- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 587 - 588: เรียกถางหยุนฟ่านว่าพ่อ, ถางเจียข่ายรู้สึกเสียใจ
ตอนที่ 587 - 588: เรียกถางหยุนฟ่านว่าพ่อ, ถางเจียข่ายรู้สึกเสียใจ
ตอนที่ 587 - 588: เรียกถางหยุนฟ่านว่าพ่อ, ถางเจียข่ายรู้สึกเสียใจ
ตอนที่ 587 เรียกถางหยุนฟ่านว่าพ่อ
เฟิงปิงฮุยใจสลายและจมอยู่กับความเศร้าเสียใจ ในตอนนั้นเอง ลู่ฉิวถิงก็มีโอกาสและใช้เรือนร่างของตัวเองเพื่อปลอบใจเขาหลังจากที่เขาเมาหนักมาก
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว คนในยุคนั้นยังค่อนข้างหัวโบราณ ดังนั้นผู้ชายจึงต้องรับผิดชอบเมื่อเขานอนกับผู้หญิง ดังนั้นเฟิงปิงฮุยจึงได้แต่งงานกับลู่ฉิวถิงโดยที่ไม่รู้ความจริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักเธอ เขาก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดีและใช้ชีวิตเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป
ลู่ฉิวถิงพึ่งเฟิงซิวฉินเพื่อให้ได้แต่งงานกับเฟิงปิงฮุย ดังนั้นเธอจึงปกป้องและเข้าข้างเฟิงซิวฉินอย่างไม่ต้องสงสัย
ความจริงแล้วลู่ฉิวถิงและเฟิงซิวฉินพยายามใช้แผนนี้กับถางหยุนฟ่านด้วย แต่พวกเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าใกล้ถางหยุนฟ่าน ถ้าได้เจอกัน ถางหยุนฟ่านก็มักปฏิเสธที่จะดื่ม ดังนั้นแผนของพวกเธอจึงไม่สำเร็จ
“ซิวฉิน เธอแน่ใจนะว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกสาวของถางหยุนฟ่านจริงๆ?” ลู่ฉิวถิงถามด้วยสายตาแฝงความดุร้าย
“ชะ ใช่” เฟิงซิวฉินพยายามเปล่งเสียงตอบ
“ไม่ว่านังเด็กนั่นมันจะเป็นใคร ก็ต้องได้รับผลที่มันก่อ ถ้าเด็กนั่นเป็นลูกสาวของถางหยุนฟ่านจริง พวกเราจะไม่ปล่อยมันให้ขวางทางพวกเรา!” ลู่ฉิวถิงพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว กู้หนิงก็กลับไปพร้อมกับอวี้จื่อ
เฟิงซินยังไม่เอ่ยปากของเบอร์โทรกู้หนิงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอกันและพวกเขาก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ หากเขาขอเบอร์เธอตอนนี้ อาจทำให้กู้หนิงมองเขาไม่ดีได้
“นี่ บอส เธอขับลัมโบร์กินีมาที่นี่ด้วยไหม?” พานจื่อรุ่ยเอ่ยถามเมื่อพวกเขาเดินไปที่ประตูทางออกด้านหน้า ตอนที่พวกเขาเข้ามา พวกเขาเข้ามาทางประตูหลัง จึงไม่เห็นลานจอดรถด้านหน้า
“ใช่” กู้หนิงตอบ
ได้ยินคำตอบของกู้หนิง พาจื่อรุ่ยก็อดตื่นเต้นไม่ได้ “เธอจอดไว้ตรงไหน? ขอฉันดูหน่อยสิ!”
ไม่ใช่แค่พานจื่อรุ่ย ทั้งกวนปินและเฟิงซินก็อยากยลโฉมรถลัมโบร์กินีใกล้ๆชัดๆเหมือนกัน ผู้ชายล้วนชื่นชอบรถ โดยเฉพาะรถหรู
“อยู่ข้างนอกทางขวา” กู้หนิงเอ่ย
พานจื่อรุ่ยเดินจ้ำอ้าวออกไปด้านนอกก่อนใคร ตามมาด้วยคนอื่นๆที่เหลือ เมื่อออกมาข้างนอกแล้ว รถลัมโบร์กินีสีขาวสะดุดตาของกู้หนิงก็จอดเด่นอยู่ตรงนั้น
สามหนุ่มมองไปที่รถพร้อมๆกัน จากนั้นพานจื่อรุ่ยก็เอ่ยว่า “บอส ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะรวยขนาดนี้! รุ่นนี้มีแค่สี่สิบคันในโลกเท่านั้น เธอได้มายังไงน่ะ?”
พานจื่อรุ่ยเองก็อยากซื้อสักคัน แต่มีคนซื้อไปหมดแล้ว
“ป้ากับลุงให้เป็นของขวัญน่ะ” กู้หนิงตอบ
“ว้าว ป้ากับลุงของเธอใจกว้างมาก! ฉันอยากมีป้ากับลุงแบบเธอบ้างจัง” พานจื่อรุ่ยพูดด้วยความอิจฉา
กู้หนิงยิ้ม “เอาล่ะๆ พวกเราต้องไปแล้ว บาย”
“ไว้เจอกัน!” พานจื่อรุ่ยเอ่ย ทันใดนั้นพานจื่อรุ่ยก็รู้ว่าตัวเองเอาแต่เที่ยวเล่นมานานมาแล้ว และสิ่งที่เขาทำส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องเสียเวลาในชีวิต
“ไม่ได้การล่ะ ฉันจะใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแบบนี้ไม่ได้แล้ว ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่างจริงๆจังๆ บอสจะได้พึ่งพาฉันได้” พานจื่อรุ่ยพูดกับตัวเอง กวนปินและเฟิงซินมองเขาอย่างตกใจ
กวนปินไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “จื่อรุ่ย นายพูดจริงหรอวะ?”
กวนปินและเฟิงซินรู้จักพานจื่อรุ่ยมานานนม และพวกเขาไม่เคยเห็นเขาจริงจังขนาดนี้มาก่อน ถ้าพานจื่อรุ่ยไม่มีพี่ชายที่ทำธุรกิจเก่ง เขาคงเอาทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลไปผลาญเล่นจนหมดแล้ว
“เออสิวะ!” พานจื่อรุ่ยไม่พอใจที่เพื่อนไม่เชื่อเขา อันที่จริงพานจื่อรุ่ยเป็นคนฉลาด หากเขาต้องการทำสิ่งใด สิ่งนั้นมักออกมาดี
อย่างไรก็ตาม กวนปินรู้สึกประหลาดใจกับอิทธิพลของกู้หนิงที่มีต่อพานจื่อรุ่ย แม้ว่ากวนปินจะชอบเที่ยวเล่นกับพานจื่อรุ่ยเสมอๆ แต่เขาก็ทำธุรกิจในเวลาเดียวกัน เขาเป็นลูกชายคนเดียวในครอบครัว ดังนั้นเขาจึงต้องรับผิดชอบในการดูแลธุรกิจของครอบครัว นอกจากนี้ กวนปินยังมีความทะเยอทะยาน และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาเทคโอเวอร์ธุรกิจครอบครัวของเขา ถ้าเขาไม่สามารถทำธุรกิจของครอบครัวได้ดี ลูกพี่ลูกน้องของเขาก็จะแย่งชิงมันไปจากเขา ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะให้เกิดขึ้น
เฟิงซิวฉินค่อนข้างบาดเจ็บ ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสักสองสามวัน นอกจากหมอและพยาบาลแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอบาดเจ็บ
เมื่อลู่ฉิวถิงกลับมาบ้าน เธอก็จัดหาคนไปหาข้อมูลและรูปถ่ายกู้ม่านและกู้หนิง เพื่อเธอจะได้วางแผนถูกว่าจะทำอย่างไรต่อไป
กู้หนิงกลับไปที่บ้านตระกูลถางหลังจากไปส่งอวี้จื่อที่ห้างสรรพสินค้า
ถางไห่เฟิงไม่อยู่ และคนรับใช้ในบ้านก็ตั้งใจรักษาระยะห่างจากเธอ มีเพียงถางหยุนฟ่านและกู้ม่านเท่านั้นที่อยู่ในห้องโถง ทั้งคู่ดูเขินอายกันและกัน
กู้หนิงมองพวกเขาด้วยใบหน้าฉงน และไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“หนิงหนิง!” กู้ม่านผ่อนคลายเมื่อเห็นกู้หนิงกลับมาบ้าน เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นเมื่อกู้หนิงกลับมาอยู่ข้างๆเธอ
กู้หนิงเดินเข้าไปนั่งข้างๆกู้ม่านบนโซฟา จากนั้นก็หันไปมองถางหยุนฟ่าน “ลุงถาง...”
ก่อนที่กู้หนิงจะพูดจบประโยค ถางหยุนฟ่านก็พูดขัดจังหวะเธอเสียก่อน “อย่าเรียกพ่อว่าลุงเลย แม้ว่าแม่ของลูกจะยังไม่ยอมรับพ่อ มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าลูกเป็นลูกสาวของพ่อ เรียกพ่อว่าพ่อได้ไหม? หนิงหนิง”
กู้ม่านบอกเขาว่าเธอต้องการใช้เวลาในการยอมรับเขาอีกครั้งเพราะพวกเขาจากกันนานเหลือเกิน แต่กู้ม่านจะไม่ห้ามกู้หนิงไม่ให้เรียกเขาว่าพ่อ
“พ่อ” กู้หนิงพูดตะกุกตะกัก เพราะเธอยังไม่ทันได้เตรียมใจ
“เด็กดี!” ถางหยุนฟ่านน้ำตาไหล ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยเสียน้ำตาสักหยด แต่บัดนี้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เพราะครอบครัวของเขากลับมาแล้ว ภรรยาและลูกสาวของเขากลับมาแล้ว
ตอนที่ 588 ถางเจียข่ายรู้สึกเสียใจ
ถางหยุนฟ่านไม่อายที่จะร้องไห้ต่อหน้าครอบครัวของเขา ดวงตาของกู้ม่านก็เต็มไปด้วยน้ำตา
เมื่อถางหยุนฟ่านสงบสติอารมณ์ลงแล้ว กู้หนิงก็เอ่ยว่า “พ่อคะ ร้านเครื่องประดับของหนูกำลังจะเปิดในเมือง B เร็วๆนี้ และพรุ่งนี้หนูต้องบินไปเมือง G เพื่อเอาเครื่องประดับมาที่นี่ หนูขอใช้เครื่องบินส่วนตัวของครอบครัวเราได้ไหมคะ? มันปลอดภัยกว่าและก็สะดวกกว่า” ตอนแรกเธอกะว่าจะขอยืม แต่ตอนนี้ไม่ต้องยืมแล้ว ขอใช้มันตรงๆเลยแล้วกัน
“ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ถางหยุนฟ่านตอบตกลงในเสี้ยววินาที อย่าว่าแต่เครื่องบินส่วนตัวเลย ถ้ากู้หนิงต้องการดาวบนฟ้า เขาก็จะไปเอามันมาให้เธอ
“แล้วใครจะเป็นตัวแทนแบรนด์เครื่องประดับของลูกล่ะ?” ถางหยุนฟ่านถาม
“ซูตงนั่ว นักแสดงระดับ B” กู้หนิงเอ่ย
“นักแสดงรับดับ B?” ถางหยุนฟ่านขมวดคิ้ว “ลูกคิดว่าเธอเหมาะสมแล้วเหรอ?”
“หนูรู้ค่ะว่าตอนนี้เธอไม่ได้มีชื่อเสียงมาก แต่เธอทำงานที่บริษัทหนู หนูต้องให้โอกาสเธอบ้าง ตราบใดที่เครื่องประดับได้รับความนิยมมากขึ้น เธอก็จะมีชื่อเสียงตามไปด้วย” กู้หนิงเอ่ย “อีกอย่างหนูมีครอบครัวสนับสนุนอยู่แล้วนี่คะ หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร”
“ลูกเซ็นสัญญากับนักแสดง? ลูกคิดจะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบันเทิงด้วยงั้นเหรอ?” ถางหยุนฟ่านประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
“ไม่คิดว่ามันหนักเกินไปหน่อยเหรอที่ทำธุรกิจมากมายขนาดนี้? อายุของลูกก็ยังไม่มาก” ถางหยุนฟ่านรู้สึกว่าเขาต้องปกป้องกู้หนิง เขาเคยประทับใจตอนที่ได้ยินมาว่ากู้หนิงประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แต่เมื่อรู้แล้วว่าเธอคือลูกสาวของเขา เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจที่ต้องเห็นลูกทำงานเยอะขนาดนี้ เขาอยากให้ภรรยาและลูกอยู่อย่างสบายโดยไม่ต้องทำงานหนัก
“หนูทำเท่าที่หนูทำไหว อีกอย่างหนูเป็นคนคอยดูแลอยู่เบื้องหลัง ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ” กู้หนิงเอ่ย “หนูมีความสุขกับการได้ทำสิ่งที่อยากทำ เหมือนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถางหยุนฟ่านก็ค่อนข้างพอใจกับคำตอบ แม้ว่าเขาจะไม่อยากเห็นลูกเอาแต่ยุ่งตลอดเวลา แต่ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ลูกต้องการ เขาก็พูดอะไรไม่ได้ อีกอย่างเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในชีวิตของเธอ เขาไม่มีสิทธิ์ไปบอกว่าเธอว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เขาทำได้เพียงสนับสนุนเธออยู่เบื้องหลัง “ถ้ามีปัญหาอะไร ก็บอกพ่อได้เสมอ”
“งั้นหนูขอให้พ่อช่วยตอนนี้เลยได้ไหมคะ?” กู้หนิงพูดพลางทำหน้าจริงจัง “หนูต้องการใช้โถงห้องอาหารของโรงแรมฮวงเติ้งและนางแบบสิบคนเพื่อทำพิธีเปิดงาน ถึงพ่อจะเป็นพ่อหนู แต่นี่เป็นเรื่องธุรกิจ หนูจะให้คนมาคุยกับบริษัทของพ่อทีหลังนะคะ”
“ต้องจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ? พวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน” ถางหยุนฟ่านไม่อยากคิดเงินกับลูกสาว
“ต้องจริงจังสิคะ ถ้าพ่ออยากช่วยหนูจริงๆ พ่อก็ต้องปล่อยให้หนูรับผิดชอบตัวเอง หนูไม่อยากพึ่งพ่อเพื่อประสบความสำเร็จ ไม่เจ็บก็ไม่โต จริงไหมคะ?” กู้หนิงพูดจริงจัง
ถางหยุนฟ่านรู้สึกขำกับท่าทางขึงขังของกู้หนิงและรู้สึกมีความสุขที่เธอเป็นลูกสาวของเขา เขารู้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีเพราะเขาไม่ได้อยู่กับเธอตั้งแต่เธอเกิด อย่างไรก็ตาม เขาก็ภาคภูมิใจกับลูกสาวคนนี้มาก
กู้หนิงไม่ได้บอกถางหยุนฟ่านว่าวันนี้เธอเจอกับเฟิงซิวฉินเพราะกู้ม่านยังอยู่ที่นี่ด้วย วันนี้เป็นวันพิเศษ แม้ว่ากู้ม่านจะยังไม่ยอมรับถางหยุนฟ่าน แต่ตระกูลถางยอมรับพวกเธอเป็นสมาชิกในครอบครัวแล้ว
ราวๆห้าโมงเย็น เกาเหวินซินก็มาถึง
“สวัสดีค่ะ ทุกๆคน” เกาเหวินซินทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสเมื่อเธอเดินเข้ามาข้างใน “เอ่อ หนูควรเรียกคุณน้าว่า น้าม่านแล้วใช่มั้ยคะ?” เกาเหวินซินถามกู้ม่าน
“ยังจ๊ะ” กู้ม่านเอ่ย
ถางหยุนฟ่านผิดหวังเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาเข้าใจว่ามันต้องใช้เวลา
“ก็ได้ค่ะ” ในเมื่อกู้ม่านพูดเช่นนั้น เกาเหวินซินก็ไม่เซ้าซี้อีก เธอไม่อยากให้กู้ม่านรู้สึกอาย
ราวๆหกโมงเย็น ถางหยุนฮางและภรรยา พร้อมกับเการุ่ยฮวาและภรรยาก็มาถึงพร้อมกับเกาเหวินจุน
“หวัดดีฮะ” เกาเหวินจุนทักมายกู้หนิงและกู้ม่าน
“สวัสดีจ๊ะ เหวินจุน
ในที่สุดถางเจียข่ายก็กลับมาบ้าน มีเพียงถางเจียหยางที่ไม่อยู่ เพราะเขาเรียนอยู่ต่างประเทศ
เมื่อถางเจียข่ายเห็นกู้ม่าน เขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นถางหยุนฮางก็แนะนำกู้ม่านให้รู้จัก “นี่แม่ของหนิงหนิง”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ถางเจียข่ายเป็นฝ่ายทักทายกู้ม่านก่อน เขายังไม่รู้ว่ากู้ม่านมีความสัมพันธ์เช่นไรกับถางหยุนฟ่าน
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ๊ะ เจียข่าย” กู้ม่านพูดด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันนั่งที่ห้องนั่งเล่น พูดคุยกันไป ในขณะที่คนรับใช้สองคนกำลังเตรียมมื้อเย็น
ในระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น ถางหยุนฮางก็พูดกับถางเจียข่ายว่า “เจียข่าย ถ้ามีใครถามอาการของลุงหยุนฟ่านกับลูก ลูกบอกพวกเขาไปว่าลุงหยุนฟ่านยังหมดสติอยู่ เข้าใจไหม?”
ได้ยินเช่นนั้น ถางเจียข่ายก็รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น “เกิดอะไรขึ้นครับ?”
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในตระกูลถางทราบเรื่องนี้แล้ว ถางหยุนฮางจึงบอกความลับนี้แก่ถางเจียข่าย “ลุงหยุนฟ่านของลูกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่ออาทิตย์ก่อน และเขาก็หมดสติไปสองสามวันหลังจากนั้น จนกระทั่งเมื่อวานนี้เขาถึงตื่นขึ้นมา ตอนที่ลุงหยุนฟ่านของลูกยังไม่ฟื้น กรรมการบางคนในบริษัทเริ่มดำเนินการเพื่อปลดพวกเรา พวกเราจึงซ้อนแผน แสร้งทำเป็นว่าเขายังไม่รู้สึกตัว”
“อะไรนะครับ? ทำไมไม่บอกผมก่อนนหน้านี้ล่ะ?” ถางเจียข่ายบ่นอุบอิบ เขาโทษตัวเองที่ไม่อยู่เมื่ออาทิตย์ก่อน เลยทำไม่รู้ว่าทางบ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แม้ว่าเขาจะช่วยอะไรไม่ได้ก็ตามที แต่เขาก็อยากทำอะไรบ้าง
ถางเจียข่ายรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดที่ตัวเองเอาแต่สนุกสนานในขณะที่ครอบครัวตกอยู่ในอันตราย