินะ!” ถางเจียข่ายพูดอย่างมีความสุข
ถางเจียข่ายเป็นชายหนุ่มที่สำรวมคนหนึ่ง แต่ตอนนี้พฤติกรรมของเขาเหมือนเด็กที่ได้ลูกอม เขาหวังมาโดยตลอดว่ากู้หนิงจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวถาง และกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาคาดหวังกลายเป็นจริงแล้ว!
แม้ว่าคุณปู่จะยอมรับเธอเป็นสมาชิกของครอบครัวแล้วแต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างพวกเขา ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาเชื่อมโยงกันแล้ว และพวกเขาก็รู้สึกสนิทใจมากกว่าเดิม
“หนิงหนิงเป็นลูกสาวของลุงหยุนฟ่าน ถ้าอย่างนั้น แม่ของหนิงหนิงก็คือ...” ถางเจียข่ายพูดแต่ถูกกู้หนิงพูดแทรกขึ้นก่อน “ยังค่ะ”
ถางเจียข่ายรู้สึกว่าเรื่องมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด แม่ของหนิงหนิงกับลุงหยุนฟ่านไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายปี เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมแม่ของหนิงหนิงถึงยังไม่ยอมรับลุงหยุนฟ่านในทันที
หลังรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน กู้หนิงก็ออกจากบ้านตระกูลถางพร้อมกับแม่และเกาเหวินซิน
ถางหยุนฟ่านไม่สามารถปรากฏตัวออกมาได้ขณะนี้ เขาทำได้เพียงเฝ้ามองกู้ม่านหายไปจากสายตา
ระหว่างทางกลับบ้าน กู้หนิงก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ติดต่อเลิ่งเชาถิงเลยตั้งแต่เช้า เธอรู้ว่าเขาน่าจะยุ่งอยู่ เธอก็เลยไม่โทรหาเขา
ในขณะนั้นที่สนามบินของเมืองเถิง เลิ่งเชาถิง เฉินเมิ่ง และซู่จินเฉินอยู่ในรถที่ลานจอดรถ พวกเขาไม่ได้ลงจากรถและดูเหมือนว่าพวกเขากำลังรออะไรบางอย่าง
“เฉินเมิ่ง นายแน่ใจนะว่าข้อมูลถูกต้อง? พวกมันเป็นอาชญากรที่ตำรวจระหว่างประเทศต้องการ พวกมันจะกล้านั่งเครื่องบินเข้ามาที่ประเทศของเราแน่เหรอวะ? ไม่กลัวว่าจะถูกจับได้รึไง?” ซู่จินเฉินถามเฉินเมิ่ง
เฉินเมิ่งกรอกตา “นายโง่รึไงวะ? คิดว่าพวกมันจะโง่เหมือนนายหรอวะ? รู้จักไหมปลอมพาสปอร์ตน่ะ? ถ้าพวกมันจะถูกจับง่ายขนาดนั้น เราจะถูกส่งมาที่นี่ทำไม?”
เฉินเมิ่งพูดถูก ตำรวจระหว่างประเทศไม่สามารถจับอาชญากรกลุ่มนี้ได้ ดังนั้นทีมเรดเฟลมจึงถูกส่งมาทำหน้าที่นี้
“ฉันก็แค่ถามไหมวะ?” ซู่จินเฉินมีประสบการณ์น้อยกว่าเลิ่งเชาถิงและเฉินเมิ่ง บางครั้งเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้
“คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน” เฉินเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หลังจากนั้นไม่นาน เลิ่งเชาถิงก็ได้ยินเสียงของซินเป่ยจากหูฟัง “บอส พวกมันออกมาแล้ว ทั้งหมดหกคน”
“รับทราบ” เลิ่งเชาถิงเอ่ย
คนหกคนไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มอาชญากรทั้งหมด แต่เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ของกลุ่มอาชญากร
ไม่นานเสียงของซินเป่ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง “บอส พวกมันมาที่ลานจอดรถแล้ว”
วินาทีต่อมา เลิ่งเชาถิงและคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นชายหกคนในชุดสูทเดินเดินมาที่ลานจอดรถ แม้ว่าพวกเขาจะแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจ แต่ก็หน้าตายสนิทและดูเหมือนบอดี้การ์ดมากกว่า คนธรรมดาอาจไม่เห็นความแตกต่าง แต่สมาชิกทีมเรดทีมสามารถเห็นความแตกต่างได้ พวกเขาขึ้นรถ MPV แล้วจากไป ตามด้วยรถของเลิ่งเชาถิง
ในรถของพวกเขา กำลังมีการเจรจากัน
คุณอากิโนะ ผมคิดว่าราคาที่คุณให้มานั้นสูงไปหน่อย คุณช่วยลดราคาลงก่อนที่เราจะตกลงกันได้ไหม ในกรณีนี้ เรายังสามารถแบ่งเงินเพิ่มได้อีกด้วย” ชายอายุ 30 ปีที่นั่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าหันศีรษะและมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งเบาะหลังแถวที่ 2 ชิดหน้าต่าง เขาพูดภาษา R ได้อย่างคล่องแคล่ว
“ไป่เจิ้น ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่ามีผู้ซื้อจำนวนมากที่ต้องการซื้อสินค้าชุดนี้มากกว่าพวกเรา พวกเขายินดีที่จะทำข้อตกลงนี้กับเราทั้งหมดเพราะเราเสนอราคาสูงกว่าคนอื่น ถ้าเราลดราคาตอนนี้ เขาจะไม่ขายสินค้าให้เรา ถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะอธิบายให้ตระกูลอันโดฟังได้อย่างไร? คุณคิดว่าตระกูลอันโดจะปล่อยให้พวกเราหนีไปได้หรือ?” อากิโนะแสดงสีหน้าเย็นชาและเตือนไป่เจิ้นด้วยน้ำเสียงที่หมดความอดทน
"คุณอากิโนะพูดถูก เราไม่ควรทำให้ตระกูลอันโดต้องเคือง” ชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้น
“ก็ได้!” ไป่เจิ้นขมวดคิ้ว แม้ว่าเขาจะผิดหวัง แต่เขาก็ต้องยอมลามือ เพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้
“ผมไม่ได้มาประเทศนี้นานแล้ว ดูเหมือนว่าประเทศนี้จะเสื่อมถอยลงนะ คุณคิดว่าไง?” ชายหนุ่มที่นั่งเบาะหลังแถวที่สามจู่ๆ ก็อ้าปากพูดให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดเกินไป
ตอนที่ 590 โทษประหารชีวิต
“ผมไม่คิดว่าคุณมีคุณสมบัติเป็นทหารรับจ้างต่างชาตินะ เพราะสำเนียงของคุณแย่มาก คุณยังต้องการทำ 'ธุรกิจ' ที่นี่ในอนาคตหรือเปล่า?” อากิโนะเยาะเย้ย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นชาวต่างชาติจากภาษาท้องถิ่นของเขา
“ผมแค่ล้อเล่นหน่อยเดียว จริงจังไปได้” ชายหนุ่มกลับมาใช้ภาษาท้องถิ่นสำเนียงตรงเป๊ะทันที
“เวลานี้ใช่เวลาล้อเล่นไหม? คิดว่าทำธุรกิจที่ประเทศนี้มันง่ายนักเหรอ? ถ้าเรดเฟลมเจอพวกเรา พวกเราซวยแน่” อากิโนะพูดด้วยความกังวล
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ดูจริงจัง แม้ว่าพวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเงิน แต่พวกเขาก็รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้อันตรายแค่ไหน ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เผชิญหน้ากับเรดเฟลม
พวกเขาไม่ได้ตกลงกันในทันทีแต่ไปพักผ่อนก่อนจะพบผู้ซื้อในวันพรุ่งนี้
บ้านหลังที่พวกเขาพักถูกตระเตรียมโดยผู้ซื้อ เผื่อว่าพวกเขาจะถูกเปิดเผยตัวตนหากพักอยู่ในโรงแรม แม้ว่าพวกเขาจะใช้บัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางปลอม แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว
ตำรวจระหว่างประเทศกำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ หากถูกจับได้ พวกเขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต หลังจากทำการซื้อขายในครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย พวกเขามีความคิดที่จะลาออกหลังและไปใช้ชีวิตบนเกาะซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมไป่เจิ้นต้องการเงินจำนวนมาก
ทีมเรดเฟลมของเลิ่งเชาถิงไม่ได้ติดตามพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะพวกเขาเป็นทหารรับจ้างจากต่างประเทศ ไม่ใช่อาชญากรธรรมดา ถ้าเข้าใกล้เกินไป พวกเขาอาจรู้ตัว
เมืองเถิงเป็นเมืองเล็กๆ และไม่มีถนนซอกซอยมากนัก ดังนั้นจึงไม่ยากสำหรับเลิ่งเชาถิงที่จะติดตามพวกเขา
เมื่อกู้หนิงกลับมาถึงบ้านก็สามทุ่มแล้ว เธอโทรหาโจวเจิ้งหงและบอกเขาให้เตรียมตัวเอาไว้ เธอกำลังจะไปเอาเครื่องประดับมาเมือง B
“พรุ่งนี้เหรอครับ?” โจวเจิ้งหงตกใจ “ไม่รีบไปหน่อยเหรอครับ? พวกเรายังไม่ได้ติดต่อเครื่องบินเลย ถ้าจะขนส่งทางเครื่องบิน พวกเราต้องจองล่วงหน้าก่อนนะครับ”
“พวกเราจะใช้เครื่องบินส่วนตัวค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“อะไรนะครับ? เครื่องบินส่วนตัว?” โจวเจิ้งหงตกใจอีกรอบ
หลังจากนั้น กู้หนิงก็ถามโจวเจิ้งหงว่าเขาได้จัดเตรียมทุกอย่างให้ลูกชายของเขารึยัง เพราะโจวเจิ้งหงเป็นผู้จัดการทั่วไปของหยกบิวตี้ และเขาต้องมาเข้าร่วมพิธีเปิดในเมือง B
โจวเจิ้งหงบอกเธอว่าเขาจ้างพี่เลี้ยงเด็กไว้แล้ว พี่เลี้ยงจะเป็นคนดูแลลูกชายของเขา
หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรหาซูตงนั่ว และบอกให้เธอมาที่เมือง B ในบ่ายวันพรุ่งนี้เพื่อถ่ายทำโฆษณา
กู้หนิงได้คุยเรื่องนี้ไว้แล้วกับซูตงนั่วและลู่เจินตอนที่เธอไปเมือง D ดังนั้นซูตงนั่วจึงมีวันหยุดมาโปรโมตเครื่องประดับ
“คุณสามารถก็อปปี้โฆษณาได้ไหม?” กู้หนิงโทรหาลู่เซียว
“ได้ๆ ของง่ายๆ” ลู่เซียวตอบ
"ดีค่ะ ช่วยส่งให้ฉันในวันพรุ่งนี้ด้วย”
"ไม่มีปัญหา!" ลู่เซียวไม่รู้สึกว่ามันยากสำหรับเขาที่จะทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว เพราะเขาเป็นนักการตลาดที่มีประสบการณ์มาก
ฉวนหมิงข่ายมาถึงบ้านของตระกูลถางประมาณ 21.00 น. แม้ว่าเขาจะได้ยินว่าถางหยุนฟ่านฟื้นแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดีเมื่อเห็นถางหยุนฟ่านด้วยตาตนเอง
“ท่านประธาน” ฉวนหมิงข่ายทักทายถางหยุนฟ่านด้วยความเคารพอย่างสูง
“มีข่าวอะไรล่าสุดไหม?” ถางหยุนฟ่านถาม
“ถางตี้หมิงหยุดติดต่อเฉิงจงเจิ้งและอู่ป๋อหยวนแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าพวกเขาร่วมมือกันแล้วหรือว่ายอมแพ้” ฉวนหมิงข่ายกล่าวอย่างกังวล ถ้าถางตี้หมิงยอมแพ้ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ถ้าไม่ ก็คงเป็นข่าวร้าย
“มันไม่ง่ายเลยครับที่จะกำจัดถางตี้หมิง พวกเขากลัวว่าจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังถางตี้หมิงอีกทีหนึ่ง”
“ถ้าเฉิงจงเจิ้งและอู่ป๋อหยวนไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังถางตี้หมิง เป็นไปได้ว่าการที่พวกเขาสองคนอยู่ข้างถางตี้หมิงก็เพราะพวกเขารู้ว่าถางตี้หมิงเป็นคนมีความสามารถ แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าเบื้องหลังถางตี้หมิงมีคนชักใยอยู่ พวกเขาอาจเปลี่ยนใจก็ได้” ถางหยุนฟ่านเอ่ย
“ประเด็นคือพวกเราไม่รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใครน่ะสิครับ ผมคิดว่าอย่าเพิ่งบอกเฉิงจงเจิ้งและอู่ป๋อหยวนว่าท่านประธานฟื้นแล้วดีกว่า เผื่อว่าพวกเขาจะทรยศเรา” ฉวนหมิงข่ายเอ่ย
ถางตี้หมิงและพันธมิตรของเขาได้เริ่มดำเนินการยึดอำนาจตอนที่ถางหยุนฟ่านหมดสติ แม้ว่าพวกเขาจะวางมือหากได้ยินว่าถางหยุนฟ่านฟื้นแล้ว แต่ความทะเยอทะยานของพวกเขายังคงอยู่ ไม่มีใครเต็มใจที่จะอยู่กับปืนใหญ่ที่หลวมได้นาน
“ผมคิดว่าพวกเขาจะวางมือสักพักหลังจากการลักพาตัวล้มเหลว แต่พวกเขาเงียบไม่ได้นานหรอกครับ” ฉวนหมิงข่ายกล่าว “บางทีพวกเขาอาจมีคนคอยช่วยคนอื่นอีกที่บ้านหลังนี้”
ถางหยุนฟ่านก็มีความคิดเช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงอยู่ในห้องของเขาตลอดเวลา มีคนรับใช้ในบ้านมากมายในตระกูลถาง และเขาไม่แน่ใจว่าทุกคนภักดีต่อตระกูลถางหรือไม่
เช้าวันต่อมา กู้หนิงและกู้ม่านก็ไปที่บ้านตระกูลถางตามปกติหลังมื้อเช้า
“หนิงหนิง เครื่องบินส่วนตัวพร้อมแล้ว ลูกสามารถไปทุกเมื่อ” ถางหยุนฟ่านพูดกับกู้หนิง